การบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อม
ผลกระทบต่อธุรกิจ
ความท้าทายและโอกาส
การบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อมเป็นหนึ่งในความท้าทายสำคัญของบริษัท โดยเฉพาะการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมและการใช้ทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่อย่างจำกัดให้เกิดประโยชน์สูงสุด ในฐานะผู้ผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน CKPower ได้ต้องออกแบบกลยุทธ์และกระบวนการผลิตที่ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งส่งเสริมจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อมแแก่พนักงาน ผ่านการพัฒนาความรู้ ความคิดสร้างสรรค์ และการสนับสนุนพัฒนาโครงการนวัตกรรมที่มุ่งเน้นการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
นอกจากนี้ บริษัทต้องดำเนินธุรกิจให้สอดคล้องกับข้อกำหนดและกฎหมายที่มีความเข้มงวดมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมถึงตอบสนองต่อความคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสียที่เปลี่ยนแปลงไป เพื่อให้มั่นใจว่าบริษัทสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน พร้อมทั้งรักษาสมดุลระหว่างการเติบโตทางเศรษฐกิจและการดูแลสิ่งแวดล้อมในระยะยาว
ความมุ่งมั่น
CKPower มีความมุ่งมั่นในการเปลี่ยนผ่านสู่การผลิตพลังงานอย่างยั่งยืน โดยตั้งเป้าหมายเพิ่มสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างมีประสิทธิภาพ บริษัทได้กำหนดนโยบายด้านสิ่งแวดล้อม และแนวทางปฏิบัติด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมที่สอดคล้องกับมาตรฐานสากลและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
บริษัทมุ่งส่งเสริมการพัฒนาบุคลากรโดยการปลูกฝัง ESG DNA เพื่อสร้างจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อมภายในองค์กร พร้อมทั้งนำเทคโนโลยีขั้นสูงและนวัตกรรมมาใช้ในการดำเนินงาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมและสนับสนุนการดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่องและยั่งยืนในระยะยาว ทั้งหมดนี้สะท้อนถึงความพร้อมของบริษัทในการเป็นผู้นำด้านพลังงานหมุนเวียน และการสร้างสมดุลระหว่างการเติบโตของธุรกิจและการดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง
แนวทางการบริหารจัดการ
นโยบาย และแนวปฏิบัติด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม
กลยุทธ์และแผนกลยุทธ์
บริษัทมุ่งมั่นเพิ่มสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนอย่างต่อเนื่อง ผ่านการลงทุนในโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานน้ำและพลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งเป็นการสนับสนุนการใช้พลังงานหมุนเวียนผลิตไฟฟ้าสะอาดและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม แม้บริษัทจะดำเนินการผลิตไฟฟ้าควบคู่กับการผลิตไอน้ำในโรงไฟฟ้าระบบโคเจนเนอเรชั่นที่ใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิง บริษัทให้ความสำคัญกับการตรวจติดตามคุณภาพสิ่งแวดล้อมอย่างสม่ำเสมอ พร้อมพัฒนากระบวนการผลิตเพื่อลดมลภาวะให้น้อยที่สุด
บริษัทได้ประยุกต์ใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยในการตรวจติดตามคุณภาพสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นระบบ โดยดำเนินการตามมาตรฐานกฎหมายและมาตรฐานสากล พร้อมทั้งถ่ายทอดความรู้ให้กับพนักงานและผู้มีส่วนได้เสีย เพื่อส่งเสริมการจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนร่วมกับชุมชนในด้านการดำเนินงาน บริษัทได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO14001:2015 และดำเนินการประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมครอบคลุมทุกกระบวนการ พร้อมมาตรการป้องกัน บรรเทา และเยียวยาผลกระทบ อย่างรอบด้าน โรงไฟฟ้าทุกแห่งได้รับการอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแล และมีการรายงานผลตามมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมอย่างโปร่งใส
นอกจากนี้ ในปี 2567 บริษัทผ่านการทวนสอบข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อม โดยหน่วยงานอิสระ บริษัท สำนักงาน อีวาย จำกัด ซึ่งครอบคลุมข้อมูลสำคัญ เช่น ปริมาณน้ำที่นำมาใช้ ปริมาณการใช้น้ำ ปริมาณการปล่อยน้ำ การจัดการขยะ และการปล่อยมลสารทางอากาศ เพื่อสร้างตวามเชื่อมั่นในความโปร่งใสและความมุ่งมุ่นด้านการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม
บริษัทยังให้ความสำคัญกับการถ่ายทอดความรู้ด้านสิ่งแวดล้อมแก่พนักงานและผู้มีส่วนได้เสีย โดยมุ่งส่งเสริมความร่วมมือในการพัฒนาการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน รวมถึงสร้างความสัมพันธ์ที่ดีร่วมกับชุมชนในพื้นที่ดำเนินงานของโรงไฟฟ้าทุกแห่ง เพื่อสร้างคุณค่าและความยั่งยืนให้กับทั้งองค์กรและสังคมในระยะยาว
การจัดการทรัพยากรน้ำ
บริษัทให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากน้ำเป็นทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญต่อกระบวนการผลิตไฟฟ้าด้วยพลังงานน้ำ ซึ่งคิดเป็นกว่าร้อยละ 90 ของพลังงานที่บริษัทผลิต
บริษัทได้พัฒนามาตรการต่าง ๆ เพื่อจัดการทรัพยากรน้ำอย่างรอบด้าน ได้แก่:
- การเฝ้าระวังแหล่งน้ำ เพื่อป้องกันปัญหาการขาดแคลนน้ำ
- การส่งเสริมการใช้น้ำอย่างรู้คุณค่า ทั้งในกระบวนการผลิตและสำนักงาน
- การประยุกต์ใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยี เพื่อการบริหารจัดการน้ำที่ยั่งยืน
- การควบคุมคุณภาพน้ำปล่อยออก ให้เป็นไปตามข้อกำหนดทางกฎหมายและมาตรฐานสากล
บริษัทได้ใช้เครื่องมือ AQUEDUCT Water Risk Atlas ซึ่งพัฒนาโดย World Resources Institute (WRI) ในการประเมินความเสี่ยงด้านน้ำ ทั้งในเชิงปริมาณและคุณภาพในพื้นที่ของโรงไฟฟ้าต่าง ๆ เป็นประจำทุกปี พร้อมกำหนดมาตรการในการบริหารจัดการความเสี่ยงและลดผลกระทบต่อชุมชนโดยรอบ
นอกจากนี้ บริษัทได้ร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐและชุมชนท้องถิ่นในการอนุรักษ์น้ำตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ เพื่อให้มั่นใจว่าแหล่งน้ำจะเพียงพอต่อการดำเนินงานและการอุปโภคบริโภคของชุมชน
ในปี 2567 บริษัทได้ดำเนินโครงการพัฒนา CKP Forecasting System: XHPP Inflow Forecasting (2024) ซึ่งเป็นระบบพยากรณ์ด้านอุตุ-อุทกวิทยา ที่สามารถคาดการณ์ปริมาณน้ำล่วงหน้าได้แม่นยำและยาวนานยิ่งขึ้น ระบบนี้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการวางแผนการผลิตไฟฟ้าล่วงหน้า โดยเฉพาะโรงไฟฟ้าพลังน้ำ
การพัฒนาดังกล่าวสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของบริษัทในการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด ด้วยการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และลดความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม c]tสนับสนุนเป้าหมายของบริษัทในการใช้พลังงานน้ำเป็นแหล่งพลังงานที่ยั่งยืน สอดคล้องกับความพยายามระดับโลกในการบรรลุ สังคมคาร์บอนต่ำ (Low Carbon Society) อย่างแท้จริง

สำหรับการจัดการน้ำในโรงไฟฟ้า:
-
โรงไฟฟ้าระบบโคเจนเนอเรชั่น ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมบางปะอิน ได้ดำเนินการจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อม โดยบริษัทได้ทำสัญญาซื้อขายน้ำประปากับบริษัท ทีทีดับบลิว จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นผู้บริหารจัดการน้ำภายในนิคมอุตสาหกรรมบางปะอิน แหล่งน้ำสำหรับระบบนี้มาจาก แม่น้ำเจ้าพระยา โดยดึงน้ำสู่กระบวนการผลิตน้ำประปาภายในนิคมฯ โดยบริษัททีทีดับบลิว เป็นผู้รับผิดชอบบริหารจัดการระบบบำบัดน้ำเสีย น้ำทิ้งที่ผ่านการบำบัดแล้วจะถูกเก็บกักไว้ในบ่อพักน้ำทิ้งเป็นเวลา 1 วัน ก่อนระบายลงสู่คูระบายน้ำของนิคมฯ เพื่อนำกลับมาใช้ใหม่ในกระบวนการต่างๆ เพื่อสนับสนุนการใช้ทรัพยากรน้ำอย่างรู้คุณค่า
นอกจากนี้ โรงไฟฟ้า บางปะอิน โคเจนเนอเรชั่น ได้กำหนดคุมาตรฐานณภาพของน้ำปล่อยออกให้มีคุณภาพตามข้อกำหนดทางกฎหมายและมาตรฐานคุณภาพน้ำที่กำหนดโดยการนิคมอุตสาหกรรม เพื่อให้มั่นใจว่ากระบวนการจัดการน้ำมีความปลอดภัยต่อสิ่งแวดล้อมและสามารถรองรับการใช้งานอย่างยั่งยืนในระยะยาว
-
การจัดการน้ำในโรงไฟฟ้าพลังน้ำ โรงไฟฟ้าพลังน้ำใช้น้ำจากแหล่งน้ำผิวดินและใต้ดินสำหรับการอุปโภคและบริโภคของพนักงาน รวมถึงกระบวนการผลิตไฟฟ้า โดยมีการหมุนเวียนน้ำกลับมาใช้ประโยชน์ภายในโรงไฟฟ้า ก่อนที่จะปล่อยน้ำออกจากระบบ ซึ่งบริษัทได้ควบคุมคุณภาพน้ำที่ปล่อยออกให้สอดคล้องกับข้อกำหนดทางกฎหมายและมาตรฐานสิ่งแวดล้อม
ในกระบวนการผลิตไฟฟ้า โรงไฟฟ้าพลังน้ำมุ่งเน้นการใช้ทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยมีการตรวจสอบและควบคุมคุณภาพน้ำอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมที่กำหนด นอกจากนี้ การประเมินและติดตามการใช้น้ำยังเป็นส่วนหนึ่งของการจัดทำรายงานและการเปิดเผยข้อมูลตามกรอบมาตรฐาน GRI (Global Reporting Initiative) เพื่อส่งเสริมความโปร่งใสและสร้างความรับผิดชอบต่อสังคม
