ผลกระทบต่อธุรกิจ

CKPower ตระหนักดีว่าการบริหารความสัมพันธ์กับลูกค้าอย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และและตอบสนองต่อความต้องการได้อย่างทันท่วงที ส่งผลโดยตรงต่อระดับความพึงพอใจและความเชื่อมั่นที่ลูกค้ามีต่อองค์กร
ทั้งยังเป็นรากฐานสำคัญในการสานต่อความสัมพันธ์อันยั่งยืนในฐานะผู้นำด้านพลังงานหมุนเวียนซึ่งคำนึงถึงความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง นอกจากนั้น การบริหารความสัมพันธ์กับลูกค้าอย่างรอบคอบและต่อเนื่องยังช่วยช่วยสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ และเสริมสร้างความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ที่เป็นประโยชน์กับทุกฝ่ายในระยะยาว

ความท้าทายและโอกาส

บริษัทมุ่งเน้นการผลิตและจำหน่ายกระแสไฟฟ้าอย่างมีประสิทธิภาพและเสถียรภาพสูงสุด เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าในประเทศไทย และสปป. ลาว อย่างต่อเนื่อง โดยยึดหลักการปฏิบัติตามการปฏิบัติตามสัญญาซื้อขายไฟฟ้าอย่างเคร่งครัด พร้อมทั้งเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือสถานการณ์ฉุกเฉินหรือปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ ที่อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจ ตลอดจนให้ความสำคัญกับการส่งมอบไฟฟ้าและบริการมาตรฐานระดับโลก ควบคู่กับเทคโนโลยีที่ทันสมัยและนวัตกรรมด้านพลังงาน เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีแก่ลูกค้า และต่อยอดสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนของบริษัทในระยะยาว

ความมุ่งมั่น

บริษัทให้ความสำคัญในการบริหารความสัมพันธ์กับลูกค้าอย่างรอบคอบและต่อเนื่อง โดยมุ่งเน้นการสร้างความไว้วางใจ ความพึงพอใจ และความสัมพันธ์ที่มั่นคงในระยะยาว ผ่านการสื่อสารที่โปร่งใส การตอบสนองต่อความต้องการอย่างทันท่วงที และการให้บริการที่ได้รับมาตรฐานระดับสากล นอกจากนี้ บริษัทยังรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะของลูกค้าอย่างจริงจัง เพื่อนำมาปรับปรุงและพัฒนากระบวนการผลิตไฟฟ้า การส่งมอบไฟฟ้า และการบริการอื่น ๆ ให้ตอบโจทย์ความต้องการได้ตรงจุดยิ่งขึ้น

เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีและสานต่อความร่วมมือ บริษัทได้จัดกิจกรรมและโครงการที่สอดคล้องกับความคาดหวังของลูกค้า ทั้งยังคำนึงถึงประโยชน์ต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม เพื่อส่งมอบพลังงานสะอาดที่ยั่งยืนให้แก่ลูกค้าและผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน

แนวทางการบริหารจัดการ

บริษัทเล็งเห็นถึงความสำคัญและคุณค่าของการบริหารความสัมพันธ์กับลูกค้า จึงมุ่งมั่นยกระดับความพึงพอใจของลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ผ่านการบริหารจัดการที่ได้มาตรฐานระดับสากล โดยให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจอย่างเป็นธรรม ซื่อสัตย์ และรักษาความลับของลูกค้าอย่างเคร่งครัด พร้อมทั้งส่งมอบสินค้าและบริการคุณภาพตรงตามกำหนดเวลา

ในส่วนของกระบวนการควบคุมคุณภาพ บริษัทมีการทดสอบการเดินเครื่องผลิตไฟฟ้าตามมาตรฐานที่เข้มงวดจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) อย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้มั่นใจว่าลูกค้าจะได้รับพลังงานไฟฟ้าที่มีเสถียรภาพในทุกสถานการณ์ และสร้างความมั่นใจในระบบการส่งจ่ายไฟฟ้าที่มีคุณภาพและยั่งยืน

พร้อมกันนี้ บริษัทได้จัดกิจกรรมและโครงการต่าง ๆ เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมกับลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นการจัดสัมมนา การประชุมแลกเปลี่ยนข้อมูลและความคิดเห็น การเยี่ยมชมโครงการพลังงานหมุนเวียน กิจกรรมกีฬาสัมพันธ์ รวมถึงกิจกรรมด้านความรับผิดชอบต่อสังคมกับชุมชน ทั้งยังมีการสำรวจความพึงพอใจของลูกค้าเป็นประจำทุกปี เพื่อนำผลไปปรับปรุงการดำเนินงานให้สอดคล้องกับความต้องการอย่างต่อเนื่อง

