การจัดการนวัตกรรม
ผลกระทบต่อธุรกิจ (GRI3-3)

ความท้าทายและโอกาส (GRI3-3)
ความต้องการพลังงานหมุนเวียนมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานและมาตรการสนับสนุนสิ่งแวดล้อมและพลังงานสะอาดในระดับสากล อย่างไรก็ตาม อุตสาหกรรมการผลิตไฟฟ้าต้องเผชิญกับการแข่งขันที่รุนแรง ความผันผวนของต้นทุน ข้อจำกัดด้านทรัพยากรและเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้การพัฒนานวัตกรรมและการปรับปรุงเทคโนโลยีกลายเป็นปัจจัยสำคัญ เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันและรองรับความต้องการในอนาคต
บริษัทจึงให้ความสำคัญกับการวางแผนเชิงกลยุทธ์ในการพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยี เพื่อยกระดับศักยภาพทั้งในด้านการดำเนินงานและการให้บริการ ตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้า ปรับปรุงกระบวนการทำงานให้มีความคุ้มค่า ลดการสูญเสียทรัพยากร เพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และบริหารจัดการผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนอย่างยั่งยืน
แนวทางดังกล่าวช่วยสร้างความได้เปรียบเชิงแข่งขัน รองรับการเติบโตของธุรกิจใหม่ และเพิ่มความสามารถในการปรับตัวได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิผล
ความมุ่งมั่น (GRI3-3)
บริษัทมุ่งมั่นพัฒนานวัตกรรมเพื่อขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านจากพลังงานดั้งเดิมสู่พลังงานหมุนเวียน โดยเชื่อมั่นว่าไฟฟ้าพลังน้ำเป็นพลังงานสะอาดที่มีศักยภาพในการสร้างผลกระทบเชิงบวกอย่างยั่งยืน และมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่สังคมคาร์บอนต่ำของประเทศและภูมิภาค
พร้อมกันนี้ มุ่งยกระดับกระบวนการผลิตในระยะยาวผ่านการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมที่เหมาะสม ควบคู่กับการพัฒนาองค์ความรู้และศักยภาพของบุคลากร โดยให้ความสำคัญกับการสร้าง “นวัตกร” และการส่งเสริมวัฒนธรรมนวัตกรรมภายในองค์กร เพื่อให้บุคลากรมีส่วนร่วมในการคิดค้น พัฒนา และต่อยอดนวัตกรรมด้านการผลิตไฟฟ้าและการปรับปรุงกระบวนการทำงานในทุกธุรกิจพลังงานของกลุ่ม อันจะช่วยยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงาน ลดการใช้ทรัพยากรและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชน เสริมสร้างความมั่นคงด้านการผลิตไฟฟ้า เพิ่มขีดความสามารถในการปรับตัว และสร้างคุณค่าและผลกระทบที่ยั่งยืนแก่ผู้มีส่วนได้เสียในระยะยาว
แนวทางการบริหารจัดการ (GRI3-3)
นโยบายด้านการพัฒนานวัตกรรม
บริษัทได้กำหนดให้การจัดการนวัตกรรมเป็นส่วนหนึ่งของจรรยาบรรณในการดำเนินธุรกิจ เพื่อเสริมสร้างศักยภาพของพนักงานและการพัฒนาองค์ความรู้ด้านวิศวกรรมและการบริหารจัดการทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ บริษัทมุ่งเน้นการเลือกใช้เทคโนโลยีชั้นสูงและระบบการบริหารจัดการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในทุกโครงการโรงไฟฟ้า พร้อมทั้งสนับสนุนให้มีการระดมความคิดของพนักงานเพื่อต่อยอดนวัตกรรมในทุกมิติของการดำเนินธุรกิจ
กลยุทธ์ที่ 1
การจัดการฐานข้อมูล
เพื่อทำให้เกิดการพัฒนาองค์ความรู้ การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ภายในองค์กร และเกิดการต่อยอดไปสู่การพัฒนานวัตกรรมใหม่ภายในองค์กรกลยุทธ์ที่ 2
เพิ่มศักยภาพผ่านการร่วมมือกับหน่วยงานหรือองค์กรภายนอก
