แนวทางการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสีย (GRI 2-29)

บริษัทให้ความสำคัญต่อบทบาทและความคิดเห็นของผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม ซึ่งมีส่วนสำคัญในการพัฒนาการดำเนินงานของบริษัทให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยได้กำหนดนโยบายการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสีย เพื่อประเมินความสำคัญ รวมถึงทำความเข้าใจมุมมองและความคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสีย ซึ่งถือเป็นพื้นฐานในการนำมากำหนดกลยุทธ์ แนวทางการบริหารงาน และการขับเคลื่อนองค์กร นอกจากนี้ บริษัทได้ดำเนินการทบทวนรูปแบบการจัดกิจกรรมและการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสียเป็นประจำทุกปี เพื่อสร้างความมั่นใจว่าทุกกลุ่มผู้มีส่วนได้เสียมีโอกาสเข้ามามีส่วนร่วมและเสนอข้อคิดเห็นได้อย่างโปร่งใสและเหมาะสมโดยบริษัทมีแนวทางดำเนินงานดังนี้

แนวทางการดำเนินงาน
1
การระบุผู้มีส่วนได้เสีย
2
การจัดลำดับความสำคัญของผู้มีส่วนได้เสีย​
3
การจัดทำกลยุทธ์ในการมีส่วนร่วมกับผู้มีส่วนได้เสีย​
4
การวางแผนการมีส่วนร่วมกับผู้มีส่วนได้เสีย​
5
การดำเนินงานตามแผนการมีส่วนร่วมกับผู้มีส่วนได้เสีย​
6
การติดตามและทบทวน รายงานผลการดำเนินงานด้านการมีส่วนร่วมกับผู้มีส่วนได้เสีย

จากกระบวนการดังกล่าว บริษัทจึงระบุผู้มีส่วนได้เสียทั้งหมด 8 กลุ่มได้แก่

บริษัทดำเนินกระบวนการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสียโดยอ้างอิงกรอบมาตรฐาน AA1000 Stakeholder Engagement Standard (AA1000SES) โดยระบุผู้มีส่วนได้เสียที่ได้รับผลกระทบเชิงบวกและเชิงลบในมิติทางสังคม มิติสิ่งแวดล้อม และมิติธรรมาภิบาลและเศรษฐกิจ รวมถึงความเชื่อมโยงกับประเด็นด้านสิทธิมนุษยชน ตลอดจนผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมหลักและกิจกรรมสนับสนุนในห่วงโซ่คุณค่าของธุรกิจ

การระบุผู้มีส่วนได้เสียของบริษัทพิจารณาจากขอบเขตการมีส่วนร่วมตามปัจจัยสำคัญ ได้แก่ ระดับอิทธิพลต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัท และ ระดับความพึ่งพาซึ่งกันและกันระหว่างบริษัทกับผู้มีส่วนได้เสียหรือกลุ่มผู้มีส่วนได้เสีย เพื่อให้การมีส่วนร่วมสามารถตอบสนองต่อประเด็นที่มีนัยสำคัญได้อย่างเหมาะสม

ขอบเขตผลกระทบของประเด็นด้านความยั่งยืน
ประเด็นด้านความยั่งยืนที่สำคัญ ขอบเขตผลกระทบของประเด็นด้านความยั่งยืน
ภายใน ภายนอก
พนักงาน นักลงทุนและ
ผู้ถือหุ้น
ลูกค้า ภาครัฐและ
หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
คู่ค้า ผู้ค้าและ
ผู้รับเหมา
ชุมชน สังคม สถาบันการเงิน
การจัดการสิ่งแวดล้อม
การจัดการพลังงานและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
ความหลากหลายทางชีวภาพ
การดูแลชุมชนและสังคม
การเคารพสิทธิมนุษยชน
การพัฒนาศักยภาพและการดูแลพนักงาน
อาชีวอนามัยและความปลอดภัย
การกำกับดูแลกิจการที่ดี
การบริหารจัดการความเสี่ยงและวิกฤติ และความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์และความเป็นส่วนตัวของข้อมูล
การจัดการนวัตกรรม
ความยืดหยุ่นในการดำเนินธุรกิจ
ความมั่นคงด้านเสถียรภาพ และความพร้อมของการดำเนินการผลิต
การบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทาน
การบริหารจัดการความสัมพันธ์กับลูกค้า

กลุ่มของผู้มีส่วนได้เสีย

บริษัทได้จำแนกผู้มีส่วนได้เสียเป็น 8 กลุ่ม ได้แก่ พนักงาน ผู้ถือหุ้นและนักลงทุน สถาบันทางการเงิน ภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลูกค้า คู่ค้า ผู้ค้าและผู้รับเหมา ชุมชน และสังคม โดยในแต่ละปีหน่วยงานที่รับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้เสียในแต่ละกลุ่ม จะทำการประเมินบทบาท หน้าที่และความสำคัญของผู้มีส่วนได้เสีย พร้อมทั้งออกแบบ รูปแบบ วิธีการและระดับของการมีส่วนร่วมที่เหมาะสม รวมถึงการจัดลำดับความสำคัญของผู้มีส่วนได้เสียในแต่ละกลุ่ม

ทั้งนี้ บริษัทมีการ ทบทวนแนวทางการมีส่วนร่วมกับผู้มีส่วนได้เสียเป็นประจำทุกปี เพื่อให้มั่นใจว่าแนวทางการดำเนินงานสอดคล้องกับบริบททางธุรกิจที่เปลี่ยนแปลง และสามารถตอบสนองต่อความคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสียได้อย่างเหมาะสมและต่อเนื่อง

ผลการจัดลำดับความสำคัญของผู้มีส่วนได้เสียในระดับกลุ่ม ปี 2568
กลุ่มผู้มีส่วนได้เสีย ระดับความสำคัญ ระดับการมีส่วนร่วม

ผู้มีบทบาทหลัก (Key Players)

