ผลกระทบต่อธุรกิจ (GRI3-3)

บริษัทให้ความสำคัญกับการกำกับดูแลกิจการที่ดีในฐานะกลไกสำคัญในการสนับสนุนการดำเนินธุรกิจอย่างโปร่งใส เป็นธรรม และมีจริยธรรมในทุกระดับขององค์กร โดยกำหนดกรอบการกำกับดูแลที่ชัดเจน เพื่อให้การดำเนินงานสอดคล้องกับเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ ข้อกำหนดทางกฎหมาย กฎระเบียบ และมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง การกำกับดูแลกิจการที่มีประสิทธิภาพช่วยเสริมสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ดี สนับสนุนความผูกพันและประสิทธิภาพในการทำงานของพนักงาน รวมถึงช่วยลดความเสี่ยงด้านการดำเนินงานและความเสี่ยงด้านชื่อเสียงขององค์กร อันส่งผลเชิงบวกต่อคุณภาพการดำเนินงาน ความต่อเนื่องทางธุรกิจ และความมั่นคงของกำลังคนในระยะยาว
ทั้งนี้ บริษัทดำเนินการติดตามและตรวจสอบการกำกับดูแลกิจการอย่างต่อเนื่อง เพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่นของผู้มีส่วนได้เสีย และสนับสนุนการพัฒนาพลังงานสะอาดอย่างยั่งยืน ครอบคลุมมิติด้านเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และสังคม

ความท้าทายและโอกาส (GRI3-3)

ท่ามกลางสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และความคาดหวังด้านความยั่งยืนและธรรมาภิบาลที่เพิ่มสูงขึ้น บริษัทเผชิญความท้าทายในการยกระดับการกำกับดูแลกิจการให้สอดคล้องกับหลักเกณฑ์และมาตรฐานที่มีความเข้มข้นมากขึ้น อาทิ การปรับปรุงหลักเกณฑ์ ASEAN CG Scorecard ให้สอดคล้องกับมาตรฐาน G20/OECD การจัดทำรายงานประจำปี (แบบ 56-1 One Report) และการเปิดเผยข้อมูลตามแนวทางของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซึ่งล้วนเพิ่มระดับความคาดหวังต่อความโปร่งใส ความครบถ้วน และความสามารถในการตรวจสอบได้ของข้อมูลด้านการกำกับดูแลกิจการ

ภายใต้บริบทดังกล่าว บริษัทมองเห็นโอกาสในการยกระดับประสิทธิภาพด้านการกำกับดูแลกิจการ ผ่านการศึกษา ทำความเข้าใจ และปรับปรุงกระบวนการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สอดคล้องกับหลักเกณฑ์และแนวปฏิบัติที่เปลี่ยนแปลงไป การดำเนินงานดังกล่าวช่วยเสริมสร้างความโปร่งใส ความน่าเชื่อถือ และความพร้อมในการตรวจสอบขององค์กร ตลอดจนสนับสนุนการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน และเสริมสร้างบทบาทของ CKPower ในฐานะองค์กรพลังงานหมุนเวียนที่มีมาตรฐานการกำกับดูแลกิจการในระดับสากล

ความมุ่งมั่น (GRI3-3)

บริษัทมุ่งมั่นดำเนินธุรกิจภายใต้หลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี โดยกำหนดนโยบายการกำกับดูแลกิจการ (Corporate Governance Policy) ที่ครอบคลุมจรรยาบรรณในการดำเนินธุรกิจ แนวปฏิบัติในการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน และแนวทางที่เกี่ยวข้อง เพื่อยกระดับมาตรฐานการดำเนินงานให้มีความโปร่งใส เป็นธรรม และสามารถตรวจสอบได้อย่างเป็นระบบ

บริษัทให้ความสำคัญกับการส่งเสริมความตระหนักรู้และการปฏิบัติตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีแก่บุคลากรทุกระดับ ตั้งแต่พนักงาน ผู้บริหาร ไปจนถึงคณะกรรมการ โดยเน้นการยึดมั่นในจรรยาบรรณทางธุรกิจและการปฏิบัติตามกฎหมายและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด ควบคู่กับการคำนึงถึงผลประโยชน์ของผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มอย่างเท่าเทียมตลอดห่วงโซ่อุปทาน

ด้วยความมุ่งมั่นในการยกระดับมาตรฐานการกำกับดูแลกิจการอย่างต่อเนื่อง บริษัทตั้งเป้าเสริมสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้มีส่วนได้เสีย และก้าวสู่การเป็นองค์กรต้นแบบด้านการกำกับดูแลกิจการที่ดีทั้งในระดับประเทศและระดับสากลอย่างยั่งยืน

แนวทางการบริหารจัดการ (GRI3-3)

การกำกับดูแลกิจการที่ดี

บริษัทให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจอย่างโปร่งใส และเป็นธรรม โดยได้กำหนดนโยบายและแนวปฏิบัติที่ชัดเจนเพื่อการกำกับดูแล และบังคับใช้กับบริษัทในเครือทุกบริษัท เช่น