กลยุทธ์ในการบริหารจัดการความสัมพันธ์กับลูกค้า
1
การมีส่วนร่วมและตอบสนองความต้องการของลูกค้า
2
การสื่อสารอย่างโปร่งใสและต่อเนื่อง
3
การปฏิบัติตามสัญญาและมาตรฐานระดับสากล
4
การสร้างความไว้วางใจและความสัมพันธ์ระยะยาว
5
การพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยี
6
การจัดการสถานการณ์ฉุกเฉินอย่างมีประสิทธิภาพ
  1. การมีส่วนร่วมและตอบสนองความต้องการของลูกค้า
    • รับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากลูกค้าเพื่อนำไปปรับปรุงพัฒนากระบวนการผลิตไฟฟ้า การส่งมอบไฟฟ้า และการบริการ
    • ตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ เพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุด
  2. การสื่อสารอย่างโปร่งใสและต่อเนื่อง
    • ดำเนินการสื่อสารที่ชัดเจนและโปร่งใสในทุกขั้นตอนของการให้บริการ
    • ใช้ช่องทางการสื่อสารที่หลากหลายและเข้าถึงง่าย เช่น การประชุม การสัมมนา และช่องทางออนไลน์
  3. การปฏิบัติตามสัญญาและมาตรฐานระดับสากล
    • ดำเนินงานตามข้อกำหนดในสัญญาซื้อขายไฟฟ้าอย่างเคร่งครัด
    • ปฏิบัติตามมาตรฐานการดำเนินงานด้านพลังงานสะอาดและความยั่งยืน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ลูกค้า
    • การตรวสอบและควบคุมคุณภาพการผลิตไฟฟ้าอย่างสม่ำเสมอ สอดคล้องกับความต้องการและความคาดหวังของลูกค้า
  4. การสร้างความไว้วางใจและความสัมพันธ์ระยะยาว
    • จัดกิจกรรมเสริมสร้างความสัมพันธ์ เช่น การจัดสัมมนา การประชุมแลกเปลี่ยนข้อมูล การเยี่ยมชมโครงการพลังงานหมุนเวียน กิจกรรมกีฬาสัมพันธ์ และกิจกรรมความรับผิดชอบต่อสังคมกับชุมชน
    • ส่งเสริมความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับลูกค้า เพื่อพัฒนาการใช้พลังงานอย่างยั่งยืน
  5. การพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยี
    • ใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยในการผลิตและจ่ายพลังงาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
    • นำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าในยุคเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน
  6. การจัดการสถานการณ์ฉุกเฉินอย่างมีประสิทธิภาพ
    • เตรียมความพร้อมและจัดทำแผนบริหารความเสี่ยงเพื่อรองรับสถานการณ์ฉุกเฉินที่อาจกระทบต่อการผลิตและส่งจ่ายไฟฟ้า
    • จัดให้มีระบบสำรองและทีมงานที่พร้อมให้บริการอย่างมีประสิทธิภาพ
การติดตามการส่งมอบไฟฟ้า

บริษัทใช้แนวทางการติดตามการส่งมอบพลังงานไฟฟ้าใน 3 ระดับ ได้แก่ ระดับบริหาร ระดับหัวหน้างาน และระดับปฏิบัติการ เพื่อให้สามารถควบคุมและประเมินผลการผลิตและจ่ายไฟฟ้าได้อย่างทั่วถึงและต่อเนื่อง

ในปี 2567 บริษัทได้ดำเนินการทดสอบการเดินเครื่องผลิตไฟฟ้าในโรงไฟฟ้าจำนวน 3 แห่ง ซึ่งผลการทดสอบแสดงให้เห็นว่าระบบสามารถผลิตไฟฟ้าได้อย่างเต็มประสิทธิภาพและเป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด อีกทั้งยังมีการบริหารสัญญาซื้อขายไฟฟ้าอย่างต่อเนื่องเพื่อให้มั่นใจว่าการส่งมอบพลังงานจะเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว

1
ระดับบริหาร
ตรวจสอบนโยบาย วางแผนการดำเนินงานมอบหมายู้รับผิดชอบและกำหนดแนวทางการจัดการเพื่อติดตามการส่งมอบไฟฟ้าอย่างมีเสถียรภาพ
2
ระดับหัวหน้างาน
ตรวจสอบผลการดำเนินงานให้สอดคล้องกับสัญญา เช่น ปริมาณไฟฟ้าสูงสุดที่เกิดขึ้นตามช่วงเวลา รวมทั้งวางแผนการทดสอบระบบและควบคุมคุณภาพของพลังงานการส่งไฟฟ้า ความพร้อมของการส่งมอบไฟฟ้าเพื่อให้เป็นไปตามสัญญา
3
ระดับปฏิบัติการ
ตรวจสอบการทำงานของเครื่องจักรและไฟฟ้าที่จ่ายออกโดยบริษัทมีการจัดสรรพนักงานให้สามารถดำเนินการได้ตลอด 24 ชั่วโมง
การสำรวจความพึงพอใจของลูกค้า

โรงไฟฟ้าทุกแห่งของบริษัทมีกระบวนการสำรวจความพึงพอใจลูกค้า กระบวนการสำรวจความพึงพอใจลูกค้า เพื่อวัดผลสัมฤทธิ์ในการดำเนินการและคุณภาพการให้บริการของโรงไฟฟ้าแต่ละแห่ง และนำผลการประเมินมาใช้ประกอบการพัฒนาคุณภาพระบบการให้บริการ การวางแผนกลยุทธ์ และปรับปรุงประสิทธิภาพกระบวนการทำงานเพื่อให้มีประสิทธิภาพและเกิดการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

บริษัทได้สำรวจความพึงพอใจลูกค้าของโรงไฟฟ้าทุกแห่ง มีคำแนนเต็ม 100% โดยจำแนกเกณฑ์การให้คะแนนออกเป็น 5 ระดับ ได้แก่ ระดับดีมาก (91-100%) ระดับดี (81-90%) ระดับปานกลาง (61-80%) ระดับแย่ (51-60%) ระดับแย่มาก (น้อยกว่า 50%) ซึ่งจากผลการสำรวจในปี 2565 พบว่าโรงไฟฟ้าทุกแห่งของบริษัทได้รับความพึงพอใจลูกค้าในระดับดีมาก (95.4%-99.3%) ซึ่งเกณฑ์การสำรวจความพึงพอใจที่โรงไฟฟ้าใช้ในการสำรวจความพึงพอใจลูกค้า มีดังนี้

เกณฑ์การสำรวจ 7 หัวข้อ
(เกณฑ์น้ำหนักรวม 100%)
  1. การควบคุมคุณภาพระบบไฟฟ้า/ไอน้ำ
  2. ความเที่ยงตรงของปริมาณการซื้อ – ขายไฟฟ้า/ไอน้ำ
  3. การบำรุงรักษาอุปกรณ์ของระบบไฟฟ้า/ไอน้ำ
  4. ความสะดวกในการติดต่อหรือแจ้งระบบไฟฟ้า/ไอน้ำขัดข้อง
  5. ความถูกต้องของข้อมูลในใบแจ้งค่าไฟฟ้า/ไอน้ำ
  6. ความรวดเร็วในการจัดส่งใบแจ้งค่าไฟฟ้า/ไอน้ำ
  7. ความสามารถในการตอบข้อซักถาม
เกณฑ์การประเมิน 4 มิติ
(เกณฑ์น้ำหนักรวม 100%)
  1. ด้านคุณภาพ
  2. ด้านบุคลากร
  3. ด้านการติดต่อสื่อสาร
  4. ด้านภาพลักษณ์ของโรงไฟฟ้า
เกณฑ์การประเมิน 8 มิติ
(เกณฑ์น้ำหนักรวม 100%)
  1. การส่งข้อมูลประจำเดือน
  2. การติดต่อประสารงานด้านเทคนิคนิค
  3. การแจ้งกรณีเปิด-ปิดระบบ
  4. ความสะดวกในการเข้าจดมิเตอร์
  5. ความถูกต้องของการคำนวณค่าไฟฟ้าและการออกจดหมายเพื่อเรียกเก็บเงิน
  6. ความถูกต้องของการออกใบแจ้งหนี้, ใบวางบิล, ใบกำกับภาษีและใบเสร็จรับเงินในส่วนของวันที่และที่อยู่ของ กฟภ.
  7. ความสุภาพของเจ้าหน้าที่บริษัทฯ
  8. ความสะดวก รวดเร็วในการติดต่อกับเจ้าหน้าที่บริษัทฯ
เกณฑ์การสำรวจ 7 หัวข้อ
(เกณฑ์น้ำหนักรวม 100%)
  1. การควบคุมคุณภาพระบบไฟฟ้า
  2. ความเที่ยงตรงของปริมาณการซื้อ – ขายไฟฟ้า
  3. การบำรุงรักษาอุปกรณ์ของระบบไฟฟ้า
  4. ความสะดวกในการติดต่อหรือแจ้งระบบไฟฟ้าขัดข้อง
  5. ความถูกต้องของข้อมูลในใบแจ้งค่าไฟฟ้า
  6. ความรวดเร็วในการจัดส่งใบแจ้งค่าไฟฟ้า
  7. ความสามารถในการตอบข้อซักถาม