  • พนักงาน
  • ผู้ถือหุ้นและนักลงทุน
  • สถาบันทางการเงิน
อิทธิพลสูง - ความสนใจสูง

บริหารจัดการอย่างใกล้ชิด

การร่วมมือกันและการส่งเสริมให้ผู้มีส่วนได้เสียมีบทบาทในกระบวนการบริหารจัดการ

ผู้กำหนดบริบท (Context Setters)

  • ภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
  • ลูกค้า
  • คู่ค้า ผู้ค้า และผู้รับเหมา
อิทธิพลสูง - ความสนใจต่ำ

รักษาระดับความพึงพอใจ

การมีส่วนร่วมผ่านการสื่อสารแบบสองทาง

ผู้มีบทบาทจำกัด (Subjects)

  • ชุมชน
อิทธิพลต่ำ - ความสนใจสูง

ให้ข้อมูลอย่างต่อเนื่อง

การปรึกษาหารือ หรือการรับฟังความคิดเห็น ในรูปแบบการสื่อสารสองทางอย่างจำกัด

ผู้สังเกตการณ์ / ผู้รับรู้ (Crowd)

  • สังคม
อิทธิพลต่ำ - ความสนใจต่ำ

คอยติดตาม

การให้ข้อมูลโดยการสื่อสารทางเดียว

ผลการดำเนินงานตอบสนองต่อผู้มีส่วนได้เสียทั้ง 8 กลุ่ม และได้มีเปิดเผยในรายงานประจำปี 2568 (GRI2-26, 2-29)
ผลการบริหารจัดการผู้มีส่วนได้เสีย
ประเด็นที่อยู่ในความสนใจ/คาดหวัง ช่องทางการมีส่วนร่วมและความถี่ ประโยชน์ที่ผู้มีส่วนได้เสียได้รับ การดำเนินงานเพื่อตอบสนองต่อประเด็นของผู้มีส่วนได้เสียในปี 2568
  • การเคารพสิทธิมนุษยชนและความเป็นธรรมในการทำงาน
  • ความโปร่งใสของนโยบาย HR และการเลื่อนตำแหน่ง
  • กลไกการแสดงความคิดเห็นและข้อร้องเรียนที่คุ้มครองผู้ให้ข้อมูล
  • กระบวนการสรรหาที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
  • การปฐมนิเทศและประสบการณ์พนักงานใหม่ที่ดี
  • สภาพแวดล้อมการทำงานที่มีความสุขและสร้างการมีส่วนร่วม
  • โอกาสพัฒนาทักษะและความก้าวหน้าในอาชีพ
  • สื่อสารรายไตรมาสใน Sustainability Committee
  • สื่อสารพนักงาน Onsite รายไตรมาส
  • การทำ Employee Engagement Survey ทุก 2 ปี
  • การรับฟังผ่านบุคคลภายนอกโดยใช้ช่องทาง Focus group ในการทำ Engagement Survey
  • การจัด Town Hall ทุกต้นปี
  • การใช้ Digital Platform
  • การใช้ Suggestion box
  • การจัดกิจกรรมรับฟังความคิดเห็นในกระบวนการจัดทำประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืนปีละ 1 ครั้ง
  • ได้รับการคุ้มครองด้านสิทธิมนุษยชนอย่างเป็นธรรม สอดคล้องกับมาตรฐานสากล
  • เกิดความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งขององค์กรและการมีส่วนร่วม
  • รับทราบสถานะการสรรหาและมีส่วนร่วมในการแนะนำผู้สมัครที่มีศักยภาพ
  • มีความสุขในการทำงานและสมดุลชีวิตการทำงานที่ดีขึ้น ผ่านกิจกรรมและชมรม
  • ได้รับโอกาสพัฒนาทักษะและความก้าวหน้าในเส้นทางอาชีพ
  • จัดอบรมด้านสิทธิมนุษยชนให้แก่ผู้บริหารและพนักงาน
  • จัดประชุมพนักงานอย่างสม่ำเสมอ เพื่อสื่อสารนโยบาย หลักการ และทิศทางองค์กร
  • พัฒนา Succession Framework เพื่อเสริมสร้างศักยภาพผู้นำในตำแหน่งสำคัญ
  • จัดประชุมรับฟังข้อเสนอแนะจากพนักงานใหม่ เพื่อปรับปรุงประสบการณ์การทำงาน
  • ทบทวนและพัฒนาแผนฝึกอบรมด้านเทคนิคให้สอดคล้องกับความต้องการขององค์กร
  • จัดทำและนำกรอบการพัฒนา Soft Skills และ e-learning มาใช้
  • สนับสนุนกิจกรรมชมรมพนักงานเพื่อส่งเสริมสุขภาวะและความผูกพัน
  • ปรับปรุงกระบวนการสรรหาให้มีประสิทธิภาพและรวดเร็วขึ้น
  • บริหารจัดลำดับความสำคัญของการสัมภาษณ์ในตำแหน่งที่ใช้เวลาสรรหานาน
  • ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยด้านการอบรมพนักงานปี 2568 เท่ากับ 12,454 บาทต่อคน
ผลการบริหารจัดการผู้มีส่วนได้เสีย
ประเด็นที่อยู่ในความสนใจ/ คาดหวัง ช่องทางการมีส่วนร่วมและความถี่ ประโยชน์ที่ผู้มีส่วนได้เสียได้รับ การดำเนินงานเพื่อตอบสนองต่อประเด็นของผู้มีส่วนได้เสียในปี 2568