บริษัทให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ที่มีความอ่อนไหวต่อระบบนิเวศ โดยมุ่งลดผลกระทบต่อทรัพยากรน้ำและสิ่งแวดล้อม เพื่อสนับสนุนการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน และตอบสนองต่อความคาดหวังของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในทุกมิติ
-
การจัดการน้ำในโรงไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์ โรงไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์ใช้น้ำจากแหล่งน้ำระบบประปาและแหล่งน้ำผิวดิน โดยนำน้ำมาใช้หมุนเวียนภายในโรงไฟฟ้าอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมเน้นการประหยัดน้ำและลดการใช้น้ำเกินความจำเป็น บริษัทให้ความสำคัญกับการควบคุมคุณภาพน้ำปล่อยออก โดยดำเนินการให้สอดคล้องกับข้อกำหนดทางกฎหมายและมาตรฐานสิ่งแวดล้อม
การจัดการน้ำในโรงไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์มุ่งเน้นไปที่การใช้น้ำในการทำความสะอาดแผงเซลล์แสงอาทิตย์ ซึ่งเป็นกระบวนการสำคัญต่อการรักษาประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้า นอกจากนี้ บริษัทได้ดำเนินการติดตามการใช้น้ำและเปิดเผยข้อมูลด้านการจัดการน้ำตามมาตรฐาน GRI (Global Reporting Initiative) เพื่อรับรองความโปร่งใสและสร้างความเชื่อมั่นในความยั่งยืนของการดำเนินงาน
ด้วยแนวทางดังกล่าว บริษัทแสดงถึงความมุ่งมั่นต่อการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดและการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน พร้อมทั้งรับมือกับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างมีประสิทธิภาพ
ผลการดำเนินงานด้านการจัดการทรัพยากรน้ำ
บริษัทได้พัฒนาและดำเนินมาตรการต่าง ๆ เพื่อส่งเสริมการใช้ทรัพยากรน้ำอย่างคุ้มค่าและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ตลอดจนสนับสนุนเป้าหมายด้านความยั่งยืนในการดำเนินธุรกิจและสร้างสมดุลระหว่างการเติบโตขององค์กรและการดูแลทรัพยากรธรรมชาติ
| ปริมาณน้ำที่นำมาใช้ทั้งหมด | ปริมาณน้ำที่นำมาใช้ต่อหน่วยการผลิต |
หมายเหตุ: บริษัทได้ขยายขอบเขตการเก็บข้อมูลตัวชี้วัดด้านน้ำให้ครอบคลุมโรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไชยะบุรี โรงไฟฟ้าพลังน้ำ น้ำงึม 2 และสำนักงานใหญ่ของบริษัทในปี 2565 เป็นปีแรก
การจัดการขยะและของเสีย
บริษัทให้ความสำคัญกับการจัดการของเสียในทุกประเภท ทั้งของเสียทั่วไป ของเสียอันตราย และขยะอินทรีย์ โดยดำเนินการตามแนวทางอย่างยั่งยืน อ้างอิงตามพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. 2535 กฎกระทรวง ประกาศกรมโรงงานอุตสาหกรรม กรอบแนวปฏิบัติ COP ของสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) และมาตรฐานสากล ISO 14001:2015
ในส่วนของ สปป.ลาว บริษัทได้นำแนวทางการจัดการของเสียตามมาตรฐาน ISO 14001:2015 มาใช้เช่นเดียวกัน เพื่อ ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้ทรัพยากร โดยบริษัทมุ่งมั่นลดการเกิดของเสียตั้งแต่ต้นทาง ผ่านการกำหนดระเบียบปฏิบัติที่ครอบคลุมการจัดการขยะและของเสียจากกิจกรรมต่าง ๆ ทั้งในสำนักงานและโรงไฟฟ้าทุกแห่ง เพื่อให้มั่นใจว่าการใช้ทรัพยากรเป็นไปอย่างคุ้มค่า
บริษัทส่งเสริมการนำของเสียกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่ตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) พร้อมทั้งดำเนินการจัดการของเสียปลายทางให้เป็นไปตามข้อกำหนดทางกฎหมายและมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง โดยให้ความสำคัญกับการคัดแยกของเสียอย่างเหมาะสม การรีไซเคิล และการกำจัดของเสียด้วยวิธีที่ปลอดภัย
นอกจากนี้ บริษัทได้จัดอบรมให้ความรู้แก่พนักงานเกี่ยวกับการจัดการขยะและของเสียอย่างถูกต้องและเหมาะสม เพื่อส่งเสริมความเข้าใจ และการปฏิบัติอย่างถูกต้อง รวมถึงการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่มุ่งเน้นความยั่งยืนในทุกมิติ

ผลการดำเนินงานด้านการจัดการขยะและของเสีย
| ผลการดำเนินงานด้านการจัดการขยะและของเสีย | ||
|---|---|---|
| ปริมาณขยะอันตรายและของเสียอันตรายทั้งหมด | ปริมาณขยะไม่อันตรายและของเสียไม่อันตรายทั้งหมด | ปริมาณขยะและของเสียที่เกิดขึ้นทั้งหมด |
