ความหลากหลายทางชีวภาพ
ผลกระทบต่อธุรกิจ
ความท้าทายและโอกาส
ความหลากหลายทางชีวภาพมีบทบาทสำคัญในการดำเนินธุรกิจ เนื่องจากบริษัทต้องเผชิญกับความท้าทายด้านการปฏิบัติตามกฎหมาย การบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติ และการตอบสนองต่อความคาดหวังที่เพิ่มขึ้นจากนักลงทุนและสังคมเกี่ยวกับผลกระทบต่อระบบนิเวศรอบพื้นที่ดำเนินงาน
นอกจากนี้ ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีในการบริหารจัดการข้อมูลและการตรวจสอบยังสร้างความจำเป็นในการพัฒนา การรายงานข้อมูลด้านความหลากหลายทางชีวภาพให้โปร่งใสและเป็นมาตรฐาน เพื่อตอบสนองความท้าทายเหล่านี้ บริษัทได้กำหนดกรอบการดำเนินงานที่เน้นการป้องกันและลดผลกระทบ พร้อมอนุรักษ์และฟื้นฟูระบบนิเวศอย่างยั่งยืน
แนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับ เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนที่ 15 (SDG 15) ในการปกป้อง ฟื้นฟู และสนับสนุนการใช้ระบบนิเวศบนบกอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ บริษัทจัดทำรายงานการเปิดเผยข้อมูลทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับทรัพยากรธรรมชาติภายใต้กรอบ Taskforce on Nature-related Financial Disclosure (TNFD) ภายในปี 2567 เพื่อยกระดับการบริหารจัดการความหลากหลายทางชีวภาพให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล
การดำเนินการดังกล่าวไม่เพียงช่วยสร้างความน่าเชื่อถือให้กับบริษัท แต่ยังสร้างโอกาสทางธุรกิจด้วยการดึงดูดนักลงทุนที่ให้ความสำคัญกับ ESG (Environmental, Social, and Governance) พร้อมทั้งเสริมสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันในตลาดที่มุ่งเน้นความยั่งยืน
ความมุ่งมั่น
บริษัทมุ่งมั่นบรรลุเป้าหมาย “การไม่มีการสูญเสียสุทธิจากความหลากหลายทางชีวภาพและระบบนิเวศ (Strive toward No Net Loss (NNL) of Biodiversity and Ecosystem Services)” ภายในปี 2583 เพื่อป้องกันและลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อความหลากหลายทางชีวภาพอย่างเป็นระบบ บริษัทได้จัดทำ แผนการดำเนินงานด้านความหลากหลายทางชีวภาพ โดยผนวกเป้าหมายดังกล่าวไว้ในกลยุทธ์ความยั่งยืนขององค์กร พร้อมมุ่งเน้นการปกป้องและบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างมีประสิทธิภาพ
บริษัทดำเนินการผ่านโครงการสำคัญได้แก่
- โครงการตรวจติดตามด้านสิ่งแวดล้อม (The Environmental Monitoring Program) : ตรวจสอบและติดตามผลกระทบในพื้นที่ดำเนินการ
- การจัดทำกลยุทธ์ความหลากหลายทางชีวภาพและแผนปฏิบัติการ (Biodiversity Strategy and Road Map) : วางแนวทางการป้องกันและฟื้นฟูความหลากหลายทางชีวภาพ
- การรายงานตามกรอบมาตรฐานการเปิดเผยข้อมูลทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับธรรมชาติ TNFD (Taskforce on Nature-related Financial Disclosures) : เพื่อเปิดเผยข้อมูลอย่างโปร่งใส่