การตอบสนองต่อข้อร้องเรียน

โทรศัพท์
เชื่อมต่อโดยตรงกับห้องควบคุมโรงไฟฟ้าตลอด 24 ชั่วโมง
กลุ่มในไลน์แอปพลิเคชัน
ใช้สำหรับการสื่อสารระหว่างบริษัทและลูกค้า
อีเมล
ส่งถึงเจ้าหน้าที่ลูกค้าสัมพันธ์
ผ่านช่องทางและกระบวนการจัดการเรื่องร้องเรียนของลูกค้า
เกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล ckpdpo@ckpower.co.th

บริษัทจัดให้มีช่องทางการสื่อสาร สำหรับรับเรื่องร้องเรียน และแก้ปัญหาร่วมกัน รวมถึงการสำรวจความพึงพอใจของลูกค้า ผ่านช่องทางต่าง ๆ

1.โทรศัพท์: เชื่อมต่อโดยตรงกับห้องควบคุมโรงไฟฟ้าตลอด 24 ชั่วโมง

2.กลุ่มในไลน์แอปพลิเคชัน: ใช้สำหรับการสื่อสารระหว่างบริษัทและลูกค้า

3.อีเมล: ส่งถึงเจ้าหน้าที่ลูกค้าสัมพันธ์

4.ผ่านช่องทางและกระบวนการจัดการเรื่องร้องเรียนของลูกค้า : เกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล ckpdpo@ckpower.co.th

ข้อร้องเรียนที่ได้รับจากช่องทางต่าง ๆ จะถูกส่งต่อไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการแก้ไขอย่างเหมาะสมและรัดกุม ทั้งนี้บริษัทนำข้อมูลที่ได้รับจากลูกค้ามาปรับปรุงการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้บริการที่ตอบสนองความต้องการและสร้างความพึงพอใจสูงสุดแก่ลูกค้า

การตอบสนองลูกค้าเมื่อรับเรื่องร้องเรียน

บริษัทได้รับข้อร้องเรียนจากลูกค้าผ่านช่องทางต่าง ๆ เช่น โทรศัพท์ อีเมล หรือไลน์ บริษัทจะดำเนินการโดยเริ่มจากการรับเรื่องและบันทึกข้อมูลอย่างครบถ้วน พร้อมส่งต่อไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อวิเคราะห์และแก้ไขปัญหาอย่างเหมาะสม โดยทุกขั้นตอนดำเนินการด้วยความรวดเร็วและโปร่งใส

หลังจากแก้ไขปัญหาเสร็จสิ้น บริษัทจะติดตามผลและแจ้งสถานะให้ลูกค้าทราบ รวมถึงจัดเก็บข้อมูลข้อร้องเรียนไว้ในฐานข้อมูล เพื่อนำไปใช้ในการปรับปรุงกระบวนการทำงาน และป้องกันปัญหาในอนาคต เพื่อสร้างความมั่นใจและความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้า

1
การับข้อร้องเรียนข้อเสนอแนะ
บริษัทได้รับข้อร้องเรียน ข้อเสนอแนะจากลูกค้า
2
การพิจารณาเรื่อง
บริษัทพิจารณาและส่งเรื่องไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบ
3
การแจ้งกลับเบื้องต้น
บริษัทแจ้งกลับการรับเรื่องจากผู้ร้องเรียนภายใน 2 วันทำการ
4
การวิเคราะห์สาเหตุ
หน่วยงานที่รับผิดชอบวิเคราะห์สาเหตุ เพื่อวางแผนปรับปรุงแก้ไข
5
การวางแผนประมาณเวลาดำเนินการ
หน่วยงานที่รับผิดชอบประมาณเวลาในการแก้ไขปรับปรุงแล้วเสร็จและแจ้งกลับผู้เสนอเรื่องร้องเรียนโดยเร็ว
6
การรายงานผล
หน่วยงานที่รับผิดชอบรายงานความคืบหน้าแก่ผู้เสนอเรื่อง ร้องเรียนให้ทราบเป็นระยะจนกว่าจะดำเนินการเสร็จสิ้น
การรักษาข้อมูลของลูกค้า

