การกำกับดูแลกิจการที่ดี
ผลกระทบต่อธุรกิจ (GRI3-3)
ความท้าทายและโอกาส (GRI3-3)
ท่ามกลางสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และความคาดหวังด้านความยั่งยืนและธรรมาภิบาลที่เพิ่มสูงขึ้น บริษัทเผชิญความท้าทายในการยกระดับการกำกับดูแลกิจการให้สอดคล้องกับหลักเกณฑ์และมาตรฐานที่มีความเข้มข้นมากขึ้น อาทิ การปรับปรุงหลักเกณฑ์ ASEAN CG Scorecard ให้สอดคล้องกับมาตรฐาน G20/OECD การจัดทำรายงานประจำปี (แบบ 56-1 One Report) และการเปิดเผยข้อมูลตามแนวทางของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซึ่งล้วนเพิ่มระดับความคาดหวังต่อความโปร่งใส ความครบถ้วน และความสามารถในการตรวจสอบได้ของข้อมูลด้านการกำกับดูแลกิจการ
ภายใต้บริบทดังกล่าว บริษัทมองเห็นโอกาสในการยกระดับประสิทธิภาพด้านการกำกับดูแลกิจการ ผ่านการศึกษา ทำความเข้าใจ และปรับปรุงกระบวนการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สอดคล้องกับหลักเกณฑ์และแนวปฏิบัติที่เปลี่ยนแปลงไป การดำเนินงานดังกล่าวช่วยเสริมสร้างความโปร่งใส ความน่าเชื่อถือ และความพร้อมในการตรวจสอบขององค์กร ตลอดจนสนับสนุนการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน และเสริมสร้างบทบาทของ CKPower ในฐานะองค์กรพลังงานหมุนเวียนที่มีมาตรฐานการกำกับดูแลกิจการในระดับสากล
ความมุ่งมั่น (GRI3-3)
บริษัทมุ่งมั่นดำเนินธุรกิจภายใต้หลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี โดยกำหนดนโยบายการกำกับดูแลกิจการ (Corporate Governance Policy) ที่ครอบคลุมจรรยาบรรณในการดำเนินธุรกิจ แนวปฏิบัติในการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน และแนวทางที่เกี่ยวข้อง เพื่อยกระดับมาตรฐานการดำเนินงานให้มีความโปร่งใส เป็นธรรม และสามารถตรวจสอบได้อย่างเป็นระบบ
บริษัทให้ความสำคัญกับการส่งเสริมความตระหนักรู้และการปฏิบัติตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีแก่บุคลากรทุกระดับ ตั้งแต่พนักงาน ผู้บริหาร ไปจนถึงคณะกรรมการ โดยเน้นการยึดมั่นในจรรยาบรรณทางธุรกิจและการปฏิบัติตามกฎหมายและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด ควบคู่กับการคำนึงถึงผลประโยชน์ของผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มอย่างเท่าเทียมตลอดห่วงโซ่อุปทาน
ด้วยความมุ่งมั่นในการยกระดับมาตรฐานการกำกับดูแลกิจการอย่างต่อเนื่อง บริษัทตั้งเป้าเสริมสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้มีส่วนได้เสีย และก้าวสู่การเป็นองค์กรต้นแบบด้านการกำกับดูแลกิจการที่ดีทั้งในระดับประเทศและระดับสากลอย่างยั่งยืน
แนวทางการบริหารจัดการ (GRI3-3)
การกำกับดูแลกิจการที่ดี
บริษัทให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจอย่างโปร่งใส และเป็นธรรม โดยได้กำหนดนโยบายและแนวปฏิบัติที่ชัดเจนเพื่อการกำกับดูแล และบังคับใช้กับบริษัทในเครือทุกบริษัท เช่น
นโยบายและแนวปฏิบัติเหล่านี้มุ่งเน้นให้เกิดการปฏิบัติตามบทบาทหน้าที่ของผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้องตลอดห่วงโซ่อุปทาน โดยยังนำมาใช้เป็นพื้นฐานในการกำหนดกลยุทธ์ เป้าหมาย และแผนการดำเนินงานของบริษัท เพื่อสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนและสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มในระยะยาว