นอกจากนี้ บริษัทได้ดำเนินการประเมินผลกระทบด้านความหลากหลายทางชีวภาพทั้งจากการดำเนินงานของบริษัทและจากคู่ค้าธุรกิจ เพื่อรวบรวมข้อมูลเชิงลึกสำหรับการพัฒนาและปรับปรุงแนวทางการจัดการผลกระทบด้านความหลากหลายทางชีวภาพให้เหมาะสมและยั่งยืนในระยะยาว
แนวทางการบริหารจัดการ
นโยบายการจัดการความหลากหลายทางชีวภาพ
กลยุทธ์และแผนกลยุทธ์
การบริหารจัดการความหลากหลายทางชีวภาพและระบบนิเวศ
บริษัทตระหนักถึงความสำคัญของความหลากหลายทางชีวภาพและระบบนิเวศ และได้มุ่งมั่นดำเนินธุรกิจตาม นโยบายการจัดการความหลากหลายทางชีวภาพอย่างเคร่งครัด เพื่อสนับสนุนการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน บริษัทเน้นการคิดค้นนวัตกรรมและนำเทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมาประยุกต์ใช้ในการดำเนินธุรกิจ เพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกและลดผลกระทบเชิงลบต่อระบบนิเวศ
การส่งเสริมความตระหนักรู้
บริษัทได้ดำเนินการ สื่อสารและสร้างความเข้าใจในความสำคัญของความหลากหลายทางชีวภาพและระบบนิเวศให้แก่ พนักงานทุกระดับ รวมถึง ผู้มีส่วนได้เสียกับบริษัทตลอดห่วงโซ่อุปทาน เพื่อสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ยั่งยืนและเสริมสร้างความร่วมมือในทุกภาคส่วน นอกจากนี้ บริษัทมุ่งเน้นการ ดำเนินโครงการเพื่อฟื้นฟูและอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ โดยส่งเสริมการมีส่วนร่วมของ ชุมชน และ สังคม เพื่อสนับสนุนการพัฒนาอย่างยั่งยืน
กรอบการดำเนินงานด้านความหลากหลายทางชีวภาพ
บริษัทดำเนินธุรกิจผลิตไฟฟ้าภายใต้ กรอบการดำเนินงานด้านความหลากหลายทางชีวภาพ ที่ครอบคลุมตั้งแต่ การออกแบบ โครงการไปจนถึงการ บริหารจัดการ ในทุกพื้นที่ปฏิบัติการ โดยประกอบด้วยแนวทางลำดับขั้นของผลกระทบ (Mitigation Hierarchy) ดังนี้:
แนวทางลำดับขั้นของผลกระทบ (Mitigation Hierarchy)
หลีกเลี่ยงผลกระทบ
(Avoid)
บรรเทาผลกระทบ
(Minimize)
ฟื้นฟูและชดเชยแก่ความหลากหลายทางชีวภาพ
(Restore and Offset)
- แนวทางลำดับขั้นของผลกระทบ (Mitigation Hierarchy) ดำเนินการอย่างรอบคอบควบคู่กับการรักษาความหลากหลายทางชีวภาพ ตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบ การก่อสร้าง และการบริหารจัดการในทุกพื้นที่ปฏิบัติการของบริษัทเพื่อรักษาความหลากหลายทางชีวภาพในทุกระดับ
- หลีกเลี่ยงผลกระทบ (Avoid) หลีกเลี่ยงกิจกรรมในพื้นที่ที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบหรือผลเสียหายต่อความหลากหลายทางชีวภาพ
- บรรเทาผลกระทบ (Minimize) กำหนดมาตรการเพื่อบรรเทาผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นให้อยู่ในระดับต่ำที่สุด หรือจำกัดอันตรายใด ๆ ที่อาจเกิดขึ้นเท่าที่เป็นไปได้
- ฟื้นฟูและชดเชยแก่ความหลากหลายทางชีวภาพ (Restore and Offset) ดำเนินการฟื้นฟูและชดเชยการบริการทางระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพเพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่มีการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพในภาพรวม
แผนการดำเนินงานด้านความหลากหลายทางชีวภาพ
บริษัทได้พัฒนา แผนการดำเนินงานด้านความหลากหลายทางชีวภาพ ระยะที่ 1 ซึ่งกำหนดกรอบระยะเวลา 5 ปี (ปี 2566-2570) เพื่อ ผลักดันให้บรรลุเป้าหมาย ไม่มีการสูญเสียจากความหลากหลายทางชีวภาพและระบบนิเวศสุทธิเป็นศูนย์ (No Net Loss) ภายในปี 2583 โดยแผนนี้มีการกำหนดเป้าหมายและแนวทางการดำเนินงานที่ชัดเจนในแต่ละปี เพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อความหลากหลายทางชีวภาพและสนับสนุนเป้าหมายความยั่งยืนในระดับองค์กรและระดับสากล
ระยะที่ 1 (2566–2570): แผนการดำเนินงานที่สำคัญ
ปี 2565
- เริ่มต้นการพัฒนา แผนกลยุทธ์ด้านความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity Roadmap)
- จัดทำแนวทางการปฏิบัติเบื้องต้นสำหรับการบริหารจัดการด้านความหลากหลายทางชีวภาพ
- จัดทำนโยบายด้านความหลากหลายทางชีวภาพ
ปี 2566
- โครงการ ติดตาม ตรวจติดตามด้านสิ่งแวดล้อม (The Environmental Monitoring Program) เพื่อตรวจสอบและติดตามผลกระทบในพื้นที่ดำเนินการ
- จัดทำ แผนการดำเนินงานด้านความหลากหลายทางชีวภาพ ระยะที่ 1 (ปี 2566–2570)
ปี 2567
- เริ่มดำเนินการ Critical Habitat Assessment (CHA) และจัดทำ กรอบแผนปฏิบัติการความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity Action Plan: BAP) สำหรับพื้นที่ปฏิบัติการที่มีความสำคัญของ CKPower (โรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรี)
- จัดทำรายงาน Task Force on Nature-related Financial Disclosures (TNFD) เพื่อเปิดเผยข้อมูลด้านธรรมชาติอย่างโปร่งใส
- พัฒนากรอบแผนปฏิบัติการความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity Action Plan: BAP) สำหรับโรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรี
ปี 2568
- ขยายการพัฒนา แผนปฏิบัติการความหลากหลายทางชีวภาพ (BAP) สำหรับพื้นที่ปฏิบัติการที่มีความสำคัญทั้งหมดของบริษัท
- ดำเนินการเสร็จสิ้น แผนปฏิบัติการความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity Action Plan: BAP) สำหรับ โรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรี
ปี 2569
- ดำเนินการเสร็จสิ้น แผนปฏิบัติการความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity Action Plan: BAP) สำหรับพื้นที่ปฏิบัติการที่มีความสำคัญทั้งหมดของ CKPower
ระยะที่ 2 (2026–2040): การติดตามและดำเนินการอย่างต่อเนื่อง
- ดำเนินการตามแผนปฏิบัติการความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity Action Plan: BAP) อย่างต่อเนื่องในทุกพื้นที่ปฏิบัติการ
- ติดตามและประเมินผลการดำเนินงานในพื้นที่ปฏิบัติการอย่างสม่ำเสมอ
- ปรับปรุงและพัฒนาแนวทางการบริหารจัดการด้านความหลากหลายทางชีวภาพตามความเหมาะสม
|
ตรวจสอบ (Monitoring)
|
|
ศึกษา
|
|