นโยบายและแนวปฏิบัติเหล่านี้มุ่งเน้นให้เกิดการปฏิบัติตามบทบาทหน้าที่ของผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้องตลอดห่วงโซ่อุปทาน โดยยังนำมาใช้เป็นพื้นฐานในการกำหนดกลยุทธ์ เป้าหมาย และแผนการดำเนินงานของบริษัท เพื่อสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนและสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มในระยะยาว

โครงสร้างนโยบายการกำกับดูแลกิจการของบริษัท (GRI2-9, 2-10, 2-11, 2-12)

โครงสร้างนโยบายครอบคลุมประเด็นสำคัญทั้งสิ้น 5 หมวด

สิทธิของผู้ถือหุ้น (The Rights of Shareholders)

  • สิทธิในการที่จะได้รับส่วนแบ่งกำไรของกิจการ
  • สิทธิในการได้รับข้อมูลข่าวสารของกิจการอย่างเพียงพอ
  • สิทธิในการเข้าร่วมประชุมเพื่อใช้สิทธิออกเสียงในที่ประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อแต่งตั้งถอดถอนกรรมการ แต่งตั้งผู้สอบบัญชี
  • สิทธิร่วมตัดสินใจในเรื่องที่มีผลกระทบต่อบริษัท
  • บริษัทดำเนินการต่าง ๆ เพื่อส่งเสริมและอำนวยความสะดวกในการใช้สิทธิของผู้ถือหุ้น

การปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นอย่างเท่าเทียมกัน (The Equal Treatment for Shareholders)

บริษัทปฏิบัติและคุ้มครองสิทธิผู้ถือหุ้นทุกรายอย่างเท่าเทียมและเป็นธรรม ทั้งผู้ถือหุ้นที่เป็นคนไทยหรือผู้ถือหุ้นต่างชาติ นักลงทุนสถาบัน ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือผู้ถือหุ้นรายย่อย นอกจากนี้ยังกำหนดแนวปฏิบัติเรื่องการรักษาความลับและการใช้ข้อมูลภายในให้ กรรมการ ผู้บริหาร พนักงานได้ยึดถือปฏิบัติเกี่ยวกับการไม่ใช้ข้อมูลภายในเพื่อแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ

การคำนึงถึงบทบาทของผู้มีส่วนได้เสีย (The Role of Stakeholders)

บริษัทกำหนดนโยบายและแนวทางการดำเนินงานที่คำนึงถึงผู้มีส่วนได้เสียทุกรายให้สามารถมีบทบาทและมีส่วนร่วมในการบริหารงานของบริษัท

การเปิดเผยข้อมูลและความโปร่งใส (Disclosure and Transparency)

บริษัทให้ความสำคัญต่อการเปิดเผยข้อมูลอย่างถูกต้อง ครบถ้วน โปร่งใส และทันเวลา โดยเฉพาะข้อมูลที่มีผลกระทบต่อกระบวนการตัดสินใจหรือมีนัยสำคัญต่อผลการดำเนินงาน

ความรับผิดชอบของคณะกรรมการ (Responsibilities of the Board of Directors)

คณะกรรมการบริษัทมีอำนาจและหน้าที่ และความรับผิดชอบที่มีการแบ่งแยกระหว่างกรรมการกับฝ่ายบริหารไว้อย่างชัดเจน และปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต รอบคอบ และระมัดระวังรักษาผลประโยชน์ของบริษัทภายใต้หลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีอย่างเคร่งครัด
องค์ประกอบของคณะกรรมการ (GRI2-11)

ในปี 2568 คณะกรรมการบริษัทประกอบด้วยกรรมการที่ดำรงตำแหน่งรวม จํานวน 10 คน และมีกรรมการที่อยู่ระหว่างการสรรหาแทนตำแหน่งที่ว่างลง จำนวน 1 คน โดยโครงสร้างคณะกรรมการประกอบด้วย กรรมการที่มิใช่ผู้บริหาร 9 คน และ กรรมการผู้บริหาร 1 คน ทั้งนี้ บริษัทมี กรรมการอิสระจำนวน 4 คน ซึ่งมีคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์และนิยามกรรมการอิสระของบริษัท รวมถึงข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (สำนักงาน ก.ล.ต.)