บริษัทให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการปกป้องข้อมูลของลูกค้า โดยบริษัทได้กำหนดระดับการเข้าถึงข้อมูลตามระดับความสำคัญเพื่อป้องกันการรั่วไหลของข้อมูลสู่บุคคลภายนอก พร้อมทั้งจัดทำแนวทางปฏิบัติที่สอดคล้องกับข้อกำหนดของบริษัทจดทะเบียนตามที่ตลาดหลักทรัพย์ เพื่อยกระดับมาตรฐานการดำเนินงานให้โปร่งใสและปลอดภัย

บริษัทส่งเสริมการใช้ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศที่มีมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างรอบด้าน เช่น การติดตามและบริหารจัดการความเสี่ยงอย่างเป็นระบบ การรักษาความปลอดภัยบนโลกไซเบอร์ และการปกป้องความมั่นคงของระบบ เพื่อให้ครอบคลุมทุกกระบวนการดำเนินงาน รวมถึงการลดความเสี่ยงด้านเทคโนโลยีสารสนเทศอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน

การสำรวจความพึงพอใจของลูกค้าและตอบสนองความต้องการของลูกค้า

บริษัทให้ความสำคัญกับการบริหารความสัมพันธ์กับลูกค้า ผ่านการสำรวจความพึงพอใจเป็นประจำทุกปี โดยใช้ทั้งรูปแบบ แบบสอบถาม และ การสัมภาษณ์เชิงลึก (Customer Satisfaction Survey & In-depth Interviews) เพื่อประเมินและปรับปรุงคุณภาพการให้บริการอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ ลูกค้าได้ร่วมกำหนด เป้าหมายด้านความพึงพอใจ เป็นแนวทางปฏิบัติให้ทุกโรงไฟฟ้าใช้อ้างอิง เพื่อสร้างความมั่นใจว่าการให้บริการเป็นไปตามมาตรฐานและความคาดหวังของลูกค้า

ผลการสำรวจปี 2567

จากการสำรวจความพึงพอใจของลูกค้าผ่าน พบว่าลูกค้าส่วนใหญ่มีระดับความพึงพอใจสูงในด้านต่อไปนี้:

  • คุณภาพการให้บริการ : ระบบผลิตและส่งมอบพลังงานมีความน่าเชื่อถือ
  • ความรวดเร็วในการสื่อสาร : การติดต่อสื่อสารและให้ข้อมูลเป็นไปอย่างรวดเร็ว
  • การแก้ไขปัญหาและการตอบสนองต่อข้อร้องเรียน : อยู่ในระดับที่ดีและสามารถสร้างความไว้วางใจให้แก่ลูกค้า

อย่างไรก็ตาม เพื่อพัฒนาการให้บริการให้ดียิ่งขึ้น บริษัทได้กำหนดแนวทางปรับปรุงบางส่วน ได้แก่

  • เพิ่มช่องทางการสื่อสารใหม่ ๆ ที่รวดเร็วและสะดวกยิ่งขึ้น เพื่อให้ลูกค้าเข้าถึงข้อมูลได้ง่าย
  • ปรับปรุงการนำเสนอข้อมูลให้กระชับและเข้าใจง่าย เพื่อให้ลูกค้าสามารถใช้ข้อมูลในการตัดสินใจได้อย่างมีประสิทธิภาพ

บริษัทมุ่งมั่นที่จะดำเนินงานตามแนวทางดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับการให้บริการและการตอบสนองความต้องการของลูกค้าให้เกิดประสิทธิภาพและความยั่งยืนสูงสุด

ผลการสำรวจความพึงพอใจของลูกค้ารวมทั้งหมด

ผลการสำรวจความพึงพอใจของลูกค้ารวมทั้งหมด

*หมายเหตุ: โรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรี เริ่มดำเนินการในปี 2564

ผลการประเมินความพึงพอใจของลูกค้าจำแนกตามโรงไฟฟ้าในปี 2567

เป้าหมาย ผลประเมิน
โรงไฟฟ้าบางปะอิน โคเจนเนอเรชั่น โครงการ 1 และ 2
>90%
99%
โรงไฟฟ้าพลังงานน้ำ น้ำงึม 2
>90%
98%
โรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรี
87.5%
93%
โรงไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์ บางเขนชัย
>90%
96%

เกณฑ์การให้คะแนน:
ดีมาก= 91-100% ดี = 81-90% ปานกลาง = 61-80% แย่ = 51-60% แย่มาก < 50%