  • ทิศทางการเติบโตของบริษัท
  • การสร้างผลตอบแทนที่เหมาะสม
  • การดูแลผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน
  • การปฏิบัติต่อกรรมการทุกท่านอย่างเท่าเทียม
  • จัดการประชุมคณะกรรมการบริษัท การประชุมคณะกรรมการชุดย่อย การประชุมผู้ถือหุ้นสามัญประจำปี
  • การประชุม Analyst Meeting ไตรมาสละ 1 ครั้ง (4 ครั้งต่อปี)
  • กิจกรรม Opportunity Day ปีละ 1 ครั้ง
  • การจัด Roadshow หรือ Company Visit ตามการนัดหมายของผู้จัดการกองทุน
  • สื่อสารผ่านโทรศัพท์ อีเมล์ เว็บไซต์และ Line (ทุกวัน)
ได้รับทราบข้อมูลการดำเนินงานและทิศทางการเติบโตของบริษัทอย่างครบถ้วน และมีสิทธิต่าง ๆ อย่างเท่าเทียม สื่อสารข้อมูลที่ถูกต้อง ทันเวลา และเท่าเทียมผ่านช่องทางต่าง ๆ ประกอบด้วย
  • การประชุม Analyst Meeting 4 ครั้ง
  • กิจกรรม Opportunity Day 2 ครั้ง
  • กิจกรรม SET Digital Roadshow 2 ครั้ง
  • การจัด Roadshow และ Company Visit 5 ครั้ง
  • การเปิดเผยข้อมูลสถิติและผลการดำเนินงานเป็นรายเดือนและรายไตรมาส
  • การเปิดเผยข้อมูลและการสื่อสารผ่านโทรศัพท์ อีเมล์ เว็บไซต์ และ Line
ผลการบริหารจัดการผู้มีส่วนได้เสีย
ประเด็นที่อยู่ในความสนใจ/ คาดหวัง ช่องทางการมีส่วนร่วมและความถี่ ประโยชน์ที่ผู้มีส่วนได้เสียได้รับ การดำเนินงานเพื่อตอบสนองต่อประเด็นของผู้มีส่วนได้เสียในปี 2568
  • การปฏิบัติตามสัญญาสัมปทาน สัญญาที่เกี่ยวข้อง และกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด
  • การติดตามและต่ออายุใบอนุญาตของแต่ละโครงการให้ครบถ้วนและถูกต้องตามกฎหมาย
  • ติดต่อสื่อสารผ่านหลายช่องทางตามที่ภาครัฐกำหนด
  • รายงานผลการดำเนินงานตามกรอบเวลาที่กำหนด
  • ชี้แจงแผนงานหรือรายงานตามคำร้องขอ
  • ประสานกิจกรรมร่วมกับภาครัฐเพื่อสร้างความสัมพันธ์
  • การจัดกิจกรรมรับฟังความคิดเห็นในกระบวนการจัดทำประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืนปีละ 1 ครั้ง
  • ลดความเสี่ยงด้านกฎหมายและการบังคับใช้กฎหมาย จากการปฏิบัติตามสัญญาสัมปทานและกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด
  • เสริมสร้างความร่วมมือและความสัมพันธ์อันดีกับหน่วยงานภาครัฐ
  • สนับสนุนการดำเนินธุรกิจที่ไม่ก่อให้เกิดผลกระทบด้านความปลอดภัย สิ่งแวดล้อม สังคม และชุมชน
  • เปิดเผยข้อมูลและจัดทำรายงานตามข้อกำหนดของหน่วยงานกำกับดูแลอย่างครบถ้วน ถูกต้อง และทันเวลา
  • เสริมสร้างความร่วมมือและความสัมพันธ์กับหน่วยงานกำกับดูแลและหน่วยงานภาครัฐอย่างต่อเนื่อง
  • มีส่วนร่วมกับหน่วยงานภาครัฐในการประชุมและกิจกรรมที่เกี่ยวข้องตามที่กฎหมายและข้อกำหนดกำหนด
ผลการบริหารจัดการผู้มีส่วนได้เสีย
ประเด็นที่อยู่ในความสนใจ/ คาดหวัง ช่องทางการมีส่วนร่วมและความถี่ ประโยชน์ที่ผู้มีส่วนได้เสียได้รับ การดำเนินงานเพื่อตอบสนองต่อประเด็นของผู้มีส่วนได้เสียในปี 2568
  • ความมั่นคงของระบบไฟฟ้าและความพร้อมจ่ายของโรงไฟฟ้า
  • การควบคุมผลกระทบจากแรงดันไฟฟ้าตกระหว่างการบำรุงรักษา
  • การสื่อสารทิศทางและนโยบายการพัฒนาระบบไฟฟ้าอย่างชัดเจน
  • ความน่าเชื่อถือและความพร้อมจ่ายของโรงไฟฟ้า
  • แผนบำรุงรักษาและแผนการผลิตที่ถูกต้องและแม่นยำ
  • คุณภาพไฟฟ้าและการบำรุงรักษาอย่างต่อเนื่อง
  • ประสิทธิภาพการผลิตและการสนับสนุนงานบำรุงรักษา
  • การส่งมอบไฟฟ้าตรงตามกำหนด
  • การติดต่อผ่าน ช่องทางการสื่อสารที่เป็นมาตรฐาน
  • กิจกรรม Site visit โรงไฟฟ้าปีละ 1-2 ครั้ง
  • สำรวจความพึงพอใจเป็นประจำทุกปีกิจกรรม
  • ลูกค้าสัมพันธ์เป็นประจำทุกปี
