ผลกระทบต่อธุรกิจ

การดูแลชุมชนและสังคมถือเป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืนของบริษัท เนื่องจากชุมชนและสังคมเป็นกลุ่มผู้มีส่วนได้เสียที่หลักที่อาจได้รับผลกระทบจากการดำเนินงานของบริษัท โดยเฉพาะชุมชนที่อยู่บริเวณรอบโรงไฟฟ้า บริษัทจึงให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการเปิดโอกาสให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นและการพัฒนาโครงการ ตลอดจนแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง
เป้าหมายสำคัญคือการเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจ ลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม และสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม เนื่องจากความมั่นคงและความยั่งยืนของธุรกิจโรงไฟฟ้าจำเป็นต้องอาศัยความเชื่อมั่นและความไว้วางใจจากชุมชนและสังคมโดยรอบ (Social License to Operate)
นอกจากนี้ บริษัทเชื่อมั่นว่าการเติบโตทางธุรกิจและการพัฒนาชุมชนต้องดำเนินควบคู่กัน ผ่านการนำความเชี่ยวชาญด้านพลังงานหมุนเวียน วิศวกรรมพลังงานหมุนเวียน ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน และการสนับสนุนทั้งในรูปแบบทักษะและทรัพยากร เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างบริษัท ชุมชน และพนักงาน การดำเนินงานในลักษณะนี้ไม่เพียงสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคม แต่ยังช่วยสร้างคุณค่าและความเชื่อมั่นต่อธุรกิจในระยะยาว

ความท้าทายและโอกาส

ธุรกิจพลังงานในปัจจุบันและอนาคตต้องเผชิญกับความท้าทายด้านชุมชนและสังคมที่มีความซับซ้อนมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงเทคโนโลยี ความผันผวนทางเศรษฐกิจ ผลกระทบจากข้อกำหนดด้านการกำกับดูแลที่เน้นสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ตลอดจนกระแสข้อมูลข่าวสารที่แพร่กระจายอย่างรวดเร็ว ซึ่งทำให้เกิดความคาดหวังที่สูงขึ้นจากสังคม

ในฐานะผู้นำด้านพลังงานหมุนเวียน CKPower ตระหนักถึงความสำคัญของการสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมกับชุมชน โดยให้ความสำคัญกับการรับฟังความคิดเห็น การแก้ไขความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน และการจัดทำแผนบริหารผลกระทบอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ บริษัทมองเห็นโอกาสในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมอย่างยั่งยืน ผ่านการใช้ความเชี่ยวชาญด้านพลังงาน และการพัฒนาความรู้อย่างต่อเนื่อง และการสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับทุกภาคส่วน โดยมีเป้าหมายในการยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชน ส่งเสริมความสามารถในการพึ่งพาตนเอง และสร้างคุณค่าร่วมที่สนับสนุนความยั่งยืนของทั้งชุมชนและบริษัท โดยบริษัทมุ่งมั่นที่จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการพัฒนาชุมชนควบคู่กับการเติบโตทางธุรกิจอย่างมั่นคงและยั่งยืน

ความมุ่งมั่น

CKPower ยึดมั่นในการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบต่อชุมชนและสังคม ควบคู่ไปกับการสร้างความยั่งยืนให้แก่กลุ่มผู้มีส่วนได้เสียหลักขององค์กร ผ่านแนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืนที่เน้น การเติบโตอย่างทั่วถึง ลดความเหลื่อมล้ำ และไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

บริษัทได้กำหนดนโยบายและกลยุทธ์ด้านความรับผิดชอบต่อสังคมโดยเน้นการดูแลและพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน ซึ่งสอดคล้องกับ เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ (UN SDGs) และมุ่งเน้นการสร้างผลกระทบที่สามารถวัดผลได้ เพื่อให้การพัฒนาชุมชนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับทิศทางการดำเนินธุรกิจ

นอกจากนี้ บริษัทได้ใช้ศักยภาพและความเชี่ยวชาญในธุรกิจพลังงานหมุนเวียนมาส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาชุชน โดยส่งเสริมการมีส่วนร่วมระหว่างบริษัท พนักงาน และชุมชน ผ่านการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และและประสบการณ์อย่างสร้างสรรค์ เพื่อสร้างคุณค่าร่วมและยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในชุมชนให้ดียิ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง

CKPower เชื่อมั่นว่าความมุ่งมั่นดังกล่าวจะช่วยผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่มีความหมายทั้งต่อชุมชนและธุรกิจ อันนำไปสู่ความยั่งยืนในระยะยาวร่วมกัน

แนวทางการบริหารจัดการ

นโยบาย

บริษัทได้จัดทำนโยบายการมีส่วนร่วมและการพัฒนาชุมชน รวมถึงแนวปฏิบัติด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม เพื่อเป็นแนวทางในการดำเนินธุรกิจที่ควบคู่ไปกับการพัฒนาชุมชน สังคม และกลุ่มเปราะบางอย่างยั่งยืน โดยมอบหมายให้คณะทำงานด้านความยั่งยืนรับผิดชอบในการนำนโยบายและแนวปฏิบัติดังกล่าวไปกำหนดเป้าหมายระยะสั้นและระยะยาว พร้อมทั้งกำหนดตัวชี้วัด แนวปฏิบัติ และแผนงานที่สอดคล้องกับทิศทางและกลยุทธ์ด้านความยั่งยืนของบริษัท

ทั้งนี้ การดำเนินงานดังกล่าวมุ่งเน้นให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมในการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ (UN Sustainable Development Goals: UN SDGs) โดยบริษัทมีการติดตาม ประเมินผล และทบทวนผลการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องในทุกปี นอกจากนี้ บริษัทได้บูรณาการความเชี่ยวชาญทางธุรกิจเข้าสู่กระบวนการดูแลชุมชนและสังคม เพื่อสร้างความยั่งยืนในทุกมิติอย่างแท้จริง

กลยุทธ์และแผนกลยุทธ์

บริษัทให้ความสำคัญกับการดูแลชุมชนและสังคมในทุกขั้นตอนของการดำเนินธุรกิจ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและสะท้อนถึงความโปร่งใสในพื้นที่ดำเนินงานทั้งหมด ตั้งแต่ช่วงก่อนเริ่มการก่อสร้างโรงไฟฟ้า ระหว่างกระบวนการก่อสร้าง และในระยะการดำเนินงานผลิตไฟฟ้า บริษัทดำเนินการลงพื้นที่เพื่อศึกษาสภาพความเป็นอยู่ตามวิถีดั้งเดิม รวมถึงคุณภาพชีวิตของชุมชนรอบโรงไฟฟ้าในมิติเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และสิทธิมนุษยชน พร้อมทั้งสำรวจความคิดเห็นของชุมชนในประเด็นต่างๆ เช่น ปัญหา ความต้องการ ความพึงพอใจ และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น โดยให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการระบุและวางแผนกิจกรรมหรือโครงการเพื่อสังคม อาทิ การพัฒนาและยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชนรอบโรงไฟฟ้า การส่งเสริมการเข้าถึงพลังงานหมุนเวียนที่ตรงกับความต้องการของชุมชน การสนับสนุนการศึกษาและการพัฒนาอาชีพเพื่อสร้างรายได้เพิ่ม การสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณประโยชน์

CKPower มุ่งตอบสนองความคาดหวังและข้อกังวลของชุมชน โดยบูรณาการการดำเนินงานให้สอดคล้องกับขีดความสามารถด้านวิศวกรรมพลังงานสะอาด เพื่อสร้างคุณค่าทางสังคมอย่างยั่งยืน ผ่านหลักการสำคัญ "3C"

Competency
เพิ่่มขีดความสามารถทางด้านวิศวกรรมพลังงานสะอาด
Co-Creation
ส่งต่อพลังงานสะอาดเพื่อสร้างคุุณค่าแก่สังคม
Cooperation
สานสัมพันธ์ะหว่างพนักงาน ชุุมชน และภาคีเครือข่าย

ด้วยหลักการ 3 C นี้ บริษัทได้ดำเนินโครงการส่งเสริมการมีส่วนร่วมกับชุุมชนโดยตระหนักถึงความสอดคล้องกับวิถีชุมชนอย่างยั่งยืน โดยใช้กลยุทธ์ “เติม-ต่อ-ร่วม -สร้าง” กล่าวคือ “เติม” หมายถึงการที่ บริษัทได้ใช้ขีดความสามารถมาเติมเต็มชุมชน สังคม และผู้มีส่วนได้เสีย “ต่อ” คือการนำแนวคิดนวัตกรรม กระบวนการมาพัฒนาต่อยอดสู่ความยั่่งยืน และ “ร่วม” คือการส่งเสริมการมีส่วนร่วม ของพนักงานกับผู้มีส่วนได้เสีย นำมาสู่การ “สร้าง” คือสร้างความร่วมมือกับเครือข่ายเพื่อการพัฒนาอย่างยั่่งยืน