ในการศึกษาวิจัยนวัตกรรมใหม่ที่ส่งผลต่อการพัฒนาองค์ความรู้ด้านวิศวกรรม และการบริหารจัดการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และการปฏิบัติงานของบุคลากรกลยุทธ์ที่ 3
การถ่ายทอดองค์ความรู้
และนวัตกรรมให้แก่ผู้มีส่วนได้เสียในทุกภาคส่วนกลยุทธ์สร้างสรรค์นวัตกรรม
- การจัดการฐานข้อมูล เพื่อทำให้เกิดการพัฒนาองค์ความรู้ การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ภายในองค์กร และเกิดการต่อยอดไปสู่การพัฒนานวัตกรรมใหม่ภายในองค์กร
- เพิ่มศักยภาพผ่านการร่วมมือกับหน่วยงานหรือองค์กรภายนอก ในการศึกษาวิจัยนวัตกรรมใหม่ที่ส่งผลต่อการพัฒนาองค์ความรู้ด้านวิศวกรรม และการบริหารจัดการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และการปฏิบัติงานของบุคลากร
- การถ่ายทอดองค์ความรู้ และนวัตกรรมให้แก่ผู้มีส่วนได้เสียในทุกภาคส่วน
กรอบการสร้างสรรค์นวัตกรรม
บริษัทกำหนดกรอบการสร้างสรรค์นวัตกรรมเพื่อส่งเสริมให้พนักงานมีส่วนร่วมในการนำความรู้และเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ โดยเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพ ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และตอบสนองต่อความต้องการของสังคม<graphics>
New Innovation
ส่งเสริมการคิดค้นและริเริ่มนวัตกรรมใหม่ที่สามารถตอบสนองต่อความต้องการขององค์กรและผู้มีส่วนได้เสีย เพื่อเพิ่มศักยภาพและความสามารถในการแข่งขันในระยะยาวNew Invention
สนับสนุนการพัฒนาและสร้างประดิษฐกรรมหรือสิ่งประดิษฐ์ใหม่ๆ ที่ช่วยส่งเสริมความเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมในอุตหกรรมพลังงานImprovement
เน้นการปรับปรุงและต่อยอดนวัตกรรมหรือสิ่งประดิษฐ์ที่มีอยู่เดิม เพื่อให้เหมาะสมและสอดคล้องกับกระบวนการดำเนินงานของบริษัท เพิ่มประสิทธิภาพ และลดต้นทุนการดำเนินงานPartnership
สนับสนุนการสร้างความร่วมมือกับหน่วยงานภายนอก เพื่อคิดค้น วิจัย และพัฒนานวัตกรรม รวมถึงประดิษฐกรรมหรือสิ่งประดิษฐ์ใหม่ๆ ที่มีศักยภาพSupport to ESG
มุ่งเน้นการพัฒนานวัตกรรมที่สอดคล้องกับหลักการด้าน ESG (สิ่งแวดล้อม สังคม และ เศรษฐกิจและบรรษัทภิบาล) โดยนวัตกรรมต้องช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดการใช้ทรัพยากร รักษาสิ่งแวดล้อม และส่งเสริมคุณภาพชีวิตของชุมชน ตลอดจนสร้างประโยชน์ต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและสังคมโดยรวมแนวทางพัฒนาองค์ความรู้ด้านนวัตกรรมโดยมีองค์ประกอบ
เพื่อสนับสนุนการพัฒนาความรู้ด้านนวัตกรรม บริษัทได้กำหนดแนวทางการดำเนินงานที่ครอบคลุมและสอดคล้องเป้าหมายด้านความยั่งยืนขององค์กร ดังนี้:
นอกจากนี้ เพื่อรองรับการดำเนินงานในยุคของการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบดิจิทัล บริษัทได้นำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้ในกระบวนการทำงานภายใต้ “กรอบด้านดำเนินงานภายในอุตสาหกรรม” (Industry Framework) ซึ่งเป็นกระบวนการมาตรฐานในการดำเนินธุรกิจ (Industry Standard Model for Business Processes) ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ความโปร่งใส และความยั่งยืนในทุกขั้นตอนการดำเนินงาน
การเผยแพร่นวัตกรรม
บริษัทมุ่งมั่นที่จะเผยแพร่องค์ความรู้ด้านนวัตกรรมให้กับผู้มีส่วนได้เสียผ่านกิจกรรมต่าง ๆ เช่น:
- การจัดกิจกรรมเยี่ยมชมโรงไฟฟ้า เช่น โรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรี โรงไฟฟ้าบางปะอิน โคเจนเนอเรชั่น และโรงไฟฟ้าพลังน้ำ น้ำงึม 2
- การสัมมนาและบรรยายเกี่ยวกับพลังงานสะอาดและการประหยัดพลังงาน
- การเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับพลังงานหมุนเวียน เพื่อสร้างความตระหนักและความเข้าใจในมิติพลังงานสะอาด
การติดตามประสิทธิผลของการดำเนินการ
จากความมุ่งมั่นในการจัดการและพัฒนานวัตกรรมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการผลิตและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง บริษัทมีนวัตกรรมสะสมที่ใช้งานอยู่ทั้งสิ้น 25 นวัตกรรม และมีโครงการใหม่ที่อยู่ระหว่างการพัฒนาอีก 2 โครงการ นอกจากนี้บริษัทมีนวัตกรที่เป็นพนักงานภายในองค์กรรวม 60 คน ซึ่งเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนนวัตกรรมให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นประโยชน์
ทุกโรงไฟฟ้าได้กำหนดเป้าหมายในการสร้างนวัตกรรมและนวัตกร โดยสนับสนุนให้พนักงานทุกส่วนงาน ศึกษา พัฒนา และต่อยอดนวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะโรงไฟฟ้าบางปะอิน โคเจเนอเรชั่น ได้จัด Innovation Session รายสัปดาห์ เพื่อให้พนักงานนำเสนอความรู้และนวัตกรรมที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานของตน พร้อมเปิดโอกาสให้เกิดการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและเรียนรู้ร่วมกัน กระบวนการนี้ช่วยเพิ่มศักยภาพในการพัฒนาระบบและปรับปรุงกระบวนการทำงาน และสนับสนุนการนำนวัตกรรมไปประยุกต์ใช้ในโรงไฟฟ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ
การพัฒนาหลักสูตรด้านนวัตกรรมของบริษัท
ปี 2568 บริษัทได้จัดทำหลักสูตร SD 03: นวัตกรรมเพื่อความยั่งยืนของ CKP และ SD 04: นวัตกรรมเพื่อสังคม เพื่อพัฒนาศักยภาพและต่อยอดองค์ความรู้ให้แก่พนักงาน โดยมุ่งเสริมสร้างความเข้าใจแก่คณะทำงานด้านความยั่งยืนของแต่ละโรงไฟฟ้า หลักสูตรดังกล่าวมุ่งเน้นการสร้างนวัตกรรมที่ก่อให้เกิดคุณค่าแก่องค์กร ผู้มีส่วนได้เสีย และสังคมโดยรวม พร้อมสนับสนุนการบรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืนของบริษัทในระยะยาว โดยมีวัตถุประสงค์และผลลัพธ์แต่ละหลักสูตร
วัตถุประสงค์ของหลักสูตร SD 03 : นวัตกรรมเพื่อความยั่งยืนของ C-K-P
- เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจในนโยบายและแนวทางการจัดการนวัตกรรมของ CKPower เพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรมสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการดำเนินงานได้อย่างเป็นระบบ
- เพื่อพัฒนาทักษะการวิเคราะห์ห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain Analysis) ในการระบุปัญหา โอกาส และประเด็นที่สามารถต่อยอดสู่การริเริ่มนวัตกรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- เพื่อเรียนรู้จากตัวอย่างโครงการนวัตกรรมของ CKPower และนำบทเรียนที่ได้รับไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาโครงการนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน C-K-P ในหน่วยงานของตน
- เพื่อส่งเสริมแนวคิดและกระบวนการคิดค้นนวัตกรรมอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การระบุปัญหา พัฒนาแนวคิดจนถึงการนำไปใช้จริง เพื่อสร้างคุณค่าเพิ่มในการดำเนินงานอย่างยั่งยืน
วัตถุประสงค์ของหลักสูตร SD 04: นวัตกรรมเพื่อสังคม
- เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจในความเชื่อมโยงระหว่างการดำเนินงานด้านความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR) และกรอบ ESG เพื่อสนับสนุนการพัฒนาอย่างยั่งยืนขององค์กร
- เพื่อพัฒนาความรู้ด้านการบริหารจัดการโครงการ CSR อย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การวางแผน การดำเนินงาน การสร้างคุณค่าสู่สังคมตามกรอบการดำเนินงานของ CKPower
- เพื่อสร้างความเข้าใจในแนวคิดและบทบาทของนวัตกรรมในการยกระดับการดำเนินงานด้านสังคม พร้อมเรียนรู้จากตัวอย่างโครงการนวัตกรรม
- เพื่อเสริมสร้างทักษะการวิเคราะห์และออกแบบนวัตกรรมเพื่อชุมชน เพื่อสร้างคุณค่าเชิงเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน
ผลลัพธ์
- กิจกรรมประชุมเชิงปฏิบัติการได้แนวคิดนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืนของ CKP 12 โครงการ จากการจัดอบรม 2 ครั้ง
- กิจกรรมประชุมเชิงปฏิบัติการได้แนวคิดนวัตกรรมเพื่อสังคมกว่า 22 โครงการ จากการจัดอบรม 4 ครั้ง


การให้ความรู้ด้านการพัฒนานวัตกรรมเพื่อความยังยืนรวมทุกโรงไฟฟ้าด้วยระบบออนไลน์ หลักสูตร SD03 : นวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน C-K-P
การให้ความรู้ด้านการพัฒนานวัตกรรมเพื่อความยังยืนแต่ละโรงไฟฟ้าหลักสูตร SD03 : นวัตกรรมเพื่อความยั่งยืนด้านสังคมเป้าหมายระยะยาว เป้าหมายปี 2568 และผลการดำเนินงานปี 2568 (GRI3-3)
| การจัดการนวัตกรรม | |||
|---|---|---|---|
การจัดการนวัตกรรม |
|||
| เป้าหมายปี 2568 | ผลการดำเนินงานปี 2568 | ||
| นวัตกรรมต่อปี |
≥1
|
6
|
|
| สะสมภายในองค์กร |
>50
|
60
|
|
| ถ่ายทอดองค์ความรู้และนวัตกรรมให้แก่ผู้มีส่วนได้เสียรอบโรงไฟฟ้า |
>2,000
|
2,780
|
|
| SDGs | |||
ผลการดำเนินการ
จากการริเริ่มสร้างสรรค์และพัฒนานวัตกรรมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมมาอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันบริษัทมีนวัตกรรมสะสมทั้งสิ้น 25 นวัตกรรม ซึ่งได้แก่
- โครงการปรับปรุงระบบทำความสะอาดระบบอัดอากาศของกังหันก๊าซแบบออนไลน์ (Online Water Wash Project) โรงไฟฟ้าบางปะอิน โคเจนเนอเรชั่น
- โครงการลดการใช้พลังงานในเครื่องอัดก๊าซธรรมชาติ ช่วง OFFPEAK โรงไฟฟ้าบางปะอิน โคเจนเนอเรชั่น
- โครงการลดความดันของก๊าซเชื้อเพลิง (Lower Gas Pressure Better Heat Rate) โรงไฟฟ้าบางปะอิน โคเจนเนอเรชั่น
- โครงการการใช้งาน Air Dryer 1 ชุด โรงไฟฟ้าบางปะอิน โคเจนเนอเรชั่น
- โครงการหยุดพัดลมระบายความร้อนหอหล่อเย็น ในช่วงเวลา 00:00-06:00 น. โรงไฟฟ้าบางปะอิน โคเจนเนอเรชั่น
- โครงการปรับปรุงระบบ Cooling Tower (Cooling Tower Optimization) โรงไฟฟ้าบางปะอิน โคเจนเนอเรชั่น
- โครงการ Slip Ring Dust Collector โรงไฟฟ้าบางปะอิน โคเจนเนอเรชั่น
- โครงการ Main Inlet Valve Spare Part โรงไฟฟ้าบางปะอิน โคเจนเนอเรชั่น
- โครงการปรับเปลี่ยนค่าควบคุม Chloride ของหอหล่อเย็น (Adjust Control Range Chloride of Cooling BIC1)
- โครงการเพิ่มกำลังการผลิตเครื่องผลิตกระแสไฟฟ้ากังหันไอน้ำ ระยะที่ 2 (Steam Turbine Load Adjustment)
- โครงการรถพลังงานไฟฟ้า โรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรี
- โครงการลดการใช้น้ำมันหล่อลื่นของ Gas Compressor โรงไฟฟ้าบางปะอิน โคเจนเนอเรชั่น
- โครงการถังหมักรักษ์โลก โรงไฟฟ้าพลังน้ำ น้ำงึม 2
