ความหลากหลายทางชีวภาพ
ผลกระทบต่อธุรกิจ (GRI3-3, 304-2)
ความท้าทายและโอกาส (GRI3-3)
ความหลากหลายทางชีวภาพเป็นประเด็นที่มีความเชื่อมโยงโดยตรงกับการพัฒนาและการดำเนินโครงการด้านพลังงาน ส่งผลให้บริษัทต้องเผชิญกับความท้าทายด้านการปฏิบัติตามกฎหมายและมาตรฐานสิ่งแวดล้อม การบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่ดำเนินงาน รวมถึงความคาดหวังที่เพิ่มขึ้นจากนักลงทุน สถาบันการเงิน และสังคมต่อการจัดการผลกระทบด้านธรรมชาติอย่างมีความรับผิดชอบ
ขณะเดียวกัน การบริหารจัดการความหลากหลายทางชีวภาพอย่างเป็นระบบและมีข้อมูลรองรับ เปิดโอกาสให้บริษัทสามารถยกระดับการบริหารความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม เสริมสร้างความมั่นคงในการดำเนินธุรกิจ และสะท้อนความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งมีส่วนช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้มีส่วนได้เสียในระยะยาว
ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีด้านการจัดการข้อมูล การติดตาม และการตรวจสอบ ทำให้การเปิดเผยข้อมูลด้านความหลากหลายทางชีวภาพมีความสำคัญมากยิ่งขึ้น ทั้งในมิติของความโปร่งใส ความสม่ำเสมอ และความสามารถในการเปรียบเทียบข้อมูล
บริษัทจึงกำหนดกรอบการดำเนินงานที่มุ่งเน้นการหลีกเลี่ยง ป้องกัน และลดผลกระทบ ควบคู่กับการอนุรักษ์และฟื้นฟูระบบนิเวศอย่างยั่งยืนเพื่อรองรับการบริหารจัดการในพื้นที่ดำเนินการ
แนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนที่ 15 (SDG 15) ในการปกป้อง ฟื้นฟู และสนับสนุนการใช้ระบบนิเวศบนบกอย่างยั่งยืน
ในปี 2567 บริษัทได้จัดทำการเปิดเผยข้อมูลด้านธรรมชาติภายใต้กรอบ Taskforce on Nature-related Financial Disclosures (TNFD) และในปี 2568 บริษัทได้จัดทำกรอบการดำเนินงานด้านความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity Action Plan Framework: BAP Framework) สำหรับโรงไฟฟ้าพลังน้ำไซยะบุรี เพื่อใช้เป็นฐานในการพัฒนาแผน BAP ฉบับสมบูรณ์ในระยะถัดไป
การดำเนินงานดังกล่าวไม่เพียงช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือด้าน ESG แต่ยังสร้างโอกาสในการดึงดูดนักลงทุนที่ให้ความสำคัญกับการจัดการความเสี่ยงด้านธรรมชาติ และเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันของบริษัทในระยะยาว
ความมุ่งมั่น (GRI3-3)
บริษัทมุ่งมั่นสู่เป้าหมาย “การไม่มีการสูญเสียสุทธิจากความหลากหลายทางชีวภาพและระบบนิเวศ (Strive toward No Net Loss: NNL)” ภายในปี 2583
บริษัทได้ผนวกเป้าหมายดังกล่าวไว้ในกลยุทธ์ความยั่งยืนขององค์กร และจัดทำแผนการดำเนินงานด้านความหลากหลายทางชีวภาพ เพื่อป้องกัน ลด และบริหารจัดการผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นอย่างเป็นระบบ พร้อมทั้งมุ่งเน้นการคุ้มครองและใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างมีประสิทธิภาพ
บริษัทดำเนินการผ่านโครงการสำคัญได้แก่