คณะกรรมการบริษัททุกท่านเป็นผู้มีคุณสมบัติครบถ้วน ไม่มีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมายและกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง อีกทั้งมีความรู้ ความเชี่ยวชาญ ทักษะ และประสบการณ์ที่หลากหลาย สอดคล้องกับกลยุทธ์และทิศทางการดำเนินธุรกิจของบริษัท เพื่อสนับสนุนการกำกับดูแลกิจการที่มีประสิทธิภาพและการเติบโตอย่างยั่งยืนขององค์กร

ในปี 2568 บริษัทได้จัดประชุมคณะกรรมการบริษัทรวมทั้งสิ้น 8 ครั้ง เพื่อสื่อสารประเด็นการดําเนินงานที่สําคัญ โดยสามารถดูรายละเอียดประวัติคณะกรรมการ การเข้าร่วมประชุมและรายละเอียดประเด็นในการกํากับดูแลได้ที่ รายงานประจำปี 2568 (แบบ 56-1 one report)​

การสรรหาและแต่งตั้งคณะกรรมการ

บริษัทกำหนดให้การสรรหากรรมการดำเนินงานภายใต้ความรับผิดชอบของคณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน ซึ่งทำหน้าที่พิจารณาคัดเลือกบุคคลที่มีความเหมาะสมและคุณสมบัติหลากหลาย อาทิ ทักษะด้านวิชาชีพ ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน โดยไม่จำกัดอายุ เพศ เชื้อชาติ ศาสนา อายุ ภูมิหลังทางวัฒนธรรม หรือความแตกต่างอื่น ๆ เนื่องจากบริษัทให้ความสำคัญกับการให้มีส่วนร่วม และการไม่เลือกปฏิบัติ ทั้งนี้การสรรหากรรมการจะพิจารณาความรู้ความชำนาญของกรรมการจากวุฒิการศึกษา ประวัติการฝึกอบรม รวมถึงประสบการณ์การปฏิบัติงาน และความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านตาม Board Skills Matrix เพื่อให้มั่นใจว่า คณะกรรมการบริษัท ประกอบด้วยบุคคลที่มีความรู้ความสามารถ และประสบการณ์ที่หลากหลายสอดคล้องกับกลยุทธ์องค์กรและมุ่งสนับสนุนการดำเนินธุรกิจให้สามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน

การสรรหาและแต่งตั้งกรรมการผู้จัดการ

คณะกรรมการบริษัท ได้มอบอำนาจให้คณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน เป็นผู้เสนอชื่อบุคคลที่จะเข้ารับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ ผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อเข้ารับการแต่งตั้งเป็นกรรมการผู้จัดการต้องเป็น ผู้มีคุณสมบัติเหมาะสม มีความรู้ทักษะ ประสบการณ์และคุณลักษณะที่จำเป็นต่อการขับเคลื่อนองค์กรไปสู่เป้าหมาย โดยไม่จำกัดหรือแบ่งแยกเพศและเชื้อชาติ ไม่มีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมาย และกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง

ค่าตอบแทนกรรมการและผู้บริหาร (GRI2-19, 2-20)

บริษัทมีหลักเกณฑ์ในการกำหนดค่าตอบแทนของคณะกรรมการบริษัทและคณะกรรมการชุดย่อยเพื่อนำเสนอต่อผู้ถือหุ้นพิจารณาอนุมัติ และมีนโยบายการกำหนดค่าตอบแทนผู้บริหารให้มีความเหมาะสมสอดคล้องกับภาระหน้าที่และความรับผิดชอบ

องค์ประกอบของคณะกรรมการ
คณะกรรมการอิสระ
(จำนวนกรรมการอิสระ/จำนวนกรรมการทั้งหมด)
40%
เพศหญิง
(จำนวนกรรมการอิสระ/จำนวนกรรมการทั้งหมด)
0%
คณะกรรมการที่ไม่ใช่ผู้บริหาร
(จำนวนกรรมการอิสระ/จำนวนกรรมการทั้งหมด)
90%
ระยะเวลา
โดยเฉลี่ยในการดำรงตำแหน่งของกรรมการบริษัท
7.7
ปี**

รายละเอียดข้อมูลสรุปความรู้ความความชำนาญการของกรรมการแสดงไว้ในรายงานประจำปี 2568

Link: https://ckp.listedcompany.com/misc/one-report/20250324-ckp-or2024-th.pdf

การประเมินผลการปฏบัติงานของกรรมการผู้จัดการและคณะผู้บริหาร (GRI2-18)

บริษัทมีการประเมินผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการบริษัทเป็นประจำทุุกปี เพื่อให้คณะกรรมการบริษัทได้ร่วมพิจารณาผลการปฏิบัติงาน ปัญหา และอุุปสรรคที่เกิดขึ้นในรอบปีที่ผ่านมา วมถึงใช้เป็นข้อมูลประกอบการพัฒนาประสิทธิภาพการกำกับดูแลกิจการของบริษัทอย่างต่อเนื่อง โดยกระบวนการประเมินผลดำเนินการให้สอดคล้องกับแนวทางการกำกับดูแลกิจการที่ดีของบริษัทจดทะเบียน

การประเมินผลการปฏิบัติงานแบ่งออกเป็น 3 รูปแบบ ได้แก่

  1. การประเมินผลคณะกรรมการทั้งคณะ
  2. การประเมินผลกรรมการรายบุคคล (การประเมินตนเองและการประเมินโดยกรรมการท่านอื่น)
  3. การประเมินผลคณะกรรมการชุดย่อย (รายคณะ)

