ผลกระทบต่อธุรกิจ (GRI3-3)

การดูแลชุมชนและสังคมถือเป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืนของบริษัท เนื่องจากชุมชนและสังคมเป็นกลุ่มผู้มีส่วนได้เสียที่หลักที่อาจได้รับผลกระทบจากการดำเนินงานของบริษัท โดยเฉพาะชุมชนที่อยู่บริเวณรอบโรงไฟฟ้า บริษัทจึงให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการเปิดโอกาสให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นและการพัฒนาโครงการ ตลอดจนแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง
เป้าหมายสำคัญคือการเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจ ลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม และสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม เนื่องจากความมั่นคงและความยั่งยืนของธุรกิจโรงไฟฟ้าจำเป็นต้องอาศัยความเชื่อมั่นและความไว้วางใจจากชุมชนและสังคมโดยรอบ (Social License to Operate)
นอกจากนี้ บริษัทเชื่อมั่นว่าการเติบโตทางธุรกิจและการพัฒนาชุมชนต้องดำเนินควบคู่กัน ผ่านการนำความเชี่ยวชาญด้านพลังงานหมุนเวียน วิศวกรรม และความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน และการสนับสนุนทั้งในรูปแบบทักษะและทรัพยากร เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างบริษัท ชุมชน และพนักงาน การดำเนินงานในลักษณะนี้ไม่เพียงสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคม แต่ยังช่วยสร้างคุณค่าและความเชื่อมั่นต่อธุรกิจในระยะยาว

ความท้าทายและโอกาส (GRI3-3)

ธุรกิจพลังงานในปัจจุบันและอนาคตต้องเผชิญกับความท้าทายด้านชุมชนและสังคมที่มีความซับซ้อนมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงเทคโนโลยี ความผันผวนทางเศรษฐกิจ ผลกระทบจากข้อกำหนดด้านการกำกับดูแลที่เน้นสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ตลอดจนกระแสข้อมูลข่าวสารที่แพร่กระจายอย่างรวดเร็ว ซึ่งทำให้เกิดความคาดหวังที่สูงขึ้นจากสังคม

ในฐานะผู้นำด้านพลังงานหมุนเวียน CKPower ตระหนักถึงความสำคัญของการสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมกับชุมชน โดยให้ความสำคัญกับการรับฟังความคิดเห็น การแก้ไขความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน และการจัดทำแผนบริหารผลกระทบอย่างทันท่วงทีและมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ บริษัทมองเห็นโอกาสในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมอย่างยั่งยืน ผ่านการใช้ความเชี่ยวชาญด้านพลังงาน การพัฒนาความรู้อย่างต่อเนื่อง และการสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับทุกภาคส่วน โดยมีเป้าหมายในการยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชน ส่งเสริมความสามารถในการพึ่งพาตนเอง และสร้างคุณค่าร่วมที่สนับสนุนความยั่งยืนของทั้งชุมชนและบริษัท โดยบริษัทมุ่งมั่นที่จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการพัฒนาชุมชนควบคู่กับการเติบโตทางธุรกิจอย่างมั่นคงและยั่งยืน

ความมุ่งมั่น (GRI3-3)

CKPower ยึดมั่นในการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบต่อชุมชนและสังคม ควบคู่ไปกับการสร้างความยั่งยืนให้แก่กลุ่มผู้มีส่วนได้เสียหลักขององค์กร ผ่านแนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืนที่เน้น การเติบโตอย่างทั่วถึง ลดความเหลื่อมล้ำ และไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

บริษัทได้กำหนดนโยบายและกลยุทธ์ด้านความรับผิดชอบต่อสังคมโดยเน้นการดูแลและพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน ซึ่งสอดคล้องกับ เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ (UN SDGs) และมุ่งเน้นการสร้างผลกระทบที่สามารถวัดผลได้ เพื่อให้การพัฒนาชุมชนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับทิศทางการดำเนินธุรกิจ บริษัทเล็งเห็นถึงความสำคัญของการจ้างงานในท้องถิ่นเป็นวิธีหนึ่งในการสนับสนุนการพัฒนาชุมชน เสริมสร้างเศรษฐกิจท้องถิ่น และสร้างกำลังแรงงานที่มีความครอบคลุมและยืดหยุ่นมากขึ้น ด้วยมุมมองนี้ บริษัทจึงมุ่งมั่นให้ความสำคัญกับการจ้างงานในท้องถิ่น เพื่อเสริมพลังให้แก่ชุมชน สนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจในภูมิภาค และส่งเสริมการพัฒนาอย่างยั่งยืนในระยะยาว

นอกจากนี้ บริษัทได้ใช้ศักยภาพและความเชี่ยวชาญในธุรกิจพลังงานหมุนเวียนมาส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาชุมชน โดยส่งเสริมการมีส่วนร่วมระหว่างบริษัท พนักงาน และชุมชน ผ่านการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และและประสบการณ์อย่างสร้างสรรค์ เพื่อสร้างคุณค่าร่วมและยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในชุมชนให้ดียิ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง

CKPower เชื่อมั่นว่าความมุ่งมั่นดังกล่าวจะช่วยผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่มีความหมายทั้งต่อชุมชนและธุรกิจ อันนำไปสู่ความยั่งยืนในระยะยาวร่วมกัน

แนวทางการบริหารจัดการ (GRI3-3)

นโยบาย

บริษัทได้จัดทำนโยบายการมีส่วนร่วมและการพัฒนาชุมชน รวมถึงแนวปฏิบัติด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม เพื่อเป็นแนวทางในการดำเนินธุรกิจที่ควบคู่ไปกับการพัฒนาชุมชน สังคม และกลุ่มเปราะบางอย่างยั่งยืน โดยมอบหมายให้คณะทำงานด้านความยั่งยืนรับผิดชอบในการนำนโยบายและแนวปฏิบัติดังกล่าวไปกำหนดเป้าหมายระยะสั้นและระยะยาว พร้อมทั้งกำหนดตัวชี้วัด แนวปฏิบัติ และแผนงานที่สอดคล้องกับทิศทางและกลยุทธ์ด้านความยั่งยืนของบริษัท

ทั้งนี้ การดำเนินงานดังกล่าวมุ่งเน้นให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมในการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ (UN Sustainable Development Goals: UN SDGs) โดยบริษัทมีการติดตาม ประเมินผล และทบทวนผลการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องในทุกปี นอกจากนี้ บริษัทได้บูรณาการความเชี่ยวชาญทางธุรกิจเข้าสู่กระบวนการดูแลชุมชนและสังคม เพื่อสร้างความยั่งยืนในทุกมิติอย่างแท้จริง

กลยุทธ์และแผนกลยุทธ์

บริษัทให้ความสำคัญกับการดูแลชุมชนและสังคมในทุกขั้นตอนของการดำเนินธุรกิจ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและสะท้อนถึงความโปร่งใสในพื้นที่ดำเนินงานทั้งหมด ตั้งแต่ช่วงก่อนเริ่มการก่อสร้างโรงไฟฟ้า ระหว่างกระบวนการก่อสร้าง และในระยะการดำเนินงานผลิตไฟฟ้า บริษัทดำเนินการลงพื้นที่เพื่อศึกษาสภาพความเป็นอยู่ตามวิถีดั้งเดิม รวมถึงคุณภาพชีวิตของชุมชนรอบโรงไฟฟ้าในมิติเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และสิทธิมนุษยชน พร้อมทั้งสำรวจความคิดเห็นของชุมชนในประเด็นต่างๆ เช่น ปัญหา ความต้องการ ความพึงพอใจ และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น โดยให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการระบุและวางแผนกิจกรรมหรือโครงการเพื่อสังคม อาทิ การพัฒนาและยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชนรอบโรงไฟฟ้า การส่งเสริมการเข้าถึงพลังงานหมุนเวียนที่ตรงกับความต้องการของชุมชน การสนับสนุนการศึกษาและการพัฒนาอาชีพเพื่อสร้างรายได้เพิ่ม การสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณประโยชน์

CKPower มุ่งตอบสนองความคาดหวังและข้อกังวลของชุมชน โดยบูรณาการการดำเนินงานให้สอดคล้องกับขีดความสามารถด้านวิศวกรรมพลังงานสะอาด เพื่อสร้างคุณค่าทางสังคมอย่างยั่งยืน ผ่านหลักการสำคัญ "3C"

Competency
เพิ่มขีดความสามารถทางด้านวิศวกรรมพลังงานสะอาด
Co-Creation
ส่งต่อพลังงานสะอาดเพื่อสร้างคุณค่าแก่สังคม
Cooperation
สานสัมพันธ์ะหว่างพนักงาน ชุุมชน และภาคีเครือข่าย

ด้วยหลักการ 3 C นี้ บริษัทได้ดำเนินโครงการส่งเสริมการมีส่วนร่วมกับชุุมชนโดยตระหนักถึงความสอดคล้องกับวิถีชุมชนอย่างยั่งยืน โดยใช้กลยุทธ์ “เติม-ต่อ-ร่วม-สร้าง” กล่าวคือ “เติม” หมายถึงการที่บริษัทได้ใช้ขีดความสามารถมาเติมเต็มชุมชน สังคม และผู้มีส่วนได้เสีย “ต่อ” คือการนำแนวคิดนวัตกรรม กระบวนการมาพัฒนาต่อยอดสู่ความยั่่งยืน และ “ร่วม” คือการส่งเสริมการมีส่วนร่วม ของพนักงานกับผู้มีส่วนได้เสีย นำมาสู่การ “สร้าง” คือสร้างความร่วมมือกับเครือข่ายเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน

การโยกย้ายถิ่นฐานของประชาชน

บริษัทมุ่งรับผิดชอบต่อชุมชมและสังคมที่ได้รับผลกระทบจากการดำเนินธุรกิจโรงไฟฟ้า เช่น โรงไฟฟ้าพลังน้ำไซยะบุรี สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ตั้งแต่เริ่มดำเนินการจนถึงปี 2566 บริษัทได้ดำเนินการสนับสนุนและช่วยเหลือชุมชนที่ได้รับผลกระทบกว่า 663 ครัวเรือน ซึ่งเดิมอาศัยอยู่ริมสองฝั่งของแม่น้ำโขง โดยได้โยกย้ายถิ่นฐานของประชาชน (Resettlement & Relocation) พร้อมทั้งยกระดับคุณภาพชีวิตตามแผนการโยกย้ายและฟื้นฟูความเป็นอยู่ให้มีความสอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว นอกจากนี้ บริษัทยังมุ่งสนับสนุนและพัฒนาหมู่บ้านเล็ก ๆ ที่กระจายตัวและตั้งอยู่ในพื้นที่ห่างไกลให้กลายมาเป็นชุมชนขนาดใหญ่ ที่มีการพัฒนาแบบก้าวกระโดดในด้านสาธารณูปโภคพื้นฐาน ไฟฟ้า น้ำประปา และเส้นทางคมนาคม เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชนและมีความเป็นอยู่ที่ดีอย่างยั่งยืน ตามยุทธศาสตร์แผนพัฒนาเมืองและเศรษฐกิจของรัฐบาลสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป. ลาว) เพื่อรองรับการพัฒนาประเทศในด้านอุตสาหกรรม และส่งเสริมเศรษฐกิจให้เติบโตต่อเนื่อง นำไปสู่การมีรายได้และชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น โดยต่อเนื่องถึงปี 2566 บริษัทได้มุ่งไปสู่เป้าหมายให้ทุกชุมชนมีรายได้ครัวเรือนต่อปีตามข้อกำหนดของรัฐบาล สปป.ลาว คือ ต้องไม่น้อยกว่า 1,800 เหรียญสหรัฐอเมริกา หรือ 15 ล้านกีบต่อครัวเรือนต่อปี

การประเมินผลกระทบและการมีส่วนร่วมกับชุมชน (GRI413-1,413-2)

บริษัทให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของชุมชนในการดำเนินธุรกิจเพื่อสร้างความเชื่อมั่นและแสดงให้เห็นถึงความโปร่งใส ครอบคลุมชุมชนในพื้นที่การดำเนินงานที่สำรวจครบ 100% ตั้งแต่ก่อนเข้าดำเนินการก่อสร้างโรงไฟฟ้า ระหว่างการก่อสร้างโรงไฟฟ้า และช่วงดำเนินการผลิตไฟฟ้า

บริษัทลงพื้นที่เพื่อศึกษาสภาพความเป็นอยู่ตามวิถีดั้งเดิม และคุณภาพชีวิตของชุมชนรอบโรงไฟฟ้าทั้งในมิติเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม สังคมและสิทธิมนุษยชน ตลอดจนการสำรวจความคิดเห็นของชุมชนทั้งปัญหา ความต้องการ ศักยภาพ ความพึงพอใจ และการร่วมระบุประเด็นผลกระทบ โดยนำผลการสำรวจมาวิเคราะห์เพื่อกำหนดมาตรการบรรเทาผลกระทบ แนวทางการแก้ไขและการเยียวยาอย่างเหมาะสม

นอกจากนี้ บริษัทนำข้อมูลดังกล่าวไปใช้ในการริเริ่มกิจกรรม/โครงการเพื่อสังคมให้สอดคล้องกับความต้องการและความคาดหวังของชุมชน และบูรณาการให้สอดคล้องกับขีดความสามารถด้านวิศวกรรมพลังงานเพื่อสร้างคุณค่าทางสังคม หากผลการสำรวจไม่พบปัญหาจากการดำเนินงานของบริษัทต่อชุมชนใกล้เคียง บริษัทจะยังคงดำเนินกระบวนการดูแลชุมชนและสังคมอย่างต่อเนื่อง โดยอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง จะลงพื้นที่สานเสวนาชุมชนเพื่อติดตามตรวจสอบสภาพชุมชนและสังคมที่อาจได้รับผลกระทบทางลบจากการดำเนินงาน รวมสำรวจความคิดเห็นด้านปัญหา ความต้องการ ความพึงพอใจ และการร่วมระบุประเด็นผลกระทบร่วมกับชุมชน สอดคล้องตามมาตรฐาน ISO 26000 และ มาตรฐาน CSR – DIW

บริษัทมีกระบวนการรับฟังข้อร้องเรียนจากชุมชนซึ่งจะถูกตรวจสอบ บันทึก และตอบสนองอย่างทันท่วงที สอดคล้องตามมาตรฐาน ISO14001:2015

ภาพสรุปจำนวนชุมชนในปี 2568

กระบวนการรับฟังข้อร้องเรียนจากชุมชน (GRI2-25)

CKPower ให้ความสำคัญกับการรับฟังและตอบสนองต่อข้อร้องเรียนจากชุมชน ผ่านระบบการตรวจสอบและดำเนินการตามมาตรฐาน ISO 14001 เพื่อให้มั่นใจว่าข้อร้องเรียนทุกกรณีได้รับการพิจารณาและแก้ไขอย่างเหมาะสม บริษัทดำเนินการลงพื้นที่สำรวจและจัดกิจกรรมสานเสวนากับชุมชนอย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง เพื่อรับฟังความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ และข้อกังวลจากชุมชน

  1. การรับข้อร้องเรียน
    • ชุมชนส่งข้อร้องเรียนผ่านช่องทางที่กำหนด
    • บริษัทบันทึกข้อร้องเรียนเข้าสู่ระบบตามมาตรฐาน ISO 14001:2015
  2. การตรวจสอบ
    • ตรวจสอบข้อร้องเรียนเพื่อประเมินผลกระทบ
    • ประสานงานกับทีมงานที่เกี่ยวข้องเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง
  3. การตอบสนอง
    • แจ้งสถานะการดำเนินการและการแก้ไขปัญหาแก่ชุมชน
    • ดำเนินการแก้ไขข้อร้องเรียนอย่างทันท่วงที
  4. การลงพื้นที่
    • ลงพื้นที่สำรวจและจัดการสานเสวนาร่วมกับชุมชนอย่างน้อย ปีละ 1 ครั้ง
    • รับฟังความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ และข้อกังวลเพิ่มเติม
  5. การพัฒนาโครงการ
    • นำข้อมูลจากข้อร้องเรียนไปปรับปรุงและพัฒนากิจกรรมหรือโครงการเพื่อชุมชน
    • สร้างโครงการที่ตอบสนองความต้องการของชุมชนและสอดคล้องกับกรอบการดำเนินงานของบริษัท
  6. การตรวจสอบผลลัพธ์
    • สอบถามชุมชนเกี่ยวกับประเด็นข้อร้องเรียนและการแก้ไขปัญหา
    • รายงานผลการดำเนินงานและข้อร้องเรียนในแต่ละปี

ในปี 2568 การลงพื้นที่ชุมชนของบริษัทไม่มีข้อร้องเรียนในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการย้ายถิ่นฐาน การละเมิดสิทธิชนเผ่าพื้นเมืองและชนกลุ่มน้อย หรือประเด็นทางด้านสังคมและสิทธิมนุษยชน นอกจากนี้ ยังไม่มีข้อร้องเรียนที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อมหรือกรณีใด ๆ ที่ยังไม่ได้รับการจัดการ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของบริษัทในการปฏิบัติตามมาตรฐานและสร้างความไว้วางใจร่วมกับชุมชนในพื้นที่ดำเนินงาน (GRI411-1)

กลยุทธ์ด้านความรับผิดชอบต่อสังคม

บริษัทได้กำหนดกลยุทธ์ด้านความรับผิดชอบต่อสังคมในการดูแลชุมชนและสังคม ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ (UN SDGs) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกและยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชน สังคม และกลุ่มเปราะบางอย่างทั่วถึงและมีประสิทธิภาพ

กลยุทธ์ดังกล่าวครอบคลุมการพัฒนานวัตกรรมที่สามารถเสริมสร้างศักยภาพในด้านต่าง ๆ พร้อมทั้งเพิ่มคุณค่าให้กับชุมชนและสังคมในระยะยาว

นอกจากนี้ บริษัทได้กำหนดทิศทางการขับเคลื่อนด้านการดูแลสังคมและชุมชนระยะเวลา 5 ปี (ระหว่างปี 2565 – 2569) เพื่อเป็นแนวทางในการดำเนินงาน โดยมุ่งเน้นการพัฒนาที่มีโครงการที่ยั่งยืน

ทั้งนี้ บริษัทได้จัดทำแกนหลักในการดูแลสังคมและชุมชน 3 แกนสำคัญ เพื่อให้การดำเนินงานมีประสิทธิภาพและสามารถตอบสนองต่อความต้องการของชุมชนและสังคมได้อย่างเหมาะสม ได้แก่

แกนหลักการดูแลชุมชนและสังคม

คุณภาพชีวิต
เพิ่มการเข้าถึงพลังงานหมุนเวียนเพื่อสร้างคุณภาพชีวิตที่ดี
ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
การอนุรักษ์ ปกป้อง ฟื้นฟูธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน
การสร้างโอกาสและนวัตกรรม
ต่อยอดนวัตกรรมและสร้างโอกาสพัฒนาอาชีพให้กับชุมชน

กรอบการดำเนินงานสร้างคุณค่าสู่สังคม
พันธกิจ
สร้างผลตอบแทนที่ดี มั่นคง และเป็นธรรมแก่ผู้ถือหุ้น ให้ความสำคัญอย่างต่อเนื่องกับสิ่งแวดล้อม ชุมชน และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกภาคส่วน
โครงการขับเคลื่อน หิ่งห้อย: พลังงานหมุนเวียนเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี
ประเด็นสำคัญ

เพิ่มการเข้าถึงพลังงานหมุนเวียนไปพร้อมกับการสร้างการตระหนักและความรู้ด้านพลังงานหมุนเวียน เพื่อสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน

กิจกรรมที่ดำเนินการ
ไฟฟ้าสะอาด เพื่อชุมชน
น้ำสะอาด เพื่อชุมชน
Clean Electricity Teacher for Change
เปิดโลกพลังงาน หมุนเวียนชุมชน
ผลลัพธ์ ปี 2569
เด็ก เยาวชน และชุมชน เข้าถึงพลังงานหมุนเวียน ที่สอดคล้องกับความต้องการ จำนวน 150,000 วัตต์
เพิ่มความรู้ทางด้านพลังงานหมุนเวียนแก่เด็กและเยาวชน จำนวน 20,000 คน
โครงการขับเคลื่อน หิ่งห้อย: เพื่อการอนุรักษ์ ปกป้อง ฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
ประเด็นสำคัญ

สร้างการอนุรักษ์ ปกป้อง ฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

กิจกรรมที่ดำเนินการ
Waste to
Value
Grow Together
(โตไปด้วยกัน)
Green
Power Plant
ผลลัพธ์ ปี 2569
เพิ่มความรู้สู่การปกป้องดูแลทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมให้กับพนักงาน เด็ก เยาวชน และชุมชน จำนวน 10,000 คน
เพิ่มพื้นที่อนุรักษ์ ปกป้อง ฟื้นฟูป่าบก และพื้นที่สีเขียว จำนวน 80 ไร่
โครงการขับเคลื่อน หิ่งห้อย: นวัตกรรมสร้างโอกาสเพื่อชุมชน
ประเด็นสำคัญ

ต่อยอดนวัตกรรมสร้างโอกาสพัฒนาอาชีพชุมชน

กิจกรรมที่ดำเนินการ
OPOP (One Power
Plant One Product)
สานสัมพันธ์ภาคีเครือข่าย
เพื่อนวัตกรรมพัฒนาอาชีพชุมชน
ผลลัพธ์ ปี 2569
ชุมชนได้รับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ จำนวน 3 ผลิตภัณฑ์
ชุมชนสร้างรายได้ให้ชุมชน จำนวน 1,300,000 บาท

เป้าหมายระยะยาว เป้าหมายปี 2568 และผลการดำเนินงานปี 2568 (GRI2-27, 3-3)

การดูแลชุมชนและสังคม
การดูแลชุมชนและสังคม
(GRI 203, GRI 413, GRI 415, GRI 417)
เป้าหมายระยะยาว
ข้อร้องเรียนที่ไม่ถูกจัดการ
ไม่มี
กรณี
เป้าหมายปี 2568 ผลการดำเนินการปี 2568
ข้อร้องเรียนที่ไม่ถูกจัดการ
ไม่มี
กรณี
ไม่มี
กรณี
ชุมชนมีความพึงพอใจในการดำเนินโครงการเพื่อชุมชนและสังคม
>95.0%
97.67%
การดูแลชุมชนและสังคม
หิ่งห้อย
พลังงานหมุนเวียนเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี
(GRI 203-1, GRI 413)
เป้าหมายระยะยาว
พลังงานหมุนเวียนเพื่อสร้างคุณภาพชีวิตชุมชนและสังคมสะสม
150,000
วัตต์ (สะสม)
เด็กและเยาวชน ได้รับการส่งเสริมความรู้ด้านพลังงานหมุนเวียนสะสม
20,000
คน (สะสม)
พลังงานหมุนเวียนเพื่อชุมชนและสังคม
30
แหล่งเรียนรู้ (สะสม)
เป้าหมายปี 2568 ผลการดำเนินงานปี 2568
พลังงานหมุนเวียนเพื่อสร้างคุณภาพชีวิตชุมชนและสังคม
120,000
วัตต์ (สะสม)
163,100
วัตต์ (สะสม)
เด็กและเยาวชน ได้รับการส่งเสริมความรู้ด้านพลังงานหมุนเวียน
14,077
คน (สะสม)
16,000
คน (สะสม)
พัฒนาแหล่งเรียนรู้ด้านพลังงานหมุนเวียน
51
แห่ง (สะสม)
34
แห่ง (สะสม)
การดูแลชุมชนและสังคม
หิ่งห้อย เพื่อการอนุรักษ์ ปกป้อง
ฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
(GRI 413, GRI 415)
เป้าหมายระยะยาว
เด็กและเยาวชน ชุมชนได้รับความรู้ด้านการปกป้องดูแลทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมสะสม
10,000
คน (สะสม)
เพิ่มการปลูกป่าและฟื้นฟูป่า หรือเพิ่มพื้นที่สีเขียวในและนอกโรงไฟฟ้าสะสมจำนวน
80
ไร่ (สะสม)
เป้าหมายปี 2568 ผลการดำเนินงานปี 2568
เด็กและเยาวชนชุมชนได้รับความรู้ด้านการปกป้องดูแลทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
7,625
คน (สะสม)
9,940
คน (สะสม)
เพิ่มการปลูกป่าและฟื้นฟูป่า หรือเพิ่มพื้นที่สีเขียวในและนอกโรงไฟฟ้าสะสมจำนวน
77
ไร่ (สะสม)
16.16
ไร่ (สะสม)
การดูแลชุมชนและสังคม
หิ่งห้อย
นวัตกรรมสร้างโอกาสเพื่อชุมชน
(GRI 413, GRI 417)
เป้าหมายระยะยาว
นำนวัตกรรมพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชนสะสมได้จำนวน
3
ผลิตภัณฑ์ (สะสม)
เสริมสร้างรายได้เพิ่มให้แก่ชุมชนจำนวนรวม
1,300,000
บาท (สะสม)
เป้าหมายปี 2568 ผลการดำเนินงานปี 2568
นำนวัตกรรมพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชนสะสมได้จำนวน
3
ผลิตภัณฑ์ (สะสม)
6
ผลิตภัณฑ์ (สะสม)
เสริมสร้างรายได้เพิ่มให้แก่ชุมชนสะสมจำนวน
900,000
บาท (สะสม)
2,818,567
บาท (สะสม)
ผลการดำเนินงานสะสมปี 2565 - 2568
CKPower มุ่งมั่นขับเคลื่อนโครงการเพื่อสังคมที่สร้างผลกระทบเชิงบวกและวัดผลได้
โดยใช้แนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืนที่มุ่งเน้นการเข้าถึงพลังงานหมุนเวียน การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน
โครงการขับเคลื่อน: หิ่งห้อย
พลังงานหมุนเวียนเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี
โครงการขับเคลื่อน: หิ่งห้อย
เพื่อการอนุกรักษ์ ปกป้อง ฟื้นฟู ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
โครงการขับเคลื่อน: หิ่งห้อย
นวัตกรรมสร้างโอกาสเพื่อชุมชน
ประเด็นสำคัญ
ประเด็นสำคัญ
ประเด็นสำคัญ
เพิ่มการเข้าถึงพลังงานหมุนเวียน ไปพร้อมกับการสร้างการตระหนักและความรู้ด้านพลังงานหมุนเวียน เพื่อสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน
สร้างการอนุรักษ์ ปกป้อง ฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
ต่อยอดนวัตกรรมสร้างโอกาสพัฒนาอาชีพชุมชน
กิจกรรมที่ดำเนินการ
  • ไฟฟ้าสะอาดเพื่อชุมชน
  • น้ำสะอาดเพื่อชุมชน
  • Clean Electricity Teacher for Change
  • เปิดโลกพลังงานหมุนเวียน
กิจกรรมที่ดำเนินการ
  • Waste to Value
  • Grow Together (โตไปด้วยกัน)
  • Green Power Plant
กิจกรรมที่ดำเนินการ
  • OPOP (One Power Plant One Product)
  • สานสัมพันธ์ภาคีเครือข่ายเพื่อนวัตกรรมพัฒนาอาชีพชุมชน
ผลการดำเนินงานสะสมปี 2565 - 2568
ผลการดำเนินงานสะสมปี 2565 - 2568
ผลการดำเนินงานสะสมปี 2565 - 2568
เพิ่มการเข้าถึงพลังงานหมุนเวียนเพื่อสร้างคุณภาพชีวิตชุมชนและสังคมสะสม
163,100
วัตต์
เพิ่มการปลูกป่าและฟื้นฟูป่า เพิ่มพื้นที่สีเขียวในและนอกโรงไฟฟ้าจำนวนสะสม
16.16
ไร่
นำนวัตกรรมพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชนสะสมได้จำนวน
6
ผลิตภัณฑ์

เด็กและเยาวชน ได้รับการส่งเสริมความรู้ด้านพลังงานหมุนเวียนสะสม

พัฒนาแหล่งเรียนรู้ด้านพลังงานหมุนเวียน

16,000
คน
34
แห่ง
เด็กและเยาวชน ชุมชน พนักงานมีความรู้การปกป้องดูแลทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมสะสม
9,940
คน
เสริมสร้างรายได้เพิ่มให้แก่ชุมชนจำนวน
  • ผลิตภัณฑ์ร่วมสมัยจากผ้าทอ ผ่านการออกแบบใหม่ ปี 2566-2568 3 ผลิตภัณฑ์ เสริมรายได้ให้กับชุมชน 2,402,850 บาท
  • นวัตกรรมระบบรดน้ำแปลงผักจากพลังงานแสงอาทิตย์ พัฒนาเป็นผักไฮโดรโปนิกส์ 2 ผลิตภัณฑ์
  • สร้างรายได้ให้สหกรณ์โรงเรียน 1,880 บาท
  • ผลิตภัณฑ์แปรรูปปลาส้มอนามัย 1 ผลิตภัณฑ์ สร้างรายได้ให้ชุมชน 30,297 บาท
  • สนับสนุนการฝึกอาชีพชุมชนในเมืองหลวงพระบาง สร้างรายได้ 383,540 บาท
2,818,567
บาท

การยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชนและสังคม (GRI413-1, 203-1, 203-2)

บริษัทตระหนักถึงความสำคัญของการยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชนและสังคม ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการพัฒนาที่ยั่งยืน บริษัทมุ่งมั่นส่งเสริมการมีส่วนร่วมของพนักงานในโครงการและกิจกรรมเพื่อพัฒนาชุมชนเพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อชุมชนทั้งในพื้นที่โดยรอบโรงไฟฟ้าและในสังคมในวงกว้าง

ในปี 2568 บริษัทได้ดำเนินโครงการและกิจกรรมเพื่อพัฒนาชุมชนและสังคม จำนวน 21 โครงการ ครอบคลุมประเด็นสำคัญ ได้แก่

  • การพัฒนาและให้ความรู้ด้านพลังงานหมุนเวียน เพื่อส่งเสริมโอกาสในการเรียนรู้ตลอดช่วงชีวิต โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กและเยาวชน
  • การอนุรักษ์ ปกป้อง และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อเสริมสร้างสมดุลทางนิเวศและลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
  • การส่งเสริมประเพณีและวัฒนธรรมท้องถิ่น เพื่อธำรงรักษาอัตลักษณ์ทางสังคมของชุมชน
  • การสนับสนุนด้านสาธารณสุข เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่
  • การพัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชน ผู้สูงวัย และผู้พิการ เพื่อสร้างสังคมที่มีความเสมอภาคและครอบคลุมทุกกลุ่มประชากร

บริษัทยังคงมุ่งมั่นพัฒนาโครงการที่สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ (UN SDGs) และสามารถสร้างผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม เพื่อให้ชุมชนเติบโตอย่างมั่นคงไปพร้อมกับองค์กร

ผลการดำเนินงาน ปี 2568
โครงการ/กิจกรรมเพื่อสังคม จำนวนโครงการ ล้านบาท
1. หิ่งห้อย พลังงานหมุนเวียนเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี 17 4.13
2. หิ่งห้อย เพื่อการอนุรักษ์ ปกป้อง ฟื้นฟู ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 3 0.48
3. หิ่งห้อย นวัตกรรมสร้างโอกาสเพื่อชุมชน 3 0.64
4. การสนับสนุนเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตชุมชน
• การส่งเสริมคุณภาพชีวิตชุมชน/ผู้สูงวัย/ผู้พิการ 40 14.19
• การศึกษา 2 0.25
• สาธารณสุข 5 2.29
• ประเพณีวัฒนธรรม ทำนุบำรุงศาสนา 1 0.01
• การส่งเสริมและสนับสนุนเครือข่ายเพื่อพลังงานหมุนเวียน 2 0.02
5. การสนับสนุนภัยพิบัติรุนแรงในวงกว้าง 1 0.07
6. การสนับสนุนชุมชนสัมพันธ์และการกุศล 5 2.18
รวมทั้งหมด 79 24.08
ผลการดำเนินงาน ปี 2568
การสำรวจข้อคิดเห็น ข้อกังวล ความต้องการ และประเมินผลกระทบของชุมชนใกล้เคียงรอบโรงไฟฟ้า
100%
ร้อยละความพึงพอใจในการดำเนินโครงการกิจกรรมเพื่อชุมชนและสังคม
98.6%
จำนวนกรณีข้อร้องเรียนที่ยังไม่ถูกจัดการ
0
กรณี
สร้างคุณค่าให้กับสังคมและระบบนิเวศด้วยการผลิตพลังงานหมุนเวียน
7,448
คน (สะสม)
จำนวนชุมชนที่มีส่วนร่วมกับโครงการของบริษัท
69
ชุมชน (สะสม)
ปริมาณพลังงานหมุนเวียนเพื่อสร้างคุณภาพชีวิตของชุมชน
163,100
วัตต์ (สะสม)
ปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ลดได้จากโครงการการมีส่วนร่วมของชุมชน
152,277
กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี (สะสม)
เวลาจิตอาสาของพนักงาน
8,881
ชั่วโมง
จำนวนเด็กและเยาวชนได้รับความรู้ด้านพลังงานหมุนเวียน การประหยัดพลังงานไฟฟ้า และการปกป้องทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
16,000
คน (สะสม)
ภาคีเครือข่าย
55
เครือข่าย (สะสม)
แหล่งเรียนรู้พลังงานหมุนเวียน
34
แห่ง (สะสม)
สาธารณประโยชน์และสาธารณสมบัติ
79
สิ่งปลูกสร้าง (สะสม)
บริษัทประหยัดค่าใช้จ่ายด้านการฝึกอมรม
11.71
ล้านบาท (สะสม)

โครงการหิ่งห้อย แกนหลักในการพัฒนาสู่ความยั่งยืน

บริษัทดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบต่อสังคมควบคู่กับการพัฒนาองค์กรให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน โดย “โครงการหิ่งห้อย” เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนความยั่งยืน ซึ่งครอบคลุมมิติบรรษัทภิบาลและเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม

โครงการนี้มุ่งเน้นการนำศักยภาพของบุคลากรมาเติมเต็มความต้องการของชุมชนพื้นที่รอบโรงไฟฟ้าอย่างยั่งยืน โดยเริ่มจากการ สำรวจสภาพความเป็นอยู่ของชุมชนรอบโรงไฟฟ้า และ ออกแบบนวัตกรรมร่วมกับชุมชนและภาคีเครือข่าย เพื่อให้การดำเนินโครงการสอดคล้องกับความต้องการในพื้นที่

โครงการหิ่งห้อยถือเป็น รากฐานสำคัญของ CKPower ในการสร้างการตระหนักรู้ พัฒนาองค์ความรู้ และนำเทคโนโลยีนวัตกรรมไปใช้ประโยชน์ในชุมชน โดยดำเนินงานภายใต้ 3 แกนหลัก ได้แก่:

  1. หิ่งห้อย: พลังงานหมุนเวียนเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี
  2. หิ่งห้อย: เพื่อการอนุรักษ์ ปกป้อง ฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
  3. หิ่งห้อย: นวัตกรรมสร้างโอกาสเพื่อชุมชน

ในปี 2568 บริษัทได้ดำเนินโครงการสำคัญภายใต้แนวทางดังกล่าว โดยดำเนินงานผ่านคณะทำงานด้านความยั่งยืนของแต่ละโรงไฟฟ้า เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายการสร้างคุณค่าสู่สังคมร่วมกัน

ลำดับ โครงการ จังหวัด พื้นที่รอบโรงไฟฟ้า หิ่งห้อย พลังงานหมุนเวียนเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี หิ่งห้อย เพื่อการอนุรักษ์ ปกป้อง ฟื้นฟู ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หิ่งห้อย นวัตกรรมสร้างโอกาสเพื่อชุมชน
เพิ่มพลังงานหมุนเวียน (วัตต์) เพิ่มความรู้ (คน) เพิ่มพื้นที่สีเขียว (ไร่) เพิ่มความรู้ (คน) พัฒนาผลิตภัณฑ์ (ผลิตภัณฑ์) เพิ่มรายได้ (บาท)
1 จัดสร้างอาคารเรียนระบบไฟฟ้าจากโซลาร์เซลล์ หมู่บ้านปู่คำน้อย และกังหันน้ำขนาดเล็กเพื่อการผลิตไฟฟ้า หมู่บ้านแม่ปะกลาง (สะสม) แม่ฮ่องสอน สังคมไกล 425.00
2 แหล่งเรียนรู้ศูนย์การเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านแม่เหลอ (สะสม) แม่ฮ่องสอน สังคมไกล 681.00
3 โซลาร์เซลล์เพื่อการเข้าถึงไฟฟ้า และแหล่งเรียนรู้ ศูนย์การเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านแม่มุใน บมจ.ซีเค พาวเวอร์ อุปถัมภ์ (สะสม) เชียงใหม่ สังคมไกล 3,000.00 384.00 130.00
4 แหล่งเรียนรู้ โรงเรียนบ้านกาง หลวงพระบาง โรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรี 658.00
5 แหล่งเรียนรู้ โรงเรียนบ้านดู่ (สหราษฎร์วิทยา) (สะสม) นครราชสีมา โรงไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์ ปักธงชัย 1 650.00 650.00
6 แหล่งเรียนรู้ โรงเรียนวัดกุฎีประสิทธิ์ (สะสม) พระนครศรีอยุธยา โรงไฟฟ้าบางปะอินโคเจนเนอเรชั่น 481.00
7 ระบบปั๊มน้ำบาดาลโซลาร์เซลล์ โรงเรียนอนุบาลหินหัวเสือ (สะสม) ไซสมบูน โรงไฟฟ้าพลังน้ำ น้ำงึม 2 2,400.00 540.00
8 ไฟส่องสว่างระบบโซลาร์เซลล์ โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนไลออนส์มหาจักร 9 และชุมชนบ้านป่าข้าวหลาม (สะสม) เชียงใหม่ สังคมไกล 900.00 308.00
9 โซลาร์แบบติดตั้งบนหลังคา วัดนาห้วย ประจวบคีรีขันธ์ สังคมไกล 16,630.00
10 ไฟส่องสว่างระบบโซลาร์เซลล์ หมู่บ้านนาบง นครหลวงเวียงจันทน์ โรงไฟฟ้าพลังน้ำ น้ำงึม 2 9,900.00
11 กังหันโซลาร์เซลล์บำบัดน้ำ เพื่อคลองสวยน้ำใส ชุมชนคลองจิก พระนครศรีอยุธยา โรงไฟฟ้าบางปะอินโคเจนเนอเรชั่น 1,200.00
12 เครือข่ายสิ่งแวดล้อม ร่วมกับนิคมอุตสาหกรรมบางปะอิน 2566-2568 พระนครศรีอยุธยา โรงไฟฟ้าบางปะอินโคเจนเนอเรชั่น 190.00 250.00
13 สนับสนุนครูด้านพลังงานหมุนเวียน Teach for Thailand โรงเรียนอุดมศีลวิทยา (สะสม) พระนครศรีอยุธยา โรงไฟฟ้าบางปะอินโคเจนเนอเรชั่น 429.00
14 สนับสนุนครูด้านพลังงานหมุนเวียน Teach for Thailand โรงเรียนปักธงชัยชุณหะวัณวิทยาคาร (สะสม) นครราชสีมา โรงไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์ ปักธงชัย 1 1,002.00
15 กังหันโซลาร์เซลล์บำบัดน้ำ เพื่อคลองสวยน้ำใส ชุมชนคลองพุทรา พระนครศรีอยุธยา โรงไฟฟ้าบางปะอินโคเจนเนอเรชั่น 1,200.00 750.00
16 ไฟส่องสว่างถนนระบบโซลาร์เซลล์ บ้านกาง หลวงพระบาง โรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรี 2,550.00
17 ไฟส่องสว่างถนนระบบโซลาร์เซลล์ บ้านโพนสี หลวงพระบาง โรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรี 2,550.00
18 ENVI Mission ถ่ายทอดความรู้โมเดลอาคารประหยัดพลังงาน สระบุรี สังคมไกล 80.00 92.00
19 กังหันโซลาร์เซลล์บำบัดน้ำ เพื่อคลองสวยน้ำใส ชุมชนคลองบ้านเลน (สะสม) พระนครศรีอยุธยา โรงไฟฟ้าบางปะอินโคเจนเนอเรชั่น 1,400.00 500.00 250.00
20 ระบบปั๊มน้ำโซลาร์เซลล์ เพื่อพื้นที่สีเขียว 25 ไร่ โรงเรียนอุดมศีลวิทยา พระนครศรีอยุธยา โรงไฟฟ้าบางปะอินโคเจนเนอเรชั่น 6,300.00
21 ส่งต่อพลังคิดส์ เพื่อโลกที่ยั่งยืน โรงเรียนอุดมศีลวิทยา พระนครศรีอยุธยา โรงไฟฟ้าบางปะอินโคเจนเนอเรชั่น 111.00 111.00
22 ส่งต่อพลังคิดส์ เพื่อโลกที่ยั่งยืน โรงเรียนปักธงชัยชุณหะวัณวิทยาคาร นครราชสีมา โรงไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์ ปักธงชัย 1 125.00 125.00
23 แปลงผักไฮโดรโปนิกส์ น้ำรดระบบโซลาร์เซลล์ โรงเรียนเจ้าฟ้าสร้าง พระนครศรีอยุธยา โรงไฟฟ้าบางปะอินโคเจนเนอเรชั่น 300.00 138.00 142.00 1.00 1,880.00
24 คณะกรรมการ EIA ศึกษาดูงานด้านพลังงาน และปลูกต้นไม้ เขื่อนวชิราลงกรณ์ พระนครศรีอยุธยา โรงไฟฟ้าบางปะอินโคเจนเนอเรชั่น 50.00 1.50 60.00
25 โซลาร์เซลล์แบบติดตั้งบนหลังคาเพื่อลดค่าไฟและไฟส่องสว่างระบบโซลาร์เซลล์ โรงเรียนเจ้าฟ้าสร้าง พระนครศรีอยุธยา โรงไฟฟ้าบางปะอินโคเจนเนอเรชั่น 9,700.00 140.00 70.00
26 โซลาร์เซลล์แบบติดตั้งบนหลังคา เพื่อลดค่าไฟฟ้า โรงเรียนปักธงชัยชุณหะวัณวิทยาคาร นครราชสีมา โรงไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์ ปักธงชัย 1 12,400.00
27 ไฟส่องสว่างถนนระบบโซลาร์เซลล์ บ้านห้วยขัวหลวง หลวงพระบาง โรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรี 1,500.00 192.00
28 ไฟส่องสว่างถนนระบบโซลาร์เซลล์ บ้านปากฮุง บ้านปากบ่อ หลวงพระบาง โรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรี 10,400.00 150.00
29 เปิดโลกพลังงานหมุนเวียนและสิ่งแวดล้อม เยี่ยมชมโรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรี (ปี 2566-2568 ชุมชน โรงเรียนรอบโรงไฟฟ้า และบุคคลภายนอก) หลวงพระบาง โรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรี 3,099.00 1,407.00
30 เปิดโลกพลังงานหมุนเวียนและสิ่งแวดล้อม เยี่ยมชมโรงไฟฟ้าพลังน้ำ น้ำงึม 2 (ปี 2566-2568 ชุมชน โรงเรียนรอบโรงไฟฟ้า และบุคคลภายนอก) ไซสมบูน โรงไฟฟ้าพลังน้ำ น้ำงึม 2 2,064.00 1,908.00
31 ไฟส่องสว่างถนนระบบโซลาร์เซลล์ บ้านโพนพะ ไซสมบูน โรงไฟฟ้าพลังน้ำ น้ำงึม 2 18,000.00 160.00
32 ไฟส่องสว่างถนนระบบโซลาร์เซลล์ ชุมชนท้ายน้ำ บ้านกกฟาก บ้านปากพี้ บ้านโพนสีดา บ้านนาขอนแก่น หลวงพระบาง โรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรี 26,400.00 180.00 180.00
33 ไฟส่องสว่างถนนระบบโซลาร์เซลล์ บ้านม่วงสุม บ้านโฮมเจริญ ไซสมบูน โรงไฟฟ้าพลังน้ำ น้ำงึม 2 24,000.00 54.00 96.00
34 ติดตั้งโซลาร์ระบบรดน้ำแปลงผักพร้อมจำหน่ายผักผ่านสหกรณ์โรงเรียน โรงเรียนวัดราษฎร์ศรัทธาธรรม พระนครศรีอยุธยา โรงไฟฟ้าบางปะอินโคเจนเนอเรชั่น 300.00 60.00 60.00 1.00
35 กังหันโซลาร์เซลล์บำบัดน้ำ เพื่อคลองสวยน้ำใส ชุมชนบ้านคลองทราย พระนครศรีอยุธยา โรงไฟฟ้าบางปะอินโคเจนเนอเรชั่น 1,600.00 80.00 80.00
36 ระบบน้ำริน และโซลาร์ปั๊ม ให้กับบ้านโฮมเจริญ ไซสมบูน โรงไฟฟ้าพลังน้ำ น้ำงึม 2 3,600.00
37 ติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ และปรับปรุงอาคารเรียน บ้านปากปา หลวงพระบาง โรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรี 870.00 21.00 21.00
38 ไฟส่องสว่างถนนระบบโซลาร์เซลล์ และปรับปรุงระบบน้ำ บ้านเนินสว่าง หลวงพระบาง โรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรี 6,000.00 234.00 234.00
39 น้ำสะอาดเพื่อชุมชน บ้านกาง บ้านโพนสี หลวงพระบาง โรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรี 100.00 100.00
40 เพิ่มพื้นที่สีเขียวในโรงไฟฟ้า พระนครศรีอยุธยา โรงไฟฟ้าบางปะอินโคเจนเนอเรชั่น 1.50 57.00
41 เพิ่มพื้นที่สีเขียว ภายในโรงไฟฟ้าพลังน้ำ น้ำงึม 2 (ปี 2566-2568) ไซสมบูน โรงไฟฟ้าพลังน้ำ น้ำงึม 2 11.66 360.00
42 เพิ่มพื้นที่สีเขียวนอกโรงไฟฟ้า ชุมขนคลองบ้านเลน พระนครศรีอยุธยา โรงไฟฟ้าบางปะอินโคเจนเนอเรชั่น 0.50
43 เพิ่มพื้นที่สีเขียวนอกโรงไฟฟ้า เทศบาลปราสาททอง ชุมชนหนองปลาร้า พระนครศรีอยุธยา โรงไฟฟ้าบางปะอินโคเจนเนอเรชั่น 300.00 1.00 300.00
44 วัสดุปรับปรุงคุณภาพดิน ปี 1-3 (ปี 2566-2568) หลวงพระบาง โรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรี 452.00
45 Train the trainer คณะครูโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน ทั่วประเทศ ซีเค พาวเวอร์ 1,169.00 1,169.00
46 โครงการหิ่งห้อยก่อสร้างอาคารห้องสมุดและถ่ายทอดความรู้แก่ครู นักเรียน เชียงใหม่ ซีเค พาวเวอร์ 65.00 65.00
47 พลังศิลป์ นักเรียนทั่วประเทศ กรุงเทพ ซีเค พาวเวอร์ 211.00 211.00
48 โครงการนำร่องด้านการจัดการขยะในโรงเรียน นครราชสีมา โรงไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์ ปักธงชัย 1 219.00 219.00
49 ให้ความรู้การทำแนวกันไฟ Transmission line ปี 2567-2568 หลวงพระบาง โรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรี 1,141.00
50 OPOP ผลิตภัณฑ์ผ้าทอชุมชน 2566-2568 หลวงพระบาง ซีเค พาวเวอร์ 3 2,402,850.00
51 OPOP แปรรูปปลาส้ม หลวงพระบาง โรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรี 1 30,297.00
52 สนับสนุนการฝึกอาชีพชุมชน หลวงพระบาง ซีเค พาวเวอร์ 383,540.00

ผลลัพธ์เทียบเป้าหมายตามกรอบการดำเนินงานสร้างคุณค่าสู่สังคม

ผลลัพธ์เทียบเป้าหมายตามกรอบการดำเนินงานสร้างคุณค่าสู่สังคม
ด้านสังคม
หิ่งห้อย พลังงานหมุนเวียน
เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี
ผลการดำเนินงาน
เป้าหมาย
เด็ก เยาวชน และชุมชน เข้าถึงพลังงานหมุนเวียน
ที่สอดคล้องกับความต้องการ
หน่วย: วัตต์ (สะสม)
163,100
150,000
เทียบเท่าการหลีกเลี่ยง
หรือลดปริมาณก๊าซเรือนกระจก
หน่วย: กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี
152,277
109,478
เพิ่มความรู้ทางด้านพลังงานหมุนเวียน
แก่เด็กและเยาวชน
หน่วย: คน (สะสม)
16,000
20,000
ด้านสิ่งแวดล้อม
หิ่งห้อย เพื่อการอนุรักษ์
ปกป้อง ฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ
และสิ่งแวดล้อม
ผลการดำเนินงาน
เป้าหมาย
เพิ่มพื้นที่อนุรักษ์ ปกป้อง
ฟื้นฟู ป่าบก
หน่วย: ไร่ (สะสม)
16.16
80
เทียบเท่าการช่วยกักเก็บคาร์บอน
หน่วย: กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี
15,354.4
76,000
เพิ่มความรู้ด้านการอนุรักษ์ ปกป้อง ฟื้นฟู
ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
ให้กับพนักงาน เด็ก เยาวชนและชุมชน
หน่วย: คน (สะสม)
9,940
10,000
ด้านเศรษฐกิจ
หิ่งห้อย นวัตกรรม
สร้างโอกาสเพื่อชุมชน
ผลการดำเนินงาน
เป้าหมาย
ชุมชนได้รับการพัฒนาผลิตภัณฑ์
หน่วย: ผลิตภัณฑ์ (สะสม)
6
3
สร้างรายได้ให้ชุมชน
หน่วย: บาท (สะสม)
2,818,567
1,300,000

โครงการที่โดดเด่นในปี 2568 (GRI203-1, 203-2)

บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) ในฐานะแกนหลักของกลุ่มบริษัท ดำเนินธุรกิจโดยตระหนักถึงบทบาทในการสร้างคุณค่าให้กับสังคม ยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชน ในพื้นที่ห่างไกล มุ่งเน้นการใช้ขีดความสามารถทางด้านวิศวกรรมเพิ่มการเข้าถึงพลังงานหมุนเวียน หรือระบบสาธารณูปโภคที่จำเป็นต่อการศึกษา และถ่ายทอดความรู้ทางด้านพลังงานหมุนเวียน และการอนุรักษ์ปกป้องทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมทั้งร่วมสนับสนุนผลิตภัณฑ์ชุมชนเพื่อส่งเสริมอาชีพงานฝีมือ และเสริมสร้างให้เกิดรายได้ สอดคล้องกับความต้องการของชุมชนและกรอบการสร้างคุณค่าสู่สังคมในระยะยาว

ในปี 2568 ได้ดำเนินโครงการด้านการดูแลชุมชนและสังคมจำนวน 3 โครงการ ส่งผลการดำเนินงานให้เยาวชนเข้าถึงการศึกษาที่ส่งเสริมสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ ได้รับความรู้ทางด้านพลังงานหมุนเวียนรวม 1,445 คน ถ่ายทอดความรู้ในการอนุรักษ์ปกป้องทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยมุ่งเน้นการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน จำนวน 1,445 คน พร้อมทั้งสนับสนุนกิจกรรมฝึกทักษะอาชีพชุมชนหลวงพระบาง สืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่นภายใต้โครงการหิ่งห้อยสตูดิโอและสนับสนุนผลิตภัณฑ์ชุมชนสร้างรายได้รวม 1,677,470 บาท ผลลัพธ์ดังกล่าวสะท้อนแนวทางการดำเนินงานของ CKPower ในการสร้างคุณค่าร่วมระหว่างองค์กร ชุมชน และสังคม ผ่านการพัฒนาศักยภาพชุมชน การในการวางรากฐานความรู้ด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม ควบคู่กับการส่งเสริมอาชีพและการสร้างรายได้จากภูมิปัญญาท้องถิ่น อันนำไปสู่การเติบโตทางเศรษฐกิจและสังคมอย่างสมดุล พร้อมสนับสนุนการพัฒนาอย่างยั่งยืนในระยะยาว

โครงการเด่นประจำปี 2568 (CSR Highlights)

หิ่งห้อย พลังงานหมุนเวียนเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี และหิ่งห้อย เพื่อการอนุรักษ์ ปกป้อง ฟื้นฟู ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม: โครงการหิ่งห้อยปี 8

ศูนย์การเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านแม่มุใน บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) อุปถัมภ์ (“ศูนย์การเรียนฯ”) ตั้งอยู่ที่ อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ เป็นศูนย์การเรียนฯ ในพื้นที่ห่างไกลภายใต้การอุปถัมภ์ของบริษัทฯ โดยบริษัทสนับสนุนก่อสร้างอาคารเรียนและบ้านพักตั้งแต่ปี 2559 และเนื่องจากปัจจุบันศูนย์การเรียนฯ มีจำนวนเด็กนักเรียนที่เพิ่มมากขึ้น และห้องสมุดเดิมได้ปรับนำไปใช้ในการเรียนการสอนสำหรับเด็กประถมศึกษาปีที่ 5 และ 6 บริษัทจึงได้ก่อสร้างอาคารห้องสมุดใหม่ในรูปแบบอาคารประหยัดพลังงานด้วยการเพิ่มช่องแสงจากธรรมชาติ เพิ่มอากาศถ่ายเท สามารถลดการใช้ไฟฟ้าภายในอาคาร โดยได้รับการสนับสนุนที่ดีจากจิตอาสาในเครือ บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) พัฒนาพื้นที่ให้สามารถใช้ประโยชน์ได้มากยิ่งขึ้นผ่านการปรับปรุงพื้นที่โดยรอบให้เหมาะสมกับการใช้งานและส่งเสริมสภาพแวดล้อมการเรียนรู้

เป้าหมาย

  • ก่อสร้างอาคารห้องสมุดใหม่ ภายใต้แนวคิดการประหยัดพลังงานไฟฟ้า ให้เข้ากับบริบทของพื้นที่ ส่งเสริมสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ให้กับเยาวชน

แนวทางการดำเนินงาน

  • สำรวจปัญหาของศูนย์การเรียนฯ พบว่าการขาดแคลนพื้นที่ในการเรียนการสอนสำหรับเด็กระดับประถมศึกษาปีที่ 5 และ 6 โดยต้องใช้ห้องสมุดเดิมในการเรียนการสอนแทนทำให้โรงเรียนไม่มีห้องสมุดที่เป็นแหล่งของความรู้เชิงวิชาการ ทักษะอาชีพ และความรู้รอบตัว ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาศักยภาพทางสติปัญญา
  • ก่อสร้างอาคารห้องสมุดใหม่ในรูปแบบอาคารประหยัดพลังงานด้วยการเพิ่มช่องแสงจากธรรมชาติ
  • เพิ่มความรู้พลังงานหมุนเวียน และการอนุรักษ์ ปกป้อง ฟื้นฟู ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มุ่งเน้นการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน ผ่านหลักการสำคัญคือ การลดใช้ (Reduce) การใช้ซ้ำ (Reuse) การรีไซเคิล (Recycle) และการคัดแยกขยะ ให้กับเยาวชน

เติม

ใช้ขีดความสามารถด้านวิศวกรรมมาพัฒนาช่วยเหลือสังคม และชุมชน โดยการออกแบบอาคารห้องสมุดใหม่ในรูปแบบอาคารประหยัดพลังงานด้วยการเพิ่มช่องแสงจากธรรมชาติ เพิ่มอากาศถ่ายเท สามารถลดการใช้ไฟฟ้าภายในอาคาร

ต่อ

ต่อยอดด้วยการปลูกฝังองค์ความรู้ สร้างรากฐานการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืนด้วยการวางแผน ออกแบบการสอนเรื่องวิกฤตทางด้านการใช้พลังงานและการอนุรักษ์ ปกป้อง ฟื้นฟู ทรัพยากรธรรมชาติ เพื่อให้เยาวชนเรียนรู้การประหยัดพลังงานไฟฟ้าในศูนย์การเรียนฯ และการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน รวมทั้งการคัดแยกขยะแต่ละประเภทในโรงเรียน

สร้าง

สร้างความร่วมมือหน่วยงานกองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 33 (กก.ตชด.33) ให้การสนับสนุนการเข้าถึงการศึกษาตั้งแต่วางรากฐานความตระหนักรู้ จนถึงการทดลองปฏิบัติจริง และสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อพัฒนาการศึกษาของเยาวชน

ร่วม

วิศวกรของบริษัทร่วมออกแบบอาคารห้องสมุดรูปแบบประหยัดพลังงานไฟฟ้า และควบคุมการก่อสร้างให้เป็นไปตามมาตรฐานทางด้านวิศวกรรม อีกด้านหนึ่งพนักงานหลากหลายแผนกได้มีส่วนร่วมคิด ร่วมวางแผนการถ่ายทอดความรู้วิกฤตทางด้านการใช้พลังงานไฟฟ้า,ความรู้เรื่องพลังงานหมุนเวียน,การใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน อีกทั้งพัฒนาพื้นที่โดยรอบให้สามารถใช้ประโยชน์ได้มากยิ่งขึ้น

เป้าหมาย และผลลัพธ์ของโครงการ
วัตถุประสงค์ เป้าหมาย ผลลัพธ์
สร้างสาธารณสมบัติให้แก่ศูนย์การเรียนฯ อาคารห้องสมุดเพื่อเพิ่มแหล่งความรู้เชิงวิชาการ ทักษะอาชีพ และความรู้รอบตัว ส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพทางสติปัญญาของเยาวชน 1 สาธารณสมบัติ 1 สาธารณสมบัติ
เด็ก เยาวชน และชาวบ้านได้รับความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับวิกฤตทางด้านการใช้พลังงานไฟฟ้า,ความรู้เรื่องพลังงานหมุนเวียน,การใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน 65 คน 65 คน
พนักงานในเครือมีส่วนร่วมในการดำเนินกิจกรรม 200 คน 463 คน
ส่งเสริมความสัมพันธ์กับภาคีเครือข่าย 2 หน่วยงาน 2 หน่วยงาน

โรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรี ตั้งอยู่ในแขวงไซยะบุรี สปป.ลาว ดำเนินการดูแลชุมชนภายใต้กระบวนการมีส่วนร่วม ผ่านการสานเสวนาและรับฟังความคิดเห็นจากชุมชนที่เกี่ยวข้องจำนวน 43 ชุมชน ครอบคลุมพื้นที่เหนือน้ำ ท้ายน้ำ และชุมชนรอบโรงไฟฟ้า เพื่อนำประเด็นความต้องการของชุมชนมาบูรณาการในการออกแบบและดำเนินโครงการด้านการเข้าถึงพลังงานสะอาด ระบบน้ำอุปโภคบริโภค การเรียนรู้ด้านพลังงานหมุนเวียน สิ่งแวดล้อม และการพัฒนาอาชีพ ส่งผลให้เกิดผลลัพธ์เชิงบวกต่อคุณภาพชีวิตและความสัมพันธ์ระยะยาวกับชุมชน

ในปี 2568 ได้ดำเนินโครงการด้านการดูแลชุมชนและสังคมจำนวน 11 โครงการ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและตอบสนองต่อความต้องการของชุมชนรอบพื้นที่ โดยมุ่งเน้นการเข้าถึงพลังงานสะอาด การสร้างความรู้ด้านพลังงานหมุนเวียน การสร้างความรู้และความตระหนักด้านสิ่งแวดล้อม การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และการพัฒนาอาชีพ ผลการดำเนินงานสามารถส่งต่อพลังงานหมุนเวียนรวม 33,270 วัตต์ ส่งเสริมการเรียนรู้ด้านพลังงานหมุนเวียน จำนวน 1,270 คน และการเรียนรู้ด้านสิ่งแวดล้อม จำนวน 1,936 คน พร้อมทั้งพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชน 2 ผลิตภัณฑ์ สร้างรายได้รวม 30,297 บาท สะท้อนถึงผลลัพธ์เชิงบวกต่อชุมชนและการมีส่วนร่วมในการพัฒนาพื้นที่อย่างยั่งยืน

โครงการเด่นประจำปี 2568 (CSR Highlights)

หิ่งห้อย พลังงานหมุนเวียนเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี: ติดตั้งไฟถนนโซลาร์เซลล์ ชุมชนท้ายน้ำ

จากการสำรวจความต้องการของชุมชนปี 2567 พบว่าชุมชนท้ายน้ำ ได้แก่ บ้านปากพี้ บ้านโคกฟาก บ้านโพนสีดา และบ้านนาขอนแก่น ซึ่งเป็นชุมชนท้ายน้ำโรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรี ประสบปัญหาการขาดแคลนแสงสว่างบริเวณถนนในชุมชนเวลากลางคืน ส่งผลให้เกิดความเสี่ยงด้านอุบัติเหตุและความปลอดภัยได้

เป้าหมาย

  • ติดตั้งไฟถนนพลังงานแสงอาทิตย์ ตามแนวทางสัญจรและทางเดินของชุมชน เพื่อลดปัญหาการขาดแคลนแสงสว่าง เพิ่มความปลอดภัย และพัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชน

แนวทางการดำเนินงาน

  • สำรวจปัญหาชุมชน พบว่าชุมชนท้ายน้ำ การขาดแคลนแสงสว่างบริเวณถนน มีปัญหาด้านความปลอดภัยจากการขาดแสงสว่างในเวลากลางคืน
  • ติดตั้งไฟถนนพลังงานแสงอาทิตย์ บ้านปากพี้ จำนวน 20 จุด บ้านโคกฟาก จำนวน 26 จุด บ้านโพนสีดา จำนวน 38 จุด และบ้านนาขอนแก่น จำนวน 48 จุด โดยวางแผนจุดติดตั้งให้มีความเหมาะสมกับพื้นที่
  • ใช้เสาไฟเดิมและติดตั้งเสาไฟใหม่ ในบริเวณที่จำเป็น เพื่อใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า
  • จัดตั้งคณะกรรมการชุมชน เพื่อดูแลระบบไฟถนนให้สามารถใช้งานได้อย่างยั่งยืน
  • สร้างกองทุนพลังงานหมุนเวียน เพื่อใช้ในการดูแลและซ่อมบำรุงไฟถนนในระยะยาว

เติม

ใช้ขีดความสามารถด้านวิศวกรรมพลังงานหมุนเวียน มาพัฒนาช่วยเหลือสังคม และชุมชน โดยการออกแบบการระบบการติดตั้งโซลาร์เซลล์บนทางสัญจร ออกแบบระบบส่องสว่าง แชะหาแนวทางใช้เสาเดิมที่มีอยู่ให้สามารถปรับใช้ได้ สอดคล้องตามการความต้องการและบริบทของชุมชนบ้านปากพี้ บ้านโคกฟาก บ้านโพนสีดา บ้านนาขอนแก่น

ต่อ

นำขีดความสามารถด้านวิศวกรรมพลังงานหมุนเวียน มาพัฒนาต่อยอดติดตั้งโซลาร์เซลล์บนเสาไฟฟ้าเดิม เป็นการใช้สิ่งที่มีอยู่เดิมให้เกิดประโยชน์สูงสุดโดยใช้ขีดความสามารถด้านวิศวกรรมในการออกแบบ ทำให้มีระบบไฟฟ้าส่องสว่าง ร่วมกับระบบผลิตไฟฟ้าโซลาร์เซลล์ ในบริเวณถนนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อสอดคล้องกับสิ่งที่มีอยู่ ความต้องการ และบริบทต่างๆ จากการสำรวจ และการทำงานร่วมกับชุมชน

สร้าง

สร้างความร่วมมือจาก บ้านปากพี้ บ้านโคกฟาก บ้านโพนสีดา บ้านนาขอนแก่น ร่วมกันสร้างสาธารณประโยชน์ สาธารณสมบัติ จากไฟถนนโซลาร์เซลล์บนทางสัญจร พร้อมทั้ง เกิดเครือข่ายการใช้พลังงานหมุนเวียนของหมู่บ้าน

ร่วม

พนักงาน นายบ้าน ชาวบ้านบ้านปากพี้ บ้านโคกฟาก บ้านโพนสีดา บ้านนาขอนแก่น ได้มีส่วนร่วมคิด ร่วมวางแผน หาแนวทางการแก้ปัญหา นำไปสู่การติดตั้งไฟถนนโซลาร์เซลล์เพื่อส่องสว่างตามแนวถนนในจุดสำคัญต่างๆ พร้อมทั้งจัดตั้งกองทุนพลังงานหมุนเวียน เพื่อใช้สำหรับการบำรุงรักษาอุปกรณ์ไฟถนนโซลาร์ให้มีอายุการใช้งานสูงสุด

เป้าหมาย และผลลัพธ์ของโครงการ
วัตถุประสงค์ เป้าหมาย ผลลัพธ์
สร้างการเข้าถึงพลังงานหมุนเวียนของชุมชน 26,400 วัตต์ 26,400 วัตต์
สร้างสาธารณสมบัติที่เอื้อต่อการใช้ชีวิตประจำวันของชุมชนท้ายน้ำ โดยการติดตั้งไฟถนนโซลาร์ ตามแนวทางสัญจรและทางเดินของชุมชน 132 จุด 132 จุด
จัดตั้งกองทุนพลังงานหมุนเวียน เพื่อชุมชน เพื่อใช้ในการดูแลรักษา อุปกรณ์ไฟฟ้า และสนับสนุนการพัฒนาสาธารณูปโภคอื่น ๆ ในอนาคต 4 กองทุน 4 กองทุน
จัดทำคู่มือการเรียนพลังงานหมุนเวียน สำหรับชุมชน 1 ชุด 1 ชุด
พนักงานให้ความรู้เรื่องพลังงานหมุนเวียน แก่ชุมชน 120 คน 180 คน
พนักงานจิตอาสาเข้าร่วมกิจกรรมได้ฝึกทักษะการติดตั้งไฟถนนโซลาร์เซลล์ และสร้างการเรียนรู้ให้ชุมชน 20 คน 28 คน

หิ่งห้อย เพื่อการอนุรักษ์ ปกป้อง ฟื้นฟู ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม: Waste to Value – ปีที่ 3

โรงไฟฟ้าได้ดำเนินการส่งเสริมการจัดการขยะตั้งแต่ต้นทาง ทั้งนี้ขยะเศษอาหารจากโรงอาหารภายในโรงไฟฟ้าได้นำมาผลิตเป็นวัสดุปรับปรุงคุณภาพดิน ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในการปลูกพืช ดูแลพื้นที่สีเขียว ซึ่งสามารถช่วยฟื้นฟูดิน เพิ่มความอุดมสมบูรณ์ และลดการพึ่งพาปุ๋ยเคมี

เป้าหมาย

  • ลดปริมาณขยะอินทรีย์จากโรงไฟฟ้า และนำกลับมาใช้ประโยชน์
  • ส่งเสริมการฟื้นฟูคุณภาพดิน และการใช้วัสดุอินทรีย์เพื่อเกษตรกรรม
  • สร้างเครือข่ายความร่วมมือในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมระหว่างบริษัทและชุมชน

แนวทางการดำเนินงาน

  • สำรวจความต้องการของชุมชน
  • ผลิตวัสดุปรับปรุงดินจากเศษอาหาร
  • ส่งมอบวัสดุปรับปรุงดิน ให้แก่ชุมชนรอบโรงไฟฟ้า
  • จัดอบรมให้ชุมชน เกี่ยวกับวิธีการใช้และดูแลวัสดุปรับปรุงดิน
  • ส่งเสริมจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อม แก่พนักงาน เด็ก และเยาวชน

เติม

นำขีดความสามารถวิเคราะห์ขยะอินทรีย์จากอาหาร เพื่อคำนวณศักยภาพในการผลิตวัสดุปรับปรุงดินที่เป็นประโยชน์ต่อชุมชน และพัฒนาหัวเชื้อสำหรับประบวนการจัดทำวัสดุปรับปรุงดิน

ต่อ

นำนวัตกรรมและองค์ความรู้มาพัฒนาหัวเชื้อชีวภาพและวัสดุปรับปรุงดินจากเศษอาหาร พร้อมออกแบบผลิตภัณฑ์และวางแผนส่งต่อทั้งผลิตภัณฑ์และความรู้สู่ชุมชน

สร้าง

สร้างความร่วมมือบ้านเนินสว่าง บ้านตาลาน หรือชุมชนอื่น ๆ รอบโรงไฟฟ้า ที่สนใจ นำวัสดุปรับปรุงคุณภาพดินไปใช้ได้อย่างถูกต้อง และได้ผลผลิตที่มีคุณภาพดี

ร่วม

พนักงานจิตอาสา ร่วมการดำเนินการผลิตวัสดุปรับปรุงดินและออกแบบการให้ความรู้ชาวบ้านในชุมชนรอบโรงไฟฟ้า ทำให้ชุมชนสามารถผลิตพืชผลทางการเกษตรที่มีคุณภาพดีและปลอดภัย

เป้าหมาย และผลลัพธ์ของโครงการ
วัตถุประสงค์ เป้าหมาย ผลลัพธ์
ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากการลดการเผาขยะ 2,000 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี 3,840 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี
เด็ก เยาวชน และชาวบ้าน ได้รับความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับการใช้วัสดุปรับปรุงคุณภาพดิน พร้อมทั้งการดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 80 คน 125 คน
ทรัพยากรบุคคลที่ได้รับการพัฒนาด้านนวัตกรรมให้ความรู้แก่ชุมชน และพัฒนานวัตกรรมเพื่อสังคม 15 คน 27 คน
ส่งเสริมความสัมพันธ์กับภาคีเครือข่าย และชุมชนรอบโรงไฟฟ้า 2 ชุมชน 3 ชุมชน

หิ่งห้อย นวัตกรรมสร้างโอกาสเพื่อชุมชน: ปลาส้มอนามัย

โรงไฟฟ้าได้ดำเนินโครงการ OPOP (One Power Plant One Product) เพื่อส่งเสริมการผลิตปลาส้มของชุมชนบ้านนาต่อใหญ่ อย่างไรก็ตาม ชุมชนยังขาดองค์ความรู้ด้านสุขอนามัยและมาตรฐานการผลิต รวมถึงการแปรรูปและบรรจุภัณฑ์ที่เหมาะสม ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์มีอายุการเก็บรักษาสั้น เกิดข้อจำกัดในการสร้างรายได้

เป้าหมาย

  • พัฒนาและยกระดับผลิตภัณฑ์ต้นแบบการแปรรูปปลาส้มให้มีคุณภาพและมาตรฐาน
  • ถ่ายทอดองค์ความรู้สู่ชุมชน เพื่อสร้างรายได้ที่มั่นคงและยั่งยืน

แนวทางการดำเนินงาน

  • สำรวจความต้องการของชุมชน และศึกษารูปแบบการแปรรูปปลาส้มที่เหมาะสม
  • ปรับปรุงสถานที่แปรรูปปลาส้มให้ถูกต้องตามหลักสุขอนามัย พร้อมพัฒนาบรรจุภัณฑ์ให้สอดคล้องกับชนิดผลิตภัณฑ์ และออกแบบโลโก้
  • จัดอบรมและถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการแปรรูปปลาส้ม เพื่อขยายผลสู่ชุมชนอื่น
  • ส่งเสริมการยืดอายุการเก็บรักษาผลิตภัณฑ์ และเพิ่มศักยภาพการสร้างรายได้อย่างยั่งยืน

เติม

พนักงานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสนับสนุนองค์ความรู้ด้านการแปรรูปปลาส้ม การรักษามาตรฐานสุขอนามัย และการยืดอายุการเก็บรักษา

ต่อ

เพิ่มนวัตกรรมกระบวนการโดยถ่ายทอดความรู้ ที่ต่อยอดภูมิปัญญาดั้งเดิมด้วยการออกแบบบรรจุภัณฑ์และฉลากใหม่ ที่เล่าเรื่องราวเอกลักษณ์ชุมชน ปลาส้มบ้านนาต่อใหญ่ ให้มีภาพลักษณ์ทันสมัยและเหมาะสมกับตลาด

สร้าง

สร้างความร่วมมือระหว่างชุมชนบ้านนาต่อใหญ่ ในการสร้างผลิตภัณฑ์ปลาส้มบ้านนาต่อใหญ่ ให้มีมาตรฐาน ปลอดภัย สามารถขายได้ ยืดอายุการเก็บรักษา และมีเอกลักษณ์เฉพาะ สร้างรายได้ให้กับชุมชนอย่างยั่งยื่น และขยายองค์ความรู้การแปรรูปปลาส้มสู่ชุมชนอื่นๆ

ร่วม

พนักงานจิตอาสา ร่วมกับกลุ่มชุมชนบ้านนาต่อใหญ่ ถ่ายทอดองค์ความรู้ ทดลองแปรรูปจริง และสนับสนุนการทำตลาดออนไลน์ (ขายในโรงไฟฟ้าฯ)

เป้าหมาย และผลลัพธ์ของโครงการ
วัตถุประสงค์ เป้าหมาย ผลลัพธ์
พัฒนาผลิตภัณฑ์ปลาส้มชุมชนบ้านนาต่อใหญ่ให้ได้มาตรฐานการผลิต และความปลอดภัย 1 ผลิตภัณฑ์
(1 ชนิดปลาส้ม)
1 ผลิตภัณฑ์
(5 ชนิดปลาส้ม)
เสริมสร้างรายได้และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นให้กับครัวเรือนในชุมชน 600,000 กีบ/เดือน
900 บาท/เดือน
895,000 กีบ/เดือน
1,300 บาท/เดือน
ส่งต่อองค์ความรู้ด้านการแปรรูป บรรจุภัณฑ์ ฉลาก และการตลาด แก่ชุมชน 40 คน 75 คน

โรงไฟฟ้าพลังน้ำ น้ำงึม 2 ตั้งอยู่ในแขวงไซสมบูน สปป.ลาว ดำเนินการดูแลชุมชนภายใต้กระบวนการมีส่วนร่วม ผ่านการสานเสวนาและรับฟังความคิดเห็นจากชุมชนที่เกี่ยวข้องจำนวน 6 ชุมชน รัศมีรอบโรงไฟฟ้าประมาณ 20 กิโลเมตร เพื่อนำประเด็นความต้องการของชุมชนมาบูรณาการในการออกแบบและดำเนินโครงการด้านการเข้าถึงพลังงานสะอาด ระบบน้ำอุปโภคบริโภค การเรียนรู้ด้านพลังงานหมุนเวียน สิ่งแวดล้อม และการพัฒนาอาชีพ ส่งผลให้เกิดผลลัพธ์เชิงบวกต่อคุณภาพชีวิตและความสัมพันธ์ระยะยาวกับชุมชน

ในปี 2568 ได้ดำเนินโครงการด้านการดูแลชุมชนและสังคมจำนวน 5 โครงการ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและตอบสนองต่อความต้องการของชุมชนรอบพื้นที่ โดยมุ่งเน้นการเข้าถึงพลังงานสะอาด การสร้างความรู้ด้านพลังงานหมุนเวียน การสร้างความรู้และความตระหนักด้านสิ่งแวดล้อม การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และการพัฒนาอาชีพ ผลการดำเนินงานสามารถส่งต่อพลังงานหมุนเวียนรวม 27,600 วัตต์ ส่งเสริมการเรียนรู้ด้านพลังงานหมุนเวียน จำนวน 876 คน เพิ่มพื้นที่สีเขียว จำนวน 5.1 ไร่ และการเรียนรู้ด้านสิ่งแวดล้อม จำนวน 744 คน สะท้อนถึงผลลัพธ์เชิงบวกต่อชุมชนและการมีส่วนร่วมในการพัฒนาพื้นที่อย่างยั่งยืน

โครงการเด่นประจำปี 2568 (CSR Highlights)

หิ่งห้อย พลังงานหมุนเวียนเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี: ติดตั้งไฟถนนโซลาร์เซลล์ บ้านม่วงสุม และบ้านโฮมเจริญ

จากการสำรวจความต้องการของชุมชนปี 2567 พบว่า บ้านม่วงสุม และบ้านโฮมเจริญ ซึ่งเป็นชุมชนรอบโรงไฟฟ้าพลังน้ำ น้ำงึม 2 ประสบปัญหาการขาดแคลนแสงสว่างบริเวณถนนสายหลักในเวลากลางคืน ส่งผลให้เกิดความเสี่ยงด้านอุบัติเหตุและความปลอดภัยของประชาชน

เป้าหมาย

  • ติดตั้งไฟถนนพลังงานแสงอาทิตย์ บริเวณถนนสายหลัก เพื่อลดปัญหาการขาดแคลนแสงสว่าง เพิ่มความปลอดภัย และพัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชน

แนวทางการดำเนินงาน

  • สำรวจปัญหาชุมชน พบว่าถนนสายหลักที่ผ่านบ้านม่วงสุม และบ้านโฮมเจริญ มีปัญหาด้านความปลอดภัยจากการขาดแสงสว่างในเวลากลางคืน
  • ติดตั้งไฟถนนพลังงานแสงอาทิตย์ บ้านม่วงสุม จำนวน 30 จุด บ้านโฮมเจริญ จำนวน 30 จุด โดยวางแผนจุดติดตั้งให้มีความเหมาะสมกับพื้นที่
  • ใช้เสาไฟเดิมและติดตั้งเสาไฟใหม่ ในบริเวณที่จำเป็น เพื่อใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า
  • จัดตั้งคณะกรรมการชุมชน เพื่อดูแลระบบไฟถนนให้สามารถใช้งานได้อย่างยั่งยืน
  • สร้างกองทุนพลังงานหมุนเวียน เพื่อใช้ในการดูแลและซ่อมบำรุงไฟถนนในระยะยาว

เติม

ใช้ขีดความสามารถด้านวิศวกรรมพลังงานหมุนเวียน มาพัฒนาช่วยเหลือสังคม และชุมชน โดยการออกแบบการระบบการติดตั้งและระบส่องสว่างของไฟถนนโซลาร์เซลล์และหาแนวทางใช้เสาเดิมที่มีอยู่ให้สามารถปรับใช้กับโคมไฟโซลาร์เซลล์ได้ สอดคล้องตามการความต้องการ และบริบทของชุมชนบ้านม่วงสุมและบ้านโฮมเจริญ

ต่อ

นำขีดความสามารถด้านวิศวกรรมพลังงานหมุนเวียน มาพัฒนาต่อยอดติดตั้งไฟถนนโซลาร์เซลล์ และหาแนวทางปรับใช้เสาที่มีอยู่เพื่อลดจำนวนเสาที่ต้องซื้อให้น้อยลง เป็นการใช้สิ่งของที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์โดยใช้ขีดความสามารถทางด้านวิศวกรรมในการออกแบบ ทำให้มีระบบไฟฟ้าส่องสว่างในบริเวณถนนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อสอดคล้องกับสิ่งที่มีอยู่ ความต้องการ และบริบทต่าง ๆ จากการสำรวจ และการทำงานร่วมกับชุมชน

สร้าง

สร้างความร่วมมือจากบ้านม่วงสุมและโฮมเจริญ รวมถึงเจ้าหน้าที่ในส่วนต่างๆ ร่วมกันสร้างสาธารณสมบัติ จากไฟถนนโซลาร์เซลล์ พร้อมทั้งเกิดเครือข่ายการใช้พลังงานหมุนเวียน ชุมชนได้รับความพลังงานหมุนเวียนจากพนักงานที่ได้ถ่ายทอดความรู้สู่ชาวบ้าน และพัฒนาเป็นหมู่บ้านต้นแบบพลังงานหมุนเวียนต่อไป

ร่วม

พนักงาน ชาวบ้านบ้านม่วงสุมและโฮมเจริญ ได้มีส่วนร่วมคิด ร่วมวางแผน หาแนวทางการแก้ปัญหา นำไปสู่การติดตั้งไฟถนนโซลาร์เซลล์เพื่อส่องสว่างตามแนวถนนในจุดสำคัญต่างๆ พร้อมทั้งจัดตั้งกองทุนพลังงานหมุนเวียน เพื่อใช้สำหรับการบำรุงรักษาอุปกรณ์ไฟถนนโซลาร์ให้มีอายุการใช้งานสูงสุด

เป้าหมาย และผลลัพธ์ของโครงการ
วัตถุประสงค์ เป้าหมาย ผลลัพธ์
สร้างการเข้าถึงพลังงานหมุนเวียนของชุมชน 24,000 วัตต์ 24,000 วัตต์
สร้างรายได้หมุนเวียนในรูปแบบสหกรณ์โรงเรียน 60 จุด 60 จุด
จัดตั้งกองทุนพลังงานหมุนเวียน เพื่อชุมชน เพื่อใช้ในการดูแลรักษา อุปกรณ์ไฟฟ้า และสนับสนุนการพัฒนาสาธารณูปโภคอื่น ๆ ในอนาคต 2 กองทุน 2 กองทุน
จัดทำคู่มือการเรียนพลังงานหมุนเวียน สำหรับชุมชน 1 ชุด 1 ชุด
พนักงานให้ความรู้เรื่องพลังงานหมุนเวียน แก่ชุมชน 40 คน 44 คน
พนักงานจิตอาสาเข้าร่วมกิจกรรมได้ฝึกทักษะการติดตั้งไฟถนนโซลาร์เซลล์ และสร้างการเรียนรู้ให้ชุมชน 30 คน 30 คน

หิ่งห้อย เพื่อการอนุรักษ์ ปกป้อง ฟื้นฟู ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม: การเพิ่มพื้นที่สีเขียวในโรงไฟฟ้า

โรงไฟฟ้าได้ดำเนินการปลูกต้นไม้ เนื่องในวันปลูกต้นไม้แห่งชาติ สปป.ลาว เป็นประจำทุกปี เพื่อช่วยเพิ่มพื้นที่สีเขียวในพื้นที่โรงไฟฟ้า และเพิ่มการกักเก็บคาร์บอนไว้ในต้นไม้ พร้อมทั้งให้ความรู้สู่การปกป้องดูแลทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้กับพนักงาน

เป้าหมาย

  • เพิ่มพื้นที่สีเขียวภายในโรงไฟฟ้า
  • เพิ่มความรู้สู่การปกป้องดูแลทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้กับพนักงาน

แนวทางการดำเนินงาน

  • สำรวจพื้นที่ และเพิ่มความรู้สู่การปกป้องดูแลทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้กับพนักงาน
  • ปลูกต้นไม้ในพื้นที่โรงไฟฟ้า บนพื้นที่ 5.1 ไร่ จำนวน 230 ต้น
  • ส่งเสริมจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อม ให้กับพนักงาน
  • ติดตามอัตราการรอดของต้นไม้ และคำนวณปริมาณเทียบเท่าการช่วยกักเก็บคาร์บอน/ไร่/ปี

เติม

ใช้ขีดความสามารถและประสบการณ์ด้านสิ่งแวดล้อม มาวางแผนเลือกพื้นที่ ชนิดพันธุ์ไม้ที่เหมาะสม ในการเพิ่มพื้นที่สีเขียวในโรงไฟฟ้า และเสริมความรู้ด้านการปกป้อง ฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ

ต่อ

ใช้องค์ความรู้ ข้อมูลชนิดพันธุ์ และวิธีการปลูกที่ถูกต้องตามแนวทางขององค์การบริหารการจัดการก๊าซเรือนกระจก (TGO) เพื่อให้มีมาตรฐานในการคำนวณการกักเก็บคาร์บอนของต้นไม้

สร้าง

สร้างความร่วมมือกับภาคีเครือข่าย EGAT และ EDL ในการเพิ่มพื้นที่สีเขียวในโรงไฟฟ้า

ร่วม

มีส่วนร่วมจากผู้บริหาร พนักงาน NN2 EGAT EDL ในการเพิ่มพื้นที่สีเขียวในโรงไฟฟ้า พร้อมทั้งเพิ่มความรู้สู่การปกป้องดูแลทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จากการเข้าร่วมกิจกรรมการปลูกต้นไม้ตามแนวทางการปลูกที่สอดคล้องกับแนวทางของ TGO

เป้าหมาย และผลลัพธ์ของโครงการ
วัตถุประสงค์ เป้าหมาย ผลลัพธ์
เพิ่มพื้นที่สีเขียว จากการปลูกต้นไม้ในโรงไฟฟ้าพลังน้ำ น้ำงึม 2 3 ไร่ 5.1 ไร่
เพิ่มความรู้ในการปลูกต้นไม้ การปกป้องดูแลทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้กับพนักงาน NN2 EGAT และ EDL 120 คน 120 คน
เพิ่มการกักเก็บคาร์บอนจากการปลูกต้นไม้ และช่วยลดก๊าซเรือนกระจก ต้นไม้ 230 ต้น เพิ่มการกักเก็บ 2,185 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี ต้นไม้ 230 ต้น เพิ่มการกักเก็บ 2,185 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี
ส่งเสริมความสัมพันธ์กับภาคีเครือข่าย 2 เครือข่าย EGAT และ EDL 2 เครือข่าย EGAT และ EDL

โรงไฟฟ้าบางปะอิน โคเจนเนอเรชั่น ตั้งอยู่ในพื้นที่ของนิคมอุตสาหกรรมบางปะอิน ดำเนินการดูแลชุมชนภายใต้กระบวนการมีส่วนร่วม ผ่านการสานเสวนาและรับฟังความคิดเห็นจากชุมชนที่เกี่ยวข้องจำนวน 53 ชุมชน ครอบคลุมพื้นที่ชุมชนรอบรัศมีโรงไฟฟ้า 1-5 กิโลเมตร เพื่อนำประเด็นความต้องการของชุมชนมาบูรณาการในการออกแบบและดำเนินโครงการด้านการเข้าถึงพลังงานสะอาด ระบบน้ำเพื่อการอุปโภคและบริโภค การเรียนรู้ด้านพลังงานหมุนเวียน สิ่งแวดล้อม และการพัฒนาอาชีพ ส่งผลให้เกิดผลลัพธ์เชิงบวกต่อคุณภาพชีวิตและความสัมพันธ์ระยะยาวกับชุมชน

ในปี 2568 ได้ดำเนินโครงการด้านการดูแลชุมชนและสังคมจำนวน 2 โครงการ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและตอบสนองต่อความต้องการของชุมชนรอบพื้นที่ โดยมุ่งเน้นการเข้าถึงพลังงานสะอาด การสร้างความรู้ด้านพลังงานหมุนเวียน การสร้างความรู้และความตระหนักด้านสิ่งแวดล้อม การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และการพัฒนาอาชีพ ผลการดำเนินงานสามารถส่งต่อพลังงานหมุนเวียนรวม 1,900 วัตต์ ส่งเสริมการเรียนรู้ด้านพลังงานหมุนเวียน จำนวน 260 คน และการเรียนรู้ด้านสิ่งแวดล้อม จำนวน 260 คน พร้อมทั้งพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชน 1 ผลิตภัณฑ์ สร้างรายได้รวม 1,500 บาท สะท้อนถึงผลลัพธ์เชิงบวกต่อชุมชนและการมีส่วนร่วมในการพัฒนาพื้นที่อย่างยั่งยืน

โครงการเด่นประจำปี 2568 (CSR Highlights)

หิ่งห้อย พลังงานหมุนเวียนเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี และหิ่งห้อย เพื่อการอนุรักษ์ ปกป้อง ฟื้นฟู ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม : ติดตั้งกังหันโซลาร์เซลล์บำบัดน้ำ (ขยายพื้นที่ต่อเนื่อง ปีที่ 4)

จากการสำรวจความต้องการของชุมชนปี 2568 พบว่า ชุมชนมีความต้องการใช้ประโยชน์จากน้ำในคลองบ้านคลองทราย เพื่อนำมาใช้อุปโภค จากการตรวจสอบมีค่า 0-3 มิลลิกรัม/ลิตร (ออกซิเจนไม่เพียงต่อการนำน้ำมาใช้ประโยชน์ไม่ได้)

เป้าหมาย

  • สนับสนุนการใช้พลังงานหมุนเวียนในภาคครัวเรือนและการเกษตร
  • มีแหล่งเรียนรู้ด้านพลังงานสะอาดขยายเพิ่มขึ้นในชุมชน

แนวทางการดำเนินงาน

  • สำรวจ – ปี 2568 ลงพื้นที่สำรวจชุมชนบ้านคลองทราย พบว่า มีความต้องการใช้ประโยชน์จากน้ำในคลองทราย สำหรับการอุปโภคต่างๆ ซึ่งปัจจุบันคณะทำงานได้สำรวจคุณภาพยังไม่ถึงเกณฑ์ที่สำหรับการอุปโภคได้
  • พัฒนา – พนักงานร่วมวางแผน ออกแบบระบบการติดตั้งกังหันโซลาร์เซลล์บำบัดน้ำและกันวัชพืชที่กีดขวางในลำคลอง
  • เสริมสร้างองค์ความรู้-พนักงานจิตอาสาถ่ายทอดความรู้ด้านพลังงานหมุนเวียนและสิ่งแวดล้อมให้กับคุณครูและนักเรียน
  • สร้างโอกาส ขยายแหล่งเรียนรู้ด้านพลังงานงานสะอาด เพื่อเป็นศูนย์กลางในการให้ความรู้แก่ชุมชน

เติม

นำขีดความสามารถด้านวิศวกรรม ตรวจวัดคุณภาพน้ำ และออกแบบระบบบำบัดน้ำให้กับชุมชน

ต่อ

ต่อยอดนวัตกรรมเทคโนโลยี ด้วยระบบกังหันโซลาร์เซลล์ สำหรับบำบัดน้ำในลำคลองให้มีค่าออกซิเจนได้ตามมาตรฐาน ออกแบบนวัตกรรมกระบวนการ ถ่ายทอดความรู้ด้านพลังงานหมุนเวียนและการปกป้องฟื้นฟู ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้กับชุมชนในพื้นที่ เพื่อพัฒนาเป็นแหล่งเรียนรู้

สร้าง

สร้างความร่วมมือระหว่างชุมชนคลองทรายและเทศบาลตำบลคลองจิก ภายหลังส่งมอบโครงการ ทางหน่วยงานช่วยดูแลรักษาระบบ และใช้งบประมาณที่ได้รับการจัดสรรประจำปีของเทศบาลสำหรับดูแลรักษาอุปกรณ์ในระยะยาว

ร่วม

ความร่วมมือระหว่างโรงไฟฟ้าบางปะอินโคเจนเนอเรชั่น คณะครูและนักเรียนโรงเรียนคลองจิกและโรงเรียนวัดวิเวกวายุพัด เทศบาลตำบลคลองจิก ดำเนินกิจกรรมในการสำรวจโครงการ ปรึกษา และวางแผนแนวทางการดำเนินโครงการ

เป้าหมาย และผลลัพธ์ของโครงการ
วัตถุประสงค์ เป้าหมาย ผลลัพธ์
เพื่อเพิ่มการเข้าถึงพลังงานหมุนเวียนให้กับชุมชน 1,600 วัตต์ 1,600 วัตต์
เพื่อปรับปรุงคุณภาพน้ำ ชุมชนสามารถนำน้ำมาใช้ในการอุปโภคได้ ค่าออกซิเจนในน้ำ (DO) 4-7 mg/L ใช้ประโยชน์ 1,127 ครัวเรือน ค่าออกซิเจนในน้ำ (DO) 4-7 mg/L ใช้ประโยชน์ 1,127 ครัวเรือน
เพื่อเพิ่มความรู้ด้านพลังงานหมุนเวียนและการปกป้องฟื้นฟู ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้กับชุมชน 80 คน 80 คน
เพื่อเป็นศูนย์กลางแหล่งเรียนรู้พลังงานสะอาดของชุมชน 1 แหล่ง 1 แหล่ง

หิ่งห้อย นวัตกรรมสร้างโอกาสเพื่อชุมชน : OPOP (One Power Plant One Product) โครงการแปลงผักไฮโดรโปนิกส์ระบบพลังงานสะอาด (ขยายพื้นที่ต่อเนื่อง ปีที่ 2)

จากการสำรวจความต้องการของชุมชนปี 2568 พบว่า โรงเรียนวัดราษฏร์ศรัทธาธรรม มีโรงเรือนปลูกผักที่ชำรุดไม่สามารถใช้งานต่อได้ แต่ต้องการพัฒนาต่อยอดสร้างรายได้นำเงินมาใช้หมุนเวียนในระบบสหกรณ์และพัฒนาโรงเรียน ต้องการปรับปรุงโรงเรือน เพิ่มแหล่งเรียนรู้ด้านอาชีพและความรู้เรื่องดูแลผักไฮโดรโปนิกส์

เป้าหมาย

  • สนับสนุนการใช้พลังงานหมุนเวียนในภาคเกษตรกรรมของโรงเรียน
  • เพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้ให้กับสหกรณ์โรงเรียนผ่านการผลิตและจำหน่ายผักไฮโดรโปนิกส์
  • ส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียนและความมั่นคงทางอาหารของโรงเรียนและชุมชน

แนวทางการดำเนินงาน

  • สำรวจ – ปี 2568 ลงพื้นที่สำรวจโรงเรียนวัดราษฎร์ศรัทธาธรรม พบว่าโรงเรียนมีพื้นที่การเกษตรเดิม และมีความต้องการขยายแปลงผัก รวมถึงพัฒนาให้เป็นแหล่งสร้างรายได้ในรูปแบบสหกรณ์โรงเรียน
  • พัฒนา – ออกแบบและดำเนินการขยายแปลงผักไฮโดรโปนิกส์ จำนวน 2 แปลงขนาด ขนาดกว้าง 1 เมตร ยาว 5.6 เมตรต่อแปลง พร้อมติดตั้ง ระบบน้ำอัตโนมัติ 2 ระบบ สำหรับรดน้ำแปลงผักโดยใช้พลังงานจากโซลาร์เซลล์และไฟฟ้า
  • เสริมสร้างองค์ความรู้ – จัดอบรมและให้ความรู้แก่ ครูและนักเรียนในด้านการปลูก ดูแล เก็บเกี่ยว และจัดจำหน่ายผักไฮโดรโปนิกส์ รวมถึงการดูแลระบบโซลาร์เซลล์
  • สร้างโอกาส นำผลผลิตผักไฮโดรโปนิกส์ไปใช้ใน โครงการอาหารกลางวันของนักเรียน และจำหน่ายผ่านสหกรณ์โรงเรียน เพื่อสร้างรายได้เพิ่มเติม

เติม

นำขีดความสามารถด้านวิศวกรรม มาพัฒนาโครงการผ่านการออกแบบและจัดสร้างแปลงผักไฮโดรโปนิกส์ ระบบรดน้ำอัตโนมัติ และระบบโซลาร์เซลล์ โดยผสานองค์ความรู้ด้านเกษตรกรรมของพนักงาน เพื่อให้โครงการสอดคล้องกับความต้องการของโรงเรียนวัดราษฎร์ศรัทธาธรรม และสามารถดำเนินการได้อย่างยั่งยืน

ต่อ

ต่อยอดนวัตกรรมด้านพลังงานหมุนเวียน โดยติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์เพื่อใช้พลังงานสำหรับรดน้ำแปลงผัก ซึ่งถือเป็นการพัฒนาเทคโนโลยีสะอาดที่ช่วยสร้าง รายได้ให้กับสหกรณ์โรงเรียน ผ่านการจัดจำหน่ายผลผลิต นอกจากนี้ บริษัทยังได้จัดอบรมให้ความรู้ด้านการปลูก ดูแล เก็บเกี่ยว และจัดจำหน่ายผักไฮโดรโปนิกส์ ควบคู่ไปกับการดูแลรักษาระบบโซลาร์เซลล์ เพื่อให้โรงเรียนสามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพในระยะยาว พร้อมทั้งจัดตั้งกองทุนพลังงานหมุนเวียน สำหรับดูแลรักษาอุปกรณ์ต่าง ๆ

สร้าง

สร้างเครือข่ายความร่วมมือ ระหว่าง โรงไฟฟ้าบางปะอินโคเจนเนอเรชั่น โรงเรียนเจ้าฟ้าสร้าง องค์การบริหารส่วนตำบลบางกระสั้น และชุมชน เพื่อพัฒนารูปแบบ การใช้พลังงานสะอาดในภาคเกษตรกรรม และส่งเสริมให้เกิด โมเดลต้นแบบของการพึ่งพาตนเองผ่านพลังงานหมุนเวียนและการเกษตรยั่งยืน

ร่วม

ความร่วมมือระหว่างโรงไฟฟ้าบางปะอินโคเจนเนอเรชั่น วัดราษฎร์ศรัทธาธรรม และชุมชนในพื้นที่รัศมี 5 กิโลเมตร เพื่อให้เกิดการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน และสนับสนุนการเรียนรู้ด้านพลังงานสะอาดและเกษตรกรรมยั่งยืน

เป้าหมาย และผลลัพธ์ของโครงการ
วัตถุประสงค์ เป้าหมาย ผลลัพธ์
เพื่อเพิ่มการเข้าถึงพลังงานหมุนเวียนให้กับชุมชน 300 วัตต์่ 300 วัตต์่
เพื่อเพิ่มความรู้ด้านด้านพลังงานหมุนเวียนและสิ่งแวดล้อมให้กับคุณครูและนักเรียน 60 คน 60 คน
เพื่อให้โรงเรียนได้รับความรู้ด้านการปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ แปลงผัก 2 แปลง 1 คู่มือการเรียนรู้ แปลงผัก 2 แปลง 1 คู่มือการเรียนรู้
เพื่อสร้างรายได้หมุนเวียนในรูปแบบสหกรณ์โรงเรียน 1,000 บาท/เดือน 1,500 บาท

โรงไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์ ปักธงชัย 1 ตั้งอยู่ในพื้นที่ตำบลโคกไทย จังหวัดนครราชสีมา ดำเนินการดูแลชุมชนภายใต้กระบวนการมีส่วนร่วม ผ่านการสานเสวนาและรับฟังความคิดเห็นจากชุมชนที่เกี่ยวข้องจำนวน 1 ครัวเรือน ครอบคลุมพื้นที่ชุมชนรอบรัศมีโรงไฟฟ้า 1 กิโลเมตร และหน่วยงานองค์การบริหารตำบลส่วนโคกไทย เพื่อนำประเด็นความต้องการของชุมชนมาบูรณาการในการออกแบบและดำเนินโครงการเพิ่มความรู้ด้านพลังงานหมุนเวียน และการอนุรักษ์ ปกป้อง ฟื้นฟู ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ส่งผลให้เกิดผลลัพธ์เชิงบวกต่อคุณภาพชีวิตและความสัมพันธ์ระยะยาวกับชุมชน

ในปี 2568 ได้ดำเนินโครงการด้านการดูแลชุมชนและสังคมจำนวน 2 โครงการ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและตอบสนองต่อความต้องการของชุมชนรอบพื้นที่ โดยมุ่งเน้นการสร้างความรู้ด้านพลังงานหมุนเวียน การสร้างความรู้และความตระหนักด้านสิ่งแวดล้อม การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ผ่านการจัดกิจกรรมภายใต้โครงการต่างๆ ของโรงไฟฟ้า ผลการดำเนินงานสามารถส่งเสริมการเรียนรู้ด้านพลังงานหมุนเวียน จำนวน 241 คน และการเรียนรู้ด้านการอนุรักษ์ ปกป้อง ฟื้นฟู ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จำนวน 241 คน สะท้อนถึงผลลัพธ์เชิงบวกต่อชุมชนและการมีส่วนร่วมในการพัฒนาพื้นที่อย่างยั่งยืน

โครงการเด่นประจำปี 2568 (CSR Highlights)

หิ่งห้อย พลังงานหมุนเวียนเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี และหิ่งห้อย เพื่อการอนุรักษ์ ปกป้อง ฟื้นฟู ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม : โครงการพลังศิลป์เปลี่ยนผ่านพลังงาน

จากการสำรวจความต้องการของชุมชนปี 2568 พบว่า ชุมชนมีความต้องการทุนการศึกษาให้กับเด็กนักเรียนเพื่อทำให้เข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพ บริษัทจึงได้จัดการประกวดวาดภาพจิตรกรรมผ่านโครงการพลังศิลป์เปลี่ยนผ่านพลังงาน ซึ่งที่ผ่านมาได้จัดโครงการเรียนรู้พลังงานสะอาด สร้างโลกสีเขียว ด้วยวิถีศิลป์ เพื่อเป็นการเปิดโอกาสให้ครู อาจารย์ในโรงเรียนพื้นที่โดยรอบโรงไฟฟ้า รวมถึงโรงเรียนพื้นที่ต่าง ๆ ในประเทศไทย เข้าร่วมเรียนรู้เรื่องพลังงานหมุนเวียน และการปกป้องฟื้นฟูทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมที่ถ่ายทอดโดยพนักงานในเครือบริษัท รวมทั้งเทคนิคการสร้างผลงานศิลปะในแขนงต่างๆ โดยคณะอาจารย์จากหอศิลป์คลังจัตุรัส จึงได้ทำโครงการเพื่อต่อยอดองค์ความรู้ จัดโครงการประกวดวาดภาพเพื่อเปิดเวทีให้เยาวชนตั้งแต่ระดับประถมศึกษา มัธยมศึกษา ได้นำเสนอ ถ่ายทอดมุมมอง ความคิดสร้างสรรค์ และความเข้าใจเกี่ยวกับ พลังงานหมุนเวียน และการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ผ่านผลงานศิลปะที่สะท้อนจิตสำนึกและความรับผิดชอบต่อสังคม สิ่งแวดล้อมด้วยความห่วงใยต่อโลก โดยมีเงินรางวัลการประกวดเป็นทุนการศึกษาให้แก่เยาวชน

เป้าหมายโครงการ

  • เพื่อให้เยาวชนได้รับการปลูกฝังแนวคิดทางด้านพลังงานหมุนเวียนและการใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่า ผ่านการแสดงออกทางศิลปะในรูปแบบที่สร้างสรรค์
  • เพื่อดำเนินโครงการสอดคล้องตามความต้องการของชุมชนรอบโรงไฟฟ้า ส่งเสริมการเข้าถึงการศึกษา โดยมีเงินรางวัลการประกวดเป็นทุนการศึกษาให้แก่เยาวชน และเปิดโอกาสให้เยาวชนในระดับชั้นต่าง ๆ ได้มีโอกาสแสดงออกทางความคิดสร้างสรรค์ จินตนาการ และตระหนักถึงความสำคัญของสิ่งแวดล้อม ผ่านผลงานศิลปะ
  • นำผลงานสร้างสรรค์ออกแบบคู่กับผลิตภัณฑ์ชุมชน ,การจัดทำของที่ระลึกของบริษัท เพื่อสนับสนุนแนวคิดใหม่ ๆ ต่อการใช้พลังงานอย่างรู้คุณค่าและการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน

แนวทางการดำเนินงาน

  • สำรวจ – ปี 2568 ลงพื้นที่สำรวจชุมชนรอบโรงไฟฟ้า และผู้แทนภายใต้การดูแลของหน่วยงานองค์การบริหารส่วนตำบลโคกไทยพบว่า มีความต้องการทุนการศึกษาให้แก่เด็กและเยาวชนในพื้นที่
  • พัฒนา – วางแผน จัดกิจกรรมโครงการประกวดวาดภาพโดยรับสมัครนักเรียนในพื้นที่รอบโรงไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์ ปักธงชัย 1 ร่วมกับหน่วยงานที่เชี่ยวชาญจากหอศิลป์คลังจัตุรัส
  • ต่อยอด - นำผลงานสร้างสรรค์ออกแบบคู่กับผลิตภัณฑ์ชุมชน ,การจัดทำของที่ระลึกของบริษัท เพื่อนำแนวคิดที่เยาวชนสื่อสารทางด้านการใช้พลังงานสะอาด พลังงานหมุนเวียน และการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ถ่ายทอดต่อบุคคลทั่วไปซึ่งเป็นการส่งต่อ สร้างแรงบันดาลใจ และสนับสนุนแนวคิดใหม่ ๆ ต่อการใช้พลังงานอย่างรู้คุณค่าและการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน

เติม

นำขีดความสามารถพัฒนากิจกรรมโครงการประกวดวาดภาพที่สอดคล้องกับกรอบการสร้างคุณค่าสู่สังคมของบริษัท และสร้างคุณค่าให้แก่ชุมชน

ต่อ

ต่อยอดนวัตกรรมกระบวนการในกิจกรรม เสริมสร้างการปลูกฝังแนวคิดทางด้านพลังงานหมุนเวียนและการใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่า ผ่านการแสดงออกทางศิลปะในรูปแบบที่สร้างสรรค์ และเพิ่มโอกาสการเข้าถึงการศึกษาจากเงินทุนการศึกษา

สร้าง

สร้างความร่วมมือระหว่างหน่วยงานหอศิลป์คลังจัตุรัส, องค์การบริหารส่วนตำบลโคกไทย, โรงเรียนวัดศีรษะกระบือ,โรงเรียนบ้านโคกเกษม (สหรัฐ-ราษฎร์สามัคคี) และโรงเรียนปักธงชัยชุณหะวัณวิทยาคาร

ร่วม

  • พนักงานโรงไฟฟ้าในเครือ CKPower ร่วมจัดกิจกรรมโดยการเป็นคณะทำงานในโครงการ
  • คณะครูและนักเรียนโรงเรียนวัดศีรษะกระบือ,โรงเรียนบ้านโคกเกษม (สหรัฐ-ราษฎร์สามัคคี) และโรงเรียนปักธงชัยชุณหะวัณวิทยาคาร เข้าประกวด โดยผลงานสื่อสารทางด้านการใช้พลังงานหมุนเวียน และการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ เพื่อร่วมสร้างแรงบันดาลใจ และสนับสนุนแนวคิดใหม่ ๆ ต่อการใช้พลังงานอย่างรู้คุณค่าและการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน
เป้าหมาย และผลลัพธ์ของโครงการ
วัตถุประสงค์ เป้าหมาย ผลลัพธ์
เยาวชนพื้นที่รอบโรงไฟฟ้าโรงไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์ ปักธงชัย 1 ได้รับการปลูกฝังแนวคิดทางด้านพลังงานหมุนเวียนและการใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่า ผ่านการแสดงออกทางศิลปะในรูปแบบที่สร้างสรรค์ 20 ผลงาน 22 ผลงาน
ได้รับผลงานเพื่อสามารถนำไปออกแบบคู่กับผลิตภัณฑ์ชุมชน ,การจัดทำของที่ระลึกของบริษัท เพื่อถ่ายทอดแนวคิดทางด้านการใช้พลังงานสะอาด พลังงานหมุนเวียน และการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ 20 ผลงาน 22 ผลงาน
เสริมสร้างความสัมพันธ์ที่ดีแก่ชุมชนและหน่วยงาน 5 หน่วยงาน 5 หน่วยงาน
เยาวชนได้รับทุนการศึกษาจากการประกวดวาดภาพ 65,000 บาท 65,000 บาท

หิ่งห้อย เพื่อการอนุรักษ์ ปกป้อง ฟื้นฟู ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม : โครงการนำร่องด้านการจัดการขยะ

จากการสำรวจข้อมูลการจัดกิจกรรมการจัดการขยะขององค์การบริหารส่วนตำบลโคกไทยพบว่าองค์กรมีนโยบายส่งเสริมการจัดกิจกรรมดังกล่าว และประชาชนจัดการกับขยะด้วยตนเอง ดังนั้นเพื่อให้การจัดการการขยะมีระบบการจัดการตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง โรงไฟฟ้าจึงเล็งเห็นโอกาสในการเสริมสร้างความรู้ทางด้านการจัดการขยะเริ่มจากหน่วยย่อยในชุมชน จากโรงเรียนในพื้นที่ได้แก่ โรงเรียนบ้านโคกเกษม (สหรัฐ-ราษฎร์สามัคคี) และโรงเรียนบ้านหนองล้างช้าง เพื่อสำรวจปริมาณขยะ ประเภท ความรู้เดิมของเด็กนักเรียน และการจัดการขยะ นำข้อมูลมาวิเคราะห์และออกแบบกิจกรรมเพื่อสร้างการตระหนักรู้ รวมทั้งออกแบบการวัดผลหลังจบกิจกรรม โดยวางแผนจัดตั้งคณะกรรมการด้านสิ่งแวดล้อม ผลักดันกิจกรรม Zero Waste ในโรงเรียน เพื่อผลักดันให้เกิดการจัดการขยะอย่างยั่งยืน และขยายผลสู่วงกว้างในชุมชน

เป้าหมาย

  • เพื่อการสร้างการตระหนักรู้ทางด้านการจัดการขยะตั้งแต่ต้นทางและลดการเผาที่ก่อให้เกิดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์
  • เพื่อวางแผนและจัดตั้งผู้แทนของโรงเรียนดำเนินการกิจกรรมทางด้านสิ่งแวดล้อมส่งเสริมโรงเรียนจัดทำนโยบายและคู่มือปฏิบัติทางด้านการจัดการขยะ ลดการสร้างขยะตั้งแต่ต้นทาง และจัดทำระบบที่ดูแลโครงการอย่างยั่งยืน
  • เพื่อจัดทำแผนให้ความรู้ที่เหมาะสมกับสถานการณ์การจัดการขยะของโรงเรียน
  • ส่งเสริมให้โรงเรียนดำเนินการด้านสิ่งแวดล้อมตามแนวทางสากล

แนวทางการดำเนินงาน

  • สำรวจสถานการณ์ขยะ เช่น จำนวนครัวเรือนแยกขยะ จำนวนถังแยกในโรงเรียน นำร่อง ได้แก่ (สหรัฐ-ราษฎร์สามัคคี) และโรงเรียนบ้านหนองล้างช้าง
  • จัดตั้งนโยบายเอกลักษณ์ด้านสิ่งแวดล้อมเพื่อเป็นแนวปฏิบัติให้แก่ครูและนักเรียนในโรงเรียนนำร่อง โดยมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมให้ครู นักเรียน และบุคลากร มีจิตสำนึกและความตระหนักในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เพื่อพัฒนาโรงเรียนให้เป็นพื้นที่เรียนรู้ด้านการจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน สร้างระบบการจัดการขยะ การใช้ทรัพยากร และพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งปลูกฝังนิสัยรักความสะอาด มีระเบียบวินัย และรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมร่วมกัน
  • จัดตั้งคณะกรรมการสิ่งแวดล้อม และการจัดประชุมคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมโรงเรียนในแผนงานของการวางนโยบายสู่การปฏิบัติ
  • จัดทำแบบประเมินความรู้เบื้องต้นโดยทำแบบทดสอบก่อนทำโครงการให้ความรู้เรื่องการจัดการขยะกับครู–นักเรียนแจกนักเรียน 80% ของจำนวนนักเรียนในโรงเรียน เป็นกลุ่มตัวอย่าง
  • วางแผนกิจกรรมให้ความรู้แก่คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมและนักเรียน 80% ของจำนวนนักเรียนในโรงเรียน ต่อยอดในปี 2569

เติม

นำขีดความสามารถของพนักงาน วิเคราะห์สถานการณ์การจัดการขยะ โดยเริ่มจากหน่วยย่อยในโรงเรียนรอบพื้นที่ตำบลโคกไทยเพื่อออกแบบการจัดการขยะในโรงเรียน

ต่อ

ออกแบบการปรับกระบวนการจัดการขยะของโรงเรียน เช่น ปรับขั้นตอนพฤติกรรมการเริ่มต้นการสร้างขยะ แยกขยะ นำขยะไปรีไซเคิล และการสร้างมูลค่าเพิ่ม

สร้าง

สร้างเครือข่ายความร่วมมือกับหน่วยงานท้องถิ่น ได้แก่ องค์การบริหารส่วนตำบลโคกไทย ในการจัดการขยะของโรงเรียน

ร่วม

พนักงาน และ คณะครูและนักเรียนโรงเรียนบ้านโคกเกษม, โรงเรียนบ้านหนองล้างช้าง ร่วมดำเนินกิจกรรมสำรวจ และร่วมจัดตั้งนโยบายด้านสิ่งแวดล้อม มุ่งเน้นสร้างโรงเรียนสีเขียว ใส่ใจสิ่งแวดล้อม ร่วมสร้างโลกยั่งยืน และจัดตั้งคณะกรรมการสิ่งแวดล้อม เพื่อเป็นขั้นแรกของการดำเนินการด้านสิ่งแวดล้อมตามแนวทางสากล

เป้าหมาย และผลลัพธ์ของโครงการ
วัตถุประสงค์ เป้าหมาย ผลลัพธ์
โรงเรียนนำร่องร่วมจัดตั้งนโยบายทางด้านสิ่งแวดล้อม 2 โรงเรียน 2 โรงเรียน
โรงเรียนนำร่องจัดตั้งคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมเพื่อเป็นแกนกลางในการผลักดันกิจกรรม 2 โรงเรียน 2 โรงเรียน
จัดทำแบบประเมินความรู้เบื้องต้นโดยทำแบบทดสอบก่อนทำโครงการให้ความรู้เรื่องการจัดการขยะกับครู–นักเรียน 2 โรงเรียน 80% ของจำนวนนักเรียน 2 โรงเรียน 80% ของจำนวนนักเรียน
เสริมสร้างความสัมพันธ์ที่ดีแก่ชุมชนและหน่วยงาน 3 หน่วยงาน 3 หน่วยงาน

รายงานความยั่งยืน ปี 2568