ประเมิน ประเมินความเสี่ยงและผลกระทบด้านความหลากหลายทางชีวภาพที่คงเหลือจากการดำเนินการในทุกหน่วยธุรกิจภายใต้การบริหารจัดการของบริษัท เพื่อวางแผนการชดเชยการให้บริการทางระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพ และป้องกันไม่ให้มีการสูญเสียในภาพรวม แม้ว่าบริษัทจะมีพื้นที่บางแห่งที่ดำเนินงานใหญ่อยู่ในเขตนิคมอุตสาหกรรม ซึ่งส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศในระดับต่ำ |
|
จัดทำ
|
|
เสริมสร้าง เสริมสร้างการมีส่วนร่วมกับผู้มีส่วนได้เสีย โดยส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาโครงการอนุรักษ์พันธุ์สัตว์และส่งเสริมอาชีพให้กับชุมชนโดยรอบโรงไฟฟ้า เพื่อสริมสร้างความมุ่งมั่นในการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพและดำเนินงานอย่างยั่งยืน |
ระบบทางปลาผ่านแบบผสม ของโรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรี (Hybrid Fish Passing and Fish Locks System in Xayaburi Hydroelectric Power Plant)
บริษัทได้ใช้ระบบทางปลาผ่านแบบผสมหรือ “Hybrid Fish Passing and Fish Lock System” เพื่อรักษาความหลากหลายทางชีวภาพจากการดำเนินการของโรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรี ขนาด 1,285 เมกะวัตต์ ซึ่งตั้งอยู่บนแม่น้ำโขงระหว่างแขวงไซยะบุรีและหลวงพระบาง สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ครอบคลุมพื้นที่ดำเนินงาน 564,000 เฮกตาร์โดยบริษัทได้มีการศึกษาความเหมาะสมตามชนิดพันธุ์ปลาตั้งแต่กระบวนการออกแบบก่อสร้าง รวมทั้งการประเมินความเสี่ยงต่อการสูญพันธ์ของชนิดพันธุ์สัตว์น้ำ ตาม IUCN Red List ก่อนที่บริษัทจะเริ่มนำระบบทางปลาผ่านแบบผสมมาใช้
ระบบทางปลาผ่านแบบผสมของโรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรีเป็นระบบผสม โดยมีทางปลาผ่าน (Vertical-slot Fishway) เชื่อมต่อกับ ช่องยกปลา (Fish Locks) ที่มีขนาดใหญ่ โดยมีความกว้างของทางปลาผ่าน 18 เมตร และลึกมากที่สุด 16 เมตร ซึ่งระบบการทำงานและระบบการติดตามของทางปลาผ่านแบบผสมได้รับการออกแบบให้เหมาะสมกับขนาดปลา และสอดคล้องกับพฤติกรรมปลาในแม่น้ำโขงโดยเฉพาะ โดยธรรมชาติของปลาจะว่ายทวนกระแสน้ำไปยังบริเวณเหนือน้ำ เมื่อถึงช่วงเวลาขยายพันธุ์และวางไข่ เพื่อเป็นการคงไว้ซึ่งความหลากหลายทางชีวภาพของพันธุ์ปลาและรักษาวงจรชีวิตสัตว์น้ำในแม่น้ำโขง ช่วยให้โรงไฟฟ้าหลังงานน้ำ ไซยะบุรีสามารถดำเนินการควบคู่ไปกับการสร้างสมดุลอย่างยั่งยืนให้แก่ธรรมชาติในลุ่มแม่น้ำโขงได้
วิดีโอการเดินทางของปลา
เป้าหมายระยะยาว เป้าหมายปี 2567 และผลการดำเนินงานปี 2567
| ความหลากหลายทางชีวภาพ | |||
|---|---|---|---|
ความหลากหลายทางชีวภาพ
|
|||
| เป้าหมายระยะยาว | |||
| พัฒนาแผนด้านความหลากหลายทางชีวภาพ | |||
| เป้าหมายปี 2567 | ผลการดำเนินการปี 2567 | ||
| กรอบการจัดทำแผนการจัดการด้านความหลากหลายทางชีวภาพ(BAP Framework) สำหรับโรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรี |
100% |
100% |
|
| การประเมินความหลากหลายทางชีวภาพ โดยประเมินแหล่งที่อยู่อาศัยและชนิดพันธุ์ที่สำคัญ (CHA) |
100% |
100% |
|
| SDGs | |||
| ความหลากหลายทางชีวภาพ | |||||
|---|---|---|---|---|---|
ความหลากหลายทางชีวภาพ
|
|||||
| เป้าหมายระยะยาว | |||||
| ประเมินผลกระทบคงเหลือจากการปฏิบัติงานของทุกโรงไฟฟ้าในปี 2569 |
100% |
การสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพและบริการจากระบบนิเวศสุทธิเป็นศูนย์ (No net loss: NNL) ในปี 2583 |
No Net Loss |
||
| เป้าหมายปี 2567 | ผลการดำเนินงานปี 2567 | ||||
| เก็บข้อมูลความหลากหลายทางชีวภาพและประเมินพื้นที่และชนิดพันธุ์คุ้มครองตาม IUCN ของโรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรี |
100% |
100% |
|||
| รายงานมาตรฐานการเปิดเผยข้อมูลทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับธรรมชาติ (TNFD) |
100% |
100% |
|||
| ปลาสามารถอพยพผ่านไปด้านเหนือน้ำได้อย่างปลอดภัยไม่น้อยกว่าปี 2566 |
>125
|
>132
|
|||
โครงการที่โดดเด่นที่ได้ดำเนินการในปี 2567
ตามเป้าหมายด้านความยั่งยืนขององค์กรในปี 2567 บริษัทได้กำหนดเป้าหมายในการจัดทำรายงานการเปิดเผยข้อมูลทางการเงินด้านความหลากหลายทางชีวภาพ(TNFD) เพื่อเป็นการประเมินความเสี่ยงและโอกาสที่เกิดขึ้นจากการดำเนินกิจการขององค์กรและบริษัทในเครือต่อความหลากหลายทางชีวภาพ โดยบริษัท ดำเนินการร่วมกับที่ปรึกษา AFRY Thailand Ltd. ในการจัดทำรายงาน TNFD ขึ้นมา ในขั้นตอนการจัดทำรายงานได้อ้างอิงและดำเนินการตามแนวทางสากลว่าด้วยการเปิดเผยข้อมูลทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับธรรมชาติ 2 ฉบับคือ
- Recommendations of the Taskforce on Nature-related Financial Disclosures Guidance (September 2023) สำหรับการจัดทำรายงานในภาพรวม
- Additional sector guidance Electric utilities and power generators สำหรับการดำเนินการรายกลุ่มอุตสาหกรรม
ขั้นตอนการดำเนินการ:
บริษัทได้รวบรวมข้อมูลผ่านแบบสอบถามที่ครอบคลุมประเด็นสำคัญ 4 ด้านของ TNFD Guidance ได้แก่
- Governance: การกำกับดูแล
- Strategy: กลยุทธ์
- Risk and Impact Management: การบริหารจัดการความเสี่ยงและผลกระทบ
- Metrics and Targets: ตัวชี้วัดและเป้าหมาย
ผลการประเมินข้อมูล:
บริษัทมีโครงสร้างการกำกับดูแลที่แข็งแกร่งและมุ่งมั่นด้านความยั่งยืน โดยครอบคลุมประเด็นต่าง ๆ เช่น
- การใช้น้ำจืดในโรงไฟฟ้า
- การป้องกันการปนเปื้อนในสิ่งแวดล้อม
- การลดผลกระทบต่อความหลากหลายทางชีวภาพผ่านกระบวนการผลิต เช่น การจัดการน้ำในโรงไฟฟ้าพลังน้ำ และการป้องกันอุทกภัยในพื้นที่ปฏิบัติการ
พื้นที่โรงไฟฟ้าที่สำคัญของบริษัทที่ถูกนำมาพิจารณารายงานการเปิดเผยข้อมูลความหลากหลายทางชีวภาพ โดยประกอบไปด้วย
- โรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรี (Xayaburi Hydroelectric Power)
โรงไฟฟ้าพลังน้ำชนิดน้ำไหลผ่าน (Run of River) ซึ่งต้องพึ่งพาน้ำจากแม่น้ำโขง รวมทั้งมีผลกระทบที่เกี่ยวชายฝั่ง สัตว์ป่าและชุมชนโดยรอบ บริษัทได้จัดทำการประเมินความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้ เช่น สภาพอากาศที่รุนแรงจนอาจเกิดความเสียหายต่อโรงไฟฟ้าซึ่งก็ได้มีการจัดการความเสี่ยงโดยการออกแบบโครงสร้างที่แข็งแรงและมีแผนรับมือฉุกเฉินเมื่อเกิดเหตุ
- โรงไฟฟ้าพลังน้ำ น้ำงึม 2 (Nam Ngum 2 Hydroelectric Power)
โรงไฟฟ้าน้ำงึม 2 เป็นโรงไฟฟ้าแบบกักเก็บน้ำ (storage) จึงมีความจำเป็นต้องกักน้ำจากแม่น้ำงึมไว้ในอ่างเก็บน้ำซึ่งมีผลทำให้พื้นที่อยู่ในบริเวณอ่างเก็บน้ำมีสภาพที่เปลี่ยนแปลงไปรวมถึงสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ ดังนั้นจึงได้มีการจัดทำแผนการในการลดการสูญเสียทางความหลากหลายทางชีวภาพตามแผน Biodiversity Action Plan (BAP)เพื่อศึกษาและประเมินผลกระทบรวมถึงมาตรการในการจัดการทางความหลากหลายทางชีวภาพขึ้นและมีแผนจะแล้วเสร็จในปี 2568
นอกจากนี้ยังมีโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์และโรงไฟฟ้าโคเจนเนเรชั่นที่ก็ถูกประเมินและพิจารณาอย่างรอบด้านด้วยเช่นกัน แต่เน้นการประเมิน และเฝ้าระวังเรื่องการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสู่แวดล้อม การปล่อยมลพิษ การปล่อยของเสียตามแหล่งน้ำธรรมชาติ และการหลีกเลี่ยงการล่าสัตว์หรือการตัดไม้ ในพื้นที่โครงการและพื้นที่ Keys biodiversity Area โดยรอบ เพื่อให้แน่ใจว่าบริษัท มีความมุ่งมั่นที่จะนำหลักการการพัฒนาอย่างยั่งยืนมาปรับใช้กับการดำเนินกิจการของทุกโครงการที่เกี่ยวข้องอย่างแท้จริง
การประเมินความเสี่ยงและผลการตรวจสอบพื้นที่ความหลากหลายทางชีวภาพที่มีความสำคัญ (KBA)
โดยจากผลการศึกษาและเก็บข้อมูลด้านความหลากหลายทางชีวภาพ สำหรับรายงาน TNFD ในปี 2567 ได้มีการประเมินพื้นที่ความเสี่ยง Keys Biodiversity Area (KBA) ของทุกโรงไฟฟ้า โดยพื้นที่ Keys Biodiversity Area (KBA)ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่สำหรับนกอพยพมาอาศัยอยู่ช่วงคราว จากจีนและรัสเซีย พื้นที่อนุรักษ์ที่เป็นป่าสงวนแห่งชาติต่างๆ ในปี 2567 บริษัทได้ประเมินพื้นที่ Keys Biodiversity Area (KBA) ในบริเวณใกล้เคียงโรงไฟฟ้าต่าง ๆ พบว่า
- โรงไฟฟ้าพลังน้ำ น้ำงึม 2 : อยู่ห่างจากอุทยานแห่งชาติภูเขาควาย (หมวด VI ของ IUCN – พื้นที่คุ้มครองที่อนุญาตให้ใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน) ที่ตั้ง แขวงไชยสมบูรณ์ เวียงจันทน์ และ บอลิคำไซ ประเทศลาว โดยมีระยะห่างจากพื้นที่โรงไฟฟ้าพลังน้ำ น้ำงึม 2 ประมาณ 50 กิโลเมตร โดยการดำเนินงานของโรงไฟฟ้าไม่ได้ก่อให้เกิดผลกระทบต่อพื้นที่อนุรักษ์ดังกล่าว
- โรงไฟฟ้าแห่งอยู่ๆ ในพื้นที่ที่อาจจะพบการอพยพของนกต่างถิ่นที่เป็นสัตว์อนุรักษ์ ซึ่งแต่ละโรงไฟฟ้ามีการกำหนดมาตรการห้ามล่าสัตว์ไว้แล้ว
บริษัทมุ่งมั่นดำเนินกิจการโดยคำนึงถึงความหลากหลายทางชีวภาพและเป้าหมายความยั่งยืน ทั้งในระดับองค์กรและระดับสากล ผ่านการจัดทำรายงาน TNFD ซึ่งเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการเสริมสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้มีส่วนได้เสียและนักลงทุนที่ให้ความสำคัญกับ ESG พร้อมสนับสนุนการพัฒนาโครงการในอนาคตให้มีผลกระทบต่อระบบนิเวศน้อยที่สุด
รายละเอียดข้อมูลเพิ่มเติมแสดงใน รายงานการเปิดเผยข้อมูลทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับธรรมชาติ (TNFD)

ผลการศึกษาการประเมินพื้นที่ความเสี่ยง Keys biodiversity Area แต่ละโรงไฟฟ้า


ในกระบวนการติดตามประสิทธิภาพของระบบทางปลาผ่านแบบผสม (Fish Passing) บริษัทประยุกต์ นวัตกรรม Passive Integrated Transponder (PIT Tag System) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีการฝังไมโครชิพในตัวปลาเพื่อศึกษาพฤติกรรมการอพยบของปลา รวมถึงการใช้ กล้องตรวจวัดด้วยคลื่นเสียงใต้น้ำ (Hydroacoustic Cameras, ARIS) เพื่อติดตามเคลื่อนไหวของปลาบริเวณโรงไฟฟ้า ตลอด 24 ชั่วโมง ทคโนโลยีดังกล่าวถูกนำมาใช้งานตั้งแต่เริ่มดำเนินการโรงไฟฟ้าพลังน้ำไซยะบุรีในปี 2562 และดำเนินงานต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน
ผลการดำเนินงานในปี 2567:
- พบว่ามีปลาจำนวน 132 สายพันธุ์ สามารถอพยพผ่านระบบทางปลาผ่านไปยังด้านเหนือน้ำได้อย่างปลอดภัย
- การจัดการทางปลาผ่านสามารถรักษาสมดุลระหว่างการผลิตไฟฟ้าตามเป้าหมาย และไม่มีผลกระทบต่อการอพยพของปลา
นอกจากนี้ บริษัทได้ดำเนินการสำรวจ สายพันธุ์สิ่งมีชีวิตที่อยู่ในบัญชีแดงไอยูซีเอ็น (IUCN Red List) และบัญชีอนุรักษ์ระดับชาติในพื้นที่โรงไฟฟ้าพลังน้ำน้ำงึม 2 โดยในปี 2567 บริษัทมุ่งเน้นการเก็บข้อมูลเพิ่มเติมในพื้นที่โรงไฟฟ้าพลังน้ำอื่น ๆ เพื่อเสริมสร้างแนวทางการจัดการความหลากหลายทางชีวภาพที่ครอบคลุมและยั่งยืน
การดำเนินงานเพิ่มเติม:
บริษัทจะดำเนินการประเมินพื้นที่ Keys Biodiversity Area (KBA) และเก็บข้อมูลในพื้นที่โรงไฟฟ้าเพิ่มเติม เพื่อสนับสนุนการบริหารจัดการด้านความหลากหลายทางชีวภาพในระยะยาว
| จำนวนสายพันธุ์ปลาที่ถูกบรรจุ ในบัญชีแดงไอยูซีเอ็นและบัญชี อนุรักษ์ระดับชาติทั้งหมดในพื้นที่ |
โรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรี |
โรงไฟฟ้าพลังน้ำ น้ำงึม 2 |
โรงไฟฟ้าบางปะอิน โคเจนเนอเรชั่น (ยังไม่ได้ดำเนินการสำรวจ) |
โรงไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์ บางเขนชัย |
|---|---|---|---|---|
| พื้นที่ Operation แต่ละโรงไฟฟ้า | 110 เฮกตาร์ | 115,790 เฮกตาร์ | 5.86 เฮกตาร์ | 29.6 เฮกตาร์ |
| จำนวนสายพันธุ์ที่เสี่ยงอันตราย | 1 สายพันธุ์ | 1 สายพันธุ์ | 0 สายพันธุ์ | 26 สายพันธุ์ |
| จำนวนสายพันธุ์ที่ตกอยู่ในอันตราย | 1 สายพันธุ์ | 1 สายพันธุ์ | 0 สายพันธุ์ | 31 สายพันธุ์ |
| จำนวนสายพันธุ์เปราะบาง | 11 สายพันธุ์ | 0 สายพันธุ์ | 0 สายพันธุ์ | 46 สายพันธุ์ |
| จำนวนสายพันธุ์ใกล้ถูกคุกคาม | 5 สายพันธุ์ | 0 สายพันธุ์ | 0 สายพันธุ์ | 0 สายพันธุ์ |
| จำนวนสายพันธุ์ที่มีความกังวลน้อยที่สุด | 100 สายพันธุ์ | 20 สายพันธุ์ | 0 สายพันธุ์ | 0 สายพันธุ์ |
| จำนวนสายพันธุ์ที่ไม่ถูกประเมิน | 14 สายพันธุ์ | 2 สายพันธุ์ | 0 สายพันธุ์ | 2 สายพันธุ์ |