  • การจัดกิจกรรมรับฟังความคิดเห็นในกระบวนการจัดทำประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืนปีละ 1 ครั้ง
  • สามารถหาทางออกของปัญหาร่วมกันได้อย่างราบรื่น ลดข้อขัดแย้ง
  • เข้าใจถึงภาระบทบาทบริษัท ที่ต้องปฏิบัติตามกฏหมาย ข้อบังคับต่างๆ เช่น สัญญาสัมปทาน สินเชื่อ และข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อมสังคม
  • เพิ่มเสถียรภาพให้กับระบบ
  • เพิ่มความมั่นคงให้กับระบบส่งไฟฟ้า
  • ศูนย์ควบคุมวางแผนได้ถูกต้อง เหมาะสม
  • ไฟฟ้ามีคุณภาพ มั่นคงและสอดคล้องกับนโยบาย
  • ลดโอกาสไฟฟ้าดับ และปล่อยคาร์บอนที่ต่ำกว่า nation grid
  • สามารถปฏิบัติงานได้ตามแผนการทำงานบำรุงรักษา
  • เข้าร่วมกิจกรรมที่ทางหน่วยงานลูกค้าเชิญชวน
  • จัดหรือเข้าร่วมกิจกรรมสานสัมพันธ์แลกเปลี่ยน
  • ประสานวางแผนกิจกรรมฝึกอบรม ถ่ายทอดเทคโนโลยี ร่วมกับโรงไฟฟ้า
  • ประสานวางแผน site visit ร่วมกับโรงไฟฟ้าและโครงการที่กำลังก่อสร้าง
  • ติดต่อประสานงานเป็นระยะ และตอบสนองข้อมูลตามความเหมาะสม
  • ประสานงานศูนย์ควบคุม และสำรวจประเมินความพึงพอใจ
  • ดำเนินการจัดกิจกรรมลูกค้าสัมพันธ์ของปี 2568 และรายงานสถานะการใช้ไฟฟ้าประจำเดือน
  • สำรวจความพึงพอใจ
ผลการบริหารจัดการผู้มีส่วนได้เสีย
ประเด็นที่อยู่ในความสนใจ/ คาดหวัง ช่องทางการมีส่วนร่วมและความถี่ ประโยชน์ที่ผู้มีส่วนได้เสียได้รับ การดำเนินงานเพื่อตอบสนองต่อประเด็นของผู้มีส่วนได้เสียในปี 2568
  • กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างที่โปร่งใสและเป็นธรรม
  • การชำระเงินที่ตรงเวลาและเชื่อถือได้
  • การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของคู่ค้า
  • โอกาสในการพัฒนาและเติบโตอย่างยั่งยืนร่วมกันกับบริษัท
  • กระบวนการขึ้นทะเบียนผู้ขาย ปีละ 1 ครั้ง
  • แบบสำรวจความพึงพอใจของผู้ขาย ปีละ 1 ครั้ง
  • การประชุมวิเคราะห์ผลการดำเนินงานปีละ 1 ครั้ง
  • ช่องทางแจ้งเบาะแสและร้องเรียนผ่านเว็บไซต์ของบริษัท เปิดรับ 24 ชั่วโมง
  • การให้ความรู้และเสริมศักยภาพแก่คู่ค้า เช่น การอบรมด้านความยั่งยืน มาตรฐานการจัดซื้อ การปฏิบัติตามกฎหมาย และแนวทางการพัฒนา ESG ร่วมกับบริษัท 1 ครั้ง ก่อนดำเนินการจัดซื้อจัดจ้าง
  • การจัดประชุมผู้มีส่วนได้ส่วนเสียประจำปี เพื่อการประเมินประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืน (Materiality Assessment) ปีละ 1 ครั้ง
  • ความเชื่อมั่น ความโปร่งใส และความเป็นธรรมในการดำเนินธุรกิจ
  • แนวทางการดำเนินงานที่ชัดเจนตามจรรยาบรรณผู้ขาย
  • การพัฒนาศักยภาพผ่านการแลกเปลี่ยนความรู้และเทคโนโลยี
  • โอกาสสร้างมูลค่าเพิ่มตลอดห่วงโซ่อุปทาน
  • การยกระดับมาตรฐานการดำเนินงานตามแนวทาง ESG ความร่วมมือระยะยาวและการเติบโตอย่างยั่งยืน
  • จัดทำแบบสำรวจความพึงพอใจของผู้ขายประจำปี เพื่อรับฟังความคิดเห็นและปรับปรุงกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง
  • จัดอบรมคู่ค้าเกี่ยวกับจรรยาบรรณทางธุรกิจ การปฏิบัติตามกฎหมาย และแนวทาง ESG และด้านสิทธิมนุษยชน ประจำปี
  • พัฒนาระบบติดตามสถานะสินค้าและการชำระเงิน เพื่อเพิ่มความชัดเจน ลดความคลาดเคลื่อน และส่งมอบตรงเวลา
  • ส่งเสริมการพัฒนาและยกระดับศักยภาพคู่ค้า ผ่านโครงการพัฒนาและการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ จัดให้มีช่องทางสื่อสารและร้องเรียนสำหรับคู่ค้า ผ่านเว็บไซต์และอีเมลของบริษัทอย่างปลอดภัย
ผลการบริหารจัดการผู้มีส่วนได้เสีย
ประเด็นที่อยู่ในความสนใจ/ คาดหวัง ช่องทางการมีส่วนร่วมและความถี่ ประโยชน์ที่ผู้มีส่วนได้เสียได้รับ การดำเนินงานเพื่อตอบสนองต่อประเด็นของผู้มีส่วนได้เสียในปี 2568