ในปี 2568 ผลการประเมินผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการบริษัท คณะกรรมการชุดย่อย และกรรมการรายบุคคล มีคะแนนเต็ม 4 คะแนน ในแต่ละหัวข้อ โดยสรุปผลการประเมินเป็นดังนี้

รูปแบบผลการประเมินการปฏิบัติงาน คะแนนที่ได้ในปี 2567 คะแนนที่ได้ในปี 2568
แบบประเมินคณะกรรมการทั้งคณะ 3.86 3.91
แบบประเมินกรรมการรายบุคคล 3.93 3.98
แบบประเมินคณะกรรมการชุดย่อย (แบบรายคณะ) 3.93 3.97

รายละเอียดการประเมินผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการบริษัทแสดงในรายงานประจำปี 2568

จรรยาบรรณธุรกิจ (Business Code of Conduct) (GRI2-15)

บริษัทดำเนินธุรกิจโดยยึดถือหลักจรรยาบรรณในการดำเนินธุรกิจ (Business Code of Conduct) ที่เน้นความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย โดยกำหนดให้พนักงานทุกระดับ รวมถึงผู้บริหารและกรรมการ ยึดมั่นและปฏิบัติหน้าที่ให้สอดคล้องกับนโยบายและแนวปฏิบัติในการกำกับดูแลกิจการที่ดีและจรรยาบรรณธุรกิจอย่างเคร่งครัด ทั้งนี้กรรมการและผู้บริหารมีบทบาทสำคัญในการสร้างบรรทัดฐานและส่งเสริมวัฒนธรรมองค์กรที่สนับสนุนการปฏิบัติตามจรรยาบรรณ

เพื่อสร้างความเข้าใจและความตระหนักรู้ บริษัทสื่อสารนโยบาย จรรยาบรรณและแนวปฏิบัติผ่านช่องทางที่เข้าถึงได้ง่าย เช่น เว็บไซต์ CKPower, CKPower Mobile Application และ Intranet ของบริษัท โดยจรรยาบรรณธุรกิจครอบคลุมหลากหลายประเด็นสำคัญ เช่น การป้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชน์ การต่อต้านทุจริตคอร์รัปชัน การต่อต้านการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม และแนวปฏิบัติอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับสังคม

บริษัทยังให้ความสำคัญกับการสร้างความเข้าใจผ่านการอบรมและกิจกรรมที่เกี่ยวข้องสำหรับทั้งพนักงานใหม่และพนักงานปัจจุบัน และกรรมการ เช่น การจัดทำวารสารการกำกับดูแลกิจการที่ดี (Compliance Journal) เพื่ออธิบายและย้ำเตือนจรรยาบรรณธุรกิจ นอกจากนี้ยังมีการวัดผลความเข้าใจผ่านคำถามในหัวข้อสำคัญ และสื่อสารข้อมูลสำคัญผ่านทางอีเมล เพื่อให้มั่นใจว่าทุกคนสามารถนำจรรยาบรรณธุรกิจไปปฏิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพและต่อเนื่อง

ในปี 2568 บริษัทได้กำหนดเป้าหมายส่งเสริมพนักงานเข้าร่วมอบรมหลักสูตร Code of Conduct ผ่าน CKPower Mobile Application โดยเฉพาะพนักงานใหม่ทุกคนจะต้องเข้าอบรมหลักสูตร Onboarding Training ซึ่งมีเนื้อหาครอบคลุมจรรยาบรรณในการดำเนินธุรกิจ นโยบายการกำกับดูแลกิจการ และหัวข้อที่เกี่ยวข้อง โดยพนักงานที่ผ่านการอบรมจะได้รับใบรับรอง (Certification) เพื่อแสดงความเข้าใจและความพร้อมในการปฏิบัติงาน

นอกจากนี้บริษัทได้จัดทำ วารสารการกำกับดูแลกิจการที่ดี (Compliance Journal) ในหัวข้อจรรยาบรรณในการดำเนินธุรกิจ เพื่อสื่อสารและย้ำเตือนข้อมูลสำคัญให้แก่พนักงานและผู้บริหารทุกคน โดยนำเสนอในรูปแบบคลิปวีดีโอสั้น ที่เผยแพร่ผ่านทาง Email จอประชาสัมพันธ์ในสำนักงาน และ CKPower Mobile Application เพื่อให้เนื้อหาของจรรยาบรรณในการดำเนินธุรกิจกระชับและเข้าถึงได้ง่าย ทั้งนี้ยังได้กำหนดให้มีการทดสอบความรู้ความเข้าใจด้านจรรยาบรรณธุรกิจสำหรับพนักงานและผู้บริหาร เพื่อประเมินการรับรู้และความเข้าใจ โดยมีอัตราการเข้าร่วมทดสอบและรับทราบข้อมูลของบุคลากรทั้งองค์กรจำนวน 100 % ตามเป้าหมายที่กำหนดไว้