โครงสร้างนโยบายการกำกับดูแลกิจการของบริษัท (GRI2-9, 2-10, 2-11, 2-12)
โครงสร้างนโยบายครอบคลุมประเด็นสำคัญทั้งสิ้น 5 หมวด
|
สิทธิของผู้ถือหุ้น (The Rights of Shareholders) |
|
|
การปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นอย่างเท่าเทียมกัน (The Equal Treatment for Shareholders) |
บริษัทปฏิบัติและคุ้มครองสิทธิผู้ถือหุ้นทุกรายอย่างเท่าเทียมและเป็นธรรม ทั้งผู้ถือหุ้นที่เป็นคนไทยหรือผู้ถือหุ้นต่างชาติ นักลงทุนสถาบัน ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือผู้ถือหุ้นรายย่อย นอกจากนี้ยังกำหนดแนวปฏิบัติเรื่องการรักษาความลับและการใช้ข้อมูลภายในให้ กรรมการ ผู้บริหาร พนักงานได้ยึดถือปฏิบัติเกี่ยวกับการไม่ใช้ข้อมูลภายในเพื่อแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ |
|
การคำนึงถึงบทบาทของผู้มีส่วนได้เสีย (The Role of Stakeholders) |
บริษัทกำหนดนโยบายและแนวทางการดำเนินงานที่คำนึงถึงผู้มีส่วนได้เสียทุกรายให้สามารถมีบทบาทและมีส่วนร่วมในการบริหารงานของบริษัท |
|
การเปิดเผยข้อมูลและความโปร่งใส (Disclosure and Transparency) |
บริษัทให้ความสำคัญต่อการเปิดเผยข้อมูลอย่างถูกต้อง ครบถ้วน โปร่งใส และทันเวลา โดยเฉพาะข้อมูลที่มีผลกระทบต่อกระบวนการตัดสินใจหรือมีนัยสำคัญต่อผลการดำเนินงาน |
|
ความรับผิดชอบของคณะกรรมการ (Responsibilities of the Board of Directors) |
คณะกรรมการบริษัทมีอำนาจและหน้าที่ และความรับผิดชอบที่มีการแบ่งแยกระหว่างกรรมการกับฝ่ายบริหารไว้อย่างชัดเจน และปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต รอบคอบ และระมัดระวังรักษาผลประโยชน์ของบริษัทภายใต้หลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีอย่างเคร่งครัด |
องค์ประกอบของคณะกรรมการ (GRI2-11)
ในปี 2568 คณะกรรมการบริษัทประกอบด้วยกรรมการที่ดำรงตำแหน่งรวม จํานวน 10 คน และมีกรรมการที่อยู่ระหว่างการสรรหาแทนตำแหน่งที่ว่างลง จำนวน 1 คน โดยโครงสร้างคณะกรรมการประกอบด้วย กรรมการที่มิใช่ผู้บริหาร 9 คน และ กรรมการผู้บริหาร 1 คน ทั้งนี้ บริษัทมี กรรมการอิสระจำนวน 4 คน ซึ่งมีคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์และนิยามกรรมการอิสระของบริษัท รวมถึงข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (สำนักงาน ก.ล.ต.)
คณะกรรมการบริษัททุกท่านเป็นผู้มีคุณสมบัติครบถ้วน ไม่มีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมายและกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง อีกทั้งมีความรู้ ความเชี่ยวชาญ ทักษะ และประสบการณ์ที่หลากหลาย สอดคล้องกับกลยุทธ์และทิศทางการดำเนินธุรกิจของบริษัท เพื่อสนับสนุนการกำกับดูแลกิจการที่มีประสิทธิภาพและการเติบโตอย่างยั่งยืนขององค์กร
ในปี 2568 บริษัทได้จัดประชุมคณะกรรมการบริษัทรวมทั้งสิ้น 8 ครั้ง เพื่อสื่อสารประเด็นการดําเนินงานที่สําคัญ โดยสามารถดูรายละเอียดประวัติคณะกรรมการ การเข้าร่วมประชุมและรายละเอียดประเด็นในการกํากับดูแลได้ที่ รายงานประจำปี 2568 (แบบ 56-1 one report)