ชุมชนรอบโรงไฟฟ้าในประเทศไทย

  • การพัฒนาคุณภาพชีวิตชุมชนผ่านโครงการพลังงานหมุนเวียนและการพัฒนาอาชีพ
  • การสนับสนุนกิจกรรมชุมชนด้านวัฒนธรรม การศึกษา และสุขอนามัย
  • การเปิดเผยข้อมูลผลการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมและชุมชนอย่างโปร่งใส

ชุมชนรอบโรงไฟฟ้าในสปป.ลาว

  • การสื่อสารข้อมูลการดำเนินงานและระดับน้ำที่อาจส่งผลกระทบอย่างทันท่วงที
  • การแจ้งข้อมูลการเข้าถึงพื้นที่โรงไฟฟ้าอย่างชัดเจน
  • การดำเนินโครงการพัฒนาชุมชนและการสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐาน
  • การติดตามการดำเนินงานโดยไม่เกิดผลกระทบต่อชุมชนอย่างมีนัยสำคัญ
  • ประชุมคณะกรรมการตรวจสอบด้านสิ่งแวดล้อมและมวลชนสัมพันธ์ และสานเสวนาปีละ 1-2 ครั้ง ร่วมกับ คณะกรรมการผู้แทนชุมชน
  • ติดตามข้อร้องเรียนรายไตรมาส หรือปีละ 4 ครั้ง
  • สำรวจความต้องการชุมชนและเยี่ยมชุมชนอย่างน้อยปีละ 1 ครั้งต่อโรงไฟฟ้า)
  • กิจกรรมเพื่อสังคมต่าง ๆ (CSR) (2 ครั้ง)
  • การเข้าร่วมเครือข่ายภาครัฐ (2 ครั้ง)
  • ช่องทางการแจ้งเบาะแสและข้อร้องเรียนในเว็บไซต์บริษัท
  • การจัดกิจกรรมรับฟังความคิดเห็นในกระบวนการจัดทำประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืนปีละ 1 ครั้ง
  • จัดทำโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตชุมชน ตามกรอบการดำเนินงานสร้างคุณค่าสู่สังคม ตามเป้าหมาย ของโรงไฟฟ้าที่ตั้งไว้ในแต่ละปี โดยสอดคล้อองกับความต้องการของชุมชน
  • ข้อร้องเรียนของชุมชนได้รับการแก้ไขอย่างเป็นระบบและทันท่วงที
  • ข้อร้องเรียนลดลง และความเข้าใจการดำเนินงานของโรงไฟฟ้าเพิ่มขึ้น ส่งเสริมความสัมพันธ์ที่ดี
  • ชุมชนมีส่วนร่วมพัฒนาโครงการด้านความยั่งยืนตามความต้องการของพื้นที่
  • ชุมชนมีความเข้าใจการดำเนินงานของโรงไฟฟ้าที่คำนึงถึงความยั่งยืน ชุมชนได้รับความเชื่อมั่นจากการที่องค์กรได้รับการยอมรับด้านความยั่งยืนในระดับประเทศและภูมิภาค
  • เพิ่มการเข้าถึงพลังงานหมุนเวียน: ติดตั้งระบบพลังงานหมุนเวียนรวม 62,770 วัตต์ ส่งเสริมความรู้เด็กและเยาวชน 4,264 คน และพัฒนาแหล่งเรียนรู้ด้านพลังงานหมุนเวียน
  • ฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมและพื้นที่สีเขียว: เพิ่มพื้นที่สีเขียว 5.1 ไร่ พร้อมส่งเสริมความรู้ด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติแก่เด็กและเยาวชน 5,563 คน
  • พัฒนาเศรษฐกิจชุมชนด้วยนวัตกรรม: พัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชน 3 ผลิตภัณฑ์ สร้างรายได้ให้ชุมชน 1,974,217 บาท
  • สนับสนุนคุณภาพชีวิตชุมชน: สนับสนุนกิจกรรมด้านประเพณีวัฒนธรรม สาธารณสุข เศรษฐกิจชุมชน และการเข้าถึงสาธารณูปโภคพื้นฐาน
  • การมีส่วนร่วมกับชุมชน: ลงพื้นที่สื่อสารและสร้างความเข้าใจการดำเนินงานของโรงไฟฟ้าตามระดับความเสี่ยงของพื้นที่
  • การจัดการข้อร้องเรียน: ติดตามและแก้ไขข้อร้องเรียนของชุมชนอย่างเป็นระบบ รายไตรมาส (4 ครั้งต่อปี)
  • หากต้องการ ย่ออีกระดับเป็น
ผลการบริหารจัดการผู้มีส่วนได้เสีย
ประเด็นที่อยู่ในความสนใจ/ คาดหวัง ช่องทางการมีส่วนร่วมและความถี่ ประโยชน์ที่ผู้มีส่วนได้เสียได้รับ การดำเนินงานเพื่อตอบสนองต่อประเด็นของผู้มีส่วนได้เสียในปี 2568

สื่อ

  • ความชัดเจนของนโยบาย ทิศทางการดำเนินธุรกิจ กลยุทธ์ด้านความยั่งยืน และการขยายโอกาสธุรกิจด้านพลังงานหมุนเวียน
  • ความโปร่งใสในการสื่อสารข้อมูล และการเข้าถึงข้อมูลที่ถูกต้องและเชื่อถือได้

สถาบันการศึกษา

  • ความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาในการพัฒนาทักษะเชิงปฏิบัติ สนับสนุนงานวิจัย และต่อยอดองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีพลังงานหมุนเวียน
  • การดำเนินโครงการและกิจกรรมเพื่อสร้างคุณค่าทางสังคมร่วมกับหน่วยงานท้องถิ่น

หน่วยงานท้องถิ่น

  • การประสานความร่วมมือกับหน่วยงานท้องถิ่น เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลและขับเคลื่อนโครงการ

เครือข่ายพันธมิตรองค์กร

  • การประสานความร่วมมือกับเครือข่ายพันธมิตรองค์กร เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลและขับเคลื่อนโครงการอย่างต่อเนื่อง

สื่อ

  • เผยแพร่ข่าวและบทความผ่านสื่อเศรษฐกิจ พลังงาน และความยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง (เดือนละ 1–2 ข่าว)
  • จัดกิจกรรมพบสื่อและเยี่ยมชมโรงไฟฟ้าเพื่อเสริมความเข้าใจและความสัมพันธ์ (ปีละ 1 ครั้ง)

สถาบันการศึกษา

  • จัดประชุมติดตามผลและกิจกรรมบรรยายทางวิชาการอย่างต่อเนื่อง (ปีละ 4 ครั้ง)
  • ร่วมมือจัดโครงการฝึกงานและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ (ปีละ 1–2 รอบ)

หน่วยงานท้องถิ่น

  • ประสานงานและเข้าร่วมกิจกรรมเพื่อสังคมตามแผนงานบริษัท (เฉลี่ยปีละ 3 ครั้ง)

เครือข่ายพันธมิตรองค์กร

  • ร่วมแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารและต่ออายุความร่วมมือกับพันธมิตรอย่างต่อเนื่อง อย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง

สื่อ

  • ได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง โปร่งใส และทันต่อสถานการณ์ เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการดำเนินงานด้านพลังงานหมุนเวียนและความยั่งยืนของบริษัท

สถาบันการศึกษา

  • ได้รับโอกาสในการพัฒนาทักษะเชิงปฏิบัติและองค์ความรู้ ผ่านความร่วมมือด้านการศึกษาและการฝึกประสบการณ์จริง

หน่วยงานท้องถิ่น

  • มีความร่วมมือที่ดีและความไว้วางใจร่วมกัน ส่งผลให้การดำเนินโครงการด้านความยั่งยืนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและลดข้อร้องเรียน

เครือข่ายพันธมิตรองค์กร

  • ได้รับโอกาสในการร่วมขับเคลื่อนเป้าหมายด้านพลังงานสะอาดและความยั่งยืน ผ่านความร่วมมือกับเครือข่ายพันธมิตร

สื่อ

  • สื่อสารเชิงรุกผ่านข่าวประชาสัมพันธ์และบทความด้านพลังงานหมุนเวียนและความยั่งยืน
  • จัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนข้อมูลและเยี่ยมชมโรงไฟฟ้า/โครงการ เพื่อสร้างความเข้าใจและความสัมพันธ์กับสื่อ (ปีละ 1 ครั้ง)
  • ติดตามและรายงานประเด็นที่เกี่ยวข้องกับ CKPower Group ต่อผู้บริหารอย่างสม่ำเสมอ

สถาบันการศึกษา

  • ประชาสัมพันธ์และดำเนินโครงการนักศึกษาฝึกงาน เปิดโอกาสให้นักศึกษาเข้าฝึกประสบการณ์จริง (ปีละ 1–2 รอบ)

หน่วยงานท้องถิ่น

  • ประสานงานชุมชน และเชิญเข้าร่วมโครงการด้านพลังงานหมุนเวียน สิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และโครงการประกวดวาดภาพ

เครือข่ายพันธมิตรองค์กร

  • รักษาและเสริมสร้างความร่วมมือกับพันธมิตรองค์กร ผ่านการเข้าร่วมกิจกรรมและการต่ออายุสมาชิกอย่างต่อเนื่อง
ผลการบริหารจัดการผู้มีส่วนได้เสีย
ประเด็นที่อยู่ในความสนใจ/ คาดหวัง ช่องทางการมีส่วนร่วมและความถี่ ประโยชน์ที่ผู้มีส่วนได้เสียได้รับ การดำเนินงานเพื่อตอบสนองต่อประเด็นของผู้มีส่วนได้เสียในปี 2568

สถาบันการเงิน

  • ไม่เกิดการละเมิดข้อกำหนดตามสัญญา
  • ความสามารถในการชำระหนี้

ผู้ถือหุ้นกู้

  • ไม่เกิดการละเมิดข้อกำหนดตามสัญญา
  • ความสามารถในการชำระหนี้

สถาบันการเงิน

  • ติดต่อโดยตรงผ่านการนำส่งข้อมูลตามข้อกำหนด เป็นรายเดือน รายไตรมาส และตามที่ร้องขอ

ผู้ถือหุ้นกู้

  • ติดต่อผ่านผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้และการนำส่งข้อมูลตามข้อกำหนดสิทธิของผู้ถือหุ้นกู้ เป็นรายไตรมาส
  • การเปิดเผยข้อมูลสถิติและผลการดำเนินงานเป็นรายเดือนและรายไตรมาส

สถาบันการเงิน

  • บริษัทปฎิบัติสอดคล้องกับข้อกำหนด ไม่ละเมิด หรือ ถูกฟ้องร้อง

ผู้ถือหุ้นกู้

  • บริษัทปฎิบัติสอดคล้องกับข้อกำหนด ไม่ละเมิด หรือ ถูกฟ้องร้อง

สถาบันการเงิน

  • บริษัทปฎิบัติตามข้อกำหนด และส่งรายงานครบถ้วน เป็นรายเดือน รายไตรมาส และตามที่ร้องขอ

ผู้ถือหุ้นกู้

  • บริษัทปฎิบัติตามข้อกำหนด ส่งรายงานครบถ้วน เป็นรายไตรมาส - การเปิดเผยข้อมูลสถิติและผลการดำเนินงานเป็นรายเดือนและรายไตรมาสครบถ้วน
ห่วงโซ่คุณค่าของบริษัท (GRI 2-6)

บริษัท ให้ความสำคัญกับ การสร้างคุณค่าร่วม (Shared Value) ในกระบวนการผลิตและจำหน่ายไฟฟ้า เพื่อให้สามารถตอบสนองความคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสียตลอดห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ภายใต้หลักการ กำกับดูแลกิจการที่ดี (Good Corporate Governance: GCG) บริษัทมุ่งเน้นการ บริหารจัดการคู่ค้าอย่างมีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ควบคู่ไปกับ การพัฒนาความสัมพันธ์และเสริมสร้างคุณค่าร่วมให้กับทุกภาคส่วน เพื่อลดความเสี่ยงในการดำเนินธุรกิจ และลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นให้น้อยที่สุด

ในห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain) ของบริษัท ประกอบด้วย กิจกรรมหลัก และกิจกรรมสนับสนุน ดังนี้

กิจกรรมหลัก คือ กิจกรรมที่มีส่วนโดยตรงในการผลิตและส่งมอบแก่ลูกค้า ประกอบด้วย

1) การจัดการและขนส่งวัตถุดิบ : กระบวนการจัดหาทรัพยากร ทั้งพลังน้ำ พลังแสงอาทิตย์ ก๊าซธรรมชาติ และการขนส่งที่ใช้ในการผลิตไฟฟ้า เพื่อให้มีทรัพยากรเพียงพอและต่อเนื่องสำหรับการผลิตไฟฟ้า โดยคำนึงถึงต้นทุน คุณภาพ และความปลอดภัยในการขนส่ง การจัดเก็บ และการบริหารจัดการ