| ปริมาณขยะอันตรายและของเสียอันตรายต่อหน่วยการผลิต | ปริมาณขยะไม่อันตรายและของเสียไม่อันตรายต่อหน่วยการผลิต | ปริมาณขยะและของเสียทั้งหมดต่อหน่วยการผลิต |
หมายเหตุ: บริษัทได้ขยายขอบเขตการเก็บข้อมูลตัวชี้วัดด้านขยะให้ครอบคลุมสำนักงานใหญ่ของบริษัทในปี 2565 เป็นปีแรก และในปี 2567 ทางโรงไฟฟ้าพลังน้ำ น้ำงึม 2 มีกิจกรรม Major Overhaul ช่วงเดือน มกราคม - กุมภาพันธ์ ปี 2567
การจัดการการปล่อยมลสารทางอากาศ
บริษัทให้ความสำคัญกับการจัดการคุณภาพอากาศอย่างจริงจังโดยร้อยละ 93 ของการผลิตไฟฟ้าของบริษัทมาจากพลังงานหมุนเวียน ได้แก่ พลังงานน้ำและพลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งปราศจากกระบวนการเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิล จึงไม่มีการปล่อยมลพิษทางอากาศจากกระบวนการผลิตไฟฟ้าประเภทนี้ ทำให้บริษัทมีส่วนสำคัญในการลดผลกระทบต่อคุณภาพอากาศและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
สำหรับโรงไฟฟ้าบางปะอิน โคเจนเนอเรชั่น ซึ่งเป็นโรงไฟฟ้าประเภทพลังความร้อนร่วม (Combined-Cycle Power Plant) ใช้ก๊าซธรรมชาติที่มีไนโตรเจนต่ำเป็นเชื้อเพลิง แม้กระบวนการเผาไหม้อาจก่อให้เกิดไนโตรเจนออกไซด์ (NOx) บริษัทจึงประยุกต์ใช้เทคโนโลยี Dry Low NOx Burner (DLE) เพื่อควบคุมการผสมเชื้อเพลิงกับอากาศก่อนเผาไหม้ ซึ่งช่วยลดอุณหภูมิในห้องเผาไหม้ และสามารถลดการปล่อยไนโตรเจนออกไซด์ได้ประมาณร้อยละ 40–50 รวมถึงช่วยลดการสูญเสียเชื้อเพลิงในกระบวนการผลิตไฟฟ้า ทำให้การใช้ทรัพยากรมีประสิทธิภาพสูงสุด
นอกจากนี้ บริษัทได้ติดตั้ง อุปกรณ์ตรวจวัดคุณภาพอากาศแบบอัตโนมัติ (Continuous Emission Monitoring System: CEMs) บริเวณปล่องระบายอากาศ เพื่อเฝ้าระวังและตรวจวัดคุณภาพอากาศแบบเรียลไทม์ พร้อมทั้งเปิดเผยผลการตรวจวัดคุณภาพอากาศในรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ปีละ 2 ครั้ง ในปี 2567 บริษัทสามารถควบคุมคุณภาพอากาศของโรงไฟฟ้าให้อยู่ในระดับที่ดีกว่ามาตรฐานที่กฎหมายกำหนดทั้งหมด


ผลการดำเนินงานด้านการควบคุมปริมาณการปล่อยมลสารทางอากาศ
| ผลการดำเนินงานด้านการควบคุมปริมาณการปล่อยมลสารทางอากาศ | ||
|---|---|---|
| ปริมาณการปล่อยก๊าซไนโตรเจนออกไซด์ (NOx) | ปริมาณการปล่อยก๊าซซัลเฟอร์ออกไซด์ (SOx) | ปริมาณการปล่อยฝุ่นละออง |
| ปริมาณการปล่อยไนโตรเจนออกไซด์ต่อหน่วยการผลิต | ปริมาณการปล่อยซัลเฟอร์ออกไซด์ต่อหน่วยการผลิต | ปริมาณการปล่อยฝุ่นละอองต่อหน่วยการผลิต |
หมายเหตุ: บริษัทมีการปล่อยมลสารทางอากาศ เฉพาะโรงไฟฟ้าบางปะอิน โคเจนเนอเรชั่น เท่านั้น
เป้าหมายระยะยาว เป้าหมายปี 2567 และผลการดำเนินงานปี 2567
| การบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อม | |||
|---|---|---|---|
กฎหมาย
|
|||
| เป้าหมายระยะยาว | |||
| ไม่มีการละเมิดกฎหมายหรือข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อมตลอดการดำเนินงาน |
ไม่มี
|
||
| เป้าหมายปี 2567 | ผลการดำเนินงานปี 2567 | ||
| ไม่มีการระเมิดกฎหมายหรือข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อม |
ไม่มี
|
ไม่มี
|
|
| เงินค่าปรับเกี่ยวกับการระเมิดกฎหมายหรือข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อม |
0
|
0
|
|
| เงินค่าปรับเกี่ยวกับการระเมิดกฎหมายหรือข้อกำหนดด้านสิ่งแว้มล้อมที่คาดว่าจะต้องเสียภายในสิ้นปี |
0
|
0
|
|
| SDGs | |||
| การบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อม | |||
|---|---|---|---|
การจัดการทรัพยากรน้ำ
|
|||
| เป้าหมายระยะยาว | |||
| คุณภาพน้ำปล่อยออกเป็นไปตามมาตรฐานที่กฎหมายกำหนดและใช้ทรัพยากรน้ำอย่างรู้คุณค่า |
เป็นไปตามมาตรฐานที่กฏหมายกำหนด |
||
| เป้าหมายปี 2567 | ผลการดำเนินงานปี 2567 | ||
| ปริมาณน้ำที่นำมาใช้ทั้งหมด |
8,949.86
|
9,322.91
|
|
| ปริมาณการใช้น้ำทั้งหมดต่อปริมาณพลังงานที่ผลิตทั้งหมด |
≤ 0.00083
|
0.00089
|
|
| ปริมาณน้ำเสียที่ได้รับการบำบัดก่อนทิ้ง |
100% |
100% |
|
| การบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อม | |||||||
|---|---|---|---|---|---|---|---|
การจัดการของเสีย
|
มลสารทางอากาศ
|
||||||
| เป้าหมายระยะยาว | |||||||
| การจัดการของเสียทั่วไปและของเสียอันตรายเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด |
เป็นไปตามมาตรฐานที่กฏหมายกำหนด |
คุณภาพอากาศจากปล่องตลอดการดำเนินงานเป็นไปตามค่ามาตรฐานที่กฎหมายกำหนด |
เป็นไปตามมาตรฐานที่กฏหมายกำหนด |
||||
| เป้าหมายปี 2567 | ผลการดำเนินงานปี 2567 | เป้าหมายปี 2567 | ผลการดำเนินงานปี 2567 | ||||