- โครงการลดการใช้รถบรรทุกน้ำในการบำรุงรักษาสวน สนามหญ้า ต้นไม้ โรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรี
- เทคโนโลยี Dry Low NOx Burner (DLE) และอุปกรณ์ตรวจวัดคุณภาพอากาศแบบอัตโนมัติ (Continuous Emission Monitor System: CEMs) โรงไฟฟ้าบางปะอิน โคเจนเนอเรชั่น
- นวัตกรรมเพื่อรักษาความหลากหลายทางชีวภาพ ด้วยระบบทางปลาผ่าน โรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรี
- การพัฒนาระบบ CKP Admin e-Portal สำหรับงานบริหารงานทั่วไปขององค์กร
- นวัตกรรม Pit Tag Monitor Fish เพื่ออยู่การอพยพของปลาที่ผ่านระบบทางปลาผ่าน โรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรี
- Advanced CKP Forecasting System: ระบบพยากรณ์ปริมาณน้ำไหลเข้าโรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรี
- การพัฒนาอุปกรณ์ฉีดสเปรย์น้ำมันหม้อแปลงเพื่อหล่อลื่นใบมีดแบบไร้สายใน Switch Yard ของสถานีย่อยนาบง
- โครงการศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาโรงผลิตไฮโดรเจนสีเขียวและแอมโมเนียสีเขียว
- โครงการศึกษาความเป็นไปได้ในการใช้ไฮโดรเจนผสมกับก๊าซธรรมชาติเพื่อเป็นเชื้อเพลิงให้โรงไฟฟ้าบางปะอิน โคเจนเนอเรชั่น
- โครงการศึกษาความเป็นไปได้ในการประยุกต์ใช้ Redox Flow Battery ร่วมกับโรงไฟฟ้าในเครือ CKPower
- นวัตกรรม RE forecasting system ของโรงไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์ บางเขนชัย
- โครงการ Realtime Monitoring system ของโรงไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์ บางเขนชัย
โครงการที่โดดเด่นในปี 2568
โครงการศึกษาความเป็นไปได้ในการประยุกต์ใช้ Redox Flow Battery ร่วมกับโรงไฟฟ้าในเครือ CKPower

จุดประสงค์ของการศึกษา:
เพื่อศึกษาความเป็นไปได้สำหรับการประยุกต์ใช้ระบบกักเก็บพลังงาน (Energy Storage System: ESS) ด้วยแบตเตอรี่แบบ Redox Flow Battery ร่วมกับโรงไฟฟ้าต่างๆ ในเครือ CKPower เพื่อเพิ่มขีดความสามารถและโอกาสในการจำหน่ายไฟฟ้า
ประโยชน์ต่อองค์กร:
- เพิ่มโอกาสในการจำหน่ายไฟฟ้าในช่วงที่มีความต้องการสูง เช่น ขายไฟฟ้าช่วงเวลากลางคืน ขายไฟฟ้าในรูปแบบ Firm PPA
- ยกระดับภาพลักษณ์องค์กรด้านนวัตกรรมพลังงานสะอาด ผ่านการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีระบบกักเก็บพลังงาน
- สนับสนุนนโยบาย Net Zero ของภาครัฐ โดยประสิทธิภาพการใช้พลังงานหมุนเวียน และลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล
- ลดความเสี่ยงในการนำเข้าไฟฟ้าจากภายนอก และลดการพึ่งพาไฟฟ้าจากโครงข่ายหลัก (grid) กรณีมีความเสี่ยงที่เกิดความผันผวนของการผลิตไฟฟ้า
- ช่วยให้การจ่ายไฟฟ้ามีความสม่ำเสมอและเสถียรมากขึ้น ทำให้สามารถบริหารจัดการพลังงานได้ใกล้เคียงไฟฟ้าแบบต่อเนื่อง (firm) มากขึ้น
- สำหรับโรงไฟฟ้าพลังน้ำ ระบบนี้ช่วยเสริมความมั่นคงของระบบไฟฟ้า โดยเฉพาะในช่วงที่โรงไฟฟ้าหยุดเดินเครื่องเพื่อซ่อมบำรุง (overhaul) ช่วยลดการนำเข้าไฟฟ้าในช่วงเวลาดังกล่าว และรักษาความต่อเนื่องในการจ่ายไฟฟ้า
ประโยชน์ต่อผู้มีส่วนได้เสีย:
- ลูกค้าและผู้ใช้ไฟฟ้า ได้รับไฟฟ้าที่มีความมั่นคงและต่อเนื่องทั้งกลางวันและกลางคืน
- ผู้ถือหุ้นและนักลงทุน มีความเชื่อมั่นในศักยภาพของบริษัท ในการพัฒนาเทคโนโลยีที่สนับสนุนการเติบโตของพลังงานสะอาดในระยะยาว
- ชุมชนและสังคม ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการใช้พลังงานหมุนเวียนร่วมกับระบบกักเก็บพลังงาน