การต่อต้านทุจริตและคอร์รัปชันของบริษัทและบริษัทในเครือ (GRI205-2)

บริษัทมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจอย่างโปร่งใสและยึดมั่นในจริยธรรม โดยได้กำหนดนโยบายและแนวปฏิบัติต่อต้านการทุจริตและคอร์รัปชัน เพื่อให้บุคลากรทุกระดับปฏิบัติตามหลักการ “ความอดทนต่อการทุจริตเท่ากับศูนย์ (Zero Tolerance)” อย่างเคร่งครัด บริษัทได้ประกาศแนวทางการงดรับและให้ของขวัญ พร้อมทั้งสื่อสารไปยังผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มเพื่อสร้างความเข้าใจที่ชัดเจน

การปลูกฝังจิตสำนึกและความตระหนักในจรรยาบรรณธุรกิจและการต่อต้านการทุจริตและคอร์รัปชันอย่างเป็นรูปธรรม ถูกดำเนินการผ่านช่องทางการสื่อสารที่หลากหลาย เช่น เว็บไซต์ CKPower Compliance Journal ที่นำเสนอเนื้อหาเกี่ยวกับ การรับสินบน ซึ่งเผยแพร่ผ่าน E-mail และ CKPower Mobile Application เพื่อให้ข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับความเสี่ยงด้านจากการทุจริต มาตรการควบคุมภายใน และบทลงโทษ นอกจากนี้ บริษัทยังสื่อสารข้อมูลดังกล่าวให้พนักงานในสำนักงาน และโรงไฟฟ้า อย่างทั่วถึง

ด้วยแนวทางดังกล่าว บริษัทตั้งเป้าให้บุคลากรนำความรู้ที่ได้รับไปปรับใช้ในการปฏิบัติงานอย่างมีจริยธรรม พร้อมส่งเสริมวัฒนธรรมองค์กรที่ปฏิเสธการทุจริตทุกประเภท และขยายความรู้เหล่านี้ไปยังพนักงานในองค์กรอย่างต่อเนื่อง เพื่อเสริมสร้างความโปร่งใส ความยั่งยืน และภาพลักษณ์องค์กรในฐานะผู้นำธุรกิจพลังงานหมุนเวียนที่มีมาตรฐานจริยธรรมในระดับสากล

แนวปฏิบัติในการต่อต้านการทุจริตและคอร์รัปชัน

บริษัทได้กำหนดแนวปฏิบัติที่ชัดเจนเพื่อป้องกันและต่อต้านการทุจริตและคอร์รัปชัน โดยครอบคลุมประเด็นสำคัญดังนี้

การใช้ข้อมูลภายใน การคำนึงถึงสิทธฺของผู้มีส่วนได้เสียตลอดจนหน้าที่ของกรรมการและผู้บริหารของกลุ่มบริษัท
จัดตั้งหน่วยงานตรวจสอบการทุจริตและคอร์รัปชัน
กำหนดช่องทางการแจ้งเบาะแสและมาตรการคุ้มครองผู้แจ้งเบาะแส ("Whistleblower")
กำหนดนโยบายป้องกันการทุจริตและคอร์รัปชันจากภายนอกองค์กร
กำหนดความเสี่ยงจากการทุจริตและคอร์รัปชันในแผนการบริหารความเสี่ยงของบริษัท

การจัดการและการประเมินความเสี่ยง

บริษัทได้จัดตั้งคณะทำงานด้านการบริหารความเสี่ยงทั้งในบริษัทและบริษัทในเครือ เพื่อทำหน้าที่ติดตาม ตรวจสอบ และประเมินความเสี่ยงในหลากหลายมิติ รวมถึงความเสี่ยงด้านทุจริตและคอร์รัปชัน โดยการประเมินความเสี่ยงด้านนี้จะดำเนินการผ่านการตรวจสอบในแต่ละโรงไฟฟ้าและศูนย์บริการร่วม (Shared Service Center) เป็นรายไตรมาส

การรายงานผลและการลดความเสี่ยง (GRI2-16, 2-25)

ผลการติดตาม ตรวจสอบ และประเมินความเสี่ยง รวมถึงมาตรการในการลดความเสี่ยง จะถูกรายงานต่อคณะกรรมการบรรษัทภิบาล บริหารความเสี่ยง และการพัฒนาอย่างยั่งยืน ทั้งในรูปแบบรายงานประจำปีและการรายงานตามรอบระยะเวลาที่เหมาะสม เพื่อให้มั่นใจว่าการบริหารจัดการความเสี่ยงดำเนินไปอย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพในทุกระดับขององค์กร

การบริหารจัดการข้อร้องเรียนและกรณีทุจริต (GRI2-26)