การโยกย้ายถิ่นฐานของประชาชน

บริษัทมุ่งรับผิดชอบต่อชุมชมและสังคมที่ได้รับผลกระทบจากการดำเนินธุรกิจโรงไฟฟ้า เช่น โรงไฟฟ้าพลังน้ำไซยะบุรี สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ตั้งแต่เริ่มดำเนินการจนถึงปี 2566 บริษัทได้ดำเนินการสนับสนุนและช่วยเหลือชุมชนที่ได้รับผลกระทบกว่า 663 ครัวเรือน ซึ่งเดิมอาศัยอยู่ริมสองฝั่งของแม่น้ำโขง โดยได้โยกย้ายถิ่นฐานของประชาชน (Resettlement & Relocation) พร้อมทั้งยกระดับคุณภาพชีวิตตามแผนการโยกย้ายและฟื้นฟูความเป็นอยู่ให้มีความสอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว นอกจากนี้ บริษัทยังมุ่งสนับสนุนและพัฒนาหมู่บ้านเล็ก ๆ ที่กระจายตัวและตั้งอยู่ในพื้นที่ห่างไกลให้กลายมาเป็นชุมชนขนาดใหญ่ ที่มีการพัฒนาแบบก้าวกระโดดในด้านสาธารณูปโภคพื้นฐาน ไฟฟ้า น้ำประปา และเส้นทางคมนาคม เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชนและมีความเป็นอยู่ที่ดีอย่างยั่งยืน ตามยุทธศาสตร์แผนพัฒนาเมืองและเศรษฐกิจของรัฐบาลสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป. ลาว) เพื่อรองรับการพัฒนาประเทศในด้านอุตสาหกรรม และส่งเสริมเศรษฐกิจให้เติบโตต่อเนื่อง นำไปสู่การมีรายได้และชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น โดยต่อเนื่องถึงปี 2566 บริษัทได้มุ่งไปสู่เป้าหมายให้ทุกชุมชนมีรายได้ครัวเรือนต่อปีตามข้อกำหนดของรัฐบาล สปป.ลาว คือ ต้องไม่น้อยกว่า 1,800 เหรียญสหรัฐอเมริกา หรือ 15 ล้านกีบต่อครัวเรือนต่อปี

การประเมินผลกระทบและการมีส่วนร่วมกับชุมชน

บริษัทให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของชุมชนในการดำเนินธุรกิจเพื่อสร้างความเชื่อมั่นและแสดงให้เห็นถึงความโปร่งใส ครอบคลุมชุมชนในพื้นที่การดำเนินงาน 100 % ตั้งแต่ก่อนเข้าดำเนินการก่อสร้างโรงไฟฟ้า ระหว่างการดำเนินงานก่อสร้างโรงไฟฟ้า และในช่วงดำเนินการผลิตไฟฟ้า โดยบริษัทได้มีการลงพื้นที่เพื่อดำเนินการศึกษาสภาพความเป็นอยู่ตามวิถีดั้งเดิม และคุณภาพชีวิตของชุมชนในพื้นที่รอบโรงไฟฟ้าทั้งในมิติเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม สังคมและสิทธิมนุษยชน ตลอดจนการสำรวจความคิดเห็นของชุมชนทั้งปัญหา/ความต้องการ/ศักยภาพของชุมชน ความพึงพอใจ และการร่วมระบุประเด็นผลกระทบร่วมกับชุมชน โดยผลการสำรวจจะถูกนำมาวิเคราะห์เพื่อค้นหามาตรการเพื่อบรรเทาผลกระทบ และหาแนวทางการแก้ไขและเยียวยาได้อย่างเหมาะสม อีกทั้งในการริเริ่มกิจกรรม/โครงการเพื่อสังคมต่างๆ เพื่อตอบสนองความต้องการ ความคาดหวังของชุมชนที่จะสามารถดำเนินการบูรณาการให้สอดคล้องกับขีดความสามารถด้านวิศวกรรมพลังงานสู่การสร้างคุณค่าทางสังคม ซึ่งหากผลการสำรวจความคิดเห็นชุมชนไม่พบปัญหาจากการดำเนินงานของบริษัทต่อชุมชนใกล้เคียง บริษัทได้จัดให้มีกระบวนการดูแลชุมชนและสังคมอย่างต่อเนื่อง โดยเป็นประจำทุกปี อย่างน้อยปีละ 1 ครั้งบริษัทจะมีการลงพื้นที่สานเสวนาชุมชนเพื่อติดตามตรวจสอบสภาพชุมชนและสังคมที่อาจได้รับผลกระทบทางลบจากการดำเนินงานของบริษัท รวมทั้งสำรวจความคิดเห็นของชุมชนทั้งปัญหา ความต้องการ ความพึงพอใจ และการร่วมระบุประเด็นผลกระทบร่วมกับชุมชน สอดคล้องตามมาตรฐาน ISO 26000 และ มาตรฐาน CSR – DIW และการจัดทำกระบวนการรับฟังข้อร้องเรียนจากชุมชนซึ่งจะถูกการตรวจสอบบันทึกและได้รับการตอบสนองโดยอย่างทันท่วงทีสอดคล้องตามมาตรฐาน ISO14001

กระบวนการรับฟังข้อร้องเรียนจากชุมชน

CKPower ให้ความสำคัญกับการรับฟังและตอบสนองต่อข้อร้องเรียนจากชุมชน ผ่านระบบการตรวจสอบและดำเนินการตามมาตรฐาน ISO 14001 เพื่อให้มั่นใจว่าข้อร้องเรียนทุกกรณีได้รับการพิจารณาและแก้ไขอย่างเหมาะสม บริษัทดำเนินการลงพื้นที่สำรวจและจัดกิจกรรมสานเสวนากับชุมชนอย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง เพื่อรับฟังความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ และข้อกังวลจากชุมชน

  1. การรับข้อร้องเรียน
    • ชุมชนส่งข้อร้องเรียนผ่านช่องทางที่กำหนด
    • บริษัทบันทึกข้อร้องเรียนเข้าสู่ระบบตามมาตรฐาน ISO 14001:2015
  2. การตรวจสอบ
    • ตรวจสอบข้อร้องเรียนเพื่อประเมินผลกระทบ
    • ประสานงานกับทีมงานที่เกี่ยวข้องเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง
  3. การตอบสนอง
    • แจ้งสถานะการดำเนินการและการแก้ไขปัญหาแก่ชุมชน
    • ดำเนินการแก้ไขข้อร้องเรียนอย่างทันท่วงที
  4. การลงพื้นที่
    • ลงพื้นที่สำรวจและจัดการสานเสวนาร่วมกับชุมชนอย่างน้อย ปีละ 1 ครั้ง
    • รับฟังความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ และข้อกังวลเพิ่มเติม
  5. การพัฒนาโครงการ
    • นำข้อมูลจากข้อร้องเรียนไปปรับปรุงและพัฒนากิจกรรมหรือโครงการเพื่อชุมชน
    • สร้างโครงการที่ตอบสนองความต้องการของชุมชนและสอดคล้องกับกรอบการดำเนินงานของบริษัท
  6. การตรวจสอบผลลัพธ์
    • สอบถามชุมชนเกี่ยวกับประเด็นข้อร้องเรียนและการแก้ไขปัญหา
    • รายงานผลการดำเนินงานและข้อร้องเรียนในแต่ละปี

ในปี 2567 การลงพื้นที่ชุมชนของบริษัทไม่มีข้อร้องเรียนในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการย้ายถิ่นฐาน การละเมิดสิทธิชนเผ่าพื้นเมืองและชนกลุ่มน้อย หรือประเด็นทางด้านสังคมและสิทธิมนุษยชน นอกจากนี้ ยังไม่มีข้อร้องเรียนที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อมหรือกรณีใดๆ ที่ยังไม่ได้รับการจัดการ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของบริษัทในการปฏิบัติตามมาตรฐานและสร้างความไว้วางใจร่วมกับชุมชนในพื้นที่ดำเนินงาน

กลยุทธ์ด้านความรับผิดชอบต่อสังคม

บริษัทได้กำหนดกลยุทธ์ด้านความรับผิดชอบต่อสังคมในการดูแลชุมชนและสังคม ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ (UN SDGs) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกและยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชน สังคม และกลุ่มเปราะบางอย่างทั่วถึงและมีประสิทธิภาพ

กลยุทธ์ดังกล่าวครอบคลุมการพัฒนานวัตกรรมที่สามารถเสริมสร้างศักยภาพในด้านต่าง ๆ พร้อมทั้งเพิ่มคุณค่าให้กับชุมชนและสังคมในระยะยาว

นอกจากนี้ บริษัทได้กำหนดทิศทางการขับเคลื่อนด้านการดูแลสังคมและชุมชนระยะเวลา 5 ปี (ระหว่างปี 2565 – 2569) เพื่อเป็นแนวทางในการดำเนินงาน โดยมุ่งเน้นการพัฒนาที่มีโครงการที่ยั่งยืน