- โครงการตรวจติดตามด้านสิ่งแวดล้อม (The Environmental Monitoring Program): เพื่อประเมินและติดตามผลกระทบในพื้นที่ดำเนินการ
- การจัดทำแผนที่นำทางด้านความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity Roadmap) และกรอบการดำเนินงานด้านความหลากหลายทางชีวภาพ (BAP Framework)
- การรายงานตามกรอบมาตรฐานการเปิดเผยข้อมูลทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับธรรมชาติ TNFD (Taskforce on Nature-related Financial Disclosures): เพื่อสนับสนุนความโปร่งใสและการบริหารความเสี่ยงด้านธรรมชาติ
- การจัดทำแผนการการด้านความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity Action Plan: BAP) ของโรงไฟฟ้าพลังน้ำไซยะบุรี เพื่อยกระดับการจัดการความหลากหลายทางชีวภาพในระดับโครงการ
นอกจากนี้ บริษัทได้ดำเนินการประเมินผลกระทบด้านความหลากหลายทางชีวภาพทั้งจากการดำเนินงานของบริษัทและจากคู่ค้าธุรกิจตามขอบเขตที่เกี่ยวข้อง เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการพัฒนาและปรับปรุงแนวทางการจัดการผลกระทบด้านความหลากหลายทางชีวภาพให้เหมาะสมและยั่งยืนในระยะยาว
แนวทางการบริหารจัดการ (GRI3-3)
นโยบายการจัดการความหลากหลายทางชีวภาพ
กลยุทธ์และแผนกลยุทธ์
การบริหารจัดการความหลากหลายทางชีวภาพและระบบนิเวศ
บริษัทตระหนักถึงความสำคัญของความหลากหลายทางชีวภาพและระบบนิเวศ และได้มุ่งมั่นดำเนินธุรกิจตาม นโยบายการจัดการความหลากหลายทางชีวภาพอย่างเคร่งครัด เพื่อสนับสนุนการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน บริษัทเน้นการคิดค้นนวัตกรรมและนำเทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมาประยุกต์ใช้ในการดำเนินธุรกิจ เพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกและลดผลกระทบเชิงลบต่อระบบนิเวศ
การส่งเสริมความตระหนักรู้
บริษัทได้ดำเนินการ สื่อสารและสร้างความเข้าใจในความสำคัญของความหลากหลายทางชีวภาพและระบบนิเวศให้แก่ พนักงานทุกระดับ รวมถึง ผู้มีส่วนได้เสียกับบริษัทตลอดห่วงโซ่อุปทาน เพื่อสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ยั่งยืนและเสริมสร้างความร่วมมือในทุกภาคส่วน นอกจากนี้ บริษัทมุ่งเน้นการดำเนินโครงการเพื่อฟื้นฟูและอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ โดยส่งเสริมการมีส่วนร่วมของ ชุมชน และ สังคม เพื่อสนับสนุนการพัฒนาอย่างยั่งยืน
กรอบการดำเนินงานด้านความหลากหลายทางชีวภาพ (GRI304-3)
บริษัทดำเนินธุรกิจผลิตไฟฟ้าภายใต้กรอบการดำเนินงานด้านความหลากหลายทางชีวภาพ ที่ครอบคลุมตั้งแต่ การออกแบบโครงการไปจนถึงการบริหารจัดการในทุกพื้นที่ปฏิบัติการ โดยประกอบด้วยแนวทางลำดับขั้นของผลกระทบ (Mitigation Hierarchy) ดังนี้:
แนวทางลำดับขั้นของผลกระทบ (Mitigation Hierarchy)
หลีกเลี่ยงผลกระทบ
(Avoid)
บรรเทาผลกระทบ
(Minimize)
ฟื้นฟูและชดเชยแก่ความหลากหลายทางชีวภาพ
(Restore and Offset)