  • แหล่งพลังงานแหล่งพลังงานหลักที่ใช้ในการผลิตไฟฟ้าของ CKPower ได้แก่ พลังน้ำ พลังแสงอาทิตย์ และก๊าซธรรมชาติ โดยเฉพาะใน โรงไฟฟ้าบางปะอิน โคเจนเนอเรชั่น ซึ่งใช้ก๊าซธรรมชาติและน้ำประปาเป็นวัตถุดิบและพลังงานหลักที่ต้องได้รับจากคู่ค้า
  • การจัดการและขนส่งก๊าซธรรมชาติและน้ำประปาดำเนินการผ่านระบบท่อส่งพลังงาน ซึ่งได้รับการควบคุมอย่างเข้มงวด
  • บริษัทและคู่ค้าดำเนินการด้วย ระบบตรวจสอบการรับ-จ่ายพลังงาน ตามสัญญาซื้อขาย และปฏิบัติตามมาตรฐานความปลอดภัยที่เคร่งครัด เพื่อให้มั่นใจว่าการขนส่งพลังงานเป็นไปอย่างมีเสถียรภาพและมีประสิทธิภาพ

2) การผลิตไฟฟ้าและไอน้ำ : กระบวนการผลิตพลังงานไฟฟ้าและไอน้ำจากโรงไฟฟ้าประเภทต่างๆ ซึ่งเป็นกิจกรรมหลักของธุรกิจ ครอบคลุมการดำเนินงานโรงไฟฟ้า การบำรุงรักษาระบบ การควบคุมคุณภาพการผลิต และการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต รวมถึงการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัย ปัจจุบันบริษัทลงทุนในบริษัทที่ประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าในโรงไฟฟ้า 3 ประเภท ได้แก่

  • โรงไฟฟ้าพลังน้ำ (Hydropower)
  • โรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วม (Cogeneration)
  • โรงไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์ (Solar Power)

โดยมีพื้นที่ปฏิบัติงาน ทั้งในประเทศไทยและ สปป.ลาว ซึ่งครอบคลุมทั้งแหล่งพลังงานหมุนเวียนและพลังงานจากเชื้อเพลิงที่สามารถบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ

3) การจ่ายกระแสไฟฟ้าและไอน้ำ : กระบวนการส่งและจ่ายกระแสไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าไปยังระบบสายส่งของการไฟฟ้า รวมถึงการบริหารจัดการระบบสายส่ง การควบคุมความเสถียรของระบบไฟฟ้า และการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้การส่งจ่ายไฟฟ้ามีความต่อเนื่องและเชื่อถือได้

  • บริษัท ผลิตไฟฟ้าและไอน้ำเพื่ออุตสาหกรรม โดยคำนึงถึงเสถียรภาพของระบบส่งและการจัดจำหน่ายพลังงาน เพื่อให้การจัดส่งพลังงานมีความต่อเนื่องและรองรับความต้องการของลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • ไฟฟ้า ถูกส่งผ่าน สายส่งไฟฟ้า (Transmission Line) และผ่าน สถานีไฟฟ้าย่อย (Substation) ซึ่งทำหน้าที่ปรับแรงดันกระแสไฟฟ้าให้เหมาะสมก่อนการจ่ายพลังงานให้กับลูกค้า เพื่อให้มั่นใจว่าระบบไฟฟ้ามีความเสถียรและปลอดภัย
  • ไอน้ำเพื่ออุตสาหกรรม ซึ่งผลิตโดยโรงไฟฟ้าบางปะอิน โคเจนเนอเรชั่น ถูกส่งผ่านระบบท่อขนส่งไอน้ำ ไปยังลูกค้าภายในนิคมอุตสาหกรรม โดยปรับแรงดันและอุณหภูมิตามความต้องการของแต่ละอุตสาหกรรม

4) การส่งมอบ/จำหน่ายกระแสไฟฟ้าและไอน้ำ : กระบวนการส่งมอบไฟฟ้าให้กับลูกค้าหรือการไฟฟ้าตามสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) รวมถึงการบริหารจัดการสัญญา การวัดและบันทึกปริมาณไฟฟ้า การออกใบแจ้งหนี้ และการให้บริการลูกค้าเพื่อสร้างความพึงพอใจและรักษาความสัมพันธ์ทางธุรกิจในระยะยาว

  • บริษัท ส่งมอบ/จำหน่ายไฟฟ้าผ่าน สัญญาซื้อขายไฟฟ้าระยะยาว (Power Purchase Agreement: PPA) ให้กับ ภาคอุตสาหกรรมและหน่วยงานภาครัฐ ได้แก่:
  • การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)
  • การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.)
  • รัฐวิสาหกิจไฟฟ้าลาว (EDL)

5) การติดตามและตรวจสอบ เสถียรภาพของไฟฟ้าหลังการส่งมอบ : กระบวนการติดตามผลการดำเนินงาน ตรวจสอบคุณภาพการส่งมอบไฟฟ้า วิเคราะห์ข้อมูลการผลิตและการใช้งาน เพื่อหาโอกาสในการปรับปรุงประสิทธิภาพ แก้ไขปัญหา และพัฒนาการให้บริการอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการรับฟังข้อเสนอแนะจากลูกค้าเพื่อนำมาพัฒนาธุรกิจติดตามและตรวจสอบ เสถียรภาพ ของไฟฟ้าหลังการส่งมอบ

กิจกรรมสนับสนุน (Support Activities) คือ กิจกรรมที่ไม่ได้สร้างมูลค่าโดยตรงให้กับลูกค้า แต่มีบทบาทในการ สนับสนุนและเพิ่มประสิทธิภาพในกิจกรรมหลัก เพื่อให้กระบวนการผลิตและจัดจำหน่ายพลังงานมีประสิทธิภาพสูงสุด บริษัทใช้ระบบบริหารจัดการแบบศูนย์กลาง (Shared Service Center: SSC) ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและควบคุมคุณภาพในทุกหน่วยงานภายใต้กลุ่มบริษัท โดยครอบคลุมด้านต่างๆ ได้แก่