ทั้งนี้ บริษัทได้จัดทำแกนหลักในการดูแลสังคมและชุมชน 3 แกนสำคัญ เพื่อให้การดำเนินงานมีประสิทธิภาพและสามารถตอบสนองต่อความต้องการของชุมชนและสังคมได้อย่างเหมาะสม ได้แก่

แกนหลักการดูแลชุมชนและสังคม

คุณภาพชีวิต เพิ่มการเข้าถึง
พลังงานหมุนเวียนเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี
ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การอนุรักษ์
ปกป้อง ฟื้นฟูธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน
ต่อยอดนวัตกรรมและสร้างโอกาส
พัฒนาอาชีพให้กับชุมชน

กรอบการดำเนินงานสร้างคุณค่าสู่สังคม
พันธกิจ
สร้างผลตอบแทนที่ดี มั่นคง และเป็นธรรมแก่ผู้ถือหุ้น ให้ความสำคัญอย่างต่อเนื่องกับสิ่งแวดล้อม ชุมชน และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกภาคส่วน
โครงการขับเคลื่อน หิ่งห้อย: พลังงานหมุนเวียนเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี
ประเด็นสำคัญ

เพิ่มการเข้าถึงพลังงานหมุนเวียนไปพร้อมกับการสร้างการตระหนักและความรู้ด้านพลังงานหมุนเวียน เพื่อสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน

กิจกรรมที่ดำเนินการ
ไฟฟ้าสะอาด เพื่อชุมชน
น้ำสะอาด เพื่อชุมชน
Clean Electricity Teacher for Change
เปิดโลกพลังงาน หมุนเวียนชุมชน
ผลลัพธ์ ปี 2569
เด็ก เยาวชน และชุมชน เข้าถึงพลังงานหมุนเวียน ที่สอดคล้องกับความต้องการ จำนวน 150,000 วัตต์
เพิ่มความรู้ทางด้านพลังงานหมุนเวียนแก่เด็กและเยาวชน จำนวน 20,000 คน
โครงการขับเคลื่อน หิ่งห้อย: เพื่อการอนุรักษ์ ปกป้อง ฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
ประเด็นสำคัญ

สร้างการอนุรักษ์ ปกป้อง ฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

กิจกรรมที่ดำเนินการ
Waste to
Value
Grow Together
(โตไปด้วยกัน)
Green
Power Plant
ผลลัพธ์ ปี 2569
เพิ่มความรู้สู่การปกป้องดูแลทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมให้กับพนักงาน เด็ก เยาวชน และชุมชน จำนวน 10,000 คน
เพิ่มพื้นที่อนุรักษ์ ปกป้อง ฟื้นฟูป่าบก และพื้นที่สีเขียว จำนวน 80 ไร่
โครงการขับเคลื่อน หิ่งห้อย: นวัตกรรมสร้างโอกาสเพื่อชุมชน
ประเด็นสำคัญ

ต่อยอดนวัตกรรมสร้างโอกาสพัฒนาอาชีพชุมชน

กิจกรรมที่ดำเนินการ
OPOP (One Power
Plant One Product)
สานสัมพันธ์ภาคีเครือข่าย
เพื่อนวัตกรรมพัฒนาอาชีพชุมชน
ผลลัพธ์ ปี 2569
ชุมชนได้รับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ จำนวน 3 ผลิตภัณฑ์
ชุมชนสร้างรายได้ให้ชุมชน จำนวน 1,300,000 บาท

เป้าหมายระยะยาว เป้าหมายปี 2567 และผลการดำเนินงานปี 2567

การดูแลชุมชนและสังคม
การดูแลชุมชนและสังคม
(GRI 203, GRI 413, GRI 415, GRI 417)
เป้าหมายระยะยาว
ข้อร้องเรียนที่ไม่ถูกจัดการ
ไม่มี
กรณี
เป้าหมายปี 2567 ผลการดำเนินการปี 2567
ข้อร้องเรียนที่ไม่ถูกจัดการ
ไม่มี
กรณี
ไม่มี
กรณี
ชุมชนมีความพึงพอใจในการดำเนินโครงการเพื่อชุมชนและสังคม
>90.0%
>95.5%
การดูแลชุมชนและสังคม
หิ่งห้อย
พลังงานหมุนเวียนเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี
(GRI 203-1, GRI 413)
เป้าหมายระยะยาว
เพิ่มการเข้าถึงพลังงานหมุนเวียนเพื่อสร้างคุณภาพชีวิตชุมชนและสังคม
150,000
วัตต์ (สะสม)
เด็กและเยาวชนได้รับการส่งเสริมความรู้ด้านพลังงานหมุนเวียน
20,000
คน (สะสม)
พลังงานหมุนเวียนเพื่อชุมชนและสังคม
30
แหล่งเรียนรู้ (สะสม)
เป้าหมายปี 2567 ผลการดำเนินงานปี 2567
เพิ่มการเข้าถึงพลังงานหมุนเวียนเพื่อสร้างคุณภาพชีวิตชุมชนและสังคม
90,000
วัตต์ (สะสม)
100,330
วัตต์ (สะสม)
เด็กและเยาวชนได้รับการส่งเสริมความรู้ด้านพลังงานหมุนเวียน
8,342
คน (สะสม)
9,513
คน (สะสม)
พัฒนาแหล่งเรียนรู้ด้านพลังงานหมุนเวียน
17
แห่ง (สะสม)
25
แห่ง (สะสม)

ผลการดำเนินงาน

การดูแลชุมชนและสังคม
หิ่งห้อย เพื่อการอนุรักษ์ ปกป้อง
ฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
(GRI 413, GRI 415)
เป้าหมายระยะยาว
เด็กและเยาวชน ชุมชนได้รับความรู้ด้านการปกป้องดูแลทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
10,000
คน (สะสม)
เพิ่มการปลูกป่าและฟื้นฟูป่า หรือเพิ่มพื้นที่สีเขียวในและนอกโรงไฟฟ้า
80
ไร่ (สะสม)
เป้าหมายปี 2567 ผลการดำเนินงานปี 2567
เด็กและเยาวชนชุมชนได้รับความรู้ด้านการปกป้องดูแลทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
5,250
คน (สะสม)
4,377
คน (สะสม)
เพิ่มการปลูกป่าและฟื้นฟูป่า หรือเพิ่มพื้นที่สีเขียวในและนอกโรงไฟฟ้า
38
ไร่ (สะสม)
11.06
ไร่ (สะสม)
การดูแลชุมชนและสังคม
หิ่งห้อย
นวัตกรรมสร้างโอกาสเพื่อชุมชน
(GRI 413, GRI 417)
เป้าหมายระยะยาว
นำนวัตกรรมพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชนจำนวน
3
ผลิตภัณฑ์ (สะสม)
เสริมสร้างรายได้เพิ่มให้แก่ชุมชนจำนวนรวม
1,300,000
บาท (สะสม)
เป้าหมายปี 2567 ผลการดำเนินงานปี 2567
นำนวัตกรรมพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชนเพิ่ม
1
ผลิตภัณฑ์ ในปี 2567
3
ผลิตภัณฑ์ (สะสม)
เสริมสร้างรายได้เพิ่มให้แก่ชุมชนจำนวน
400,000
บาท ในปี 2567
844,350
บาท (สะสม)

การยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชนและสังคม

CKPower ตระหนักถึงความสำคัญของการยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชนและสังคม ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการพัฒนาที่ยั่งยืน บริษัทมุ่งมั่นส่งเสริมการมีส่วนร่วมของพนักงานในโครงการและกิจกรรมเพื่อพัฒนาชุมชนเพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อชุมชนทั้งในพื้นที่โดยรอบโรงไฟฟ้าและในสังคมในวงกว้าง

ในปี 2567 CKPower ได้ดำเนินโครงการและกิจกรรมเพื่อพัฒนาชุมชนและสังคมจำนวน 95 โครงการ ครอบคลุมประเด็นสำคัญ ได้แก่:

  • การพัฒนาและให้ความรู้ด้านพลังงานหมุนเวียน เพื่อส่งเสริมโอกาสในการเรียนรู้ตลอดช่วงชีวิต โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กและเยาวชน
  • การอนุรักษ์ ปกป้อง และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อเสริมสร้างสมดุลทางนิเวศและลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
  • การส่งเสริมประเพณีและวัฒนธรรมท้องถิ่น เพื่อธำรงรักษาอัตลักษณ์ทางสังคมของชุมชน
  • การสนับสนุนด้านสาธารณสุข เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่
  • การพัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชน ผู้สูงวัย และผู้พิการ เพื่อสร้างสังคมที่มีความเสมอภาคและครอบคลุมทุกกลุ่มประชากร