- แนวทางลำดับขั้นของผลกระทบ (Mitigation Hierarchy) ดำเนินการอย่างรอบคอบควบคู่กับการรักษาความหลากหลายทางชีวภาพ ตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบ การก่อสร้าง และการบริหารจัดการในทุกพื้นที่ปฏิบัติการของบริษัทเพื่อรักษาความหลากหลายทางชีวภาพในทุกระดับ
- หลีกเลี่ยงผลกระทบ (Avoid) หลีกเลี่ยงกิจกรรมในพื้นที่ที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบหรือผลเสียหายต่อความหลากหลายทางชีวภาพ
- บรรเทาผลกระทบ (Minimize) กำหนดมาตรการเพื่อบรรเทาผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นให้อยู่ในระดับต่ำที่สุด หรือจำกัดอันตรายใด ๆ ที่อาจเกิดขึ้นเท่าที่เป็นไปได้
- ฟื้นฟูและชดเชยแก่ความหลากหลายทางชีวภาพ (Restore and Offset) ดำเนินการฟื้นฟูและชดเชยการบริการทางระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพเพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่มีการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพในภาพรวม → ฟื้นฟู และการชดเชยในกรณีที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงหรือบรรเทาผลกระทบได้ (Restore and Offset as a last resort) โดยดำเนินการฟื้นฟูหรือชดเชยบริการจากระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพเฉพาะในกรณีที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงหรือบรรเทาผลกระทบได้ เพื่อสนับสนุนเป้าหมายการมุ่งสู่การไม่มีการสูญเสียสุทธิของความหลากหลายทางชีวภาพ (Strive toward No Net Loss: NNL)
แผนการดำเนินงานด้านความหลากหลายทางชีวภาพ (GRI304-3)
ปี 2566 บริษัทได้พัฒนา แผนการดำเนินงานด้านความหลากหลายทางชีวภาพ ระยะที่ 1 ซึ่งกำหนดกรอบระยะเวลา 5 ปี (ปี 2566-2570) เพื่อผลักดันให้บรรลุเป้าหมาย ไม่มีการสูญเสียจากความหลากหลายทางชีวภาพและระบบนิเวศสุทธิเป็นศูนย์ (No Net Loss) ภายในปี 2583 โดยแผนนี้มีการกำหนดเป้าหมายและแนวทางการดำเนินงานที่ชัดเจนในแต่ละปี เพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อความหลากหลายทางชีวภาพและสนับสนุนเป้าหมายความยั่งยืนในระดับองค์กรและระดับสากล
ระยะที่ 1 (2566–2570): แผนการดำเนินงานที่สำคัญ
ปี 2565
- เริ่มต้นการพัฒนาแผนกลยุทธ์ด้านความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity Roadmap)
- จัดทำแนวทางการปฏิบัติเบื้องต้นสำหรับการบริหารจัดการด้านความหลากหลายทางชีวภาพ
- จัดทำนโยบายด้านความหลากหลายทางชีวภาพ
ปี 2566
- โครงการตรวจติดตามด้านสิ่งแวดล้อม (The Environmental Monitoring Program) เพื่อตรวจสอบและติดตามผลกระทบในพื้นที่ดำเนินการ
- จัดทำแผนการดำเนินงานด้านความหลากหลายทางชีวภาพ ระยะที่ 1 (ปี 2566–2570)
ปี 2567
- เริ่มดำเนินการ Critical Habitat Assessment (CHA) และจัดทำกรอบแผนปฏิบัติการความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity Action Plan: BAP) สำหรับพื้นที่ปฏิบัติการที่มีความสำคัญของ CKPower (โรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรี)