บริษัทได้จัดให้มีระบบการแจ้งเบาะแส และกลไกรับเรื่องร้องเรียนสําหรับบุคคลภายในและภายนอกองค์กร (Whistleblower Channel) เพื่อรองรับการแจ้งเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการไม่ปฏิบัติตามจรรยาบรรณ การกระทำผิดกฎหมาย พฤติกรรมที่อาจส่อถึงการทุจริต หรือประพฤติมิชอบของบุคลากรของบริษัทและบริษัทในเครือ รวมถึงความบกพร่องของระบบควบคุมภายใน ทั้งจากพนักงานและมีผู้ส่วนได้เสีย โดยบริษัทได้กำหนดแนวทางการแจ้งเบาะแสและข้อร้องเรียน ไว้อย่างชัดเจน ดังนี้

บริษัทเปิดช่องทางการร้องเรียนที่น่าเชื่อถือและเป็นอิสระจากบุคคลภายนอกกรณีพบเบาะแสการไม่ปฏิบัติตามจรรยาบรรณ การกระทำผิดกฎหมาย หรือพฤติกรรมที่อาจส่อถึงการกระทำทุจริตหรือประพฤติมิชอบของบุคคลในองค์กร รวมถึงความบกพร่องของระบบควบคุมภายในทั้งจากพนักงานและบุคคลภายนอกอื่น ๆ

ในปัจจุบัน บริษัทได้กำหนดช่องทางการแจ้งเบาะแสผ่าน 3 ช่องทาง ดังนี้

  1. ผ่านเว็บไซต์ของบริษัทโดยตรงที่ https://www.ckpower.co.th/th/corporate-governance/declaration-of-anti-corruption/whistle-blowing-form
  2. ผ่านทาง E-mail ถึงกรรมการตรวจสอบ และคณะกรรมการบริษัทโดยตรงที่ directors@ckpower.co.th เลขานุการบริษัทที่ compliance@ckpower.co.th หรือหน่วยงานนักลงทุนสัมพันธ์ที่ ir@ckpower.co.th
  3. แจ้งทางจดหมายปิดผนึกโดยส่งถึง ประธานกรรมการตรวจสอบ บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) เลขที่ 587 อาคารวิริยะถาวร ถนนสุทธิสารวินิจฉัย แขวงรัชดาภิเษก เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร 10400

นอกจากนี้ บริษัทได้กำหนดแนวทางการคุ้มครองสำหรับผู้แจ้งเบาะแสหรือร้องเรียน ในแนวปฏิบัติด้านการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสีย เพื่อเป็นมาตรการคุ้มครองในการเก็บข้อมูลข้อร้องเรียนเป็นความลับ และการจำกัดกลุ่มผู้รับทราบข้อมูลและเปิดเผยเฉพาะผู้ที่เกี่ยวข้องเท่านั้น พร้อมเผยแพร่บนเว็บไซต์บริษัท เพื่อสร้างความมั่นใจและความรู้สึกปลอดภัยให้แก่ผู้ร้องเรียน ดังนี้

  1. ผู้แจ้งเบาะแสหรือข้อร้องเรียนสามารถเลือกเปิดเผยตัวหรือไม่ประสงค์ออกนาม หากการเปิดเผยนั้นจะทำให้เกิดความไม่ปลอดภัย หรือเกิดความเสียหายใดๆ
  2. บริษัทถือว่าข้อมูลเป็นความลับจะเปิดเผยเฉพาะกรณีที่จำเป็นแก่ผู้ที่มีหน้าที่รับผิดชอบ ในการแก้ไขปัญหาและบรรเทาความเสียหายโดยคำนึงถึงความปลอดภัยและความเสียหายของผู้แจ้งเบาะแสหรือ ข้อร้องเรียน หรือบุคคลที่เกี่ยวข้อง
  3. กรณีที่ผู้แจ้งเบาะแสหรือร้องเรียนเห็นว่าตนอาจได้รับความไม่ปลอดภัย หรืออาจเกิด ความเดือดร้อนเสียหาย ผู้แจ้งเบาะแสหรือข้อร้องเรียนสามารถร้องขอให้บริษัทกำหนดมาตรการคุ้มครองที่เหมาะสมได้
  4. ผู้ได้รับความเดือดร้อนเสียหายจะได้รับการบรรเทาความเสียหายด้วยกระบวนการที่เหมาะสมและเป็นธรรม
  5. บริษัทจะเข้าแก้ไขและบรรเทาความเสียหายที่เกิดขึ้น ภายใต้กลไกการบริหารงานและหลักเกณฑ์ทางกฎหมาย โดยในปี 2568 ที่ผ่านมาบริษัทไม่ได้รับแจ้งเรื่องร้องเรียนแต่อย่างใด
  6. เพื่อเป็นการแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของบริษัทต่อประเด็นการทุจริตคอร์รัปชัน ในปี 2568 บริษัทยังได้นำนโยบายแนวทางการงดรับและให้ของขวัญของบริษัทและบริษัทในเครือมาใช้อย่างต่อเนื่อง และแจ้งไปยังผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่มของบริษัทให้ได้รับทราบอย่างทั่วถึง รวมไปถึงผ่านทางเว็บไซต์และช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ของบริษัทอีกด้วย เพื่อตอกย้ำเจตนารมณ์ที่ชัดเจนในการบริหารจัดการภายในองค์กรด้วยแนวคิดความอดทนต่อการทุจริตเท่ากับศูนย์ในทุกกรณี