การตอบสนองความต้องการของลูกค้า : กรณีศึกษาการบริหารความเสี่ยงด้านไฟป่ากับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย

โรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรี ได้รับข้อคิดเห็นจากทางการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย เกี่ยวกับความเสี่ยงจากการตัดตอนของระบบป้องกันสายส่ง (Transmission line fault protection) ซึ่งอาจได้รับผลกระทบจากการเผาป่าและการเผาเพื่อทำการเกษตรกรรมตามแนวพื้นที่สายส่ง บริษัทจึงได้ดำเนินมาตรการป้องกันเชิงรุก โดยร่วมมือกับ คู่ค้าที่รับผิดชอบงานซ่อมบำรุงสายส่ง และชุมชนในพื้นที่ เพื่อสำรวจ วิเคราะห์ และวางแผนบริหารจัดการร่วมกันอย่างเป็นระบบ

1.วางแผนการดำเนินงาน การประชุมวางแผนการดำเนินงานร่วมกันระหว่างโรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรี และผู้แทนคู่ค้าบริษัทที่รับผิดชอบงานซ่อมบำรุงตามแนวสายส่ง และชุมชนโดยรอบแนวสายส่ง

2.การสำรวจพื้นที่และวิเคราะห์ชุมชุม

  • ลงพื้นที่สำรวจชุมชนและพื้นที่เกษตรกรรมตลอดแนวสายส่งของโรงไฟฟ้าในแขวงไซยะบุรี ซึ่งมีระยะทางประมาณ 196 กิโลเมตร
  • นำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์ทั้งในมิติ ความเป็นอยู่และการประกอบอาชีพของชุมชน วิธีการเพาะปลูก ระยะเวลาการปลูกและเก็บเกี่ยวผลผลิต ตลอดจนระดับความเข้าใจของชุมชนต่อข้อปฏิบัติภายใต้แนวสายส่ง

ลงพื้นที่สำรวจชุมชนแนวสายส่งของโรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรี พร้อมรับฟังความคิดเห็นการจัดการพื้นที่เกษตรกรรมในช่วงเพาะปลูกและการจัดการแนวกันไฟที่ถูกต้อง

3.การดำเนินงานตามแผนงาน

  • ร่วมกับคู่ค้าบริษัท Civil and Transmission Engineering (CTEC) จัดกิจกรรมให้ความรู้และการปฏิบัติเชิงรุกในหัวข้อ “การบริหารจัดการพื้นที่การเกษตรและการทำแนวกันไฟอย่างถูกต้อง” รวมถึงข้อปฏิบัติ 17 ข้อห้ามภายใต้แนวสายส่ง
  • ครอบคลุม 6 ชุมชนนำร่องในแขวงไซยะบุรี รวมถึง บ้านห้วยลึก บ้านน้ำสง บ้านภูฟ้ามีไซ บ้านขุนพอน บ้านห้วยรอด และบ้านห้วยเป็ด โดยมี ชาวบ้าน 429 คน เข้าร่วม ซึ่งทำให้เกิดความรู้ความเข้าใจในการลดความเสี่ยงไฟป่าและการเผาที่อาจกระทบต่อระบบส่งไฟฟ้า

การให้ความรู้ชุมชนที่อยู่บริเวณแนวสายส่ง ในเดือนกุมภาพันธ์ 2567 เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจทั้งด้านสิ่งแวดล้อม การบริหารจัดการไฟป่า การทำแนวกันไฟที่ถูกต้อง และข้อปฏิบัติที่เกี่ยวกับ 17 ข้อห้ามการปฏิบัติภายใต้แนวสายส่ง

4.การติดตามผลการดำเนินงานและปรับปรุงแผนงานรายปี

  • โรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรี มีแผนติดตามร่วมกับชุมชนและคู่ค้าทุกเดือน โดยเฉพาะช่วง ตุลาคม-มิถุนายน ซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดไฟป่าและการเผาเพื่อการเกษตร
  • มีการประเมินความเสี่ยง (Risk Assessment) เพื่อกำหนดมาตรการป้องกันเชิงรุกและปรับปรุงแผนงานอย่างต่อเนื่อง

ผลการดำเนินงาน

จากการดำเนินมาตรการดังกล่าว ร่วมกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยและผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ทำให้โรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรี ลดความเสี่ยง จากกิจกรรมที่อาจส่งผลต่อการตัดตอนของระบบป้องกันสายส่งได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยให้การ ส่งมอบไฟฟ้าสะอาด ไปยังประเทศไทยมีความมั่นคงและมีเสถียรภาพยิ่งขึ้น