- จัดทำรายงาน Task Force on Nature-related Financial Disclosures (TNFD) เพื่อเปิดเผยข้อมูลด้านธรรมชาติอย่างโปร่งใส
- พัฒนากรอบแผนปฏิบัติการความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity Action Plan: BAP) สำหรับโรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรี
ปี 2568
- ดำเนินการจัดทำและแล้วเสร็จกรอบการดำเนินงานด้านความหลากหลายทางชีวภาพ (BAP Framework) ในระดับโครงการ สำหรับโรงไฟฟ้าพลังน้ำไซยะบุรี
ปี 2569
- ขยายการจัดทำแผนปฏิบัติการด้านความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity Action Plan: BAP) เพื่อครอบคลุมพื้นที่ปฏิบัติการที่มีความสำคัญของบริษัทตามการจัดลำดับความเสี่ยง โดยพิจารณาจากระดับความเสี่ยงด้านความหลากหลายทางชีวภาพและความอ่อนไหวของระบบนิเวศในแต่ละพื้นที่
ระยะที่ 2 (2026–2040): การติดตามและดำเนินการอย่างต่อเนื่อง
- ดำเนินการตามแผนปฏิบัติการความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity Action Plan: BAP) อย่างต่อเนื่องในพื้นที่ปฏิบัติการที่กำหนดตามแผน โดยบูรณาการเข้ากับกระบวนการบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อมและความเสี่ยงขององค์กร
- ติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลการดำเนินงานในพื้นที่ปฏิบัติการอย่างสม่ำเสมอ เพื่อประเมินประสิทธิผลของมาตรการบริหารจัดการและความก้าวหน้าในการมุ่งสู่เป้าหมาย No Net Loss (NNL)
- ทบทวน ปรับปรุงและพัฒนาแนวทางการบริหารจัดการด้านความหลากหลายทางชีวภาพตามความเหมาะสมกับบริบทพื้นที่ ความเสี่ยง การเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมและข้อกำหนดหรือแนวปฏิบัติสากลที่เกี่ยวข้อง
|
ตรวจสอบ (Monitoring)
|
|
ศึกษา (Study)
|
|
ประเมิน (Assessment) บริษัทดำเนินการประเมินความเสี่ยงและผลกระทบด้านความหลากหลายทางชีวภาพที่ยังคงเหลือ (Residual Impacts) จากการดำเนินงานของทุกหน่วยธุรกิจ ในขอบเขตที่เกี่ยวข้องเพื่อใช้เป็นข้อมูลในการวางแผนป้องกัน ฟื้นฟู และรักษาระบบนิเวศให้คงสภาพสมดุลในระยะยาว การประเมินดังกล่าวครอบคลุมทั้งพื้นที่ดำเนินงานหลักและพื้นที่ในเขตอุตสาหกรรมที่มีระดับผลกระทบด้านระบบนิเวศต่ำ เพื่อให้การจัดการเป็นไปอย่างรอบด้านและสอดคล้องกับมาตรฐานการอนุรักษ์ |
|
จัดทำ (Management)
![]() TNFD Report 2024
|
|
เสริมสร้าง (Support) เสริมสร้างการมีส่วนร่วมกับผู้มีส่วนได้เสีย โดยส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาโครงการอนุรักษ์พันธุ์สัตว์และการพัฒนาอาชีพให้กับชุมชนโดยรอบโรงไฟฟ้า เพื่อสนับสนุนการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพและดำเนินงานอย่างยั่งยืน |
ระบบทางปลาผ่านแบบผสม ของโรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรี (Hybrid Fish Passing and Fish Locks System in Xayaburi Hydroelectric Power Plant)