ช่องทางการรับเรื่องร้องเรียน
(Whistleblower Channel)
บริษัทจัดให้มีช่องทางการแจ้งเบาะแสหรือข้อร้องเรียนไปยังระดับผู้บริหารและคณะกรรมการบริษัท 3 ช่องทาง ดังนี้
  • เลขานุการบริษัท
    ผ่านเว็บไซด์ของบริษัทโดยตรงที่หน่วยงานนักลงทุนสัมพันธ์ http://www.ckpower.co.th/th/investor-relations/ir-home
  • ผ่านทาง Email
    ถึงกรรมการตรวจสอบและคณะกรรมการบริษัทโดยตรงที่ director@ckpower.co.th หรือหน่วยงานนักลงทุนสัมพันธ์ที่ ir@ckpower.co.th
  • แจ้งทางจดหมายเปิดผนึก
    โดยส่งถึง ประธานกรรมการตรวจสอบ บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) เลขที่ 587 อาคาร 1 ถนน รามคำแหง ถนนสุทธิสารวินิฉัย แขวงสุทธิสารวินิฉัย เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร 10400
การดำเนินการ
ผู้บริหารและ/หรือคณะกรรมการแต่งตั้งคณะทำงาน เพื่อรวบรวม รายละเอียด พิจารณาตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นและกำหนดวิธีการที่เหมาะสมในการจัดการในแต่ละเรื่อง
การรายงานผล
เลขานุการบริษัท ผู้บริหาร หรือกรรมการตรวจสอบรายงานต่อคณะกรรมการเพื่อทราบและรายงานผู้มีส่วนได้เสียต่อไป

บริษัทให้ความสำคัญกับการคุ้มครองข้อมูลข้อร้องเรียนและเบาะแสอย่างเข้มงวด โดยกำหนดให้นโยบายการเก็บรักษาข้อมูลดังกล่าวเป็นความลับ ตามแนวปฏิบัติด้านการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสีย ซึ่งได้เผยแพร่บนเว็บไซต์ CKPower เพื่อให้ทุกภาคส่วนสามารถเข้าถึงข้อมูลได้อย่างโปร่งใส

ข้อมูลร้องเรียนและเบาะแสจะถูกจำกัดให้เฉพาะผู้ที่เกี่ยวข้องเท่านั้นเป็นรับทราบ เพื่อสร้างความมั่นใจและความรู้สึกปลอดภัยให้แก่ผู้ร้องเรียน สนับสนุนวัฒนธรรมองค์กรที่โปร่งใส และยึดมั่นในหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีอย่างยั่งยืน

มาตรการป้องกันการละเมิดจรรยาบรรณธุรกิจ (GRI2-17)

บริษัทให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการป้องกันการละเมิดจรรยาบรรณธุรกิจ โดยดำเนินการสื่อสารและส่งเสริมความเข้าใจในจรรยาบรรณธุรกิจแก่พนักงาน ผู้บริหาร และกรรมการอย่างต่อเนื่องผ่านวารสารการกำกับดูแลกิจการที่ดี “Compliance Journal” ที่จัดส่งผ่าน Email และเผยแพร่ผ่านระบบ Intranet เพื่อให้บุคลากรทุกระดับสามารถเข้าถึงและศึกษาเนื้อหาได้สะดวกและทั่วถึง

นอกจากนี้ บริษัทได้จัดทำ แบบประเมินความรู้ความเข้าใจ เกี่ยวกับเนื้อหาใน Compliance Journal เพื่อให้มั่นใจว่าทุกคนในองค์กรรับทราบและเข้าใจเกี่ยวกับจรรยาบรรณธุรกิจอย่างถ่องแท้ ทั้งนี้ การวัดผลดังกล่าวช่วยลดโอกาสการเกิดการละเมิดจรรยาบรรณ รวมถึงเสริมสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่สอดคล้องกับมาตรฐานจริยธรรมในทุกระดับ

ในกรณีที่พบว่ามีการฝ่าฝืนจรรยาบรรณธุรกิจ บริษัทได้กำหนดบทลงโทษที่ชัดเจนเพื่อให้เกิดความยุติธรรมและเป็นตัวอย่างในการป้องปรามการกระทำที่ไม่เหมาะสม ทั้งนี้ มาตรการดังกล่าวสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของบริษัทในการส่งเสริมการดำเนินธุรกิจอย่างโปร่งใส ยุติธรรม และยั่งยืน ในระยะยาว

เป้าหมายระยะยาว เป้าหมายปี 2568 และผลการดำเนินงานปี 2568 (GRI2-16, 2-27, 3-3, 205-3, 206-1)

การกำกับดูแลกิจการที่ดี
การกำกับดูแลกิจการที่ดี
เป้าหมายระยะยาว
พนักงานและผู้บริหารรับรู้และเข้าใจจรรยาบรรณของธุรกิจ นโยบายต่อต้านคอร์รัปชันและค่านิยมองค์กรของบริษัท
100%
พนักงานและผู้บริหารรับรู้และเข้าใจหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี
100%
เป้าหมายปี 2568 ผลการดำเนินงานปี 2568
พนักงานและผู้บริหารรับรู้และเข้าใจจรรยาบรรณ
ของธุรกิจ นโยบายต่อต้านคอร์รัปชัน
และค่านิยมองค์กรของบริษัท
100%
100%
พนักงานและผู้บริหารรับรู้และเข้าใจหลักการ
กำกับดูแลกิจการที่ดี ปี 2568 มีการสื่อสาร
เรื่องการใช้ข้อมูลภายใน
100%
100%
การกำกับดูแลกิจการที่ดี
การกำกับดูแลกิจการที่ดี
เป้าหมายระยะยาว
จำนวนข้อร้องเรียนเรื่องทุจริต จากภายในองค์กรและภายนอกองค์กร
ไม่มี
เข้ารับการประเมินโครงการสำรวจการกำกับดูแลกิจการของบริษัทจดทะเบียนของสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย โดยได้รับคะแนนในระดับ
ดีเลิศ
เป้าหมายปี 2568 ผลการดำเนินงานปี 2568
จำนวนข้อร้องเรียนเรื่องทุจริต จากภายในองค์กรและภายนอกองค์กร
ไม่มี
ไม่มี
เข้ารับการประเมินโครงการสำรวจการกำกับดูแลกิจการของบริษัทจดทะเบียนของสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย โดยได้รับคะแนนในระดับ
ดีเลิศ
ดีเลิศ

โครงการที่โดดเด่นที่ได้ดำเนินการในปี 2568

บริษัทได้ดำเนินโครงการ วารสารการกำกับดูแลกิจการที่ดี (Compliance Journal) ตั้งแต่ปี 2566 และดำเนินการต่อเนื่องในปี 2568 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสื่อสารแนวทางการกำกับดูแลกิจการที่ดี จรรยาบรรณทางธุรกิจ กฎหมายที่เกี่ยวข้อง และประเด็นความเสี่ยงสำคัญที่อาจส่งผลต่อการดำเนินธุรกิจ เพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ และความตระหนักรู้ด้านธรรมาภิบาลแก่พนักงานและผู้บริหารทุกระดับ

วารสารดังกล่าวจัดทำในรูปแบบ รายไตรมาส โดยคัดเลือกหัวข้อที่สอดคล้องกับบริบทการดำเนินธุรกิจและประเด็นด้านธรรมาภิบาลทั้งในระดับประเทศและระดับสากล เนื้อหาถูกออกแบบให้กระชับ เข้าใจง่าย และสามารถนำไปปรับใช้ในการปฏิบัติงานจริง เพื่อส่งเสริมการปฏิบัติตามกฎหมาย ข้อกำหนด และจรรยาบรรณของบริษัทอย่างมีประสิทธิภาพ

เพื่อให้การสื่อสารเข้าถึงบุคลากรได้อย่างทั่วถึง บริษัทเผยแพร่วารสารผ่านหลากหลายช่องทาง อาทิ อีเมลภายในองค์กร CKPower Mobile Application และสื่อประชาสัมพันธ์ภายในสำนักงาน (Digital Signage) พร้อมทั้งสนับสนุนให้พนักงานมีส่วนร่วมในการเรียนรู้และแลกเปลี่ยนความคิดเห็น อันเป็นการส่งเสริมวัฒนธรรมองค์กรที่โปร่งใสและมีจริยธรรม

ผลการดำเนินงานในปี 2568

ในปี 2568 บริษัทได้จัดทำ Compliance Journal รวมทั้งสิ้น 4 ฉบับ ครอบคลุมหัวข้อสำคัญ ได้แก่

  • การป้องกันการทุจริตคอร์รัปชัน (จรรยาบรรณในการดำเนินธุรกิจ)
  • กฎหมายใกล้ฉัน: เรื่องง่าย ๆ ที่อาจกลายเป็นคดี
  • หลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี
  • การบริหารความเสี่ยงด้านการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล

โดยพนักงานและผู้บริหารในกลุ่มเป้าหมายมีอัตราการรับรู้และเข้าถึงเนื้อหา ร้อยละ 100 สะท้อนถึงประสิทธิผลของโครงการในการสร้างความเข้าใจด้านธรรมาภิบาลและการปฏิบัติตามหลักจริยธรรมในองค์กรอย่างต่อเนื่อง

วารสารการกำกับกำกับดูแลกิจการที่ดี

รายงานความยั่งยืน ปี 2568