  • ระบบการจัดซื้อจัดจ้าง (Procurement System)
  • ระบบตรวจสอบภายใน (Internal Audit)
  • ระบบบริหารบัญชีและการเงิน (Financial & Accounting Management)
  • การบริหารทรัพยากรบุคคล (Human Resources Management)
  • การจัดการฝึกอบรมและพัฒนา (Training & Development)
  • การบริหารลูกค้าสัมพันธ์ (Customer Service Management)

กิจกรรมสนับสนุนนี้ช่วยให้บริษัทสามารถ รองรับการขยายตัวทางธุรกิจและการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมพลังงาน ได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งลดต้นทุนการดำเนินงาน และเสริมสร้างศักยภาพการแข่งขันในระยะยาวโดยมีกิจกรรมสนับสนุน 3 กิจกรรม ดังนี้

1) การบริหารแบบครอบคลุมปฏิบัติการและโครงสร้างพื้นฐานอื่นๆ : กิจกรรมที่สนับสนุนการดำเนินงานทั้งองค์กร เช่น การบริหารจัดการทั่วไป การวางแผนกลยุทธ์ การบริหารความเสี่ยง การกำกับดูแลกิจการ และการบริหารโครงสร้างพื้นฐานขององค์กร เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและโปร่งใส

2) การจัดซื้อจัดจ้าง การบริหารปัจจัยการผลิตและคัดเลือกวัสดุอุปกรณ์ : กระบวนการจัดหาวัสดุ อุปกรณ์ และบริการที่จำเป็นต่อการดำเนินงาน รวมถึงการคัดเลือกซัพพลายเออร์ที่มีคุณภาพ การเจรจาต่อรอง การบริหารสัญญา และการประเมินผลการทำงานของซัพพลายเออร์ เพื่อให้ได้วัสดุอุปกรณ์ที่มีคุณภาพดีและต้นทุนที่เหมาะสม กระบวนการจัดหาวัสดุ อุปกรณ์ และบริการที่จำเป็นต่อการดำเนินงาน รวมถึงการคัดเลือกซัพพลายเออร์ที่มีคุณภาพ การเจรจาต่อรอง การบริหารสัญญา และการประเมินผลการทำงานของซัพพลายเออร์ เพื่อให้ได้วัสดุอุปกรณ์ที่มีคุณภาพดีและต้นทุนที่เหมาะสม

3) การบริหารการเงิน การวางแผนการลงทุน และการจัดการด้านความเสี่ยงทางการเงิน : กิจกรรมด้านการเงินที่ครอบคลุมการบริหารเงินทุนหมุนเวียน การวางแผนและจัดหาแหล่งเงินทุนสำหรับการลงทุนในโครงการใหม่ การบริหารความเสี่ยงทางการเงิน เช่น ความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน อัตราดอกเบี้ย และราคาเชื้อเพลิง เพื่อให้องค์กรมีสภาพคล่องทางการเงินที่ดีและเติบโตได้อย่างยั่งยืน

กิจกรรม ห่วงโซ่คุณค่า และความสัมพันธ์ทางธุรกิจ รวมถึง การระบุความสอดคล้องของผุ้มีส่วนได้เสียตามห่วงโซ่คุณค่า (GRI 2-6, 2-29)
กิจกรรมหลัก
01 02 03 04 05
กิจกรรม การจัดการ และขนส่งวัตถุดิบ การปฏิบัติการผลิตไฟฟ้า และไอน้ำ การจ่ายกระแสไฟฟ้าและไอน้ำ การส่งมอบ/จำหน่ายกระแสไฟฟ้า การติดตามและตรวจสอบเสถียรภาพของไฟฟ้าภายหลังการส่งมอบ
ผู้มีส่วนได้เสียหลัก
  • คู่ค้า ผู้ค้าและผู้รับเหมา
  • พนักงาน
  • ลูกค้า
  • ชุมชน
  • สถาบันการเงิน (ทางอ้อม)
  • ผู้ถือหุ้นและนักลงทุน (ทางอ้อม)
  • คู่ค้า ผู้ค้าและผู้รับเหมา
  • พนักงาน
  • ลูกค้า
  • ชุมชน
  • ภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
  • สถาบันการเงิน (ทางอ้อม)
  • ผู้ถือหุ้นและนักลงทุน (ทางอ้อม)
  • สังคม (สื่อ, หน่วยงานวิจัย)
  • ลูกค้า
  • คู่ค้า ผู้ค้าและผู้รับเหมา
  • พนักงาน
  • ชุมชน
  • ภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
  • คู่ค้า ผู้ค้าและผู้รับเหมา
  • พนักงาน
  • ลูกค้า
  • ชุมชน
  • หน่วยภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
  • สถาบันการเงิน (ทางอ้อม)
  • ผู้ถือหุ้นและนักลงทุน (ทางอ้อม)
  • สังคม (สื่อ, หน่วยงานวิจัย)
  • ลูกค้า
  • คู่ค้า ผู้ค้าและผู้รับเหมา
  • พนักงาน
  • ภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
กิจกรรมสนับสนุน
01 02 03
กิจกรรม การบริหารแบบรวมศูนย์ปฏิบัติการและโครงสร้างพื้นฐานอื่นๆ การจัดซื้อจัดจ้าง การบริหารปัจจัยการผลิต และคัดเลือกวัสดุอุปกรณ์ การบริหารการเงิน การวางแผนการลงทุน และการจัดการด้านความเสี่ยงทางการเงิน
ผู้มีส่วนได้เสีย
  • พนักงาน
  • ภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
  • ชุมชน
  • สังคม
  • คู่ค้า ผู้ค้าและผู้รับเหมา
  • พนักงาน
  • สถาบันการเงิน (ทางอ้อม)
  • ภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
  • สถาบันการเงิน
  • ผู้ถือหุ้นและนักลงทุน

รายงานความยั่งยืน ปี 2568