การสรรหาและแต่งตั้งคณะกรรมการ
บริษัทกำหนดให้การสรรหากรรมการดำเนินงานภายใต้ความรับผิดชอบของคณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน ซึ่งทำหน้าที่พิจารณาคัดเลือกบุคคลที่มีความเหมาะสมและคุณสมบัติหลากหลาย อาทิ ทักษะด้านวิชาชีพ ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน โดยไม่จำกัดอายุ เพศ เชื้อชาติ ศาสนา อายุ ภูมิหลังทางวัฒนธรรม หรือความแตกต่างอื่น ๆ เนื่องจากบริษัทให้ความสำคัญกับการให้มีส่วนร่วม และการไม่เลือกปฏิบัติ ทั้งนี้การสรรหากรรมการจะพิจารณาความรู้ความชำนาญของกรรมการจากวุฒิการศึกษา ประวัติการฝึกอบรม รวมถึงประสบการณ์การปฏิบัติงาน และความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านตาม Board Skills Matrix เพื่อให้มั่นใจว่า คณะกรรมการบริษัท ประกอบด้วยบุคคลที่มีความรู้ความสามารถ และประสบการณ์ที่หลากหลายสอดคล้องกับกลยุทธ์องค์กรและมุ่งสนับสนุนการดำเนินธุรกิจให้สามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน
การสรรหาและแต่งตั้งกรรมการผู้จัดการ
คณะกรรมการบริษัท ได้มอบอำนาจให้คณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน เป็นผู้เสนอชื่อบุคคลที่จะเข้ารับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ ผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อเข้ารับการแต่งตั้งเป็นกรรมการผู้จัดการต้องเป็น ผู้มีคุณสมบัติเหมาะสม มีความรู้ทักษะ ประสบการณ์และคุณลักษณะที่จำเป็นต่อการขับเคลื่อนองค์กรไปสู่เป้าหมาย โดยไม่จำกัดหรือแบ่งแยกเพศและเชื้อชาติ ไม่มีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมาย และกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง
ค่าตอบแทนกรรมการและผู้บริหาร (GRI2-19, 2-20)
บริษัทมีหลักเกณฑ์ในการกำหนดค่าตอบแทนของคณะกรรมการบริษัทและคณะกรรมการชุดย่อยเพื่อนำเสนอต่อผู้ถือหุ้นพิจารณาอนุมัติ และมีนโยบายการกำหนดค่าตอบแทนผู้บริหารให้มีความเหมาะสมสอดคล้องกับภาระหน้าที่และความรับผิดชอบ

องค์ประกอบของคณะกรรมการ
(จำนวนกรรมการอิสระ/จำนวนกรรมการทั้งหมด)
(จำนวนกรรมการอิสระ/จำนวนกรรมการทั้งหมด)
(จำนวนกรรมการอิสระ/จำนวนกรรมการทั้งหมด)
โดยเฉลี่ยในการดำรงตำแหน่งของกรรมการบริษัท
ปี**
รายละเอียดข้อมูลสรุปความรู้ความความชำนาญการของกรรมการแสดงไว้ในรายงานประจำปี 2568
Link: https://ckp.listedcompany.com/misc/one-report/20250324-ckp-or2024-th.pdf
การประเมินผลการปฏบัติงานของกรรมการผู้จัดการและคณะผู้บริหาร (GRI2-18)
บริษัทมีการประเมินผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการบริษัทเป็นประจำทุุกปี เพื่อให้คณะกรรมการบริษัทได้ร่วมพิจารณาผลการปฏิบัติงาน ปัญหา และอุุปสรรคที่เกิดขึ้นในรอบปีที่ผ่านมา วมถึงใช้เป็นข้อมูลประกอบการพัฒนาประสิทธิภาพการกำกับดูแลกิจการของบริษัทอย่างต่อเนื่อง โดยกระบวนการประเมินผลดำเนินการให้สอดคล้องกับแนวทางการกำกับดูแลกิจการที่ดีของบริษัทจดทะเบียน
การประเมินผลการปฏิบัติงานแบ่งออกเป็น 3 รูปแบบ ได้แก่
- การประเมินผลคณะกรรมการทั้งคณะ
- การประเมินผลกรรมการรายบุคคล (การประเมินตนเองและการประเมินโดยกรรมการท่านอื่น)
- การประเมินผลคณะกรรมการชุดย่อย (รายคณะ)