บริษัทใช้ระบบทางปลาผ่านแบบผสม (Hybrid Fish Passing and Fish Lock System) เพื่อสนับสนุนการคงอยู่ของความหลากหลายทางชีวภาพจากการดำเนินการของโรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรี ขนาด 1,285 เมกะวัตต์ บนแม่น้ำโขงระหว่างแขวงไซยะบุรีและหลวงพระบาง สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ครอบคลุมพื้นที่ดำเนินงานประมาณ 564,000 เฮกตาร์ มีการศึกษาความเหมาะสมตามชนิดพันธุ์ปลา ตั้งแต่ระยะการออกแบบก่อสร้าง รวมทั้งการประเมินความเสี่ยงต่อชนิดพันธุ์สัตว์น้ำ ตาม IUCN Red List ก่อนที่บริษัทจะเริ่มนำระบบทางปลาผ่านแบบผสมมาใช้งาน
ระบบประกอบด้วย ทางปลาผ่านแบบ Vertical-slot Fishway (กว้าง 18 เมตร และลึกสูงสุด 16 เมตร) เชื่อมต่อกับ ช่องยกปลา (Fish Locks) ขนาดใหญ่ โดยการออกแบบและระบบการทำงานสอดคล้องกับขนาดและพฤติกรรมปลาในแม่น้ำโขง เพื่อสนับสนุนการอพยพในช่วงขยายพันธุ์และวางไข่ ช่วยคงไว้ซึ่งวงจรชีวิตสัตว์น้ำและความหลากหลายทางชีวภาพ และ สนับสนุนการดำเนินงานของโรงไฟฟ้าไปพร้อมกับการรักษาสมดุลของระบบนิเวศลุ่มน้ำโขงอย่างยั่งยืน
วิดีโอการเดินทางของปลา
เป้าหมายระยะยาว เป้าหมายปี 2568 และผลการดำเนินงานปี 2568 (GRI3-3)
| ความหลากหลายทางชีวภาพ | |||
|---|---|---|---|
ความหลากหลายทางชีวภาพ
|
|||
| เป้าหมายระยะยาว | |||
| พัฒนาแผนด้านความหลากหลายทางชีวภาพ | |||
| เป้าหมายปี 2568 | ผลการดำเนินการปี 2568 | ||
| จัดทำกรอบการจัดทำแผนการจัดการด้านความหลากหลายทางชีวภาพ (BAP framework) ของโรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรี |
100% |
100% |
|
| เก็บข้อมูลสำหรับจัดทำแผนการการด้านความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity Action Plan: BAP) โรงไฟฟ้าพลังน้ำน้ำงึม 2 |
อยู่ระหว่างเตรียมการจัดทำแผนการการด้านความหลากหลายทางชีวภาพ Biodiversity Action Plan: BAP) โรงไฟฟ้าพลังน้ำน้ำงึม 2 |
||
| SDGs | |||
| ความหลากหลายทางชีวภาพ | |||||
|---|---|---|---|---|---|
ความหลากหลายทางชีวภาพ
|
|||||
| เป้าหมายระยะยาว | |||||
| ประเมินผลกระทบคงเหลือจากการปฏิบัติงานของทุกโรงไฟฟ้าในปี 2569 |
100% |
การสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ (No net loss: NNL) และบริการจากระบบนิเวศสุทธิเป็นศูนย์ ในปี 2583 |
No Net Loss |
||
| เป้าหมายปี 2567 | ผลการดำเนินงานปี 2567 | ||||
| เก็บข้อมูลความหลากหลายทางชีวภาพและประเมินพื้นที่และชนิดพันธุ์คุ้มครอง ตาม IUCN ของโรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรี |
100% |
100% |
|||
| จัดทำรายงานการเปิดเผยข้อมูลทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับธรรมชาติ (TNFD) |
100% |
100% |
|||
| ปลาสามารถอพยพผ่านไปด้านเหนือน้ำได้อย่างปลอดภัยไม่น้อยกว่าปี 2567 |
≥ 132
|
143
|
|||
โครงการที่โดดเด่นที่ได้ดำเนินการในปี 2568