- ภาครัฐ : สนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดของประเทศ และเสริมบทบาทของประเทศในด้านพลังงานหมุนเวียนในระดับภูมิภาค
วิธีการศึกษา
- ศึกษารูปแบบความต้องการใช้ไฟฟ้าและความเหมาะสมของเทคโนโลยีแบตเตอรี่แบบ Redox Flow ของโรงไฟฟ้าต่างๆ ในเครือ
- ศึกษาวิเคราะห์ต้นทุนและความคุ้มค่า (Cost & Feasibility) ในด้านต่าง ๆ
- ประเมินประสิทธิภาพการกักเก็บพลังงานและอายุการใช้งานของระบบ
- ดำเนินการศึกษาเชิงเอกสารควบคู่กับการวิจัยและพัฒนา เพื่อกำหนดขนาดและคุณสมบัติของระบบให้เหมาะสมต่อการใช้งาน
ผลจากการศึกษาความเป็นไปได้เบื้องต้น
- การประยุกต์ระบบแบตเตอรี่ ร่วมกับโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ช่วยขยายขีดความสามารถในการขายไฟในช่วงกลางคืน
- ช่วยลดค่าไฟฟ้ากรณีที่ต้องมีการนำเข้าไฟฟ้า เมื่อโรงไฟฟ้าไม่สามารถผลิตไฟใช้ในโครงการได้เพียงพอ
Advanced CKP Forecasting System: ยกระดับระบบพยากรณ์ปริมาณน้ำไหลเข้า XHPP สู่พลังงานสะอาดที่ยั่งยืน (นวัตกรรมต่อเนื่อง)
บริษัทพัฒนา CKP Forecasting System: XHPP Inflow Forecasting (2024) ซึ่งเป็นระบบพยากรณ์ด้านอุตุ-อุทกวิทยา พัฒนาภายใต้ความร่วมมือกับ DHI A/S (Danish Hydraulic Institute) ประเทศเดนมาร์ก เพื่อยกระดับระบบพยากรณ์ด้านอุตุ-อุทกวิทยา (Hydrometeorological Monitoring and Forecasting System: HMFS) เดิมที่พัฒนาร่วมกับ Compagnie Nationale du Rhône (CNR) ประเทศฝรั่งเศส ในปี ค.ศ. 2018 ให้ทันสมัย เพิ่มประสิทธิภาพและความปลอดภัยการดำเนินงานของโรงไฟฟ้าพลังน้ำไซยะบุรี
ระบบใหม่นี้ผสานข้อมูลสภาพอากาศและปริมาณน้ำแบบปัจจุบัน (Real-time) เข้ากับเทคนิคการสร้างแบบจำลองทางคณิตศาสตร์ (Mathematical models) ที่เป็นนวัตกรรมและเทคโนโลยีล้ำสมัย เพื่อพยากรณ์ปริมาณน้ำไหลเข้าโรงไฟฟ้าได้อย่างแม่นยำ ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญต่อการวางแผนผลิตพลังงานที่มีประสิทธิภาพและการดูแลสิ่งแวดล้อม อีกทั้งระบบนี้ยังช่วยเสริมสร้างความปลอดภัยต่อสาธารณะโดยการพยากรณ์แนวโน้มสถานการณ์น้ำท่วมที่อาจเกิดขึ้นทั้งในพื้นที่เหนือและท้ายน้ำของโรงไฟฟ้าพลังน้ำไซยะบุรี
จุดเด่นของระบบใหม่
- แน่น “ข้อมูลหลายจุด ผ่านการตรวจสอบ เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการพยากรณ์” คือ ข้อมูลมีปริมาณมากและหลากหลาย เพียงพอสำหรับการวิเคราะห์คำนวณ บริษัทอาศัยข้อมูลเรียลไทม์จากเครือข่ายจาก 15 เป็น 19 สถานี ในปี 2568 เพื่อตรวจวัดปริมาณน้ำฝน ระดับน้ำ และอัตราการไหลของน้ำ ที่ติดตั้งทั่ว สปป.ลาว เสริมด้วยข้อมูลสภาพอากาศ ข้อมูลดาวเทียมติดตามสถานการณ์น้ำในประเทศใกล้เคียง จากนั้นข้อมูลที่ครอบคลุมหลากหลายเหล่านี้จะนำมาตรวจสอบคุณภาพข้อมูลและปรับปรุงความคลาดเคลื่อนของข้อมูลให้สมบูรณ์ก่อนนำมาใช้ในระบบพยากรณ์เพื่อความมั่นใจในคุณภาพและความต่อเนื่องของข้อมูล
- แม่น "รองรับการพยากรณ์แบบกลุ่มเพื่อลดความไม่แน่นอน" คือ ข้อมูลคาดการณ์ปริมาณน้ำของระบบมีความถูกต้องแม่นยำ ระบบอาศัยแบบจำลองทางคณิตศาสตร์ที่สร้างจากข้อมูลสำรวจท้องน้ำล่าสุด เป็นนวัตกรรมและเทคโนโลยีล้ำสมัย นอกจากนี้ระบบที่พัฒนาขึ้นรองรับการพยากรณ์แบบกลุ่ม (Ensemble Forecasts) ลดความไม่แน่นอนในการพยากรณ์เพื่อประมาณการน้ำต้นทุนผลิตพลังงานและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานของโรงไฟฟ้าได้ ระบบพยากรณ์นี้จึงสามารถคาดการณ์ปริมาณน้ำเพื่อนำไปวางแผนการผลิตได้อย่างแม่นยำ อีกทั้งมีการเชื่อมโยงและตรวจสอบคุณภาพข้อมูลตลอดเวลา โดยการอิงอาศัยข้อมูลจริงล่าสุดจากจากจุดสถานีตรวจวัดใกล้เคียง
- เร็ว “ข้อมูลเรียลไทม์และระบบอัตโนมัติ เพิ่มความรวดเร็วในการวางแผนผลิตไฟฟ้า” คือ ข้อมูลทันสมัยเป็นปัจจุบันเสมอทำให้ผู้วางแผนการผลิตได้รับข้อมูลทันต่อสถานการณ์ ทำให้การดำเนินการภายใต้สถานการณ์ต่างๆ รวมถึงการตัดสินใจในการวางแผนการผลิตเป็นไปด้วยความรวดเร็ว โดยกระบวนการพยากรณ์ทั้งหมดเป็นแบบอัตโนมัติ ตั้งแต่การดาวน์โหลดข้อมูลดาวเทียม ข้อมูลสภาพอากาศ การจำลองสภาพอุทกวิทยา และแสดงผลลัพธ์ผ่านระบบ ซึ่งระบบอัตโนมัตินี้จะช่วยเพิ่มความรวดเร็วการพยากรณ์ ลดภาระการทำงานและความผิดพลาดจากมนุษย์ และสนับสนุนการตัดสินใจได้อย่างทันท่วงที
- ไกล "รองรับการพยากรณ์ระยะกลางถึง 15 วันล่วงหน้า" คือ สามารถพยากรณ์ปริมาณน้ำได้ล่วงหน้านานขึ้นหลายวัน โดยอาศัยแบบจำลองอุทกวิทยา (Global Hydrological Model: GHM) ของ DHI A/S และ MIKE+ River Models ทำให้สามารถพยากรณ์ปริมาณน้ำในระยะกลางได้ถึง 15 วันล่วงหน้า จากระบบเดิมที่ 12 วัน ทำให้ระบบพยากรณ์นี้สามารถคาดการณ์ปริมาณน้ำที่ทำให้สามารถวางแผนการผลิตล่วงหน้าได้นานกว่าเดิม
ภาพรวมการทำงานของระบบ
ระบบ CKP Forecasting System: XHHP Inflow Forecasting





ระบบนี้ยังสามารถต่อยอดเพื่อสร้างแบบจำลองการพัดพาตะกอน ซึ่งการพัดพาตะกอนเป็นกลไกสำคัญสำหรับความยั่งยืนของแม่น้ำโขง ช่วยให้บริษัทสามารถติดตามศึกษาพฤติกรรมการระบายตะกอนและรวมถึงประเมินผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น เพื่อสนับสนุนความยั่งยืนของแม่น้ำโขงในระยะยาว
ปัจจุบัน ระบบ CKP Forecasting System ถูกนำมาใช้สำหรับโรงไฟฟ้าพลังน้ำไซยะบุรี และมีแผนการขยายผลไปใช้กับโรงไฟฟ้าพลังน้ำ น้ำงึม 2 และโครงการไฟฟ้าพลังน้ำหลวงพระบางในอนาคต
แผนการพัฒนา CKP Forecasting System : XHPP Inflow Forecasting (2566-2569)
2566
- ตรวจสอบโครงสร้างพื้นฐานด้าน ICT ปัจจุบัน
- สำรองข้อมูลและออกแบบระบบในอนาคต ออกแบบสถาปัตยกรรมระบบใหม่
2567
- จัดหาเครื่องคำนวนประสิทธิภาพสูงใหม่ การถ่ายโอนระบบ
- ย้ายชุดข้อมูลทางอุททกวิทยาและภูมอิสารสนเทศ
- ฝึกอบรมพนักงาน
- ทดสอบระบบใหม่ควบคู่กันกับระบบเดิม
2568
- เริ่มใช้งานจริง CKP Forecasting System
- ติดตามประเมินผลหลังการใช้งาน
- ออกแบบและปรับปรุงระบบการทำงานให้ต่อเนื่องและลดข้อจำกัดเรื่องข้อมูลที่เกิดจากการทดลองใช้งาน
2569
- พัฒนาระบบเพื่อนำไปใช้กับโรงไฟฟ้าพลังน้ำอื่นๆ โดยเริ่มจากโรงไฟฟ้าพลังนน้ำnน้ำงึม 2
- ปรับปรุงขยายของเขตของฐานข้อมูลเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ
- พัฒนาและเตรียมการนำไปใช้กับโครงการไฟฟ้าพลังน้ำหลวงพระบางในอนาคต
ทั้งหมดนี้เป็นการพัฒนาต่อยอดนวัตกรรมสู่การลงมือปฏิบัติเพื่อการบริการจัดเพิ่มประสิทธิภาพผ่านระบบ CKP Forecasting System: XHPP Inflow Forecasting ในการผลิตไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าพลังน้ำ ระบบนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของบริษัทต่อการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด ด้วยการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ช่วยเพิ่มความปลอดภัย เพิ่มประสิทธิภาพ และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม อีกทั้งยังสนับสนุนความมุ่งมั่นของบริษัทในการใช้พลังงานน้ำเป็นแหล่งพลังงานที่ยั่งยืนและสอดคล้องกับการขับเคลื่อนระดับโลกเพื่อบรรลุสังคมคาร์บอนต่ำ