ในปี 2568 ผลการประเมินผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการบริษัท คณะกรรมการชุดย่อย และกรรมการรายบุคคล มีคะแนนเต็ม 4 คะแนน ในแต่ละหัวข้อ โดยสรุปผลการประเมินเป็นดังนี้
| รูปแบบผลการประเมินการปฏิบัติงาน | คะแนนที่ได้ในปี 2567 | คะแนนที่ได้ในปี 2568 |
|---|---|---|
| แบบประเมินคณะกรรมการทั้งคณะ | 3.86 | 3.91 |
| แบบประเมินกรรมการรายบุคคล | 3.93 | 3.98 |
| แบบประเมินคณะกรรมการชุดย่อย (แบบรายคณะ) | 3.93 | 3.97 |
รายละเอียดการประเมินผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการบริษัทแสดงในรายงานประจำปี 2568
จรรยาบรรณธุรกิจ (Business Code of Conduct) (GRI2-15)
บริษัทดำเนินธุรกิจโดยยึดถือหลักจรรยาบรรณในการดำเนินธุรกิจ (Business Code of Conduct) ที่เน้นความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย โดยกำหนดให้พนักงานทุกระดับ รวมถึงผู้บริหารและกรรมการ ยึดมั่นและปฏิบัติหน้าที่ให้สอดคล้องกับนโยบายและแนวปฏิบัติในการกำกับดูแลกิจการที่ดีและจรรยาบรรณธุรกิจอย่างเคร่งครัด ทั้งนี้กรรมการและผู้บริหารมีบทบาทสำคัญในการสร้างบรรทัดฐานและส่งเสริมวัฒนธรรมองค์กรที่สนับสนุนการปฏิบัติตามจรรยาบรรณ
เพื่อสร้างความเข้าใจและความตระหนักรู้ บริษัทสื่อสารนโยบาย จรรยาบรรณและแนวปฏิบัติผ่านช่องทางที่เข้าถึงได้ง่าย เช่น เว็บไซต์ CKPower, CKPower Mobile Application และ Intranet ของบริษัท โดยจรรยาบรรณธุรกิจครอบคลุมหลากหลายประเด็นสำคัญ เช่น การป้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชน์ การต่อต้านทุจริตคอร์รัปชัน การต่อต้านการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม และแนวปฏิบัติอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับสังคม
บริษัทยังให้ความสำคัญกับการสร้างความเข้าใจผ่านการอบรมและกิจกรรมที่เกี่ยวข้องสำหรับทั้งพนักงานใหม่และพนักงานปัจจุบัน และกรรมการ เช่น การจัดทำวารสารการกำกับดูแลกิจการที่ดี (Compliance Journal) เพื่ออธิบายและย้ำเตือนจรรยาบรรณธุรกิจ นอกจากนี้ยังมีการวัดผลความเข้าใจผ่านคำถามในหัวข้อสำคัญ และสื่อสารข้อมูลสำคัญผ่านทางอีเมล เพื่อให้มั่นใจว่าทุกคนสามารถนำจรรยาบรรณธุรกิจไปปฏิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพและต่อเนื่อง
ในปี 2568 บริษัทได้กำหนดเป้าหมายส่งเสริมพนักงานเข้าร่วมอบรมหลักสูตร Code of Conduct ผ่าน CKPower Mobile Application โดยเฉพาะพนักงานใหม่ทุกคนจะต้องเข้าอบรมหลักสูตร Onboarding Training ซึ่งมีเนื้อหาครอบคลุมจรรยาบรรณในการดำเนินธุรกิจ นโยบายการกำกับดูแลกิจการ และหัวข้อที่เกี่ยวข้อง โดยพนักงานที่ผ่านการอบรมจะได้รับใบรับรอง (Certification) เพื่อแสดงความเข้าใจและความพร้อมในการปฏิบัติงาน
นอกจากนี้บริษัทได้จัดทำ วารสารการกำกับดูแลกิจการที่ดี (Compliance Journal) ในหัวข้อจรรยาบรรณในการดำเนินธุรกิจ เพื่อสื่อสารและย้ำเตือนข้อมูลสำคัญให้แก่พนักงานและผู้บริหารทุกคน โดยนำเสนอในรูปแบบคลิปวีดีโอสั้น ที่เผยแพร่ผ่านทาง Email จอประชาสัมพันธ์ในสำนักงาน และ CKPower Mobile Application เพื่อให้เนื้อหาของจรรยาบรรณในการดำเนินธุรกิจกระชับและเข้าถึงได้ง่าย ทั้งนี้ยังได้กำหนดให้มีการทดสอบความรู้ความเข้าใจด้านจรรยาบรรณธุรกิจสำหรับพนักงานและผู้บริหาร เพื่อประเมินการรับรู้และความเข้าใจ โดยมีอัตราการเข้าร่วมทดสอบและรับทราบข้อมูลของบุคลากรทั้งองค์กรจำนวน 100 % ตามเป้าหมายที่กำหนดไว้
การต่อต้านทุจริตและคอร์รัปชันของบริษัทและบริษัทในเครือ (GRI205-2)
บริษัทมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจอย่างโปร่งใสและยึดมั่นในจริยธรรม โดยได้กำหนดนโยบายและแนวปฏิบัติต่อต้านการทุจริตและคอร์รัปชัน เพื่อให้บุคลากรทุกระดับปฏิบัติตามหลักการ “ความอดทนต่อการทุจริตเท่ากับศูนย์ (Zero Tolerance)” อย่างเคร่งครัด บริษัทได้ประกาศแนวทางการงดรับและให้ของขวัญ พร้อมทั้งสื่อสารไปยังผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มเพื่อสร้างความเข้าใจที่ชัดเจน

การปลูกฝังจิตสำนึกและความตระหนักในจรรยาบรรณธุรกิจและการต่อต้านการทุจริตและคอร์รัปชันอย่างเป็นรูปธรรม ถูกดำเนินการผ่านช่องทางการสื่อสารที่หลากหลาย เช่น เว็บไซต์ CKPower Compliance Journal ที่นำเสนอเนื้อหาเกี่ยวกับ การรับสินบน ซึ่งเผยแพร่ผ่าน E-mail และ CKPower Mobile Application เพื่อให้ข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับความเสี่ยงด้านจากการทุจริต มาตรการควบคุมภายใน และบทลงโทษ นอกจากนี้ บริษัทยังสื่อสารข้อมูลดังกล่าวให้พนักงานในสำนักงาน และโรงไฟฟ้า อย่างทั่วถึง
ด้วยแนวทางดังกล่าว บริษัทตั้งเป้าให้บุคลากรนำความรู้ที่ได้รับไปปรับใช้ในการปฏิบัติงานอย่างมีจริยธรรม พร้อมส่งเสริมวัฒนธรรมองค์กรที่ปฏิเสธการทุจริตทุกประเภท และขยายความรู้เหล่านี้ไปยังพนักงานในองค์กรอย่างต่อเนื่อง เพื่อเสริมสร้างความโปร่งใส ความยั่งยืน และภาพลักษณ์องค์กรในฐานะผู้นำธุรกิจพลังงานหมุนเวียนที่มีมาตรฐานจริยธรรมในระดับสากล
แนวปฏิบัติในการต่อต้านการทุจริตและคอร์รัปชัน
บริษัทได้กำหนดแนวปฏิบัติที่ชัดเจนเพื่อป้องกันและต่อต้านการทุจริตและคอร์รัปชัน โดยครอบคลุมประเด็นสำคัญดังนี้

การจัดการและการประเมินความเสี่ยง
บริษัทได้จัดตั้งคณะทำงานด้านการบริหารความเสี่ยงทั้งในบริษัทและบริษัทในเครือ เพื่อทำหน้าที่ติดตาม ตรวจสอบ และประเมินความเสี่ยงในหลากหลายมิติ รวมถึงความเสี่ยงด้านทุจริตและคอร์รัปชัน โดยการประเมินความเสี่ยงด้านนี้จะดำเนินการผ่านการตรวจสอบในแต่ละโรงไฟฟ้าและศูนย์บริการร่วม (Shared Service Center) เป็นรายไตรมาส
การรายงานผลและการลดความเสี่ยง (GRI2-16, 2-25)
ผลการติดตาม ตรวจสอบ และประเมินความเสี่ยง รวมถึงมาตรการในการลดความเสี่ยง จะถูกรายงานต่อคณะกรรมการบรรษัทภิบาล บริหารความเสี่ยง และการพัฒนาอย่างยั่งยืน ทั้งในรูปแบบรายงานประจำปีและการรายงานตามรอบระยะเวลาที่เหมาะสม เพื่อให้มั่นใจว่าการบริหารจัดการความเสี่ยงดำเนินไปอย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพในทุกระดับขององค์กร
การบริหารจัดการข้อร้องเรียนและกรณีทุจริต (GRI2-26)
บริษัทได้จัดให้มีระบบการแจ้งเบาะแส และกลไกรับเรื่องร้องเรียนสําหรับบุคคลภายในและภายนอกองค์กร (Whistleblower Channel) เพื่อรองรับการแจ้งเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการไม่ปฏิบัติตามจรรยาบรรณ การกระทำผิดกฎหมาย พฤติกรรมที่อาจส่อถึงการทุจริต หรือประพฤติมิชอบของบุคลากรของบริษัทและบริษัทในเครือ รวมถึงความบกพร่องของระบบควบคุมภายใน ทั้งจากพนักงานและมีผู้ส่วนได้เสีย โดยบริษัทได้กำหนดแนวทางการแจ้งเบาะแสและข้อร้องเรียน ไว้อย่างชัดเจน ดังนี้
บริษัทเปิดช่องทางการร้องเรียนที่น่าเชื่อถือและเป็นอิสระจากบุคคลภายนอกกรณีพบเบาะแสการไม่ปฏิบัติตามจรรยาบรรณ การกระทำผิดกฎหมาย หรือพฤติกรรมที่อาจส่อถึงการกระทำทุจริตหรือประพฤติมิชอบของบุคคลในองค์กร รวมถึงความบกพร่องของระบบควบคุมภายในทั้งจากพนักงานและบุคคลภายนอกอื่น ๆ
ในปัจจุบัน บริษัทได้กำหนดช่องทางการแจ้งเบาะแสผ่าน 3 ช่องทาง ดังนี้
- ผ่านเว็บไซต์ของบริษัทโดยตรงที่ https://www.ckpower.co.th/th/corporate-governance/declaration-of-anti-corruption/whistle-blowing-form
- ผ่านทาง E-mail ถึงกรรมการตรวจสอบ และคณะกรรมการบริษัทโดยตรงที่ directors@ckpower.co.th เลขานุการบริษัทที่ compliance@ckpower.co.th หรือหน่วยงานนักลงทุนสัมพันธ์ที่ ir@ckpower.co.th
- แจ้งทางจดหมายปิดผนึกโดยส่งถึง ประธานกรรมการตรวจสอบ บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) เลขที่ 587 อาคารวิริยะถาวร ถนนสุทธิสารวินิจฉัย แขวงรัชดาภิเษก เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร 10400
นอกจากนี้ บริษัทได้กำหนดแนวทางการคุ้มครองสำหรับผู้แจ้งเบาะแสหรือร้องเรียน ในแนวปฏิบัติด้านการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสีย เพื่อเป็นมาตรการคุ้มครองในการเก็บข้อมูลข้อร้องเรียนเป็นความลับ และการจำกัดกลุ่มผู้รับทราบข้อมูลและเปิดเผยเฉพาะผู้ที่เกี่ยวข้องเท่านั้น พร้อมเผยแพร่บนเว็บไซต์บริษัท เพื่อสร้างความมั่นใจและความรู้สึกปลอดภัยให้แก่ผู้ร้องเรียน ดังนี้
- ผู้แจ้งเบาะแสหรือข้อร้องเรียนสามารถเลือกเปิดเผยตัวหรือไม่ประสงค์ออกนาม หากการเปิดเผยนั้นจะทำให้เกิดความไม่ปลอดภัย หรือเกิดความเสียหายใดๆ
- บริษัทถือว่าข้อมูลเป็นความลับจะเปิดเผยเฉพาะกรณีที่จำเป็นแก่ผู้ที่มีหน้าที่รับผิดชอบ ในการแก้ไขปัญหาและบรรเทาความเสียหายโดยคำนึงถึงความปลอดภัยและความเสียหายของผู้แจ้งเบาะแสหรือ ข้อร้องเรียน หรือบุคคลที่เกี่ยวข้อง
- กรณีที่ผู้แจ้งเบาะแสหรือร้องเรียนเห็นว่าตนอาจได้รับความไม่ปลอดภัย หรืออาจเกิด ความเดือดร้อนเสียหาย ผู้แจ้งเบาะแสหรือข้อร้องเรียนสามารถร้องขอให้บริษัทกำหนดมาตรการคุ้มครองที่เหมาะสมได้
- ผู้ได้รับความเดือดร้อนเสียหายจะได้รับการบรรเทาความเสียหายด้วยกระบวนการที่เหมาะสมและเป็นธรรม
- บริษัทจะเข้าแก้ไขและบรรเทาความเสียหายที่เกิดขึ้น ภายใต้กลไกการบริหารงานและหลักเกณฑ์ทางกฎหมาย โดยในปี 2568 ที่ผ่านมาบริษัทไม่ได้รับแจ้งเรื่องร้องเรียนแต่อย่างใด
- เพื่อเป็นการแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของบริษัทต่อประเด็นการทุจริตคอร์รัปชัน ในปี 2568 บริษัทยังได้นำนโยบายแนวทางการงดรับและให้ของขวัญของบริษัทและบริษัทในเครือมาใช้อย่างต่อเนื่อง และแจ้งไปยังผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่มของบริษัทให้ได้รับทราบอย่างทั่วถึง รวมไปถึงผ่านทางเว็บไซต์และช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ของบริษัทอีกด้วย เพื่อตอกย้ำเจตนารมณ์ที่ชัดเจนในการบริหารจัดการภายในองค์กรด้วยแนวคิดความอดทนต่อการทุจริตเท่ากับศูนย์ในทุกกรณี

(Whistleblower Channel)
-
เลขานุการบริษัทผ่านเว็บไซด์ของบริษัทโดยตรงที่หน่วยงานนักลงทุนสัมพันธ์ http://www.ckpower.co.th/th/investor-relations/ir-home
-
ผ่านทาง Emailถึงกรรมการตรวจสอบและคณะกรรมการบริษัทโดยตรงที่ director@ckpower.co.th หรือหน่วยงานนักลงทุนสัมพันธ์ที่ ir@ckpower.co.th
-
แจ้งทางจดหมายเปิดผนึกโดยส่งถึง ประธานกรรมการตรวจสอบ บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) เลขที่ 587 อาคาร 1 ถนน รามคำแหง ถนนสุทธิสารวินิฉัย แขวงสุทธิสารวินิฉัย เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร 10400
บริษัทให้ความสำคัญกับการคุ้มครองข้อมูลข้อร้องเรียนและเบาะแสอย่างเข้มงวด โดยกำหนดให้นโยบายการเก็บรักษาข้อมูลดังกล่าวเป็นความลับ ตามแนวปฏิบัติด้านการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสีย ซึ่งได้เผยแพร่บนเว็บไซต์ CKPower เพื่อให้ทุกภาคส่วนสามารถเข้าถึงข้อมูลได้อย่างโปร่งใส
ข้อมูลร้องเรียนและเบาะแสจะถูกจำกัดให้เฉพาะผู้ที่เกี่ยวข้องเท่านั้นเป็นรับทราบ เพื่อสร้างความมั่นใจและความรู้สึกปลอดภัยให้แก่ผู้ร้องเรียน สนับสนุนวัฒนธรรมองค์กรที่โปร่งใส และยึดมั่นในหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีอย่างยั่งยืน

มาตรการป้องกันการละเมิดจรรยาบรรณธุรกิจ (GRI2-17)
บริษัทให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการป้องกันการละเมิดจรรยาบรรณธุรกิจ โดยดำเนินการสื่อสารและส่งเสริมความเข้าใจในจรรยาบรรณธุรกิจแก่พนักงาน ผู้บริหาร และกรรมการอย่างต่อเนื่องผ่านวารสารการกำกับดูแลกิจการที่ดี “Compliance Journal” ที่จัดส่งผ่าน Email และเผยแพร่ผ่านระบบ Intranet เพื่อให้บุคลากรทุกระดับสามารถเข้าถึงและศึกษาเนื้อหาได้สะดวกและทั่วถึง
นอกจากนี้ บริษัทได้จัดทำ แบบประเมินความรู้ความเข้าใจ เกี่ยวกับเนื้อหาใน Compliance Journal เพื่อให้มั่นใจว่าทุกคนในองค์กรรับทราบและเข้าใจเกี่ยวกับจรรยาบรรณธุรกิจอย่างถ่องแท้ ทั้งนี้ การวัดผลดังกล่าวช่วยลดโอกาสการเกิดการละเมิดจรรยาบรรณ รวมถึงเสริมสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่สอดคล้องกับมาตรฐานจริยธรรมในทุกระดับ
ในกรณีที่พบว่ามีการฝ่าฝืนจรรยาบรรณธุรกิจ บริษัทได้กำหนดบทลงโทษที่ชัดเจนเพื่อให้เกิดความยุติธรรมและเป็นตัวอย่างในการป้องปรามการกระทำที่ไม่เหมาะสม ทั้งนี้ มาตรการดังกล่าวสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของบริษัทในการส่งเสริมการดำเนินธุรกิจอย่างโปร่งใส ยุติธรรม และยั่งยืน ในระยะยาว
เป้าหมายระยะยาว เป้าหมายปี 2568 และผลการดำเนินงานปี 2568 (GRI2-16, 2-27, 3-3, 205-3, 206-1)
| การกำกับดูแลกิจการที่ดี | |||
|---|---|---|---|
การกำกับดูแลกิจการที่ดี |
|||
| เป้าหมายระยะยาว | |||
| พนักงานและผู้บริหารรับรู้และเข้าใจจรรยาบรรณของธุรกิจ นโยบายต่อต้านคอร์รัปชันและค่านิยมองค์กรของบริษัท |
100% |
||
| พนักงานและผู้บริหารรับรู้และเข้าใจหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี |
100% |
||
| เป้าหมายปี 2568 | ผลการดำเนินงานปี 2568 | ||
| พนักงานและผู้บริหารรับรู้และเข้าใจจรรยาบรรณ ของธุรกิจ นโยบายต่อต้านคอร์รัปชัน และค่านิยมองค์กรของบริษัท |
100% |
100% |
|
| พนักงานและผู้บริหารรับรู้และเข้าใจหลักการ กำกับดูแลกิจการที่ดี ปี 2568 มีการสื่อสาร เรื่องการใช้ข้อมูลภายใน |
100% |
100% |
|
| SDGs | |||
| การกำกับดูแลกิจการที่ดี | |||
|---|---|---|---|
การกำกับดูแลกิจการที่ดี |
|||
| เป้าหมายระยะยาว | |||
| จำนวนข้อร้องเรียนเรื่องทุจริต จากภายในองค์กรและภายนอกองค์กร |
ไม่มี |
||
| เข้ารับการประเมินโครงการสำรวจการกำกับดูแลกิจการของบริษัทจดทะเบียนของสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย โดยได้รับคะแนนในระดับ |
ดีเลิศ |
||
| เป้าหมายปี 2568 | ผลการดำเนินงานปี 2568 | ||
| จำนวนข้อร้องเรียนเรื่องทุจริต จากภายในองค์กรและภายนอกองค์กร |
ไม่มี |
ไม่มี |
|
| เข้ารับการประเมินโครงการสำรวจการกำกับดูแลกิจการของบริษัทจดทะเบียนของสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย โดยได้รับคะแนนในระดับ |
ดีเลิศ |
ดีเลิศ |
|
โครงการที่โดดเด่นที่ได้ดำเนินการในปี 2568
การจัดทำวารสารการกำกับดูแลกิจการที่ดี (Compliance Journal)

บริษัทได้ดำเนินโครงการ วารสารการกำกับดูแลกิจการที่ดี (Compliance Journal) ตั้งแต่ปี 2566 และดำเนินการต่อเนื่องในปี 2568 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสื่อสารแนวทางการกำกับดูแลกิจการที่ดี จรรยาบรรณทางธุรกิจ กฎหมายที่เกี่ยวข้อง และประเด็นความเสี่ยงสำคัญที่อาจส่งผลต่อการดำเนินธุรกิจ เพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ และความตระหนักรู้ด้านธรรมาภิบาลแก่พนักงานและผู้บริหารทุกระดับ
วารสารดังกล่าวจัดทำในรูปแบบ รายไตรมาส โดยคัดเลือกหัวข้อที่สอดคล้องกับบริบทการดำเนินธุรกิจและประเด็นด้านธรรมาภิบาลทั้งในระดับประเทศและระดับสากล เนื้อหาถูกออกแบบให้กระชับ เข้าใจง่าย และสามารถนำไปปรับใช้ในการปฏิบัติงานจริง เพื่อส่งเสริมการปฏิบัติตามกฎหมาย ข้อกำหนด และจรรยาบรรณของบริษัทอย่างมีประสิทธิภาพ
เพื่อให้การสื่อสารเข้าถึงบุคลากรได้อย่างทั่วถึง บริษัทเผยแพร่วารสารผ่านหลากหลายช่องทาง อาทิ อีเมลภายในองค์กร CKPower Mobile Application และสื่อประชาสัมพันธ์ภายในสำนักงาน (Digital Signage) พร้อมทั้งสนับสนุนให้พนักงานมีส่วนร่วมในการเรียนรู้และแลกเปลี่ยนความคิดเห็น อันเป็นการส่งเสริมวัฒนธรรมองค์กรที่โปร่งใสและมีจริยธรรม
ผลการดำเนินงานในปี 2568
ในปี 2568 บริษัทได้จัดทำ Compliance Journal รวมทั้งสิ้น 4 ฉบับ ครอบคลุมหัวข้อสำคัญ ได้แก่
- การป้องกันการทุจริตคอร์รัปชัน (จรรยาบรรณในการดำเนินธุรกิจ)
- กฎหมายใกล้ฉัน: เรื่องง่าย ๆ ที่อาจกลายเป็นคดี
- หลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี
- การบริหารความเสี่ยงด้านการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล
โดยพนักงานและผู้บริหารในกลุ่มเป้าหมายมีอัตราการรับรู้และเข้าถึงเนื้อหา ร้อยละ 100 สะท้อนถึงประสิทธิผลของโครงการในการสร้างความเข้าใจด้านธรรมาภิบาลและการปฏิบัติตามหลักจริยธรรมในองค์กรอย่างต่อเนื่อง
วารสารการกำกับกำกับดูแลกิจการที่ดี

รายงานความยั่งยืน ปี 2568