เป้าหมายระยะยาว เป้าหมายปี 2567 และผลการดำเนินงานปี 2567

การบริหารจัดการความสัมพันธ์กับลูกค้า
การบริหารจัดการความสัมพันธ์กับลูกค้า
เป้าหมายระยะยาว
จำนวนการร้องเรียนจากลูกค้า
0
กรณี
รักษาสมรรถะและประสิทธิภาพของระบบไฟฟ้าอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ลูกค้าเกิดความมั่นใจในการดำเนินงานของบริษัท
ส่งมอบไฟฟ้าให้กับลูกค้าตามเงื่อนไขสัญญา
ส่งมอบไฟฟ้า
เป้าหมายปี 2567 ผลการดำเนินงานปี 2567
จำนวนการร้องเรียนจากลูกค้า
0
กรณี
0
กรณี
ความพึงพอใจในการดำเนินงานของบริษัท
89%
97%
ส่งมอบไฟฟ้าให้กับลูกค้าตามเงื่อนไขสัญญา
ส่งมอบไฟฟ้า
ตามแผนงาน
ส่งมอบไฟฟ้า
ตามแผนงาน

โครงการโดดเด่นในปี 2567

บริษัทได้ดำเนินการตาม กลยุทธ์การบริหารความสัมพันธ์ลูกค้า อย่างต่อเนื่อง เพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่นและความสัมพันธ์ที่ยั่งยืน โดยในปี 2567 มีการจัดกิจกรรมที่หลากหลาย ครอบคลุมทั้งการสัมมนา การประชุมแลกเปลี่ยนข้อมูล การเยี่ยมชมโครงการพลังงานหมุนเวียน กิจกรรมกีฬา และโครงการด้านความรับผิดชอบต่อสังคม โดยมีตัวอย่างกิจกรรมสำคัญดังนี้

โรงไฟฟ้าบางปะอิน โคเจนเนอเรชัน จัดกิจกรรมเพื่อสร้างคุณค่าสู่สังคมร่วมกับลูกค้าในนิคมอุตสาหกรรม ในโครงการคลองสวยน้ำใส ชุมชนคลองบ้านเลน ร่วมใจ ใส่ใจสิ่งแวดล้อม ที่ชุมชนบ้านเลน จ.พระนครศรีอยุธยา เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2567 โดยโรงไฟฟ้าบางปะอิน โคเจนเนอเรชัน ร่วมกับลูกค้าของโรงไฟฟ้า นักเรียนและชุมชน ติดตั้งกังหันน้ำโซลาร์เซลล์ในคลองจิก จำนวน 4 ชุด เพื่อเพิ่มปริมาณค่าออกซิเจนละลายในน้ำ และปลูกต้นจิกน้ำ จำนวน 50 ต้น

โครงการ คลองสวยน้ำใส ชุมชนคลองบ้านเลนร่วมใจ ใส่ใจสิ่งแวดล้อม

โรงไฟฟ้าพลังน้ำ น้ำงึม 2 จัดกิจกรรมปลูกต้นไม้เนื่องในวันต้นไม้แห่งชาติของ สปป. ลาว ร่วมกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยและรัฐวิสาหกิจไฟฟ้าลาว โดยพนักงานโรงไฟฟ้าพลังน้ำ น้ำงึม 2 ร่วมกับ EGAT และ EDL จำนวน 120 คน ร่วมปลูกต้นอินทนิล ต้นมะพร้าว ต้นสัก รวมทั้งหมด 130 ต้น ทั้งนี้บริษัทวางแผนเรื่องการปลูกป่าอย่างเป็นระบบในพื้นที่ที่เหมาะสมเพื่อให้มั่นใจว่าบริษัท ลูกค้า และชุมชน สามารถมีส่วนร่วมในการเพิ่มพื้นที่สีเขียว และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจแก่ทุกสังคมทุกที่ที่บริษัทเข้าไปดำเนินการ นอกจากนี้ยังมีการดำเนินการเพิ่มความรู้สู่การปกป้องดูแลทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้กับ จากการเข้าร่วมกิจกรรมการปลูกต้นไม้ตามแนวทางการปลูกที่สอดคล้องกับแนวทางของ TGO “Thailand Greenhouse Gas Management Organization (Public Organization)”

NN2 Green day ปลูกต้นไม้เพื่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนที่ยั่งยืน

โรงไฟฟ้าบางปะอิน โคเจนเนอเรชั่น จัดกิจกรรมสานสัมพันธ์แลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์เครือข่ายลูกค้าโรงไฟฟ้าบางปะอิน เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2567 มีลูกค้าเข้าร่วมจำนวน 11 บริษัท เพื่อเผยแพร่ผลการดาเนินงานตามมาตรฐานการให้บริการในการประกอบกิจการไฟฟ้า (SAIFI , SAIDI) ประเภทใบอนุญาตระบบจำหน่ายไฟฟ้า ของโรงไฟฟ้าบางปะอิน อีกทั้ง มีลูกค้าบริษัท ควอลิตี้คอนสตรัคชั่นโปรดัคส์ จำกัด (มหาชน) หรือ QCON และ บริษัท โอลิค (ประเทศไทย) จำกัด หรือ OLIC เข้ามาแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ของแต่ละบริษัท เพื่อเป็นแนวทางในการส่งเสริมแลกเปลี่ยนความรู้ภายในเครือข่ายด้านนวัตกรรมและการสร้างเสถียรภาพด้านพลังงานร่วมกัน

กิจกรรมสานสัมพันธ์แลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์เครือข่ายลูกค้าโรงไฟฟ้าบางปะอิน ระดับปฏิบัติการ

โรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรีให้ความสำคัญกับการบริหารความสัมพันธ์กับลูกค้าเพื่อสร้างความร่วมมือที่เข้มแข็งและยั่งยืน โดยมุ่งเน้นการแลกเปลี่ยนข้อมูล ความรู้ และประสบการณ์ร่วมกับเครือข่ายลูกค้า ผ่านกิจกรรมพบปะและหารืออย่างต่อเนื่อง

ในปี 2567 บริษัทได้จัดกิจกรรม “ไซยะบุรีพบลูกค้า” ร่วมกับ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตของ สปป.ลาว (EDL NNC) และ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตของไทย (EGAT)เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดี พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้ลูกค้าได้แสดงความคิดเห็น ความต้องการ และข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ โดยประเด็นสำคัญที่หารือ ได้แก่

  • การปรึกษาและรับฟังข้อคิดเห็นของลูกค้า เพื่อให้สามารถปรับปรุงบริการให้สอดคล้องกับความต้องการ
  • การชี้แจงปัญหาและอุปสรรคที่เกิดขึ้น รวมถึงแนวทางแก้ไขที่เหมาะสม
  • การสรุปผลการดำเนินงานของโรงไฟฟ้า พร้อมแผนการบำรุงรักษาและกิจกรรมที่เกี่ยวข้อง
  • การติดตามแนวโน้มธุรกิจของลูกค้า รวมถึงแผนการลงทุนและแผนการใช้ไฟฟ้า

การดำเนินงานดังกล่าวช่วยให้บริษัทสามารถบริหารจัดการปริมาณการผลิตไฟฟ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด อีกทั้งยังเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ด้านความยั่งยืนที่มุ่งเน้นความร่วมมือและการพัฒนาร่วมกันระหว่างบริษัทและลูกค้า

กิจกรรมสานสัมพันธ์แลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์เครือข่ายลูกค้าโรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรี

โรงไฟฟ้าพลังน้ำ น้ำงึม 2 ได้จัดกิจกรรม “น้ำงึม 2 เชื่อมความสัมพันธ์ลูกค้า” โดยเปิดโอกาสให้ลูกค้า การไฟฟ้าฝ่ายผลิตของไทย (EGAT) ได้เข้าเยี่ยมชมการดำเนินงานของโรงไฟฟ้า รวมถึงร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับประเด็นสำคัญ อาทิ

  • การดำเนินงานของโรงไฟฟ้าในปัจจุบัน รวมถึงผลการดำเนินงานที่ผ่านมา
  • แผนการบำรุงรักษาเพื่อเสถียรภาพของการผลิตไฟฟ้า
  • กิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและส่งจ่ายพลังงาน
  • การรับฟังความต้องการและข้อเสนอแนะจากลูกค้า เพื่อนำมาพัฒนาการดำเนินงานให้สอดคล้องกับความคาดหวัง

กิจกรรมดังกล่าวไม่เพียงแต่ช่วยเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างบริษัทและลูกค้า แต่ยังช่วยให้สามารถวางแผนบริหารจัดการไฟฟ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ตอบสนองต่อแนวโน้มและแผนการใช้พลังงานของลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น

กิจกรรมสานสัมพันธ์แลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์เครือข่ายลูกค้าโรงไฟฟ้าพลังน้ำ น้ำงึม 2