ในปี 2568 บริษัทได้ดำเนินการจัดทำ กรอบการดำเนินงานด้านความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity Action Plan Framework: BAP Framework) สำหรับโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำไซยะบุรี เพื่อใช้เป็นฐานสำหรับการพัฒนาแผนปฏิบัติการด้านความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity Action Plan: BAP) ฉบับสมบูรณ์ในระยะถัดไป
การจัดทำ BAP Framework มีวัตถุประสงค์เพื่อวางโครงสร้างการบริหารจัดการผลกระทบด้านความหลากหลายทางชีวภาพอย่างเป็นระบบ สอดคล้องกับมาตรฐานสากลด้านสิ่งแวดล้อมและการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ โดยมุ่งเน้นการบริหารจัดการผลกระทบคงเหลือจากการดำเนินงานของโครงการ (Residual Impacts) และการกำหนดแนวทางตาม หลักการ Mitigation Hierarchy (หลีกเลี่ยง–ลดผลกระทบ–ฟื้นฟู–ชดเชย) เพื่อสนับสนุนเป้าหมาย มุ่งสู่การไม่มีการสูญเสียสุทธิของความหลากหลายทางชีวภาพ (Strive toward No Net Loss: NNL) ในระยะยาว
L : Locate – ระบุพื้นที่และบริบททางธรรมชาติ
- เลือกใช้ผู้เชี่ยวชาญจากหน่วยงานภายนอกเพื่อกำหนดกรอบและมาตรฐานการดำเนินงานตาม IFC Performance Standard 6 (PS6)
- ระบุขอบเขตพื้นที่ศึกษาและประเมินความสำคัญของพื้นที่ตามเกณฑ์ Critical Habitat โดยใช้ข้อมูลเดิมและข้อมูลสำรวจของโครงการ
ผลลัพธ์: พื้นที่ที่มีความสำคัญด้านความหลากหลายทางชีวภาพและระดับความอ่อนไหวของระบบนิเวศ
E : Evaluate – ประเมินสภาพและความเสี่ยง
- ดำเนินการสำรวจชนิดพันธุ์ ระบบนิเวศ และปัจจัยคุกคาม เพื่อจัดทำข้อมูลพื้นฐาน (Baseline Data)
- วิเคราะห์ข้อมูลเพื่อประเมินผลกระทบคงเหลือ (Residual Impacts) และระดับความเสี่ยงด้านความหลากหลายทางชีวภาพ
ผลลัพธ์: ความเข้าใจเชิงลึกเกี่ยวกับผลกระทบ ความเสี่ยง และลำดับความสำคัญในการจัดการ
A : Assess – ประเมินการตอบสนองและโอกาสในการจัดการ
- พัฒนากรอบการดำเนินงานด้านความหลากหลายทางชีวภาพ โดยกำหนดประเด็นความเสี่ยง แนวทางการป้องกัน ลด และฟื้นฟู
- ออกแบบมาตรการและแนวทางการจัดการที่เหมาะสมตามระดับความเสี่ยงและบริบทพื้นที่
ผลลัพธ์: แนวทางจัดการผลกระทบและโอกาสในการอนุรักษ์และฟื้นฟูความหลากหลายทางชีวภาพ
P : Prepare – จัดทำแผนและกลไกการดำเนินงาน
- จัดโครงสร้างบทบาท หน้าที่ และกลไกความร่วมมือของหน่วยงานรัฐ ชุมชน และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ตามหลักการมีส่วนร่วมของ IFC PS6
- จัดทำ BAP Framework โดยระบุมาตรการ กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินงาน ผู้รับผิดชอบ และตัวชี้วัด เพื่อการติดตามและประเมินผลอย่างเป็นระบบ
ผลลัพธ์: กรอบการดำเนินงานด้านความหลากหลายทางชีวภาพที่สามารถนำไปใช้เป็นฐานสำหรับพัฒนาแผน BAP ฉบับสมบูรณ์ในลำดับถัดไป
ผลการประเมินข้อมูล:
ปัจจุบันโครงการได้ดำเนินความก้าวหน้าในการจัดทำกรอบการดำเนินงานด้านความหลากหลายทางชีวภาพ (BAP Framework) ในสองส่วนสำคัญ ได้แก่ การสรุปผลการประเมินพื้นที่ถิ่นที่อยู่อาศัยที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง (Critical Habitat Assessment: CHA) และการจัดทำกรอบการดำเนินงานด้านความหลากหลายทางชีวภาพ ซึ่งเป็นข้อมูลพื้นฐานสำคัญสำหรับกำหนดมาตรการป้องกัน ฟื้นฟู และชดเชยผลกระทบด้านความหลากหลายทางชีวภาพในลำดับต่อไป
- จัดทำรายงานการประเมินพื้นที่ถิ่นที่อยู่อาศัยที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง (Critical Habitat Assessment: CHA) แล้วเสร็จ โครงการได้ทบทวนข้อมูลความหลากหลายทางชีวภาพจากฐานข้อมูลสากลและข้อมูลสำรวจที่มีอยู่เดิม เพื่อตรวจสอบความสำคัญของพื้นที่ตามเกณฑ์ Critical Habitat ของ IFC PS6 โดยผลการวิเคราะห์ได้ระบุกลุ่มชนิดพันธุ์ ระบบนิเวศ และพื้นที่สำคัญ ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการบริหารจัดการเชิงอนุรักษ์ในการพัฒนาแผน BAP ฉบับสมบูรณ์ในระยะถัดไป
- จัดทำกรอบการดำเนินงานด้านความหลากหลายทางชีวภาพ (BAP Framework) ครอบคลุมขอบเขตพื้นที่ศึกษา ประเด็นความเสี่ยง และแนวทางตามหลัก Mitigation Hierarchy
- นำข้อมูล CHA และ BAP Framework มาประมวลเพื่อกำหนดทิศทางมาตรการด้านความหลากหลายทางชีวภาพเบื้องต้น ครอบคลุมทั้งระบบนิเวศบนบกและระบบนิเวศน้ำ เพื่อใช้พัฒนาแผน BAP ฉบับสมบูรณ์ในลำดับถัดไป



บริษัทดำเนินการติดตามประสิทธิภาพของ ระบบทางปลาผ่านแบบผสม (Hybrid Fish Passing System) ของโรงไฟฟ้าพลังน้ำไซยะบุรี โดยประยุกต์ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง ได้แก่
- Passive Integrated Transponder (PIT Tag System) เพื่อศึกษาพฤติกรรมการอพยพของปลา
- Hydroacoustic Cameras (ARIS) เพื่อติดตามการเคลื่อนไหวของปลาแบบต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง
เทคโนโลยีดังกล่าวเริ่มใช้งานตั้งแต่ปี 2562 และดำเนินการอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน
ผลการดำเนินงานในปี 2568:
- ตรวจพบชนิดพันธุ์ปลาที่สามารถอพยพผ่านระบบทางปลาผ่านไปยังด้านเหนือน้ำได้อย่างปลอดภัย จำนวน 96 สายพันธุ์
- จากข้อมูลสะสมตั้งแต่เริ่มใช้งานระบบ พบชนิดพันธุ์ปลาสะสมรวม 143 สายพันธุ์ ที่สามารถอพยพผ่านระบบได้
- การบริหารจัดการระบบทางปลาผ่านสามารถรักษาสมดุลระหว่างการผลิตไฟฟ้าและการอพยพของปลา โดยไม่พบผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อกระบวนการอพยพตามธรรมชาติ
นอกจากนี้ บริษัทได้ดำเนินการสำรวจ สายพันธุ์สิ่งมีชีวิตที่อยู่ในบัญชีแดงไอยูซีเอ็น (IUCN Red List) และบัญชีอนุรักษ์ระดับชาติในพื้นที่โรงไฟฟ้าพลังน้ำน้ำงึม 2 โดยในปี 2568 บริษัทมุ่งเน้นการเก็บข้อมูลเพิ่มเติมในพื้นที่โรงไฟฟ้าพลังน้ำอื่น ๆ เพื่อเสริมสร้างแนวทางการจัดการความหลากหลายทางชีวภาพที่ครอบคลุมและยั่งยืน (GRI304-4)
| จำนวนสายพันธุ์ปลาที่ถูกบรรจุ ในบัญชีแดงไอยูซีเอ็นและบัญชี อนุรักษ์ระดับชาติทั้งหมดในพื้นที่ |
โรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรี ปี 2568 | โรงไฟฟ้าพลังน้ำ น้ำงึม 2 |