อุปกรณ์ฉีดสเปรย์น้ำมันหม้อแปลงเพื่อหล่อลื่นใบมีดแบบไร้สาย



แนวคิด
เดิมการหล่อลื่นจุดสัมผัสของ Disconnecting Switch (DS) ใช้วิธีนำแปรงลูกกลิ้งสำหรับทาสียึดหรือผูกติดกับไม้ Hot Stick แล้วชโลมน้ำมันหม้อแปลงเก่าเพื่อใช้เป็นสารหล่อลื่น ซึ่งวิธีดังกล่าวมีข้อจำกัดด้านพื้นที่ในการปฏิบัติงาน ทำให้ไม่สะดวกต่อผู้ปฏิบัติงาน ใช้ระยะเวลาในการทำงานมากขึ้น และเพิ่มความเสี่ยงด้านความปลอดภัย เนื่องจากผู้ปฏิบัติงานต้องอยู่ใกล้บริเวณไฟฟ้าแรงสูง
จุดเด่นของนวัตกกรรม่
การพัฒนาทักษะด้านการแก้ไขปัญหาและการปรับปรุงอุปกรณ์ของผู้ปฏิบัติงาน ช่วยยกระดับศักยภาพบุคลากร เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน ลดระยะเวลาในการทำงาน และเสริมสร้างความปลอดภัยในการซ่อมบำรุงอุปกรณ์ใน Nabong Substation พร้อมทั้งสามารถต่อยอดองค์ความรู้ไปประยุกต์ใช้กับอุปกรณ์อื่นทั้งภายในและภายนอกสถานีไฟฟ้าได้อย่างเป็นรูปธรรม
ผลการดำเนินงานด้านนวัตกรรมโดยรวม
นวัตกรรมและนวัตกรองค์กรเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการผลิตและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
| ผลการดำเนินงานด้านนวัตกรรมโดยรวม | |||||
|---|---|---|---|---|---|
| นวัตกรรมและนวัตกรองค์กรเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการผลิตและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม | |||||
| 2564 | 2565 | 2566 | 2567 | 2568 | |
| จำนวนนวัตกรรม | 11 นวัตกรรม (สะสม) |
13 นวัตกรรม (สะสม) |
16 นวัตกรรม (สะสม) |
19 นวัตกรรม (สะสม) |
25 นวัตกรรม (สะสม) |
| จำนวนนวัตกร | 10 นวัตกร (สะสม) |
16 นวัตกร (สะสม) |
50 นวัตกร (สะสม) |
68 นวัตกร (สะสม) |
60 นวัตกร (สะสม) |
| จำนวนผู้มีส่วนได้เสียที่ได้รับ การถ่ายทอดความรู้และนวัตกรรม |
350 คน |
1,530 คน |
1,712 คน |
4,594 คน |
2,780 คน |
พลังงาน ทรัพยากร และค่าใช้จ่ายที่ลดลงจากการใช้นวัตกรรม
| ผลการดำเนินงานด้านนวัตกรรมโดยรวม | |||||
|---|---|---|---|---|---|
| พลังงาน ทรัพยากร และค่าใช้จ่ายที่ลดลงจากการใช้นวัตกรรม | |||||
| 2564 | 2565 | 2566 | 2567 | 2568 | |
| ลดการใช้พลังงาน | 3,150 เมกะวัตต์-ชั่วโมง/ปี |
5,980 เมกะวัตต์-ชั่วโมง/ปี |
4,390 เมกะวัตต์-ชั่วโมง/ปี |
4,443 เมกะวัตต์-ชั่วโมง/ปี |
21,454 เมกะวัตต์-ชั่วโมง/ปี |
| ลดการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง | - ลิตร/ปี |
- ลิตร/ปี |
- ลิตร/ปี |
4,770 ลิตร/ปี |
8.730.39 ลิตร/ปี |
| ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก | 1,418 ตันคาร์บอนไดออกไซด์ เทียบเท่า/ปี |
2,763 ตันคาร์บอนไดออกไซด์ เทียบเท่า/ปี |
2,026 ตันคาร์บอนไดออกไซด์ เทียบเท่า/ปี |
2,054 ตันคาร์บอนไดออกไซด์ เทียบเท่า/ปี |
3,998.42 ตันคาร์บอนไดออกไซด์ เทียบเท่า/ปี |
| ลดทรัพยากรน้ำ | 58,594 ลูกบาศก์เมตร/ปี |
54,387 ลูกบาศก์เมตร/ปี |
28,006 ลูกบาศก์เมตร/ปี |
28,010 ลูกบาศก์เมตร/ปี |
107,751 ลูกบาศก์เมตร/ปี |
| ลดต้นทุนด้านพลังงาน | 6.50 ล้านบาท/ปี |
23.70 ล้านบาท/ปี |
16.30 ล้านบาท/ปี |
16.59 ล้านบาท/ปี |
16.54 ล้านบาท/ปี |
รายงานความยั่งยืน ปี 2568