| ปริมาณขยะอันตรายและของเสียอันตรายที่เกิดขึ้นทั้งหมด |
≤ 94.85
|
107.07
|
ปริมาณการปล่อยไนโตรเจนออกไซด์ทั้งหมด |
≤ 740,000
|
706,282.84
|
||
| ปริมาณขยะอันตรายและของเสียอันตรายต่อหน่วยการผลิต |
≤ 0.000009
|
0.000010
|
ปริมาณการปล่อยไนโตรเจนออกไซด์ต่อหน่วยการผลิต |
≤ 0.438
|
0.426
|
||
| ปริมาณขยะไม่อัตรายและของเสียไม่อันตรายที่เกิดขึ้นทั้งหมด |
≤ 126.68
|
124.04
|
ปริมาณหารปล่อยซัลเฟอร์ออกไซด์ทั้งหมด |
≤ 39,000
|
20,785.85
|
||
| ปริมาณขยะไม่อัตรายและของเสียไม่อันตรายต่อหน่วยการผลิต |
≤ 0.000012
|
0.000012
|
ปริมาณการปล่อยซัลเฟอร์ออกไซด์ต่อหน่วยการผลิต |
≤ 0.023
|
0.013
|
||
| ปริมาณขยะและของเสียที่เกิดขึ้นทั้งหมด |
≤ 221.53
|
231.12
|
ปริมาณการปล่อยฝุ่นละอองทั้งหมด |
≤ 17,000
|
10,504.32
|
||
| ปริมาณขยะและของเสียต่อหน่วยการผลิต |
≤ 0.000021
|
0.000022
|
ปริมาณการปล่อยฝุ่นละอองต่อหน่วยการผลิต |
≤ 0.010
|
0.006
|
||
| ปริมาณขยะและของเสียที่ใช้ซ้ำและ/หรือนำกลับไปใช้ใหม่ |
≤ 12.77
|
64.15
|
|||||
โครงการที่โดดเด่นที่ได้ดำเนินการในปี 2567
โครงการ “Paper X” (โครงการต่อเนื่อง)
วัตถุประสงค์ของโครงการ:
โครงการ “Paper-X” เป็นโครงการที่บริษัทดำเนินการต่อเนื่องทุกปี เพื่อส่งเสริมการลดปริมาณขยะ โดยมุ่งเน้นการรีไซเคิลและนำขยะประเภทกระดาษกลับมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด พร้อมทั้งส่งเสริมให้พนักงานมีส่วนร่วมในกระบวนการคัดแยกกระดาษอย่างถูกวิธี
รายละเอียดโครงการ:
กระดาษที่นำมาเข้าร่วมโครงการจะถูกแยกออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่
- กระดาษขาว
- กระดาษลัง/กระดาษน้ำตาล
- กระดาษประเภทอื่น ๆ
กระดาษที่ผ่านการคัดแยกจะถูกนำเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลอย่างถูกวิธี เพื่อนำไปผลิตเป็นกระดาษใหม่ที่มีคุณภาพ และกระดาษเหล่านี้จะถูกส่งมอบให้แก่โรงเรียนในชุมชนโดยรอบโรงไฟฟ้า เพื่อสนับสนุนการศึกษาและสร้างโอกาสทางการเรียนรู้ให้แก่นักเรียน
ผลการดำเนินงานในปี 2567:
- บริษัทสามารถจัดส่งกระดาษที่ไม่ได้ใช้แล้วเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลจำนวน 2,080 กิโลกรัม
- กระดาษรีไซเคิลที่ได้ถูกผลิตเป็นกระดาษใหม่จำนวน 39 รีม
- กระดาษรีไซเคิลเหล่านี้ถูกส่งมอบให้กับ โรงเรียนบางปะอินราชานุเคราะห์ 1 เพื่อใช้เป็นอุปกรณ์การเรียน
- ประหยัดงบประมาณ 4,140 บาท
ความสำเร็จของโครงการ:
โครงการ Paper-X ไม่เพียงแต่ช่วยลดปริมาณขยะและการใช้ทรัพยากรกระดาษ แต่ยังสร้างความตระหนักรู้ให้พนักงานเกี่ยวกับการคัดแยกขยะอย่างถูกต้อง และส่งเสริมการนำทรัพยากรกลับมาใช้ใหม่อย่างยั่งยืน นอกจากนี้ โครงการยังมีส่วนช่วยสนับสนุนด้านการศึกษาของเยาวชนในชุมชนรอบโรงไฟฟ้า ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของบริษัทในการสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม
ประโยชน์ที่ได้รับ:
- ลดการใช้ทรัพยากรกระดาษและลดขยะในองค์กร
- สนับสนุนการรีไซเคิลและเพิ่มคุณค่าของทรัพยากรที่ไม่ได้ใช้งาน
- สร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับชุมชนผ่านการสนับสนุนด้านการศึกษา


โครงการขวด แลก สุข (โครงการต่อเนื่อง)
วัตถุประสงค์ของโครงการ:
บริษัทได้ดำเนิน โครงการ “ขวด แลก สุข” อย่างต่อเนื่องทุกปี เพื่อส่งมอบขวดพลาสติกที่ใช้แล้วให้กับ วัดจากแดง จังหวัดสมุทรปราการ ขวดพลาสติกเหล่านี้จะถูกนำเข้าสู่กระบวนการ คัดแยกและรีไซเคิล เพื่อสร้างเส้นใยสังเคราะห์ที่ใช้ในการผลิตผ้าบังสุกุล ผ้าไตรจีวร ผ้าห่มกันหนาว และผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ที่ทำจากวัสดุผ้าใยสังเคราะห์
การดำเนินงาน:
- ขวดพลาสติกที่รวบรวมได้จากโครงการ จะถูกนำไปแปรรูปเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม
- รายได้ส่วนหนึ่งจากการจำหน่ายผลิตภัณฑ์รีไซเคิล เช่น ผ้าไตรจีวรและผ้าห่ม จะถูกนำกลับไปเป็น ค่าแรงให้กับชาวบ้านในชุมชน ที่ช่วยคัดแยกขยะและผลิตสินค้า
- ส่งเสริมการสร้างอาชีพให้กับชาวบ้านในพื้นที่ โดยใช้ทักษะตามความเชี่ยวชาญ
ผลลัพธ์ของโครงการ:
- ช่วย ลดปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมในระยะยาว ผ่านการลดปริมาณขยะพลาสติกประเภทขวดน้ำ
- ส่งเสริม การใช้พลาสติกอย่างถูกวิธีและคุ้มค่า เพื่อประโยชน์ต่อการบริหารจัดการขยะอย่างมีประสิทธิภาพ
- สร้างความตระหนักรู้ให้พนักงานเกี่ยวกับ การคัดแยกขยะอย่างถูกต้อง และการเพิ่มมูลค่าขยะพลาสติก