โรงไฟฟ้าบางปะอิน โคเจนเนอเรชั่น (อยู่ในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม ไม่ได้อยู่ในเกณฑ์การสำรวจ) |
โรงไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์ บางเขนชัย |
|---|---|---|---|---|
| พื้นที่ Operation แต่ละโรงไฟฟ้า | 110 เฮกตาร์ | 115,790 เฮกตาร์ | 5.86 เฮกตาร์ | 29.6 เฮกตาร์ |
| จำนวนสายพันธุ์ที่เสี่ยงอันตราย | 1 สายพันธุ์ | 1 สายพันธุ์ | 0 สายพันธุ์ | 26 สายพันธุ์ |
| จำนวนสายพันธุ์ที่ตกอยู่ในอันตราย | 1 สายพันธุ์ | 1 สายพันธุ์ | 0 สายพันธุ์ | 31 สายพันธุ์ |
| จำนวนสายพันธุ์เปราะบาง | 9 สายพันธุ์ | 0 สายพันธุ์ | 0 สายพันธุ์ | 46 สายพันธุ์ |
| จำนวนสายพันธุ์ใกล้ถูกคุกคาม | 5 สายพันธุ์ | 2 สายพันธุ์ | 0 สายพันธุ์ | 0 สายพันธุ์ |
| จำนวนสายพันธุ์ที่มีความกังวลน้อยที่สุด | 117 สายพันธุ์ | 28 สายพันธุ์ | 0 สายพันธุ์ | 0 สายพันธุ์ |
| จำนวนสายพันธุ์ที่ไม่ถูกประเมิน | 10 สายพันธุ์ | 1 สายพันธุ์ | 0 สายพันธุ์ | 2 สายพันธุ์ |
วัตถุประสงค์
- เพื่อส่งเสริมความรู้ ความเข้าใจ และความตระหนัก เกี่ยวกับคุณค่าและความสำคัญของทรัพยากรธรรมชาติ โดยเฉพาะป่าสงวนและสัตว์ป่าคุ้มครองในพื้นที่ชุมชนและบริเวณโดยรอบ
- เพื่อสร้างความตระหนักถึงบทบาทและความรับผิดชอบของชุมชนในการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ป่าคุ้มครอง ลดการกระทำที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อระบบนิเวศ
- เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างโรงไฟฟ้า หน่วยงานภาครัฐ และประชาชนในพื้นที่ ในการดูแลและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน
กลุ่มเป้าหมาย
ประชาชนในชุมชนบริเวณเหนือน้ำของโรงไฟฟ้าพลังน้ำไซยะบุรี จำนวน 4 ชุมชน ได้แก่ บ้านปากเซือง บ้านถิ่นแก้ว บ้านวังสา และบ้านห้วยเครือ
แนวทางและกิจกรรมดำเนินงาน
- จัดทำสื่อให้ความรู้ในรูปแบบอินโฟกราฟิก เกี่ยวกับป่าสงวนและสัตว์ป่าคุ้มครองในพื้นที่โดยรอบชุมชน เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ง่ายและเข้าใจได้อย่างชัดเจน
- ลงพื้นที่ให้ความรู้และเผยแพร่ข้อมูลแก่ประชาชนในทั้ง 4 ชุมชน พร้อมเปิดพื้นที่แลกเปลี่ยนความคิดเห็น เพื่อสร้างการสื่อสารสองทางระหว่างโรงไฟฟ้าและชุมชน
ผลลัพธ์
- ประชาชนในพื้นที่ทั้ง 4 ชุมชนมีความรู้และความเข้าใจเพิ่มขึ้นเกี่ยวกับการอนุรักษ์ป่าไม้และสัตว์ป่าคุ้มครอง
- เกิดทัศนคติเชิงบวกและความตระหนักถึงบทบาทของตนเอง ในการดูแลทรัพยากรธรรมชาติในชุมชน ตลอดจนสามารถเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงในชุมชนของตนได้อย่างยั่งยืน
- ชุมชนให้ความร่วมมือและมีส่วนร่วมอย่างต่อเนื่อง ผ่านการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและกำหนดแนวทางร่วมกันในการดูแลทรัพยากรธรรมชาติบริเวณรอบโรงไฟฟ้าอย่างยั่งยืน
บ้านปากเซือง แขวงหลวงพระบาง
บ้านถิ่นแก้ว แขวงหลวงพระบาง


รายงานความยั่งยืน ปี 2568