CKPower ยังคงมุ่งมั่นพัฒนาโครงการที่ สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ (UN SDGs) และสามารถสร้างผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม เพื่อให้ชุมชนเติบโตอย่างมั่นคงไปพร้อมกับองค์กร

ผลการดำเนินงาน ปี 2567
โครงการ/กิจกรรมเพื่อสังคม จำนวนโครงการ ล้านบาท
1. หิ่งห้อย พลังงานหมุนเวียนเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี 18 18.85
2. หิ่งห้อย เพื่อการอนุกรักษ์ ปกป้อง ฟื้นฟู ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 3 0.27
3. หิ่งห้อย นวัตกรรมสร้างโอกาสเพื่อชุมชน 4 0.47
4. การสนับสนุนเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตชุมชน
• การส่งเสริมคุณภาพชีวิตชุมชน/ผู้สูงวัย/ผู้พิการ 8 0.77
• การศึกษา 12 0.70
• สาธารณสุข 6 3.86
5. ประเพณีวัฒนธรรม ทำนุบำรุงศาสนา 27 3.16
6. สาธารณประโยชน์ สาธารณสมบัติ 12 0.31
7. การส่งเสริมความหลากหลายทางชีวภาพ 1 0.10
8. การสนับสนุนภัยพิบัติรุนแรงในวงกว้าง 1 0.50
9. การสนับสนุนชุมชนสัมพันธ์และการกุศล 3 0.18
รวมทั้งหมด 95 29.17
ผลการดำเนินงาน ปี 2567
การสำรวจข้อคิดเห็น ข้อกังวล ความต้องการ และประเมินผลกระทบของชุมชนใกล้เคียงรอบโรงไฟฟ้า
100%
ความพึงพอใจในการดำเนินโครงการกิจกรรมเพื่อชุมชนและสังคม
95.5%
จำนวนกรณีข้อร้องเรียนที่ยังไม่ถูกจัดการ
0
กรณี
สร้างคุณค่าให้กับสังคมและระบบนิเวศด้วยการผลิตพลังงานหมุนเวียน
5,999
คน (สะสม)
จำนวนชุมชนที่มีส่วนร่วมกับโครงการของบริษัท
40
ชุมชน (สะสม)
ปริมาณพลังงานหมุนเวียนเพื่อสร้างคุณภาพชีวิตของชุมชน
100,330
วัตต์ (สะสม)
เทียบเท่าการหลีกเลี่ยงหรือลดปริมาณก๊าซเรือนกระจกจากโครงการการมีส่วนร่วมของชุุมชน
106,464
กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี (สะสม)
เวลาจิตอาสาของพนักงาน
14,203
ชั่วโมง
จำนวนเด็กและเยาวชนได้รับความรู้ด้านพลังงานหมุนเวียน, การประหยัดพลังงานไฟฟ้า และการปกป้องทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
11,971
คน (สะสม)
ภาคีเครือข่าย
40
เครือข่าย (สะสม)
แหล่งเรียนรู้พลังงานหมุนเวียน
25
แห่ง (สะสม)
สาธารณประโยชน์และสาธารณสมบัติ
62
สิ่งปลูกสร้าง (สะสม)
บริษัทประหยัดค่าใช้จ่ายด้านการฝึกอมรม
10.15
ล้านบาท (สะสม)

โครงการที่โดดเด่นในปี 2567

CKPower ดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบต่อสังคมควบคู่กับการพัฒนาองค์กรให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน โดย “โครงการหิ่งห้อย” เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนความยั่งยืน ซึ่งครอบคลุมมิติเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม

โครงการนี้มุ่งเน้นการนำศักยภาพของบุคลากรมาเติมเต็มความต้องการของชุมชนอย่างยั่งยืน โดยเริ่มจากการ สำรวจสภาพความเป็นอยู่ของชุมชนรอบโรงไฟฟ้า และ ออกแบบนวัตกรรมร่วมกับชุมชนและภาคีเครือข่าย เพื่อให้การดำเนินโครงการสอดคล้องกับความต้องการในพื้นที่

โครงการหิ่งห้อยถือเป็น รากฐานสำคัญของ CKPower ในการสร้างการตระหนักรู้ พัฒนาองค์ความรู้ และนำเทคโนโลยีนวัตกรรมไปใช้ประโยชน์ในชุมชน โดยดำเนินงานภายใต้ 3 แกนหลัก ได้แก่:

  1. หิ่งห้อย: พลังงานหมุนเวียนเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี
  2. หิ่งห้อย: เพื่อการอนุรักษ์ ปกป้อง ฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
  3. หิ่งห้อย: นวัตกรรมสร้างโอกาสเพื่อชุมชน

ในปี 2567 CKPower ได้ดำเนินโครงการสำคัญภายใต้แนวทางดังกล่าว โดยมุ่งเน้นการเข้าถึงพลังงานสะอาดและการพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืน

โครงการเด่น: ไฟฟ้าสะอาดเพื่อชุมชน

หิ่งห้อย พลังงานหมุนเวียนเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี : โครงการไฟฟ้าสะอาดเพื่อชุมชน หมู่บ้านห้วยขัวหลวง และหมู่บ้านโพนพะ สปป.ลาว

จากกระบวนการสานเสวนากับชุมชนในปี 2566 ชุมชนท้ายน้ำของโรงไฟฟ้าพลังน้ำไซยะบุรี จำนวน 5 ชุมชน ได้เสนอความต้องการหลักในการ ติดตั้งโซลาร์เซลล์ และ ปรับปรุงอาคารเรียน ของโรงเรียนหมู่บ้านห้วยขัวหลวง ซึ่งเป็นศูนย์กลางการศึกษาในพื้นที่

เป้าหมาย: เพิ่มการเข้าถึงพลังงานหมุนเวียน เพื่อสนับสนุนการเรียนการสอนและสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมสำหรับเยาวชน

แนวทางการดำเนินงาน:

  • สำรวจความต้องการของชุมชน รอบโรงไฟฟ้าพลังน้ำไซยะบุรี
  • ติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ขนาด 1,500 วัตต์
  • ปรับปรุงห้องเรียน 3 ห้อง พร้อมติดตั้งหลอดไฟและพัดลม
  • ให้ความรู้ด้านพลังงานหมุนเวียน แก่นักเรียน ครู และชุมชน
  • จัดตั้งกองทุนพลังงานหมุนเวียน

เติม

ใช้ความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมพลังงานหมุนเวียนในการออกแบบ ระบบติดตั้งโซลาร์เซลล์ ระบบไฟฟ้าส่องสว่างภายในอาคารเรียน และปรับปรุงอาคารให้เหมาะสมกับบริบทของโรงเรียนหมู่บ้านห้วยขัวหลวง

ต่อ

นำศักยภาพด้านพลังงานหมุนเวียนมาต่อยอด ติดตั้งโซลาร์เซลล์ และปรับปรุง อาคารเรียนให้ใช้พลังงานสะอาดทั้งหลัง ทำให้โรงเรียนมีระบบไฟฟ้าส่องสว่างอย่างทั่วถึง พร้อมติดตั้งพัดลมภายในอาคารโดยใช้ร่วมกับระบบผลิตไฟฟ้าจากโซลาร์เซลล์ เพื่อ ส่งเสริมสภาพแวดล้อมที่ดีในการเรียนรู้ และเสริมสร้างความรู้ด้านพลังงานสะอาดให้แก่ ชุมชนและนักเรียน

สร้าง

สร้างความร่วมมือจาก ชุมชนท้ายน้ำของโรงไฟฟ้าทั้ง 7 หมู่บ้าน ผู้นำชุมชน นักเรียน และครู โดยร่วมกัน สร้างสาธารณประโยชน์และสาธารณสมบัติ จากพลังงานแสงอาทิตย์และอาคารเรียนที่ได้รับการปรับปรุง พร้อมทั้งส่งเสริม เครือข่ายการใช้พลังงานสะอาด และพัฒนาโรงเรียนให้เป็น ต้นแบบพลังงานสะอาดสำหรับชุมชนท้ายน้ำในอนาคต

ร่วม

ความร่วมมือจาก พนักงาน บริษัท ชาวบ้าน นักเรียน และคุณครู ทุกฝ่ายมีส่วนร่วมในการ คิด วางแผน และพัฒนา โรงเรียนให้เป็นศูนย์กลางการศึกษาของหมู่บ้าน นำไปสู่ การติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ระบบส่องสว่างภายในอาคาร และปรับปรุงอาคารเรียน พร้อมทั้งจัดตั้ง กองทุนพลังงานหมุนเวียน เพื่อใช้ในการบำรุงรักษาอุปกรณ์ไฟฟ้าในระยะยาว

เป้าหมายและผลลัพธ์ของโครงการ
เป้าหมาย ผลลัพธ์
สร้างการเข้าถึงแหล่งพลังงานสะอาดของโรงเรียนและชุมชน (ติดตั้งโซลาร์เซลล์) 1,500 วัตต์ 1,500 วัตต์
จัดตั้งกองทุนพลังงานหมุนเวียนเพื่อโรงเรียนใช้ในการดูแลรักษาอุปกรณ์ไฟฟ้า และสนับสนุนการพัฒนาสาธารณูปโภคอื่น ๆ ในอนาคต 1 กองทุน 1 กองทุน
จัดทำคู่มือการเรียนพลังงานหมุนเวียนและสิ่งแวดล้อม 1 ชุด 1 ชุด
พนักงานให้ความรู้เรื่องพลังงานหมุนเวียนแก่นักเรียน คุณครู ชุมชน และจัดตั้งกลุ่มนักเรียนต้นแบบด้านพลังงานหมุนเวียนให้มีความรู้เรื่องพลังงานสะอาดและสิ่งแวดล้อม 80% 80%
จำนวนผู้เข้าร่วมทั้งหมด 52 คน 96 คน
พนักงานจิตอาสาเข้าร่วมกิจกรรม ได้ฝึกทักษะการติดตั้งโซลาร์เซลล์ และเพิ่มจำนวนชั่วโมงจิตอาสา 40 คน
(สะสม)
45 คน
(สะสม)
เพิ่มภาคีเครือข่ายเป็นจำนวน 2* เครือข่าย 6** เครือข่าย

* เครือข่าย โรงเรียนบ้านห้วยขัวหลวง หมู่บ้านห้วยขัวหลวง

** เครือข่าย โรงเรียนบ้านห้วยขัวหลวง หมู่บ้านห้วยขัวหลวง บ้านปากฮุง บ้านปากบ่อ บ้านปากพี้ แขวงการศึกษาแขวงไซยะบุรี

ไฟฟ้าสะอาดเพื่อชุมชน หมู่บ้านโพนพะ สปป.ลาว

จากการสำรวจความต้องการของชุมชนปี 2566 พบว่า หมู่บ้านโพนพะ เมืองอานุวง แขวงไซสมบูน ซึ่งเป็นชุมชนรอบโรงไฟฟ้าพลังน้ำ น้ำงึม 2 ประสบปัญหาการขาดแคลนแสงสว่างในเวลากลางคืน ส่งผลให้เกิดความเสี่ยงด้านอุบัติเหตุและความปลอดภัยของประชาชน

เป้าหมาย: ติดตั้งไฟถนนพลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อลดปัญหาการขาดแคลนแสงสว่าง เพิ่มความปลอดภัย และพัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชน

แนวทางการดำเนินงาน:

  • สำรวจปัญหาชุมชน พบว่าหมู่บ้านโพนพะ เมืองอานุวง แขวงไซสมบูน มีปัญหาด้านความปลอดภัยจากการขาดแสงสว่างในเวลากลางคืน
  • ติดตั้งไฟถนนพลังงานแสงอาทิตย์ 45 จุด ครอบคลุมระยะทาง 3 กิโลเมตร
  • ใช้เสาไฟเดิมและติดตั้งเสาไฟใหม่ ในบริเวณที่จำเป็น เพื่อใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า
  • จัดตั้งคณะกรรมการชุมชน เพื่อดูแลระบบไฟถนนให้สามารถใช้งานได้อย่างยั่งยืน
  • สร้างกองทุนพลังงานหมุนเวียน เพื่อใช้ในการดูแลและซ่อมบำรุงไฟถนนในระยะยาว

เติม

ใช้ขีดความสามารถด้านวิศวกรรมพลังงานหมุนเวียน ในการพัฒนาและช่วยเหลือสังคมและชุมชน โดยออกแบบระบบติดตั้งและระบบส่องสว่างของไฟถนนโซลาร์เซลล์ รวมถึงหาแนวทางใช้เสาไฟเดิมที่มีอยู่ให้สามารถปรับใช้กับโคมไฟโซลาร์เซลล์ได้ เพื่อให้เกิดการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า และสอดคล้องกับความต้องการและบริบทของชุมชนบ้านโพนพะ

ต่อ

นำศักยภาพด้านวิศวกรรมพลังงานหมุนเวียน มาต่อยอดในการติดตั้งไฟถนนโซลาร์เซลล์ พร้อมออกแบบแนวทางการใช้เสาเดิมให้เกิดประโยชน์สูงสุด ผ่านการคำนวณเชิงวิศวกรรมเพื่อให้ระบบไฟฟ้าส่องสว่างบนถนนมีประสิทธิภาพสูงสุด และตอบโจทย์ความต้องการของชุมชน นอกจากนี้ บริษัทยังได้เสริมสร้างองค์ความรู้ด้านพลังงานหมุนเวียน และแนวทางดูแลรักษาอุปกรณ์ไฟฟ้าให้กับชุมชนเพื่อให้สามารถใช้งานได้อย่างยั่งยืน

สร้าง

สร้างความร่วมมือจากชุมชนบ้านโพนพะ รวมถึงเจ้าหน้าที่ในส่วนต่าง ๆ เพื่อร่วมกันสร้างสาธารณสมบัติจากไฟถนนพลังงานแสงอาทิตย์ ส่งเสริมให้เกิดเครือข่ายการใช้พลังงานหมุนเวียนในชุมชน และพัฒนาหมู่บ้านให้เป็นต้นแบบของพลังงานหมุนเวียนในอนาคต

ร่วม

ความร่วมมือจากพนักงานและชุมชนบ้านโพนพะ โดยทุกฝ่ายมีส่วนร่วมในการคิด วางแผน และหาแนวทางแก้ปัญหา นำไปสู่การติดตั้งไฟถนนโซลาร์เซลล์ในจุดสำคัญเพื่อเพิ่มแสงสว่างและความปลอดภัย พร้อมทั้งจัดตั้งกองทุนพลังงานหมุนเวียน เพื่อใช้ในการบำรุงรักษาอุปกรณ์ไฟฟ้าโซลาร์เซลล์ให้มีอายุการใช้งานสูงสุด

เป้าหมายและผลลัพธ์ของโครงการ
เป้าหมาย ผลลัพธ์
สร้างการเข้าถึงแหล่งพลังงานหมุนเวียนของชุมชน 18,000 วัตต์ 18,000 วัตต์
สร้างสาธารณสมบัติที่เอื้อต่อการใช้ชีวิตประจำวันของชุมชนหมู่บ้านโพนพะ โดยติดตั้งไฟถนนโซลาร์เซลล์แนวถนน 45 จุด 45 จุด
จัดตั้งกองทุนพลังงานหมุนเวียนเพื่อชุมชน เพื่อใช้ในการดูแลรักษาอุปกรณ์ไฟฟ้า และสนับสนุนการพัฒนาสาธารณูปโภคอื่น ๆ ในอนาคต 1 กองทุน 1 กองทุน
จัดทำคู่มือการเรียนพลังงานหมุนเวียนสำหรับชุมชน 1 ชุด 1 ชุด
พนักงานให้ความรู้เรื่องพลังงานหมุนเวียนแก่ชุมชน 60 คน 80 คน
พนักงานจิตอาสาเข้าร่วมกิจกรรม ได้ฝึกทักษะการติดตั้งไฟถนนโซลาร์เซลล์ และสร้างการเรียนรู้ให้ชุมชน 29 คน 42 คน

ผลลัพธ์จากหิ่งห้อย พลังงานหมุนเวียนเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี : ไฟฟ้าสะอาดเพื่อชุมชน ตั้งแต่ปี 2559- 2567

ผลลัพธ์จากหิ่งห้อย พลังงานหมุนเวียนเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี: ไฟฟ้าสะอาดเพื่อชุมชน ที่โดดเด่นตั้งแต่ปี 2559 – 2567
1
สังคมไกล
จัดสร้างอาคารเรียนระบบไฟฟ้าจากโซลาร์เซลล์ หมู่บ้านปู่คำน้อย
อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน ประเทศไทย
สร้างแหล่งเรียนรู้ทางด้านพลังงานหมุนเวียน
จำนวนเด็กและเยาวชนที่เข้าถึง
50
คน
2
สังคมไกล
กังหันน้ำขนาดเล็กเพื่อการผลิตไฟฟ้า หมู่บ้านแม่ปะกลาง
อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน ประเทศไทย
สร้างแหล่งเรียนรู้ทางด้านพลังงานหมุนเวียน
จำนวนเด็กและเยาวชนชุมชนที่เข้าถึง
50
คน
3
สังคมไกล
แหล่งเรียนรู้ศูนย์การเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านแม่เหลอ
อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน ประเทศไทย
สร้างแหล่งเรียนรู้ทางด้านพลังงานหมุนเวียน
จำนวนเด็กและเยาวชนที่เข้าถึง
73
คน
4
สังคมไกล
โซลาร์เซลล์เพื่อการเข้าถึงไฟฟ้า ศูนย์การเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านแม่มุใน บมจ.ซีเค พาวเวอร์ อุปถัมภ์
อ.แม่แจ่ม จ.แม่ฮ่องสอน ประเทศไทย
สร้างแหล่งเรียนรู้ทางด้านพลังงานหมุนเวียน สร้างพลังงานหมุนเวียน
จำนวนเด็กและเยาวชนที่เข้าถึง
48
คน
3,000
วัตต์
5
สังคมไกล
ไฟส่องสว่างระบบโซลาร์เซลล์ โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนไลออนส์มหาจักร 9 และชุมชนบ้านป่าข้าวหลาม
อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ ประเทศไทย
เพิ่มการเข้าถึงพลังงานหมุนเวียน และให้ความรู้ด้านพลังงานหมุนเวียน
จำนวนเด็กและเยาวชนที่เข้าถึง
77
คน
900
วัตต์
6
สังคมไกล
แหล่งเรียนรู้ ศูนย์การเรียน ตำรวจตระเวนชายแดนบ้านแม่ปูน บมจ.ซีเค พาวเวอร์ อุปถัมภ์
อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ ประเทศไทย
ให้ความรู้ด้านพลังงานหมุนเวียน
จำนวนเด็กและเยาวชนที่เข้าถึง
47
คน
7
โรงไฟฟ้าบางเขนชัยโซลาร์
แหล่งเรียนรู้ โรงเรียนบ้านคู่ (สหราษฎร์วิทยา)
จ.นครราชสีมา ประเทศไทย
สร้างแหล่งเรียนรู้ทางด้านพลังงานหมุนเวียน
จำนวนเด็กและเยาวชนที่เข้าถึง
130
คน
8
โรงไฟฟ้าบางเขนชัยโซลาร์
สนับสนุนครูด้านพลังงานหมุนเวียน Teach for Thailand โรงเรียน ปักธงชัยชุณหะวัณวิทยาคาร
จ.นครราชสีมา ประเทศไทย
สร้างแหล่งเรียนรู้ทางด้านพลังงานหมุนเวียน
จำนวนเด็กและเยาวชนที่เข้าถึง
334
คน
9
โรงไฟฟ้าบางเขนชัยโซลาร์
โซลาร์เซลล์แบบติดตั้งบนหลังคา เพื่อลดค่าไฟฟ้า โรงเรียนปักธงชัยชุณหะวัณวิทยาคาร
จ.นครราชสีมา ประเทศไทย
เพิ่มการเข้าถึงพลังงานหมุนเวียน
จำนวนเด็กและเยาวชนที่เข้าถึง
12,400
วัตต์
10
โรงไฟฟ้าบางเขนชัยโซลาร์
ส่งต่อพลังคิดดี เพื่อโลกที่ยั่งยืนโรงเรียนปักธงชัยชุณหะวัณวิทยาคาร
จ.นครราชสีมา ประเทศไทย
ให้ความรู้ด้านพลังงานหมุนเวียน
จำนวนเด็กและเยาวชนที่เข้าถึง
125
คน
11
สังคมไกล
โซลาร์แบบติดตั้งบนหลังคา วัดนาห้วย
จ.ประจวบคีรีขันธ์ ประเทศไทย
เพิ่มการเข้าถึงพลังงานหมุนเวียน
จำนวนเด็กและเยาวชนที่เข้าถึง
1,235
คน
16,630
วัตต์
12
โรงไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์บางเขนชัย สังคมไกล
โครงการเรียนรู้พลังงานสะอาด สร้างโลกสีเขียวด้วยวิธีวิถีศิลป์
จ.ชัยภูมิ ประเทศไทย
ให้ความรู้ด้านพลังงานหมุนเวียน
จำนวนเด็กและเยาวชนที่เข้าถึง
90
คน
13
โรงไฟฟ้านางปะอิน
โคเจนเนอเรชั่น
แหล่งเรียนรู้ โรงเรียนวัดกุฏีประสิทธิ์
จ.พระนครศรีอยุธยา ประเทศไทย
สร้างแหล่งเรียนรู้ทางด้านพลังงานหมุนเวียน
จำนวนเด็กและเยาวชนที่เข้าถึง
126
คน
14
โรงไฟฟ้านางปะอิน
โคเจนเนอเรชั่น
สนับสนุนครูด้านพลังงานหมุนเวียน Teach for Thailand โรงเรียนอุดมศีลวิทยา
จ.พระนครศรีอยุธยา ประเทศไทย
สร้างแหล่งเรียนรู้ทางด้านพลังงานหมุนเวียน
จำนวนเด็กและเยาวชนที่เข้าถึง
143
คน
15
โรงไฟฟ้านางปะอิน
โคเจนเนอเรชั่น
กังหันน้ำโซลาร์บำบัดน้ำ เพื่อคลองสวยน้ำใส ชุมชนคลองจิก
จ.พระนครศรีอยุธยา ประเทศไทย
เพิ่มการเข้าถึงพลังงานหมุนเวียน
จำนวนเด็กและเยาวชนชุมชนที่เข้าถึง
100
คน
1,200
วัตต์
16
โรงไฟฟ้านางปะอิน
โคเจนเนอเรชั่น
กังหันน้ำโซลาร์บำบัดน้ำ เพื่อคลองสวยน้ำใส ชุมชนคลองพุทรา
จ.พระนครศรีอยุธยา ประเทศไทย
เพิ่มการเข้าถึงพลังงานหมุนเวียน
จำนวนเด็กและเยาวชนชุมชนที่เข้าถึง
250
คน
1,200
วัตต์
17
โรงไฟฟ้านางปะอิน
โคเจนเนอเรชั่น
โครงการเรียนรู้พลังงานสะอาด สร้างโลกสีเขียว ด้วยวิถีศิลป์
จ.พระนครศรีอยุธยา ประเทศไทย
ให้ความรู้ด้านพลังงานหมุนเวียน
จำนวนเด็กและเยาวชนชุมชนที่เข้าถึง
90
คน
18
โรงไฟฟ้านางปะอิน
โคเจนเนอเรชั่น
กังหันโซลาร์เซลล์บำบัดน้ำ เพื่อคลองสวยน้ำใสชุมชนคลองบ้านเลน
จ.พระนครศรีอยุธยา ประเทศไทย
เพิ่มการเข้าถึงพลังงงานหมุนเวียน และให้ความรู้ด้านพลังงานหมุนเวียน
จำนวนเด็กและเยาวชนที่เข้าถึง
250
คน
1,400
วัตต์
19
โรงไฟฟ้านางปะอิน
โคเจนเนอเรชั่น
ระบบปั๊มน้ำโซลาร์เซลล์ เพื่อพื้นที่สีเขียว 25 ไร่ โรงเรียนอุดมศีลวิทยา
จ.พระนครศรีอยุธยา ประเทศไทย
เพิ่มการเข้าถึงพลังงานหมุนเวียน
จำนวนเด็กและเยาวชนชุมชนที่เข้าถึง
6,300
วัตต์
20
โรงไฟฟ้านางปะอิน
โคเจนเนอเรชั่น
ส่งต่อพลังคิดส์ ต่อโลกที่ยั่งยืน โรงเรียนอุดมศีลวิทยา
จ.พระนครศรีอยุธยา ประเทศไทย
ให้ความรู้ด้านพลังงานหมุนเวียน
จำนวนเด็กและเยาวชนชุมชนที่เข้าถึง
111
คน
21
โรงไฟฟ้านางปะอิน
โคเจนเนอเรชั่น
แปลงผักไฮโดรโปนิกส์ น้ำรดระบบโซลาร์เซลล์ โรงเรียนเจ้าฟ้าสร้าง
จ.พระนครศรีอยุธยา ประเทศไทย
เพิ่มการเข้าถึงพลังงานหมุนเวียน และให้ความรู้ด้านพลังงานหมุนเวียน
จำนวนเด็กและเยาวชนที่เข้าถึง
54
คน
300
วัตต์
22
โรงไฟฟ้านางปะอิน
โคเจนเนอเรชั่น
เครือข่ายสิ่งแวดล้อม ร่วมกับนิคมอุตสาหกรรมบางปะอิน
จ.พระนครศรีอยุธยา ประเทศไทย
ให้ความรู้ด้านพลังงานหมุนเวียน
จำนวนเด็กและเยาวชนที่เข้าถึง
70
คน
23
โรงไฟฟ้านางปะอิน
โคเจนเนอเรชั่น
คณะกรรมการ EIA ศึกษาดูงานด้านพลังงาน เขื่อนวชิราลงกรณ์
จ.พระนครศรีอยุธยา ประเทศไทย
ให้ความรู้ด้านพลังงานหมุนเวียน
จำนวนเด็กและเยาวชนชุมชนที่เข้าถึง
50
คน
24
โรงไฟฟ้านางปะอิน
โคเจนเนอเรชั่น
โซลาร์เซลล์แบบติดตั้งบนหลังคา เพื่อลดค่าไฟและไฟส่องสว่างระบบโซลาร์เซลล์ โรงเรียนเจ้าฟ้าสร้าง
จ.พระนครศรีอยุธยา ประเทศไทย
เพิ่มการเข้าถึงพลังงานหมุนเวียน และให้ความรู้ด้านพลังงานหมุนเวียน
จำนวนเด็กและเยาวชนชุมชนที่เข้าถึง
70
คน
9,700
วัตต์

หมายเหตุ: ผลลัพธ์ของแต่ละโครงการเป็นปีเริ่มต้นที่ดำเนินการ

ผลลัพธ์จากหนึ่งห้อย พลังงานหมุนเวียนเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี: ไฟฟ้าสะอาดเพื่อชุมชน ที่โดดเด่นตั้งแต่ปี 2559 – 2567
1
โรงไฟฟ้าพลังน้ำ น้ำงึม 2
ไฟส่องสว่างระบบโซลาร์เซลล์ หมู่บ้านนาบง
นครหลวงเวียงจันทน์ สปป.ลาว
เพิ่มการเข้าถึงพลังงานหมุนเวียน
จำนวนเด็กและเยาวชนที่เข้าถึง
9,900
วัตต์
2
โรงไฟฟ้าพลังน้ำ น้ำงึม 2
ระบบปั๊มน้ำบาดาลโซลาร์เซลล์ โรงเรียนอนุบาลหินหัวเสือ
แขวงไซสมบูน สปป.ลาว
เพิ่มการเข้าถึงพลังงานหมุนเวียน
จำนวนเด็กและเยาวชนที่เข้าถึง
94
คน
2,400
วัตต์
3
โรงไฟฟ้าพลังน้ำ น้ำงึม 2
ไฟส่องสว่างถนนระบบโซลาร์เซลล์ บ้านโพนพะ
แขวงไซสมบูน สปป.ลาว
เพิ่มการเข้าถึงพลังงานหมุนเวียน
จำนวนเด็กและเยาวชนที่เข้าถึง
80
คน
18,000
วัตต์
4
โรงไฟฟ้าพลังน้ำ น้ำงึม 2
เปิดโลกพลังงานหมุนเวียน และสิ่งแวดล้อม
แขวงไซสมบูน สปป.ลาว
ให้ความรู้ด้านพลังงานหมุนเวียน
จำนวนเด็กและเยาวชนที่เข้าถึง
426
คน
5
โรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรี
ไฟส่องสว่างระบบโซลาร์เซลล์ หมู่บ้านกาง
แขวงหลวงพระบาง สปป.ลาว
เพิ่มการเข้าถึงพลังงานหมุนเวียน และให้ความรู้ด้านพลังงานหมุนเวียน
จำนวนเด็กและเยาวชนที่เข้าถึง
47
คน
2,550
วัตต์
6
โรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรี
ไฟส่องสว่างระบบโซลาร์เซลล์ หมู่บ้านโพนสี
แขวงหลวงพระบาง สปป.ลาว
เพิ่มการเข้าถึงพลังงานหมุนเวียน และให้ความรู้ด้านพลังงานหมุนเวียน
จำนวนเด็กและเยาวชนที่เข้าถึง
47
คน
2,550
วัตต์
7
โรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรี
ไฟส่องสว่างระบบโซลาร์เซลล์ หมู่บ้านห้วยสาลอง
แขวงหลวงพระบาง สปป.ลาว
เพิ่มการเข้าถึงพลังงานหมุนเวียน และให้ความรู้ด้านพลังงานหมุนเวียน
จำนวนเด็กและเยาวชนที่เข้าถึง
96
คน
1,500
วัตต์
8
โรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรี
ไฟส่องสว่างถนนระบบโซลาร์เซลล์ หมู่บ้านปากฮุง หมู่บ้านปากบ่อ
แขวงหลวงพระบาง สปป.ลาว
เพิ่มการเข้าถึงพลังงานหมุนเวียน และให้ความรู้ด้านพลังงานหมุนเวียน
จำนวนเด็กและเยาวชนที่เข้าถึง
75
คน
10,400
วัตต์
9
โรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรี
เปิดโลกพลังงานหมุนเวียนและสิ่งแวดล้อม
แขวงหลวงพระบาง สปป.ลาว
ให้ความรู้ด้านพลังงานหมุนเวียน
จำนวนเด็กและเยาวชนที่เข้าถึง
250
คน
10
โรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรี
แหล่งเรียนรู้ โรงเรียนบ้านกาง
แขวงหลวงพระบาง สปป.ลาว
สร้างแหล่งเรียนรู้ทางด้านพลังงานหมุนเวียน
จำนวนเด็กและเยาวชนที่เข้าถึง
94
คน

หมายเหตุ: ผลลัพธ์ของแต่ละโครงการเป็นปีเริ่มต้นที่ดำเนินการ

โรงไฟฟ้าพลังน้ำไซยะบุรีดำเนินโครงการ แปรรูปเศษอาหารเป็นวัสดุปรับปรุงคุณภาพดิน ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 โดยใช้กระบวนการ ผสมเศษอาหารกับหัวเชื้อชีวภาพ เพื่อผลิตวัสดุปรับปรุงดินที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม จากการวิเคราะห์ของ ศูนย์วิจัยดิน นครหลวงเวียงจันทน์ พบว่าวัสดุที่ผลิตได้มี ธาตุอาหารสูงกว่าค่ามาตรฐานปุ๋ยหมักอินทรีย์คุณภาพสูง ซึ่งสามารถช่วยฟื้นฟูดิน เพิ่มความอุดมสมบูรณ์ และลดการพึ่งพาปุ๋ยเคมี

เป้าหมายโครงการ

  • ลดปริมาณขยะอินทรีย์จากโรงไฟฟ้า และนำกลับมาใช้ประโยชน์
  • ส่งเสริมการฟื้นฟูคุณภาพดิน และการใช้วัสดุอินทรีย์เพื่อเกษตรกรรม
  • สร้างเครือข่ายความร่วมมือในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมระหว่างบริษัทและชุมชน

แนวทางการดำเนินงาน

  • สำรวจความต้องการของชุมชน
  • ผลิตวัสดุปรับปรุงดินจากเศษอาหาร
  • ส่งมอบวัสดุปรับปรุงดิน ให้แก่ชุมชนรอบโรงไฟฟ้า
  • จัดอบรมให้ชุมชน เกี่ยวกับวิธีการใช้และดูแลวัสดุปรับปรุงดิน
  • ส่งเสริมจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อม แก่พนักงาน เด็ก และเยาวชน

เติม

ใช้ขีดความสามารถด้านการบริหารจัดการขยะอินทรีย์ในโรงไฟฟ้า เพื่อแปรรูปให้เป็นวัสดุปรับปรุงคุณภาพดินที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สำรวจ วิเคราะห์ และเก็บข้อมูลปริมาณขยะอาหาร มาประเมินปริมาณวัสดุปรับปรุงดินที่เป็นประโยชน์ต่อชุมชน พร้อมคำนวณผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม พบว่าสามารถลดการใช้เตาเผาขยะลงได้ 40% ซึ่งช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่เกิดจากการเผาขยะอินทรีย์ นอกจากนี้ ยังช่วยลดความเสียหายของเตาเผาขยะ เนื่องจากขยะอินทรีย์มีความชื้นสูง ต้องใช้เชื้อเพลิงมากขึ้นเพื่อเพิ่มอุณหภูมิ ส่งผลให้เกิดการเผาไหม้ไม่สมบูรณ์และลดการปล่อยไดออกซินซึ่งเป็นมลพิษทางอากาศ

ต่อ

พัฒนานวัตกรรมการแปรรูปเศษอาหารเป็นวัสดุปรับปรุงดิน ผ่านกระบวนการวิจัยและทดลอง พบว่าวัสดุที่ได้มีสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อพืช เกินค่ามาตรฐานปุ๋ยหมักอินทรีย์คุณภาพสูง บริษัทจึงออกแบบผลิตภัณฑ์ปรับปรุงดินก่อนส่งต่อสู่ชุมชน พร้อมจัดทำแผนการสอนและสาธิตการใช้วัสดุปรับปรุงดิน เพื่อส่งเสริมความรู้ด้านการฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ ลดก๊าซเรือนกระจก และสร้างแนวคิดการนำขยะอาหารกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่ (Recycle) อีกทั้งยังช่วยให้ชุมชนมีผลผลิตทางการเกษตรที่ปลอดสารพิษและยั่งยืน

สร้าง

สร้างเครือข่ายความร่วมมือกับชุมชนรอบโรงไฟฟ้าอย่างน้อย 2 ภาคีเครือข่าย เพื่อสนับสนุนการใช้วัสดุปรับปรุงดินจากเศษอาหารที่พัฒนาขึ้น ซึ่งช่วยให้ชุมชนประหยัดต้นทุนจากการซื้อวัสดุปรับปรุงดิน และสามารถนำผลผลิตไปต่อยอดสร้างรายได้ เพิ่มความเข้มแข็งของเศรษฐกิจชุมชนอย่างยั่งยืน

ร่วม

ความร่วมมือจากพนักงาน ชาวบ้านบ้านเนินสว่าง บ้านนาดอใหญ่ และหมู่บ้านอื่น ๆ รอบโรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไชยะบุรี ที่สนใจเข้าร่วม โดยบริษัทสนับสนุนวัสดุปรับปรุงดิน พร้อมจัดการอบรมให้ชาวบ้านสามารถนำไปใช้งานได้อย่างถูกต้อง ส่งผลให้ชุมชนสามารถผลิตพืชผลทางการเกษตรที่มีคุณภาพดีและปลอดภัย

เป้าหมายและผลลัพธ์ของโครงการ
เป้าหมาย ผลลัพธ์
ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์
จากการลดการเผาขยะ
329 (40%) กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี 329 (40%) กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี
เด็ก เยาวชน และชาวบ้านได้รับความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับ
การใช้วัสดุปรับปรุงคุณภาพดิน พร้อมทั้งการดูแลรักษา
ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
80 คน 195 คน
ทรัพยากรบุคคลที่ได้รับการพัฒนาด้านนวัตกรรม
ให้ความรู้แก่ชุมชน และพัฒนานวัตกรรมเพื่อสังคม
20 คน 22 คน
ส่งเสริมความสัมพันธ์กับภาคีเครือข่าย
และชุมชนรอบโรงไฟฟ้า
2 ชุมชน 2 ชุมชน
โครงการแปลงผักไฮโดรโปนิกส์ระบบพลังงานสะอาด

โรงไฟฟ้าบางปะอินโคเจนเนอเรชั่น ได้ดำเนินโครงการ OPOP (One Power Plant One Product) เพื่อส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาดในกระบวนการเกษตร จัดทำแปลงผักไฮโดรโปนิกส์ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ ให้แก่ โรงเรียนเจ้าฟ้าสร้าง อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งอยู่ในรัศมี 5 กิโลเมตร รอบโรงไฟฟ้า

เป้าหมายโครงการ

  • สนับสนุนการใช้พลังงานหมุนเวียนในภาคเกษตรกรรมของโรงเรียน
  • เพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้ให้กับสหกรณ์โรงเรียนผ่านการผลิตและจำหน่ายผักไฮโดรโปนิกส์
  • ส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียนและความมั่นคงทางอาหารของโรงเรียนและชุมชน

แนวทางการดำเนินงาน

  • สำรวจ – ปี 2567 ลงพื้นที่สำรวจโรงเรียนเจ้าฟ้าสร้าง พบว่าโรงเรียนมีพื้นที่การเกษตรเดิม และมีความต้องการขยายแปลงผัก รวมถึงพัฒนาให้เป็นแหล่งสร้างรายได้ในรูปแบบ สหกรณ์โรงเรียน
  • พัฒนา – ออกแบบและดำเนินการขยายแปลงผักไฮโดรโปนิกส์ จำนวน 2 แปลงขนาด กว้าง 1 เมตร ยาว 5.4 เมตรต่อแปลง พร้อมติดตั้ง ระบบน้ำอัตโนมัติ สำหรับรดน้ำแปลงผักโดยใช้พลังงานจาก โซลาร์เซลล์
  • เสริมสร้างองค์ความรู้-จัดอบรมและให้ความรู้แก่ ครูและนักเรียนในด้านการปลูก ดูแล เก็บเกี่ยว และจัดจำหน่ายผักไฮโดรโปนิกส์ รวมถึงการดูแลระบบโซลาร์เซลล์
  • สร้างโอกาส นำผลผลิตผักไฮโดรโปนิกส์ไปใช้ใน โครงการอาหารกลางวันของนักเรียน และจำหน่ายผ่าน สหกรณ์โรงเรียน เพื่อสร้างรายได้เพิ่มเติม

เติม

นำขีดความสามารถด้านวิศวกรรม มาพัฒนาโครงการ ผ่านการออกแบบและจัดสร้างแปลงผักไฮโดรโปนิกส์ ระบบรดน้ำอัตโนมัติ และระบบโซลาร์เซลล์ โดยผสานองค์ความรู้ด้านเกษตรกรรมของพนักงาน เพื่อให้โครงการสอดคล้องกับความต้องการของโรงเรียนเจ้าฟ้าสร้าง และสามารถดำเนินการได้อย่างยั่งยืน

ต่อ

ต่อยอดนวัตกรรมด้านพลังงานหมุนเวียน โดยติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ เพื่อใช้พลังงานสำหรับรดน้ำแปลงผัก ซึ่งถือเป็นการพัฒนาเทคโนโลยีสะอาดที่ช่วยสร้างรายได้ให้กับสหกรณ์โรงเรียน ผ่านการจัดจำหน่ายผลผลิต นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้จัดอบรมให้ความรู้ด้านการปลูก ดูแล เก็บเกี่ยว และจัดจำหน่ายผักไฮโดรโปนิกส์ ควบคู่ไปกับการดูแลรักษาระบบโซลาร์เซลล์ เพื่อให้โรงเรียนสามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพในระยะยาว พร้อมทั้งจัดตั้งกองทุนพลังงานหมุนเวียน สำหรับดูแลรักษาอุปกรณ์ต่าง ๆ

สร้าง

สร้างเครือข่ายความร่วมมือ ระหว่างโรงไฟฟ้าบางปะอิน โคเจนเนอเรชั่น โรงเรียนเจ้าฟ้าสร้าง องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านแป้ง และชุมชน เพื่อพัฒนารูปแบบการใช้พลังงานสะอาดในภาคเกษตรกรรม และส่งเสริมให้เกิดโมเดลต้นแบบของการพึ่งพาตนเองผ่านพลังงานหมุนเวียน และการเกษตรยั่งยืน

ร่วม

ความร่วมมือระหว่างโรงไฟฟ้าบางปะอิน โคเจนเนอเรชั่น โรงเรียนเจ้าฟ้าสร้าง และชุมชนในพื้นที่รัศมี 5 กิโลเมตร เพื่อให้เกิดการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน และสนับสนุนการเรียนรู้ด้านพลังงานสะอาดและเกษตรกรรมยั่งยืน

เป้าหมายและผลลัพธ์ของโครงการ
เป้าหมาย ผลลัพธ์
โรงเรียนใช้พลังงานหมุนเวียนในการทำเกษตร
โดยการติดตั้งระบบน้ำแปลงผักโดยใช้โซลาร์เซลล์
300 วัตต์ 300 วัตต์
สร้างรายได้หมุนเวียนในรูปแบบสหกรณ์โรงเรียน 1,000 บาท/เดือน 1,880 บาท/เดือน
ให้ความรู้กับนักเรียนและครูด้านพลังงานสะอาด
และวิธีการปลูกผักไฮโดรโปนิกส์
50 คน 54 คน

ผลลัพธ์เทียบเป้าหมายตามกรอบการดำเนินงานสร้างคุณค่าสู่สังคม

ผลลัพธ์เทียบเป้าหมายตามกรอบการดำเนินงานสร้างคุณค่าสู่สังคม
ด้านสังคม
หิ่งห้อย พลังงานหมุนเวียน
เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี
ผลการดำเนินงาน
เป้าหมาย
เด็ก เยาวชน และชุมชน เข้าถึงพลังงานหมุนเวียนที่สอดคล้องกับความต้องการ
หน่วย: วัตต์ (สะสม)
100,330
150,000
เทียบเท่าการหลีกเลี่ยง
หรือ ลดปริมาณก๊าซเรือนกระจก
หน่วย: กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี
106,464
109,478
เพิ่มความรู้ทางด้านพลังงานหมุนเวียน
แก่เด็กและเยาวชน
หน่วย: คน (สะสม)
9,513
20,000
ด้านสิ่งแวดล้อม
หิ่งห้อย เพื่อการอนุรักษ์
ปกป้อง ฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ
และสิ่งแวดล้อม
ผลการดำเนินงาน
เป้าหมาย
เพิ่มพื้นที่อนุรักษ์ ปกป้อง
ฟื้นฟู ป่าชายเลน
หน่วย: ไร่ (สะสม)
11.06
80
เทียบเท่าการช่วยกักเก็บคาร์บอน
ฟื้นฟู ป่าชายเลน
หน่วย: กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี
10,509.4
76,000
เพิ่มความรู้ด้านการอนุรักษ์ ปกป้อง ฟื้นฟู
ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
ให้กับพนักงาน เด็ก เยาวชน และชุมชน
หน่วย: คน (สะสม)
4,377
10,000
ด้านเศรษฐกิจ
หิ่งห้อย นวัตกรรม
สร้างโอกาสเพื่อชุมชน
ผลการดำเนินงาน
เป้าหมาย
ชุมชนได้รับการพัฒนาผลิตภัณฑ์
หน่วย: ผลิตภัณฑ์ (สะสม)
3
3
สร้างรายได้ให้ชุมชน
หน่วย: บาท (สะสม)
844,350
1,300,000