ผลการดำเนินงานปี 2567:
- บริษัทสามารถรวบรวม ขวดพลาสติกประเภท PET ได้ 177.09 กิโลกรัม
- เทียบเท่าขวดพลาสติก PET ขนาด 1.5 ลิตร จำนวน 5,870
- ขวดพลาสติกเหล่านี้ถูกส่งมอบให้กับ วัดจากแดง เพื่อสร้างรายได้และส่งเสริมอาชีพให้กับชุมชน
ความสำเร็จของโครงการ:
โครงการนี้ไม่เพียงแค่ช่วยลดปริมาณขยะพลาสติก แต่ยังแสดงถึงความมุ่งมั่นของบริษัท ในการรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม โดยการส่งเสริมการรีไซเคิลเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม พร้อมทั้งสร้างรายได้และอาชีพให้กับชุมชน นอกจากนี้ โครงการยังช่วยสร้างจิตสำนึกด้านการจัดการขยะอย่างมีประสิทธิภาพในหมู่พนักงาน และสะท้อนภาพลักษณ์ที่ดีของบริษัทในการสนับสนุนความยั่งยืน
ข้อดีของโครงการ:
- ช่วยลดปริมาณขยะพลาสติกที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
- สร้างรายได้และโอกาสทางอาชีพให้กับชุมชน
- ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของพนักงานในกระบวนการจัดการขยะอย่างยั่งยืน

โครงการคิดก่อน Print (โครงการต่อเนื่อง)
วัตถุประสงค์ของโครงการ:
บริษัทได้ดำเนิน โครงการคิดก่อน Print อย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งเสริมให้พนักงานตระหนักถึงความจำเป็นในการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า และลดการใช้ทรัพยากรที่ไม่จำเป็น โดยมุ่งเน้นการลดการพิมพ์เอกสารสี และส่งเสริมการปรับเปลี่ยนจากเอกสารกระดาษ (Hard Copy) เป็นเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ (E-Documents) เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและประหยัดค่าใช้จ่ายในองค์กร
แนวทางการดำเนินโครงการ:
- รณรงค์สร้างความตระหนักรู้ให้พนักงานเกี่ยวกับการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ
- ลดการพิมพ์เอกสารสีที่ไม่จำเป็น พร้อมทั้งส่งเสริมการใช้เอกสารอิเล็กทรอนิกส์ในทุกหน่วยงาน
- ปรับกระบวนการดำเนินงานให้สอดคล้องกับกฎหมายและกฎระเบียบ เช่น มาตรฐานบัญชี ี
ผลการดำเนินงานปี 2567:
- บริษัทสามารถลดการพิมพ์เอกสารสีได้ประมาณ 946 แผ่น เมื่อเทียบกับปริมาณการพิมพ์สีในปีที่ผ่านมา
- ลดค่าใช้จ่ายขององค์กรได้ถึง 1,970 บาท
ความสำเร็จของโครงการ:
โครงการนี้ช่วยสร้างความตระหนักในหมู่พนักงานเกี่ยวกับการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพและลดการพึ่งพาการใช้กระดาษในองค์กร ผ่านการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้แทนที่เอกสารกระดาษ อีกทั้งยังช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะการลดปริมาณขยะจากกระดาษและหมึกพิมพ์
ข้อดีของโครงการ:
- ลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ เช่น กระดาษและหมึกพิมพ์
- ลดต้นทุนการดำเนินงานขององค์กร
- สนับสนุนเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน
- ส่งเสริมให้พนักงานปรับเปลี่ยนพฤติกรรมไปสู่การใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ

โครงการถังขยะแยกประเภท (โครงการต่อเนื่อง)
วัตถุประสงค์ของโครงการ:
บริษัทได้จัดทำ โครงการถังขยะแยกประเภท เพื่อส่งเสริมการคัดแยกขยะภายในสำนักงานอย่างถูกต้อง โดยมุ่งเน้นให้ขยะแต่ละประเภทสามารถเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลหรือกำจัดได้อย่างเหมาะสม รวมถึงการนำขยะบางประเภทไปใช้ประโยชน์เพิ่มเติม
แนวทางการดำเนินงาน:
จัดตั้ง ถังขยะแยกประเภท วางไว้บริเวณจุดต่าง ๆ ภายในสำนักงาน แบ่งขยะออกเป็น 6 ประเภท ได้แก่:

- ทำการ บันทึกน้ำหนักขยะแต่ละประเภท เพื่อเก็บเป็นข้อมูลสำหรับเปรียบเทียบการลดปริมาณขยะในอนาคต
- ปลูกฝังพฤติกรรม การคัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง ในหมู่พนักงาน
- เสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับ ประเภทและวิธีการคัดแยกขยะที่ถูกต้อง ผ่านการจัดอบรมและกิจกรรมต่าง ๆ
กิจกรรมสนับสนุน:
- จัด กิจกรรมอบรม "ทิ้งขยะให้ถูกถัง เพิ่มพลังรักษ์โลก" เพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับการคัดแยกขยะอย่างถูกต้อง
- เผยแพร่เอกสารและเนื้อหาอบรมผ่าน Mobile Application: CKPower Academy เพื่อให้พนักงานและผู้บริหารสามารถเข้าถึงข้อมูลได้สะดวก
ผลการดำเนินงานในปี 2567:
- พนักงานสามารถคัดแยกขยะและนำไปสู่การจัดการกำจัดขยะอย่างถูกวิธี
- ขยะที่คัดแยกได้สามารถนำไปสร้าง มูลค่าเพิ่ม ในรูปแบบต่าง ๆ
ความสำเร็จของโครงการ:
- โครงการถังขยะแยกประเภทสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของบริษัทในการสร้างความยั่งยืนผ่านการจัดการขยะที่มีประสิทธิภาพ โครงการนี้ไม่เพียงช่วยลดปริมาณขยะที่ถูกส่งไปกำจัด แต่ยังส่งเสริมให้พนักงานมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับความสำคัญของการคัดแยกขยะอย่างถูกต้อง
ข้อดีของโครงการ:
- ลดปริมาณขยะที่ถูกกำจัดอย่างไม่เหมาะสม
- สนับสนุนกระบวนการรีไซเคิลและการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า
- ปลูกฝังพฤติกรรมการคัดแยกขยะในองค์กร
- สนับสนุนเป้าหมายความยั่งยืนของบริษัทและการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
โครงการปรับเปลี่ยนค่าควบคุม Chloride ของหอหล่อเย็น (Adjust Control Range Chloride of Cooling BIC1) (โครงการต่อเนื่อง)
วัตถุประสงค์ของโครงการ:
โครงการนี้มุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำในระบบ หอหล่อเย็น (Cooling Tower) และลดการสูญเสียน้ำ โดยการปรับเปลี่ยนค่าควบคุม Chloride ในระบบหอหล่อเย็น เพื่อให้น้ำที่ผ่านกระบวนการก่อนปล่อยออกสามารถนำกลับมาใช้ประโยชน์ได้อีกครั้ง
แนวทางการดำเนินงาน:
- ปรับเปลี่ยนค่าควบคุม Chloride ในระบบหอหล่อเย็นเพื่อเพิ่มความสามารถในการหมุนเวียนน้ำ
- ลดปริมาณน้ำทิ้งจากระบบ และลดความจำเป็นในการเติมน้ำใหม่เข้าสู่ระบบ
ผลการดำเนินงานในปี 2567:
- สามารถ ลดปริมาณน้ำทิ้งจากระบบหอหล่อเย็น ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- ลดปริมาณน้ำที่เติมเข้าสู่ระบบมากกว่า 28,006 ลูกบาศก์เมตร หรือเทียบเท่ากับ 28 ล้านลิตร
ความสำเร็จของโครงการ:
โครงการนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของบริษัทในการใช้ทรัพยากรน้ำอย่างมีประสิทธิภาพและลดการสูญเสียทรัพยากรในกระบวนการผลิตพลังงาน ความสำเร็จของโครงการไม่เพียงช่วยลดต้นทุนด้านน้ำ แต่ยังแสดงถึงความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและการจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน
ข้อดีของโครงการ:
- ลดการใช้น้ำในกระบวนการผลิตพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ
- สนับสนุนการจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน
- ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากการปล่อยน้ำทิ้ง
- สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนและการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของบริษัท


โครงการเปลี่ยนรูปแบบบรรจุภัณฑ์เพื่อลดปริมาณขยะพลาสติก ทุกโรงไฟฟ้า
วัตถุประสงค์ของโครงการ:
บริษัทมุ่งเน้นการบริหารจัดการขยะและลดปริมาณขยะพลาสติก ด้วยการปรับเปลี่ยนรูปแบบบรรจุภัณฑ์ในห้องน้ำสำหรับบ้านพักโรงไฟฟ้า เพื่อสนับสนุนการใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากการใช้พลาสติกแบบครั้งเดียวทิ้ง (Single Use Plastics)
แนวทางการดำเนินงาน:
- เปลี่ยน บรรจุภัณฑ์ครีมอาบน้ำและแชมพู จากขวดพลาสติกขนาดเล็กใช้ครั้งเดียว มาเป็น ขวดเติมขนาดใหญ่ (Refill)
- ใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมจากธรรมชาติ ซึ่งเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
- เปลี่ยนวัสดุของ บรรจุภัณฑ์และของใช้ในห้องน้ำ เช่น แปรงสีฟัน สำลีก้าน ฯลฯ ให้เป็นวัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
ผลการดำเนินงานในปี 2567:
- สามารถ ลดปริมาณขยะพลาสติกจากบรรจุภัณฑ์ในห้องน้ำในบ้านพักโรงไฟฟ้าฯ ได้ 100%
- ลดขยะพลาสติกได้ประมาณ 10.96 กิโลกรัม
ความสำเร็จของโครงการ:
โครงการนี้แสดงถึงความมุ่งมั่นของบริษัทในการลดปริมาณขยะพลาสติกและส่งเสริมการใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ความสำเร็จของโครงการไม่เพียงช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม แต่ยังสร้างความตระหนักรู้ให้พนักงานเกี่ยวกับความสำคัญของการเลือกใช้วัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
ข้อดีของโครงการ:
- ลดปริมาณขยะพลาสติกที่เกิดขึ้นในพื้นที่ดำเนินงาน
- สนับสนุนการใช้วัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
- ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากการใช้พลาสติกแบบครั้งเดียว
- เสริมสร้างภาพลักษณ์องค์กรที่มุ่งมั่นในการพัฒนาที่ยั่งยืน

โครงการถังหมักรักษ์โลก โรงไฟฟ้าพลงน้ำ น้ำงึม 2
วัตถุประสงค์ของโครงการ:
บริษัทมุ่งเน้นการบริหารจัดการขยะอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อส่งเสริมการพัฒนาด้านสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน โดยเริ่มจากการสนับสนุนการแยกขยะภายในโรงไฟฟ้า เพื่อให้สามารถจัดการขยะได้อย่างเหมาะสมและเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิล หรือแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ได้อย่างมีคุณค่า
รายละเอียดโครงการ:
- บริษัทได้ออกแบบ ถังหมักปุ๋ยอินทรีย์ ที่ผลิตจากวัสดุเหลือใช้ โดยนำขยะอินทรีย์ เช่น เศษอาหารจากโรงอาหารของโรงไฟฟ้าพลังน้ำ น้ำงึม 2 มาเข้าสู่กระบวนการแปรรูปเป็นปุ๋ยอินทรีย์ เพื่อนำมาใช้ในงานดูแลพื้นที่สีเขียวและสวนเกษตรภายในโรงไฟฟ้า
วัตถุประสงค์หลักของโครงการ:
- ลดปริมาณขยะเปียก: จัดการและลดปริมาณเศษอาหารจากโรงอาหารที่ส่งไปยังหลุมฝังกลบ เพื่อช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม
- ลดค่าใช้จ่ายในการซื้อปุ๋ย: ผลิตปุ๋ยคุณภาพดีจากวัสดุเหลือใช้ เพื่อนำมาใช้ใน พื้นที่สวน Grow Green ของโรงไฟฟ้า
- พัฒนาความรู้ด้านสิ่งแวดล้อม: เพิ่มพูนความรู้และความเข้าใจให้แก่พนักงานเกี่ยวกับการผลิตปุ๋ยอินทรีย์และการจัดการขยะอย่างมีประสิทธิภาพ
ผลลัพท์ของโครงการในปี 2567:
- ลดปริมาณขยะเศษอาหาร: ลดขยะเปียกจากโรงอาหารที่ส่งไปยังหลุมฝังกลบได้ 100% ตั้งแต่เริ่มดำเนินการในปลายเดือนสิงหาคม 2567 รวมปริมาณขยะที่ลดลง 2,600 กิโลกรัม
- อยู่ระหว่างการปรับปรุงคุณภาพปุ๋ยอินทรีย์ โดยคาดว่าจะผลิตปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพดี ในปี 2568 และนำไปใช้ในการดูแลพื้นที่สีเขียวและเกษตรกรรมภายในโรงไฟฟ้า
ความสำเร็จของโครงการ:
โครงการถังหมักรักษ์โลกสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของบริษัทในการสร้าง ระบบจัดการขยะที่ยั่งยืน โดยใช้วัสดุเหลือใช้เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับขยะอินทรีย์ ผลลัพธ์จากโครงการนี้ไม่เพียงช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม แต่ยังสนับสนุนการลดต้นทุนและส่งเสริมการเรียนรู้ด้านการจัดการขยะในองค์กร
ข้อดีของโครงการ:
- ลดปริมาณขยะเปียกที่ต้องส่งไปกำจัดในหลุมฝังกลบ
- ลดค่าใช้จ่ายในการซื้อปุ๋ยสำหรับพื้นที่สวน
- ส่งเสริมความรู้ด้านการจัดการขยะและการผลิตปุ๋ยให้แก่พนักงาน
- สนับสนุนเป้าหมายความยั่งยืนและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมขององค์กร


โครงการลดการใช้น้ำมันหล่อลื่น ของ Gas Compressor (โครงการต่อเนื่อง)

วัตถุประสงค์ของโครงการ:
เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำมันหล่อลื่นในเครื่องจักรประเภท Gas Compressor โดยการปรับปรุงระบบฉีดน้ำมันให้สอดคล้องกับความต้องการใช้งานจริง เพื่อลดการใช้น้ำมันหล่อลื่นส่วนเกิน ลดการเกิดของเสียอันตรายจากน้ำมันใช้แล้ว และช่วยลดค่าใช้จ่ายของโรงไฟฟ้าอย่างยั่งยืน
รายละเอียดโครงการ:
- ปรับปรุงระบบฉีดน้ำมันหล่อลื่นของ Gas Compressor ให้ควบคุมปริมาณการใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
- ตรวจสอบและวิเคราะห์การทำงานของระบบเดิมเพื่อหาจุดที่สามารถปรับปรุงได้
- ดำเนินการเปลี่ยนแปลงอุปกรณ์หรือกระบวนการควบคุมการฉีดน้ำมันให้เหมาะสมกับภาระงานจริงของเครื่องจักร
- ดำเนินโครงการอย่างต่อเนื่องโดยมีการติดตามผลการลดการใช้น้ำมันหล่อลื่นและปริมาณของเสียอันตรายที่เกิดขึ้น
ผลลัพธ์ของโครงการในปี 2567:
- ลดปริมาณการใช้น้ำมันหล่อลื่นและของเสียอันตรายที่เกิดจากน้ำมันใช้แล้วได้ประมาณ 2,508 ลิตร/ปี
- ลดค่าใช้จ่ายรวมจากการซื้อน้ำมันหล่อลื่นและค่ากำจัดน้ำมันใช้แล้วประมาณ 267,284.01 บาท/ปี
ความสำเร็จของโครงการ:
- สามารถลดการใช้ทรัพยากรและของเสียอันตรายได้อย่างมีนัยสำคัญ
- ระบบฉีดน้ำมันหล่อลื่นที่ได้รับการปรับปรุงสามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพและเชื่อถือได้ในระยะยาว
- โครงการได้รับการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องและสามารถต่อยอดไปยังเครื่องจักรประเภทอื่นในอนาคตได้
ข้อดีของโครงการ:
- ลดปริมาณของเสียอันตรายได้ถึง 2,508 ลิตร/ปี ช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
- ลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานของโรงไฟฟ้า
- เพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการพลังงานและทรัพยากร
- สนับสนุนเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมและการจัดการของเสียตามแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน