การกำกับดูแลกิจการที่ดี
ผลกระทบต่อธุรกิจ
ความท้าทายและโอกาส
ในสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและความต้องการด้านความยั่งยืนที่เพิ่มสูงขึ้น บริษัทมองเห็นทั้งความท้าทายและโอกาสในการพัฒนาองค์กรในปี 2567 มีการปรับปรุงหลักเกณฑ์ ASEAN CG Scorecard ให้สอดคล้องกับมาตรฐาน G20/OECD รวมถึงมีการจัดทำ คู่มือเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน สำหรับใช้ในการจัดทำ รายงานประจำปี 2567 (แบบ 56-1 One Report) บริษัทมุ่งมั่นศึกษารายละเอียดและปรับปรุงกระบวนการดำเนินงานให้สอดคล้องกับหลักเกณฑ์ใหม่ เพื่อยกระดับประสิทธิภาพด้านการกำกับดูแลกิจการ พร้อมทั้งสร้างความยั่งยืนในทุกมิติของการดำเนินธุรกิจ บริษัทให้ความสำคัญกับหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี จรรยาบรรณทางธุรกิจ ความโปร่งใส และการตรวจสอบได้ โดยยึดมั่นในแนวปฏิบัติที่ให้ความเท่าเทียมแก่ผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มนอกจากนี้ บริษัทยังแสดงเจตนารมณ์อย่างชัดเจนในการต่อต้านการทุจริต และส่งเสริมวัฒนธรรมองค์กรที่สอดคล้องกับมาตรฐานสากล ด้วยความมุ่งมั่นดังกล่าว บริษัทตั้งเป้าสร้างความเชื่อมั่น ความโปร่งใส และเสริมสร้างภาพลักษณ์องค์กรในฐานะ ผู้นำด้านพลังงานหมุนเวียนในระดับภูมิภาค
ความมุ่งมั่น
บริษัทมีความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจภายใต้หลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีโดยได้กำหนดนโยบายการกำกับดูแลกิจการ (Corporate Governance Policy) ซึ่งครอบคลุมถึง จรรยาบรรณในการดำเนินธุรกิจ แนวปฏิบัติต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน และแนวทางอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างมาตรฐานการปฏิบัติงานที่ชัดเจน โปร่งใส เป็นธรรม และตรวจสอบได้ นอกจากนี้ บริษัทได้ส่งเสริม ความตระหนักรู้ในหลักการกำกับดูแลกิจการ ให้แก่บุคลากรทุกระดับ ตั้งแต่พนักงาน ผู้บริหาร ไปจนถึงคณะกรรมการ โดยเน้นการปฏิบัติตามจรรยาบรรณธุรกิจและกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด บริษัทให้ความสำคัญกับ ผลประโยชน์ของผู้มีส่วนได้เสียในทุกกลุ่ม ตลอดห่วงโซ่อุปทานอย่างเท่าเทียม พร้อมยกระดับมาตรฐานการกำกับดูแลกิจการขององค์กร เพื่อก้าวสู่การเป็นแบบอย่างขององค์กรที่ดีทั้งในระดับประเทศและระดับสากล
แนวทางการบริหารจัดการ
การกำกับดูแลกิจการที่ดี
บริษัทให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจอย่างโปร่งใส และเป็นธรรม โดยได้กำหนดนโยบายและแนวปฏิบัติที่ชัดเจนเพื่อการกำกับดูแล และบังคับใช้กับบริษัทในเครือทุกบริษัท เช่น
- นโยบายการเปิดเผยข้อมูล
- นโยบายบริหารความเสี่ยง
- แนวปฏิบัติต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน
- จรรยาบรรณในการดำเนินธุรกิจ (Business Code of Conduct)
นโยบายและแนวปฏิบัติเหล่านี้มุ่งเน้นให้เกิดการปฏิบัติตามบทบาทหน้าที่ของผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้องตลอดห่วงโซ่อุปทาน โดยยังนำมาใช้เป็นพื้นฐานในการกำหนดกลยุทธ์ เป้าหมาย และแผนการดำเนินงานของบริษัท เพื่อสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนและสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มในระยะยาว
โครงสร้างนโยบายการกำกับดูแลกิจการของบริษัท
โครงสร้างนโยบายครอบคลุมประเด็นสำคัญทั้งสิ้น 5 หมวด
|
สิทธิของผู้ถือหุ้น (The Rights of Shareholders) |
|
|
การปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นอย่างเท่าเทียมกัน (The Equal Treatment for Shareholders) |
บริษัทปฏิบัติและคุ้มครองสิทธิผู้ถือหุ้นทุกรายอย่างเท่าเทียมและเป็นธรรม ทั้งผู้ถือหุ้นที่เป็นคนไทยหรือผู้ถือหุ้นต่างชาติ นักลงทุนสถาบัน ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือผู้ถือหุ้นรายย่อย นอกจากนี้ยังกำหนดแนวปฏิบัติเรื่องการรักษาความลับและการใช้ข้อมูลภายในให้ กรรมการ ผู้บริหาร พนักงานได้ยึดถือปฏิบัติเกี่ยวกับการไม่ใช้ข้อมูลภายในเพื่อแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ |
|
การคำนึงถึงบทบาทของผู้มีส่วนได้เสีย (The Role of Stakeholders) |
บริษัทกำหนดนโยบายและแนวทางการดำเนินงานที่คำนึงถึงผู้มีส่วนได้เสียทุกรายให้สามารถมีบทบาทและมีส่วนร่วมในการบริหารงานของบริษัท |
|
การเปิดเผยข้อมูลและความโปร่งใส (Disclosure and Transparency) |
บริษัทให้ความสำคัญต่อการเปิดเผยข้อมูลอย่างถูกต้อง ครบถ้วน โปร่งใส และทันเวลา โดยเฉพาะข้อมูลที่มีผลกระทบต่อกระบวนการตัดสินใจหรือมีนัยสำคัญต่อผลการดำเนินงาน |
|
ความรับผิดชอบของคณะกรรมการ (Responsibilities of the Board of Directors) |
คณะกรรมการบริษัทมีอำนาจและหน้าที่ และความรับผิดชอบที่มีการแบ่งแยกระหว่างกรรมการกับฝ่ายบริหารไว้อย่างชัดเจน และปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต รอบคอบ และระมัดระวังรักษาผลประโยชน์ของบริษัทภายใต้หลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีอย่างเคร่งครัด |
องค์ประกอบของคณะกรรมการ
ในปี 2567 คณะกรรมการบริษัท ประกอบด้วยกรรมการที่ดำรงตำแหน่งรวม จํานวน 11 คน และมีกรรมการที่อยู่ระหว่างการสรรหาแทนตำแหน่งที่ว่างลง จำนวน 1 คน โดยมี กรรมการที่มิใช่ผู้บริหารจํานวน 10 คน กรรมการที่เป็นผู้บริหาร 1 คน และ กรรมการอิสระตามข้อกําหนดคุณสมบัติกรรมการอิสระ และนิยามกรรมการ อิสระของบริษัท ประกาศของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย "ตลาดหลักทรัพย์" สํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ "สํานักงาน ก.ล.ต." ว่าด้วยคุณสมบัติของกรรมการอิสระจํานวน 4 คน ซึ่งกรรมการ ทุกท่านเป็นผู้ที่มีคุณสมบัติครบถ้วน และไม่มีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมายและกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง อีกทั้งยังมีความรู้ความเชี่ยวชาญ ทักษะ และ ประสบการณ์ที่หลากหลาย สอดคล้องกับกลยุทธ์ในการดาเนินธุรกิจของ บริษัท โดยในปี 2567 บริษัทได้จัดประชุมคณะกรรมการบริษัทรวมทั้งสิ้น 7 ครั้ง เพื่อสื่อสารประเด็นการดําเนินงานที่สําคัญ โดยสามารถดูรายละเอียดประวัติคณะกรรมการ การเข้าร่วมประชุมและรายละเอียดประเด็นในการกํากับดูแลได้ที่ รายงาน 56-1 one report ประจําปี 2567
การสรรหาและแต่งตั้งคณะกรรมการ
บริษัทกำหนดให้การสรรหากรรมการดำเนินงานภายใต้ความรับผิดชอบของคณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน ซึ่งทำหน้าที่พิจารณาคัดเลือกบุคคลที่มีความเหมาะสมและคุณสมบัติหลากหลาย อาทิ ทักษะด้านวิชาชีพ ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน โดยไม่จำกัดอายุ เพศ เชื้อชาติ ศาสนา อายุ ภูมิหลังทางวัฒนธรรม หรือความแตกต่างอื่น ๆ เนื่องจากบริษัทให้ความสำคัญกับการให้มีส่วนร่วม และการไม่เลือกปฏิบัติ ทั้งนี้การ สรรหากรรมการจะพิจารณาความรู้ความชำนาญของกรรมการจากวุฒิการศึกษา ประวัติการฝึกอบรม รวมถึงประสบการณ์การปฏิบัติงาน และความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านตาม Board Skills Matrix เพื่อให้มั่นใจว่า คณะกรรมการบริษัท ประกอบด้วยบุคคลที่มีความรู้ความสามารถ และประสบการณ์ที่หลากหลายสอดคล้องกับกลยุทธ์องค์กรและมุ่งสนับสนุนการดำเนินธุรกิจให้สามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน
การสรรหาและแต่งตั้งกรรมการผู้จัดการ
คณะกรรมการบริษัท ได้มอบอำนาจให้คณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน เป็นผู้เสนอชื่อบุคคลที่จะเข้ารับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ ผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อเข้ารับการแต่งตั้งเป็นกรรมการผู้จัดการต้องเป็น ผู้มีคุณสมบัติเหมาะสม มีความรู้ทักษะ ประสบการณ์และคุณลักษณะที่จำเป็นต่อการขับเคลื่อนองค์กรไปสู่เป้าหมาย โดยไม่จำกัดหรือแบ่งแยกเพศและเชื้อชาติ ไม่มีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมาย และกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง
ค่าตอบแทนกรรมการและผู้บริหาร
บริษัทมีหลักเกณฑ์ในการกำหนดค่าตอบแทนของคณะกรรมการบริษัทและคณะกรรมการชุดย่อยเพื่อนำเสนอต่อผู้ถือหุ้นพิจารณาอนุมัติ และมีนโยบายการกำหนดค่าตอบแทนผู้บริหารให้มีความเหมาะสมสอดคล้องกับภาระหน้าที่และความรับผิดชอบ

องค์ประกอบของคณะกรรมการ
(จำนวนกรรมการอิสระ/จำนวนกรรมการทั้งหมด)
(จำนวนกรรมการอิสระ/จำนวนกรรมการทั้งหมด)
(จำนวนกรรมการอิสระ/จำนวนกรรมการทั้งหมด)
ปี
รายละเอียดข้อมูลสรุปความรู้ความความชำนาญการของกรรมการแสดงไว้ในรายงานประจำปี 2567
Link: https://ckp.listedcompany.com/misc/one-report/20250324-ckp-or2024-th.pdf
การประเมินผลการปฎิบัติงานของกรรมการบริษัท
บริษัทประเมินการปฏิบัติงานของกรรมการผู้จัดการและคณะผู้บริหารเป็นประจำทุกปี โดยใช้ดัชนีชี้วัดประสิทธิภาพการปฏิบัติงานในการประเมินผล ประกอบไปด้วยผลการปฏิบัติงานจากการสร้างการเติบโต โดยให้ผลตอบแทนที่เหมาะสม และสร้างความยั่งยืนให้กับทุกส่วนของธุรกิจ โดยกำหนดให้มี ผลการปฏิบัติงานที่สอดคล้องกับค่านิยมของบริษัทซึ่งประเมินจาก โดยค่านิยมหลักทั้ง 5 ประการ (CAWTA)
- COACHING AND LEARNING สอนกันเหมือนพี่น้อง
- ACCOUNTABILITY ทำให้ดีที่สุดและรับผิดชอบในสิ่งที่ตามมา
- WORK ETHICS ถูกต้องมาก่อนถูกใจ
- TEAMWORK รวมพลัง 1+1 ต้องได้มากกว่า 2
- ADAPTABILITY เปลี่ยนแปลงไม่หยุดนิ่ง
| KEY PERFORMANCE | กรรมการผู้จัดการ | รองกรรมการผู้จัดการ และผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ | ผู้จัดการ | |
|---|---|---|---|---|
| การเติบโตทางธุรกิจ (Growth) | ประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานเพื่อเพิ่มโอกาสในการเติบโตทางธุรกิจ | |||
| การสร้างผลตอบแทน (Profitability) | ประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานเพื่อเพิ่มอัตราการผลิตในระดับที่สูง | |||
| ความยั่งยืน (Sustainability) | ขับเคลื่อนความยั่งยืนในทุกมิติของการปฏิบัติงาน โดยสอดคล้องกับมาตรฐานในระดับสากล และสร้างคุณค่าให้กับชุมชนและสังคม | |||
บริษัทประเมินผลการปฏิบัติงานของกรรมการผู้จัดการ (Managing Director: MD) พนักงานในระดับผู้จัดการ (Management) และพนักงานทั่วไป (Staff) เป็นประจำทุกปี โดยใช้ดัชนีชี้วัดประสิทธิภาพการปฏิบัติงานในการประเมินผล ประกอบไปด้วยผลการปฏิบัติงานจากการสร้างการเติบโต โดยให้ผลตอบแทนที่เหมาะสม และ สร้างความยั่งยืนให้กับทุกส่วนของธุรกิจ โดยกำหนดให้มีผลการปฏิบัติงานที่สอดคล้องกับค่านิยมของบริษัทฯ ซึ่งประเมินจาก โดยค่านิยมหลักทั้ง 5 ประการ (CAWTA)
- ตัวชี้วัดด้านผลตอบแทนทางการเงิน ได้แก่ รายได้, กำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย (EBITDA), กำไรสุทธิ และมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ (EVA)
- ตัวชี้วัดด้านประสิทธิภาพทางการเงินที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ความสามารถในการระดมทุนจากตลาดตราสารหนี้และสถาบันการเงิน, โครงสร้างเงินทุนที่เหมาะสมสำหรับการลงทุนในโครงการใหม่ และประสิทธิภาพและความพร้อมในการผลิตไฟฟ้า
- ตัวชี้วัดด้านความยั่งยืน ตามกรอบการพัฒนาความยั่งยืนของ C-K-P
- ตัวชี้วัดด้านสิ่งแวดล้อม (C – Clean Electricity)
ครอบคลุมการจัดการพลังงาน การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และการเพิ่มการใช้พลังงานหมุนเวียนภายในองค์กร เพื่อมุ่งสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2050 - ตัวชี้วัดด้านสังคม (K – Kind Neighbor)
ครอบคลุมอาชีวอนามัยความปลอดภัยในกระบวนการผลิต การจัดการข้อร้องเรียนด้านสิทธิมนุษยชน การสำรวจความพึงพอใจของชุมชน และการบรรลุเป้าหมาย “ไม่มีข้อร้องเรียนที่ไม่ได้รับการจัดการ” - ตัวชี้วัดด้านธรรมาภิบาลและเศรษฐกิจ (P – Partnership for Life)
ครอบคลุมการดำเนินงานโดยมี “ช่องทางรับเรื่องร้องเรียนด้านการทุจริต” และการขยายธุรกิจใหม่ในประเทศอาเซียน
- ตัวชี้วัดด้านสิ่งแวดล้อม (C – Clean Electricity)
ความสำเร็จของตัวชี้วัดผลปฏิบัติงานเหล่านี้ สะท้อนถึงค่าตอบแทนสำหรับกรรมการผู้จัดการและคณะผู้บริหาร ซึ่งบริษัทมีความโปร่งใสและกระบวนการที่เหมาะสมในการพิจารณาค่าตอบแทน โดยค่าตอบแทนประกอบด้วย เงินเดือน โบนัส และสิทธิประโยชน์อื่น ๆ
ทั้งนี้ บริษัทตระหนักถึงความสำคัญของการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสีย โดยเชื่อว่าความคิดเห็นและข้อเสนอแนะของผู้มีส่วนได้เสียจะส่งผลต่อการบรรลุเป้าหมายขององค์กร จึงมีกระบวนการดำเนินงานปรึกษาหารือระหว่างผู้มีส่วนได้เสีย เพื่อการบรรลุเป้าหมายเป็นองค์กรที่พัฒนาและเติบโตอย่างยั่งยืน
หลักเกณฑ์การจ่ายค่าตอบแทนผู้บริหารของบริษัท
บริษัทมีการประเมินผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการบริษัทเป็นประจำทุกปี เพื่อให้คณะกรรมการบริษัท ได้ร่วมพิจารณาผลการปฏิบัติงาน ปัญหา และอุุปสรรคต่าง ๆ ในรอบปีที่ผ่านมา โดยมีรูปแบบการประเมินทั้งหมด 3 แบบ ประกอบด้วย แบบประเมินคณะกรรมการทั้งคณะ แบบประเมินกรรมการรายบุุคคล (ประเมินตนเองและกรรมการท่านอื่น) และแบบประเมินคณะกรรมการชุดย่อย (แบบรายคณะ) สอดคล้องกับตามแนวทางการกำกับดูแลกิจการที่ดีของบริษัทจดทะเบียน ทั้งนี้สำนักกรรมการผู้จัดการได้จัดส่งแบบประเมินให้กรรมการแต่ละท่านประเมินผล โดยในปี 2567 ผลการประเมินการปฏิบัติงานของคณะกรรมการบริษัท คณะกรรมการชุดย่อย และการประเมินรายบุคคล มีคะแนน เต็มในแต่ละหัวข้อ 4 คะแนน โดยสรุปผลการประเมินดังนี้
| รูปแบบผลการประเมินการปฏิบัติงาน | คะแนนที่ได้ในปี 2567 |
|---|---|
| แบบประเมินคณะกรรมการทั้งคณะ | 3.86 |
| แบบประเมินกรรมการรายบุคคล | 3.93 |
| แบบประเมินคณะกรรมการชุดย่อย (แบบรายคณะ) | 3.93 |
รายละเอียดการประเมินผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการบริษัทแสดงในรายงานประจำปี 2567
จรรยาบรรณธุรกิจ (Business Code of Conduct)
บริษัทดำเนินธุรกิจโดยยึดถือหลักจรรยาบรรณในการดำเนินธุรกิจ (Business Code of Conduct) ที่เน้นความความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย โดยกำหนดให้พนักงานทุกระดับ รวมถึงผู้บริหารและกรรมการ ยึดมั่นและปฏิบัติหน้าที่ให้สอดคล้องกับนโยบายและแนวปฏิบัติในการกำกับดูแลกิจการที่ดีและจรรยาบรรณธุรกิจอย่างเคร่งครัด ทั้งนี้กรรมการและผู้บริหารมีบทบาทสำคัญในการสร้างบรรทัดฐานและส่งเสริมวัฒนธรรมองค์กรที่สนับสนุนการปฏิบัติตามจรรยาบรรณ
เพื่อสร้างความเข้าใจและความตระหนักรู้ บริษัทสื่อสารนโยบาย จรรยาบรรณและแนวปฏิบัติผ่านช่องทางที่เข้าถึงได้ง่าย เช่น เว็บไซต์ CKPower, CKPower Mobile Application และ Intranet ของบริษัท โดยจรรยาบรรณธุรกิจครอบคลุมหลากหลายประเด็นสำคัญ เช่น การป้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชน์ การต่อต้านทุจริตคอร์รัปชัน การต่อต้านการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม และแนวปฏิบัติอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับสังคม
บริษัทยังให้ความสำคัญกับการสร้างความเข้าใจผ่านการอบรมและกิจกรรมที่เกี่ยวข้องสำหรับทั้งพนักงานใหม่และพนักงานปัจจุบัน และกรรมการ เช่น การจัดทำวารสารการกำกับกำกับดูแลกิจการที่ดี (Compliance Journal) เพื่ออธิบายและย้ำเตือนจรรยาบรรณธุรกิจ นอกจากนี้ยังมีการวัดผลความเข้าใจผ่านคำถามในหัวข้อสำคัญ และสื่อสารข้อมูลสำคัญผ่านทางอีเมล เพื่อให้มั่นใจว่าทุกคนสามารถนำจรรยาบรรณธุรกิจไปปฏิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพและต่อเนื่อง
ในปี 2567 บริษัทได้กำหนดเป้าหมายส่งเสริมพนักงานเข้าร่วมอบรมหลักสูตร Code of Conduct ผ่าน CKPower Mobile Application โดยเฉพาะพนักงานใหม่ทุกคนจะต้องเข้าอบรมหลักสูตร Onboarding Training ซึ่งมีเนื้อหาครอบคลุมจรรยาบรรณในการดำเนินธุรกิจ นโยบายการกำกับดูแลกิจการ และหัวข้อที่เกี่ยวข้อง โดยพนักงานที่ผ่านการอบรมจะได้รับใบรับรอง (Certification) เพื่อแสดงความเข้าใจและความพร้อมในการปฏิบัติงาน
นอกจากนี้บริษัทได้จัดทำ Compliance journal ในหัวข้อจรรยาบรรณในการดำเนินธุรกิจ เพื่อสื่อสารและย้ำเตือนข้อมูลสำคัญให้แก่พนักงานและผู้บริหารทุกคน โดยนำเสนอในรูปแบบคลิปวีดีโอสั้น ที่เผยแพร่ผ่านทาง Email จอประชาสัมพันธ์ในสำนักงาน และ CKPower Mobile Application เพื่อให้เนื้อหาของจรรยาบรรณในการดำเนินธุรกิจกระชับและเข้าถึงได้ง่าย ทั้งนี้ยังได้กำหนดให้มีการทดสอบความรู้ความเข้าใจด้านจรรยาบรรณธุรกิจสำหรับพนักงานและผู้บริหาร เพื่อประเมินการรับรู้และความเข้าใจ โดยมีอัตราการเข้าร่วมทดสอบและรับทราบข้อมูลของบุคลากรทั้งองค์กรจำนวน 100 % ตามเป้าหมายที่กำหนดไว้
การต่อต้านทุจริตและคอร์รัปชันของบริษัทและบริษัทในเครือ
บริษัทมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจอย่างโปร่งใสและยึดมั่นในจริยธรรม โดยได้กำหนดนโยบายและแนวปฏิบัติต่อต้านการทุจริตและคอร์รัปชัน เพื่อให้บุคลากรทุกระดับปฏิบัติตามหลักการ “ความอดทนต่อการทุจริตเท่ากับศูนย์ (Zero Tolerance)” อย่างเคร่งครัด บริษัทได้ได้ประกาศแนวทางการงดรับและให้ของขวัญ พร้อมทั้งสื่อสารไปยังผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มเพื่อสร้างความเข้าใจที่ชัดเจน
การปลูกฝังจิตสำนึกและความตระหนักในจรรยาบรรณธุรกิจและการต่อต้านการทุจริตและคอร์รัปชันอย่างเป็นรูปธรรม ถูกดำเนินการผ่านช่องทางการสื่อสารที่หลากหลาย เช่น เว็บไซต์ CKPower Compliance journal ที่นำเสนอเนื้อหาเกี่ยวกับ ความเสี่ยงด้านการทุจริต ซึ่งเผยแพร่ผ่าน E-mail และ CKPower Mobile Application เพื่อให้ข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับความเสี่ยงด้านจากการทุจริต มาตรการควบคุมภายใน และบทลงโทษ นอกจากนี้ บริษัทยังสื่อสารข้อมูลดังกล่าวให้พนักงานในสำนักงาน และโรงไฟฟ้า อย่างทั่วถึง
ด้วยแนวทางดังกล่าว บริษัทตั้งเป้าให้บุคลากรนำความรู้ที่ได้รับไปปรับใช้ในการปฏิบัติงานอย่างมีจริยธรรม พร้อมส่งเสริมวัฒนธรรมองค์กรที่ปฏิเสธการทุจริตทุกประเภท และขยายความรู้เหล่านี้ไปยังพนักงานในองค์กรอย่างต่อเนื่อง เพื่อเสริมสร้างความโปร่งใส ความยั่งยืน และภาพลักษณ์องค์กรในฐานะผู้นำธุรกิจพลังงานหมุนเวียนที่มีมาตรฐานจริยธรรมในระดับสากล


แนวปฏิบัติในการต่อต้านการทุจริตและคอร์รัปชัน
บริษัทได้กำหนดแนวปฏิบัติที่ชัดเจนเพื่อป้องกันและต่อต้านการทุจริตและคอร์รัปชัน โดยครอบคลุมประเด็นสำคัญดังนี้

การจัดการและการประเมินความเสี่ยง
บริษัทได้จัดตั้งคณะทำงานด้านการบริหารความเสี่ยงทั้งในบริษัทและบริษัทในเครือ เพื่อทำหน้าที่ติดตาม ตรวจสอบ และประเมินความเสี่ยงในหลากหลายมิติ รวมถึงความเสี่ยงด้านทุจริตและคอร์รัปชัน โดยการประเมินความเสี่ยงด้านนี้จะดำเนินการผ่านการตรวจสอบในแต่ละโรงไฟฟ้าและศูนย์บริการร่วม (Shared Service Center) เป็นรายไตรมาส
การรายงานผลและการลดความเสี่ยง
ผลการติดตาม ตรวจสอบ และประเมินความเสี่ยง รวมถึงมาตรการในการลดความเสี่ยง จะถูกรายงานต่อคณะกรรมการบรรษัทภิบาล บริหารความเสี่ยง และการพัฒนาอย่างยั่งยืน ทั้งในรูปแบบรายงานประจำปีและการรายงานตามรอบระยะเวลาที่เหมาะสม เพื่อให้มั่นใจว่าการบริหารจัดการความเสี่ยงดำเนินไปอย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพในทุกระดับขององค์กร
การบริหารจัดการข้อร้องเรียนและกรณีทุจริต
บริษัทได้จัดให้มีระบบการแจ้งเบาะแส และกลไกรับเรื่องร้องเรียนสําหรับบุคคลภายในและภายนอกองค์กร (Whistleblower Channel) เพื่อรองรับการแจ้งเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการไม่ปฏิบัติตามจรรยาบรรณ การกระทำผิดกฎหมาย พฤติกรรมที่อาจส่อถึงการทุจริต หรือประพฤติมิชอบของบุคลากรของบริษัทและบริษัทในเครือ รวมถึงความบกพร่องของระบบควบคุมภายใน ทั้งจากพนักงานและมีผู้ส่วนได้เสีย โดยบริษัทได้กำหนดแนวทางการแจ้งเบาะแสและข้อร้องเรียน ไว้อย่างชัดเจน ดังนี้
(Whistleblower Channel)
-
เลขานุการบริษัทผ่านเว็บไซด์ของบริษัทโดยตรงที่หน่วยงานนักลงทุนสัมพันธ์ http://www.ckpower.co.th/th/investor-relations/ir-home
-
ผ่านทาง Emailถึงกรรมการตรวจสอบและคณะกรรมการบริษัทโดยตรงที่ director@ckpower.co.th หรือหน่วยงานนักลงทุนสัมพันธ์ที่ ir@ckpower.co.th
-
แจ้งทางจดหมายเปิดผนึกโดยส่งถึง ประธานกรรมการตรวจสอบ บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) เลขที่ 587 อาคาร 1 ถนน รามคำแหง ถนนสุทธิสารวินิฉัย แขวงสุทธิสารวินิฉัย เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร 10400
บริษัทให้ความสำคัญกับการคุ้มครองข้อมูลข้อร้องเรียนและเบาะแสอย่างเข้มงวด โดยกำหนดให้นโยบายการเก็บรักษาข้อมูลดังกล่าวเป็นความลับ ตามแนวปฏิบัติด้านการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสีย ซึ่งได้เผยแพร่บนเว็บไซต์ CKPower เพื่อให้ทุกภาคส่วนสามารถเข้าถึงข้อมูลได้อย่างโปร่งใส
ข้อมูลร้องเรียนและเบาะแสจะถูกจำกัดให้เฉพาะผู้ที่เกี่ยวข้องเท่านั้นเป็นรับทราบ เพื่อสร้างความมั่นใจและความรู้สึกปลอดภัยให้แก่ผู้ร้องเรียน สนับสนุนวัฒนธรรมองค์กรที่โปร่งใส และยึดมั่นในหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีอย่างยั่งยืน
| กระบวนการรับเรื่องร้องเรียน - จรรยาบรรณในการดำเนินธุรกิจ | |||||
|---|---|---|---|---|---|
| ผู้ร้องเรียน | หน่วยงานรับเรื่องร้องเรียน | แผนกตรวจสอบภายใน | คณะกรรมการสอบสวน | คณะกรรมการผู้จัดการ | คณะกรรมการผบริษัท |

มาตรการป้องกันการละเมิดจรรยาบรรณธุรกิจ
บริษัทให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการป้องกันการละเมิดจรรยาบรรณธุรกิจ โดยดำเนินการสื่อสารและส่งเสริมความเข้าใจในจรรยาบรรณธุรกิจแก่พนักงาน ผู้บริหาร และกรรมการอย่างต่อเนื่องผ่านวารสารการกำกับดูแลกิจการที่ดี “Compliance Journal” ที่จัดส่งผ่าน Email และเผยแพร่ผ่านระบบ Intranet เพื่อให้บุคลากรทุกระดับสามารถเข้าถึงและศึกษาเนื้อหาได้สะดวกและทั่วถึง
นอกจากนี้ บริษัทได้จัดทำ แบบประเมินความรู้ความเข้าใจ เกี่ยวกับเนื้อหาใน Compliance Journal เพื่อให้มั่นใจว่าทุกคนในองค์กรรับทราบและเข้าใจเกี่ยวกับจรรยาบรรณธุรกิจอย่างถ่องแท้ ทั้งนี้ การวัดผลดังกล่าวช่วยลดโอกาสการเกิดการละเมิดจรรยาบรรณ รวมถึงเสริมสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่สอดคล้องกับมาตรฐานจริยธรรมในทุกระดับ
ในกรณีที่พบว่ามีการฝ่าฝืนจรรยาบรรณธุรกิจ บริษัทได้กำหนด บทลงโทษที่ชัดเจน เพื่อให้เกิดความยุติธรรมและเป็นตัวอย่างในการป้องปรามการกระทำที่ไม่เหมาะสม ทั้งนี้ มาตรการดังกล่าวสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของบริษัทในการส่งเสริมการดำเนินธุรกิจอย่าง โปร่งใส ยุติธรรม และยั่งยืน ในระยะยาว
เป้าหมายระยะยาว เป้าหมายปี 2567 และผลการดำเนินงานปี 2567
| การกำกับดูแลกิจการที่ดี | |||
|---|---|---|---|
การกำกับดูแลกิจการที่ดี |
|||
| เป้าหมายระยะยาว | |||
| พนักงานและผู้บริหารรับรู้และเข้าใจจรรยาบรรณของธุรกิจ นโยบายต่อต้านคอร์รัปชันและค่านิยมองค์กรของบริษัท |
100% |
||
| พนักงานและผู้บริหารรับรู้และเข้าใจหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี |
100% |
||
| เป้าหมายปี 2567 | ผลการดำเนินงานปี 2567 | ||
| พนักงานและผู้บริหารรับรู้และเข้าใจจรรยาบรรณ ของธุรกิจ นโยบายต่อต้านคอร์รัปชัน และค่านิยมองค์กรของบริษัท |
100% |
100% |
|
| พนักงานและผู้บริหารรับรู้และเข้าใจหลักการ กำกับดูแลกิจการที่ดี ปี 2567 มีการสื่อสาร เรื่องการใช้ข้อมูลภายใน |
100% |
100% |
|
| SDGs | |||
| การกำกับดูแลกิจการที่ดี | |||
|---|---|---|---|
การกำกับดูแลกิจการที่ดี |
|||
| เป้าหมายระยะยาว | |||
| จำนวนข้อร้องเรียนเรื่องทุจริต จากภายในองค์กรและภายนอกองค์กร |
ไม่มี |
||
| เข้ารับการประเมินโครงการสำรวจการกำกับดูแลกิจการของบริษัทจดทะเบียนของสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย โดยได้รับคะแนนในระดับ |
ดีเลิศ |
||
| เป้าหมายปี 2567 | ผลการดำเนินงานปี 2567 | ||
| จำนวนข้อร้องเรียนเรื่องทุจริต จากภายในองค์กรและภายนอกองค์กร |
ไม่มี |
ไม่มี |
|
| เข้ารับการประเมินโครงการสำรวจการกำกับดูแลกิจการของบริษัทจดทะเบียนของสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย โดยได้รับคะแนนในระดับ |
ดีเลิศ |
ดีเลิศ |
|
โครงการที่โดดเด่นที่ได้ดำเนินการในปี 2567
การจัดทำวารสารการกำกับดูแลกิจการที่ดี (Compliance Journal)

บริษัทได้ดำเนินโครงการ วารสารการกำกับดูแลกิจการที่ดี (Compliance Journal) ตั้งแต่ปี 2566 และดำเนินการต่อเนื่องในปี 2567 โดยมีเป้าหมายเพื่อเผยแพร่แนวทางการกำกับดูแลกิจการที่ดี สร้างความเข้าใจในเรื่อง ระเบียบ หลักปฏิบัติ จรรยาบรรณธุรกิจ และข้อมูลความเสี่ยงที่อาจส่งผลต่อการดำเนินธุรกิจ โดยวารสารนี้จัดทำในรูปแบบรายไตรมาส เพื่อสร้างความตระหนักรู้ให้แก่พนักงานและผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม
วารสารนี้มุ่งเน้นส่งเสริมการปฏิบัติตามกฎหมาย จรรยาบรรณ และข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง ยกระดับมาตรฐานการกำกับดูแลกิจการให้สอดคล้องกับหลักสากล พร้อมสร้างการดำเนินธุรกิจที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ โดยยังสนับสนุนให้พนักงานทุกคนมีส่วนร่วมในกิจกรรมที่เกี่ยวข้องและส่งเสริมวัฒนธรรมองค์กรที่ดี
ขั้นตอนการดำเนินงานในแต่ละไตรมาส
โครงการวารสารการกำกับดูแลกิจการที่ดีช่วยส่งเสริมการดำเนินธุรกิจที่ โปร่งใสและมีจริยธรรม ควบคู่ไปกับการต่อต้านการทุจริตและคอร์รัปชันอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ บริษัทสามารถสร้างความเข้าใจและความตระหนักรู้เกี่ยวกับการกำกับดูแลกิจการในองค์กรได้อย่างต่อเนื่อง พร้อมยกระดับมาตรฐานการกำกับดูแลกิจการให้เป็นไปตามหลักสากล โดยยังสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มและเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับองค์กรในระยะยาว.
ผลการดำเนินงานในปี 2567
ทั้ง 4 ฉบับในกลุ่มเป้าหมายที่เป็นพนักงานและผู้บริหาร สรุปผลได้ดังนี้
เรื่อง ความขัดแย้งทางผลประโยชน์
เรื่อง การป้องกันการใช้ข้อมูลภายใน
เรื่อง ความเสี่ยงจากการทุจริต
เรื่อง จรรยาบรรณในการดำเนินธุรกิจ
วารสารการกำกับกำกับดูแลกิจการที่ดี

ข้อมูลสำคัญอื่นๆ
หัวหน้างานกำกับดูแลการปฎิบัติงาน
บริษัท มอบหมายให้ นางสาวรุจิรา ช่วยบำรุง ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ - สายงานควบคุมและกำกับดูแลธุรกิจ ควบคุมการดำเนินงานของฝ่ายกำกับดูแล
หัวหน้างานกำกับดูแลการปฎิบัติงาน ทำหน้าที่ในการดำเนินการใดๆ เพื่อให้แน่ใจว่าบริษัทและบริษัทในเครือได้ปฎิบัติตามกฎหมาย และระเบียบ ข้อบังคับ ของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และหน่วยงานอื่นๆที่เกี่ยวข้อง รวมถึงปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎหมายและระเบียบอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับการประกอบธุรกิจของบริษัทและบริษัทในเครือ รวมทั้งส่งเสริมและสนับสนุนให้บริษัทและบริษัทในเครือปฏิบัติตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี
หัวหน้างานนักลงทุนสัมพันธ์
บริษัท มอบหมายให้ นายธรรมขจร นันทพงษ์ ดำรงตำแหน่งนักลงทุนสัมพันธ์ ซึ่งสามารถติดต่อได้ที่
บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด(มหาชน)
587 อาคารวิริยะถาวร ชั้น 19 ถนนสุทธิสารวินิจฉัย แขวงรัชดาภิเษก เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร
เบอร์ 02-691-9720-34 ต่อ 17035
ir@ckpower.co.th
นักลงทุนสัมพันธ์ทำหน้าที่สื่อสารวิสัยทัศน์ นโยบาย และทิศทางการดำเนินธุรกิจ ของบริษัทให้กับผู้ถือหุ้น นักลงทุนสถาบัน และนักลงทุนรายบุคคล รวมถึงนักวิเคราะห์ และประชาชนทั่วไปที่สนใจ โดยการเปิดเผยข้อมูลจะต้องดำเนินการอย่างสม่ำเสมอ ครบถ้วน ถูกต้อง เป็นข้อเท็จจริง อย่างทั่วถึงและเป็นธรรม สอดคล้องกับกฎ ระเบียบ ของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยบริษัทได้จัดทำจรรยาบรรณนักลงทุนสัมพันธ์เพื่อเป็นแนวทางและยึดถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัด