ผลกระทบต่อธุรกิจ (GRI3-3)

บริษัทให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการด้านสุขภาวะอาชีวอนามัยและความปลอดภัยอย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพ เพื่อป้องกันและลดความเสี่ยงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นผลกระทบต่อสุขภาพ ชีวิต และทรัพย์สินของพนักงาน ผู้รับเหมา และผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้องรวมถึง ลดความเสี่ยงจากการหยุดชะงักของกระบวนการผลิต ซึ่งอาจส่งผลที่อาจกระทบต่อผู้มีส่วนได้เสียในห่วงโซ่อุปทานและความต่อเนื่องในการผลิตไฟฟ้า
บริษัทกำหนดนโยบายและแนวปฏิบัติด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยที่สอดคล้องกับมาตรฐานสากล รวมถึงกฎหมายและข้อกำหนดของประเทศไทยและสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว โดยดำเนินการฝึกอบรมด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยก่อนเริ่มงาน แก่พนักงาน คู่ค้า และผู้รับเหมา เพื่อเสริมสร้างความรู้ ความตระหนัก และพฤติกรรมการทำงานที่ปลอดภัย
การดำเนินงานดังกล่าวช่วยลดอุบัติเหตุและเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ในสถานที่ทำงาน เพิ่มความปลอดภัยให้แก่ชุมชนโดยรอบพื้นที่ดำเนินงาน และเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้มีส่วนได้เสีย ในขณะเดียวกันหากขาดการบริหารจัดการด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยอย่างเหมาะสม อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของพนักงานและผู้มีส่วนได้เสีย รวมถึงส่งผลต่อความมั่นคงและความยั่งยืนของการดำเนินธุรกิจในระยะยาว

ความท้าทายและโอกาส (GRI3-3)

บริษัทเผชิญความท้าทายจากความเสี่ยงด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยที่อาจเกิดขึ้นจากสภาพแวดล้อมการทำงานที่มีความเสี่ยง ความไม่ปลอดภัยในการปฏิบัติงาน การเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ และระดับมลพิษที่เพิ่มขึ้น ซึ่งปัจจัยเหล่านี้อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพ ชีวิต และทรัพย์สินของพนักงาน ผู้รับเหมา และผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้อง รวมถึงความต่อเนื่องและประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจ

เพื่อลดและบริหารจัดการผลกระทบดังกล่าว บริษัทได้จัดทำระบบบริหารจัดการด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยอย่างเป็นระบบ ครอบคลุมมาตรการป้องกัน การตอบสนอง และการเยียวยา ควบคู่กับการสร้างวัฒนธรรมด้านความปลอดภัยในองค์กรและตลอดห่วงโซ่อุปทาน โดยมุ่งเน้นการเสริมสร้างความรู้ ความตระหนัก และพฤติกรรมการทำงานที่ปลอดภัยในทุกระดับ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของพนักงาน คู่ค้า ผู้รับเหมา ลูกค้า และชุมชนโดยรอบพื้นที่ดำเนินงาน

แนวทางดังกล่าวเปิดโอกาสให้บริษัทสามารถยกระดับมาตรฐานด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัย ลดอัตราการเกิดอุบัติเหตุและการบาดเจ็บจากการทำงาน และเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้มีส่วนได้เสีย โดยบริษัทได้กำหนดเป้าหมายในการมุ่งสู่การเป็น "องค์กรที่ปราศจากอุบัติเหตุและปราศจากการบาดเจ็บของพนักงาน"

นอกจากนี้ บริษัทพัฒนาระบบรายงานอุบัติเหตุและเหตุการณ์ด้านความปลอดภัยโดยใช้ระบบ Maximo เพื่อใช้ในการติดตาม บันทึก และวิเคราะห์เหตุการณ์ด้านความปลอดภัยอย่างเป็นระบบ เพื่อนำข้อมูลไปปรับปรุงมาตรการป้องกัน ลดความเสี่ยง และสร้างความเชื่อมั่นต่อการดำเนินงานที่ปลอดภัย

ความมุ่งมั่น (GRI 3-3)

บริษัทให้ความสำคัญกับอาชีวอนามัยและความปลอดภัย ในฐานะหนึ่งในปัจจัยสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน โดยมุ่งควบคุมกระบวนการทำงานของพนักงาน ผู้รับเหมา และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล เพื่อป้องกันอุบัติเหตุ การบาดเจ็บ และโรคจากการทำงาน พร้อมทั้งส่งเสริมสุขภาพและอาชีวอนามัยในทุกระดับ

บริษัทมุ่งสู่การเป็นองค์กรที่ปราศจากอุบัติเหตุ ผ่านการปลูกฝังวัฒนธรรมความปลอดภัยเชิงรุก โดยเน้นความปลอดภัยทั้งในพื้นที่ดำเนินงาน (Operation Safety) และความปลอดภัยของบุคคล (Personal Safety) ซึ่งครอบคลุมพนักงานและผู้รับเหมาทั้งหมด ระบบการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัยของบริษัทสอดคล้องกับนโยบายองค์กร กฎหมายที่เกี่ยวข้อง และมาตรฐานสากล เพื่อให้มั่นใจว่าทุกคนสามารถปฏิบัติงานได้อย่างปลอดภัย

บริษัทดำเนินการประเมินและควบคุมความเสี่ยงด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง โดยทบทวนความเสี่ยงในกิจกรรมของโรงไฟฟ้าอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง ครอบคลุมการระบุอันตรายจากเครื่องจักร สารเคมี และสภาพแวดล้อมที่ไม่ปลอดภัย โดยสื่อสารความเสี่ยงและมาตรการควบคุมให้พนักงานและผู้เกี่ยวข้องรับทราบก่อนเริ่มงาน เพื่อลดโอกาสการเกิดอุบัติเหตุและสนับสนุนการดำเนินงานอย่างปลอดภัยและยั่งยืน

แนวทางการบริหารจัดการ (GRI3-3, 403-2) ​​

บริษัทได้กำหนดนโยบายอาชีวอนามัยและความปลอดภัยของพนักงาน และจัดทำระบบการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย (Occupational Health and Safety Management System) ซึ่งผนวกเป็นส่วนหนึ่งของจรรยาบรรณในการดำเนินธุรกิจ โดยคำนึงถึงด้านสภาพแวดล้อม ความปลอดภัย และสุขอนามัยในการทำงาน

บริษัทดำเนินการระบุอันตรายและประเมินความเสี่ยงจากการทำงานอย่างเป็นระบบ ครอบคลุมกิจกรรมการดำเนินงานของโรงไฟฟ้า รวมถึงงานที่เกี่ยวข้องกับเครื่องจักร สารเคมี และสภาพแวดล้อมการทำงานที่อาจก่อให้เกิดอันตราย พร้อมกำหนดมาตรการควบคุมและแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจน โดยมีการทบทวนและปรับปรุงอย่างต่อเนื่องให้สอดคล้องกับบริบทการดำเนินงานและความเสี่ยงที่เปลี่ยนไป

ระบบดังกล่าวได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO 45001: 2018 ยืนยันถึงความมุ่งมั่นของบริษัทในการดูแลความปลอดภัยและส่งเสริมสุขอนามัยของพนักงานและผู้เกี่ยวข้องอย่างเป็นระบบและยั่งยืน

นโยบายอาชีวอนามัยและความปลอดภัยของพนักงาน
กลยุทธ์และแผนกลยุทธ์

ระบบการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัยของบริษัท (Occupational Health and Safety Management System) (GRI403-1,403-3, 403-4)

บริษัทดำเนินระบบการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย (Occupational Health and Safety Management System) บนพื้นฐานของการปฏิบัติตามกฎหมายและข้อกำหนด และมาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานของโรงไฟฟ้าในประเทศไทยและสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว อาทิ กฎหมายแรงงาน กฎหมายการจัดการสารเคมี กฎหมายป้องกันและระงับอัคคีภัย รวมถึงกฎหมายด้านสุขอนามัยและความปลอดภัยในการทำงาน เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างปลอดภัย มีความรับผิดชอบ และสอดคล้องกับมาตรฐานสากล

บริษัทกำหนดนโยบายด้านความปลอดภัยในการทำงานที่ครอบคลุมทุกกิจกรรม ทุกสถานที่ปฏิบัติงาน รวมถึงพนักงานและผู้รับเหมาทั้งหมด โดยระบบการจัดการดังกล่าวได้รับการรับรองตามมาตรฐาน ISO 45001:2018 ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยในสถานที่ทำงานและการส่งเสริมสุขภาวะของผู้ปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่อง

กลยุทธ์ด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยของบริษัทมุ่งเน้นการบริหารจัดการความเสี่ยงอย่างเป็นระบบและต่อเนื่องตลอดวงจรการดำเนินงาน ครอบคลุมการประเมินและควบคุมความเสี่ยง การจัดให้มีบริการด้านอาชีวอนามัยที่เหมาะสมกับลักษณะงาน การฝึกอบรมและพัฒนาความรู้ด้านความปลอดภัยแก่พนักงานและผู้รับเหมา การติดตาม ตรวจสอบ และทบทวนประสิทธิผลของมาตรการด้านความปลอดภัยอย่างสม่ำเสมอ ตลอดจนการจัดการอุบัติเหตุและเหตุการณ์ด้านความปลอดภัยอย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ บริษัทส่งเสริมการมีส่วนร่วม การให้คำปรึกษา และการสื่อสารด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยในทุกระดับขององค์กร เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานสามารถแสดงความคิดเห็น แจ้งอันตราย และมีส่วนร่วมในการพัฒนามาตรการด้านความปลอดภัย อันเป็นการสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยเชิงรุก และเสริมสร้างความเชื่อมั่นในสภาพแวดล้อมการทำงานที่ปลอดภัยและเอื้อต่อสุขภาวะของทุกหน่วยงาน

บริษัทกำหนดและบังคับใช้จรรยาบรรณการดำเนินธุรกิจด้านสภาพแวดล้อม ความปลอดภัย และสุขอนามัยในการทำงาน เพื่อใช้เป็นแนวทางปฏิบัติร่วมกันทั่วทั้งองค์กรและห่วงโซ่อุปทาน ดังนี้

คุณภาพชีวิตและความปลอดภัยพนักงาน
ปฏิบัติตามกฎหมายและข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อม
มาตรการป้องกันอันตรายและนโยบายความปลอดภัย
ปรับปรุงสภาพการทำงานและสิ่งแวดล้อมการทำงาน
กิจกรรมด้านความปลอดภัยและสภาพแวดล้อม
ตรวจสุขภาพให้พนักงานประจำและพนักงานใหม่

กระบวนการประเมินความเสี่ยงและอันตรายอันเกิดจากงาน และวิธีนำไปปฎิบัติใช้ในองค์กร (GRI403-2, 403-7)

บริษัทกำหนดให้หน่วยงานความปลอดภัยดำเนินการตามขั้นตอนการบ่งชี้อันตรายและประเมินความเสี่ยงด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยก่อนเริ่มปฏิบัติงาน โดยใช้เทคนิคการวิเคราะห์งานเพื่อความปลอดภัย (Job Safety Analysis: JSA) ซึ่งประกอบด้วย 7 ขั้นตอนดังนี้

1
พิจารณากิจกรรมและงานทั้งหมดในพื้นที่รับผิดชอบ
2
จำแนกงานที่มีความเสี่ยงด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยเป็นขั้นตอนย่อย
3
ระบุอันตรายและผลกระทบที่เกิดขึ้น
4
ประเมินระดับความรุนแรงและโอกาส
5
จัดทำทะเบียนความเสี่ยง พร้อมจัดลำดับความสำคัญและตั้งเป้าหมายการจัดการความเสี่ยง
6
กำหนดแนวทางและจัดทำแผนการป้องกันและลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
7
ติดตามตรวจสอบและรายงานผลต่อคณะกรรมการเป็นประจำทุกเดือน

พนักงานของหน่วยงานด้านความปลอดภัยประเมินความเสี่ยงด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัย (OHS Risk and Hazard Assessments) และต้องนำผลที่ได้จากการบ่งชี้อันตรายและการประเมินความเสี่ยงมาแก้ไขปรับปรุง และพัฒนาแนวทางการจัดการด้านความปลอดภัยฯ และกำหนดดัชนีชี้วัดผลการปฏิบัติงาน (KPI) เพื่อให้การบ่งชี้อันตรายและการประเมินความเสี่ยงมีประสิทธิภาพ สอดคล้องตามมาตรฐาน และได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยผลประเมินความเสี่ยงด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยของปี 2568 มีดังนี้

ความเสี่ยงด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัย
การทำงานบนที่สูง
การทำงานที่ก่อให้เกิดประกายไฟ
การทำงานในที่อับอากาศ
บุคคลผู้มีความเสี่ยงจากการปฏิบัติงาน

พนักงานและคู่ค้าผู้ปฏิบัติงานในโรงไฟฟ้า

ประเภทของเหตุการณ์และระดับความเสี่ยง
  • การตกจากที่สูง - ระดับความเสี่ยง: สูง
  • อุปกรณ์ตกหล่นจากที่สูงได้รับบาดเจ็บ – ระดับความเสี่ยง: สูง
มาตรการป้องกันและแก้ไข
  • อบรมความปลอดภัยในการทำงานก่อนเริ่มงาน
  • การตรวจสอบอุปกรณ์ป้องกันความปลอดภัยจากการทำงานบนที่สูง
  • การประเมินสภาพแวดล้อมก่อนการทำงาน
  • การทบทวนและลำดับการปฏิบัติงาน
  • วางมาตรการควบคุมและช่วยเหลือฉุกเฉิน
บุคคลผู้มีความเสี่ยงจากการปฏิบัติงาน

พนักงานและคู่ค้าผู้ปฏิบัติงานในโรงไฟฟ้า

ประเภทของเหตุการณ์และระดับความเสี่ยง
  • เกิดการระเบิด จากอุปกรณ์ที่ใช้ในการทำงานที่ก่อให้เกิดประกายไฟ – ระดับความเสี่ยง: สูง
  • เกิดเพลิงไหม้ในบริเวณใกล้จากประกายไฟ– ระดับความเสี่ยง: สูง
  • ไฟฟ้าช็อตจากอุปกรณ์ที่ชำรุด – ระดับความเสี่ยง: สูง
  • แผลเผาไหม้จากโลหะร้อน หรือ โดนสะเก็ดไฟจากประกายไฟ – ระดับความเสี่ยง: ปานกลาง
  • การทำงานตัดท่อที่มีก๊าซ ทำให้เกิดระเบิดขนาดใหญ่ได้ – ระดับความเสี่ยง: สูง
มาตรการป้องกันและแก้ไข
  • อบรมความปลอดภัยในการทำงานในที่เกิดประกายไฟ
  • จัดหาอุปกรณ์ป้องกันภัยส่วนบุคคล (PPE) ที่เป็นฉนวนกันไฟ
  • ตรวจสอบสภาพแวดล้อมก่อนทำงาน ตรวจสอบพื้นที่ทำงาน ที่ก่อให้เกิดความเสี่ยงประกายไฟ
  • วางมาตรการควบคุมและช่วยเหลือฉุกเฉิน
  • ตรวจสอบอุปกรณ์เครื่องมือว่าอยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน
  • ตรวจสอบอุปกรณ์ถังแก๊ส ว่าถังไม่หมดอายุมีความแข็งแรงสภาพพร้อมใช้งาน
บุคคลผู้มีความเสี่ยงจากการปฏิบัติงาน

พนักงานและคู่ค้าผู้ปฏิบัติงานในโรงไฟฟ้า

ประเภทของเหตุการณ์และระดับความเสี่ยง
  • การเกิดหมดสติในที่อับอากาศ - ระดับความเสี่ยง : สูง
  • เกิดเพลิงไหม้จากงานประกายไฟในการทำงานในพื้นที่อับอากาศ – ระดับความเสี่ยง: สูง
มาตรการป้องกันและแก้ไข
  • อบรมความปลอดภัยในการทำงานในที่อับอากาศอย่างปลอดภัย
  • ประเมินพื้นที่อับอากาศที่มีความเสี่ยงโดยการตรวจวัดสภาพอากาศให้ปลอดภัยก่อนเริ่มงาน
  • ทบทวนขั้นตอนการดำเนินงาน
  • ติดตั้งอุปกรณ์ความปลอดภัยโดยเฉพาะหน้ากากกันก๊าซ หรือเตรียมถังออกซิเจน
  • วางมาตรการควบคุมและช่วยเหลือฉุกเฉิน
  • มีระบบการขออนุญาตทำงานในพื้นที่อับอากาศ
  • มีการตรวจสอบผลตรวจสุขภาพและใบรับรองของผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่อับอากาศว่าสามารถทำงานในพื้นที่อับอากาศได้อย่างปลอดภัย
การทำงานในบริเวณไฟฟ้าแรงสูง
การทำงานกับอุปกรณ์ที่อันตรายต่างๆ
เช่น น้ำหนักมาก, ของมีคม
การทำงานเกี่ยวกับสารเคมี
บุคคลผู้มีความเสี่ยงจากการปฏิบัติงาน

พนักงานและคู่ค้าผู้ปฏิบัติงานในโรงไฟฟ้า ชุมชนตามแนวสายส่ง

ประเภทของเหตุการณ์และระดับความเสี่ยง
  • พนักงานหรือคู่ค้าผู้ปฏิบัติงานเกิดอุบัติเหตุถูกไฟฟ้าแรงสูงดูด – ระดับความเสี่ยง: สูง
  • พนักงานหรือคู่ค้าผู้ปฏิบัติงานเกิดอุบัติเหตุตกจากเสาไฟฟ้าแรงสูง – ระดับความเสี่ยง: สูง
มาตรการป้องกันและแก้ไข
  • อบรมการใช้งานอุปกรณ์ให้พนักงานผ่านการฝึกอบรมวิธีการใช้งานอุปกรณ์อันตรายอย่างถูกต้องและปลอดภัย
  • จัดหาอุปกรณ์ป้องกันภัยส่วนบุคคล (PPE) จัดเตรียมถุงมือ รองเท้านิรภัย เข็มขัดพยุงหลัง และอุปกรณ์อื่น ๆ ที่เหมาะสม
  • ติดตั้งป้ายเตือนอันตรายและคำแนะนำการใช้งานอุปกรณ์ในพื้นที่ทำงาน
  • ตรวจสอบและบำรุงรักษาอุปกรณ์ตรวจเช็คสภาพอุปกรณ์อันตรายให้พร้อมใช้งานอยู่เสมอ
  • วางมาตรการควบคุมและช่วยเหลือฉุกเฉิน
บุคคลผู้มีความเสี่ยงจากการปฏิบัติงาน

พนักงานและคู่ค้าผู้ปฏิบัติงานในโรงไฟฟ้า

ประเภทของเหตุการณ์และระดับความเสี่ยง
  • พนักงานและคู่ค้าผู้ปฏิบัติงาน เกิดอุบัติเหตุมาทำงานกับอุปกรณ์อันตราย – ระดับความเสี่ยง: ปานกลาง
  • พนักงานและคู่ค้าผู้ปฏิบัติงาน เกิดอุบัติเหตุเมื่อใช้อุปกรณ์การยกทำการยกของเกินพิกัดการยก– ระดับความเสี่ยง: ปานกลาง
มาตรการป้องกันและแก้ไข
  • กำหนดขั้นตอนการทำงานที่ปลอดภัยจัดทำขั้นตอนปฏิบัติงานที่ชัดเจน
  • จัดหาอุปกรณ์ป้องกันภัยส่วนบุคคล (PPE) จัดเตรียมถุงมือ
  • ใช้เครื่องมือช่วยยกหรือเคลื่อนย้าย โดยเฉพาะวัสดุน้ำหนักมาก
  • วางมาตรการควบคุมและช่วยเหลือฉุกเฉิน
บุคคลผู้มีความเสี่ยงจากการปฏิบัติงาน

พนักงานและคู่ค้าผู้ปฏิบัติงานในโรงไฟฟ้า ชุมชนรอบโรงไฟฟ้า หากเกิดกรณีการรัวไหลของสารเคมี

ประเภทของเหตุการณ์และระดับความเสี่ยง
  • พนักงานและคู่ค้าผู้ปฏิบัติงาน ได้รับอันตรายจากการที่สารเคมีรั่วไหลมาสัมผัสร่างกาย หรือ สัมผัสสารเคมี กระเด้นเข้าตา – ระดับความเสี่ยง: สูง
มาตรการป้องกันและแก้ไข
  • อบรมความปลอดภัยเกี่ยวกับการใช้สารเคมีอย่างถูกต้อง การจัดการกรณีฉุกเฉิน และการอ่านฉลากสารเคมี (SDS - Safety Data Sheet)
  • จัดการพื้นที่ทำงาน โดยกำหนดพื้นที่เฉพาะสำหรับการจัดเก็บและใช้งานสารเคมี พร้อมระบบระบายอากาศและป้ายเตือนชัดเจน
  • จัดเตรียมอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล (PPE): ให้พนักงานสวมถุงมือ หน้ากากกรองไอระเหย แว่นตานิรภัย และเสื้อป้องกันสารเคมีตามความเหมาะสมของงาน
  • ระบบจัดการของเสียโดยแยกประเภทและกำจัดสารเคมีที่ใช้แล้วอย่างถูกต้องตามข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อม
  • ตรวจสอบและบำรุงรักษาอุปกรณ์และพื้นที่ใช้งานสารเคมีอย่างสม่ำเสมอเพื่อป้องกันการรั่วไหลหรืออุบัติเหตุ
  • วางมาตรการควบคุมและช่วยเหลือฉุกเฉิน

สามารถอ่านรายละเอียดเกี่ยวกับผลประเมินความเสี่ยงด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยของปี 2568 และมาตรการป้องกันเพิ่มเติมได้บนเว็บไซต์

การกำกับดูแลด้านความปลอดภัยและอาชีวอนามัย (GRI403-4)

บริษัทกำกับดูแลด้านความปลอดภัยและอาชีวอนามัยอย่างรอบด้าน ตั้งแต่การกำหนดหน่วยงานความปลอดภัยเป็นผู้รับผิดชอบหลัก ทำหน้าที่ติดตาม ตรวจสอบ และปรับปรุงสภาพแวดล้อมการทำงานให้ปลอดภัยและสอดคล้องกับมาตรฐานสากล บริษัทกำหนดเป้าหมายเชิงปริมาณในแต่ละโรงไฟฟ้า เพื่อนำมาซึ่งการพัฒนามาตรการ เช่น การบันทึกข้อมูลด้านความปลอดภัย และการรับรองมาตรฐานสุขภาวะและความปลอดภัยของพนักงาน เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการพัฒนาด้านความปลอดภัยและอาชีวอนามัยอย่างเป็นระบบ

บริษัทตั้งคณะกรรมการความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อมในการทำงาน โดยมีผู้จัดการโรงไฟฟ้าเป็นประธาน และมีตัวแทนจากหน่วยงานต่าง ๆ รวมถึงหน่วยงานความปลอดภัยเป็นเลขานุการ คณะกรรมการมีหน้าที่พัฒนาและปรับปรุงระบบการจัดการด้านสุขภาวะ อาชีวอนามัย และความปลอดภัย ทั้งนี้ มีการประชุมคณะกรรมการเป็นประจำเพื่อประเมินความก้าวหน้าและติดตามผลการดำเนินงานตามนโยบายและระบบการจัดการที่กำหนดไว้

การจัดการความปลอดภัยในการทำงาน (GRI2-25, 403-2)

ช่องทางการแจ้งเหตุ

บริษัทเปิดช่องทางให้พนักงานและผู้รับเหมาแจ้งอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น สภาพการณ์ที่ไม่ปลอดภัย รวมถึงกิจกรรมที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุผ่านช่องทางต่าง ๆ พร้อมทั้งกำหนดแนวทางปฏิบัติเมื่อเกิดอุบัติเหตุการตรวจสอบและการดำเนินการแก้ไขที่เหมาะสมตามการประเมินความเสี่ยงด้านความปลอดภัยของพนักงานและผู้รับเหมา ดังนี้

  1. เจ้าหน้าที่ความปลอดภัย หรือคณะกรรมการความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อม ผ่านช่องทางโทรศัพท์ และอีเมล
  2. ผู้จัดการโรงไฟฟ้าผ่านช่องทางโทรศัพท์ และอีเมล
  3. แบบฟอร์มออนไลน์ WE CARE CONVERSATION
  4. แบบฟอร์มการร้องเรียนและข้อเสนอเเนะ

บริษัทได้กำหนดแนวทางปฏิบัติในการตรวจสอบและแก้ไขเมื่อเกิดอุบัติเหตุ ตามการประเมินความเสี่ยงด้านความปลอดภัยของพนักงานและผู้รับเหมา รวมถึงการประเมินและจัดทำทะเบียนความเสี่ยงของกิจกรรมอันตรายที่อาจเกิดขึ้น บริษัทได้กำหนดกฎความปลอดภัยขั้นพื้นฐานที่อนุญาตให้พนักงานหรือผู้ที่เกี่ยวข้องหยุดงานและแก้ไขเมื่อพบการกระทำที่ไม่ปลอดภัย นอกจากนี้ บริษัทจัดการประชุมหารือเพื่อหาแนวทางควบคุมกิจกรรมที่มีความเสี่ยงระดับกลางขึ้นไป และนำเสนอแผนควบคุมหรือลดความเสี่ยงต่อผู้บริหารเพื่อขออนุมัติในการดำเนินการต่อไป

ขั้นตอนการสอบสวนการบาดเจ็บ หรือการเจ็บป่วยจากการทำงาน (GRI403-2)

บริษัทกำหนดขั้นตอนการสอบสวนการบาดเจ็บหรือเจ็บป่วยจากการทำงานในกรณีอุบัติเหตุหรือเหตุการณ์เกือบเกิดอุบัติเหตุ โดยเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยจะจัดทำรายงานเหตุการณ์ (Near Miss and Incident Report) และส่งให้ผู้จัดการโรงไฟฟ้าอนุมัติ รายงานจะรวมถึงการวิเคราะห์สาเหตุของอุบัติเหตุ แนวทางการแก้ไข และการรายงานสภาพการณ์ที่ไม่ปลอดภัยเพื่อป้องกันเหตุซ้ำ

ขั้นตอนการสอบสวนการบาดเจ็บ หรือการเจ็บป่วยจากการทำงาน มีดังต่อไปนี้

ขั้นตอนที่ 1
คณะกรรมการความปลอดภัยอาชีวอนามัยและสิ่งแวดล้อมบันทึกเหตุการณ์ตามที่ได้รับการแจ้งเหตุจากผู้ร้องเรียน
ขั้นตอนที่ 2
จัดทำการประชุมภายใน 24 ชั่วโมง เพื่อสอบสวนการบาดเจ็บหรือการเจ็บป่วยจากการทำงานตามที่ได้รับแจ้ง
ขั้นตอนที่ 3
กำหนดมาตรการเพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุซ้ำอีก และ/หรือบรรเทาความรุนแรงของเหตุการณ์
ขั้นตอนที่ 4
ตอบกลับผู้ร้องเรียนเพื่อให้ทราบถึงแนวทางการจัดการภายใน 24 ชั่วโมงจากวันที่เกิดเหตุ และบันทึกผลในระบบ
ขั้นตอนที่ 5
จัดการเยียวยาที่เหมาะสมให้แก่พนักงานที่ได้รับบาดเจ็บจากการทำงาน
ขั้นตอนที่ 6
ติดตาม ทบทวน และตรวจสอบประสิทธิภาพของมาตรการ และรายงานผลการดำเนินงานต่อคณะกรรมการบริหารทุกเดือน
การบาดเจ็บที่เกี่ยวข้องกับการทำงาน (GRI403-9)

บริษัทให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อมของพนักงาน รวมถึงผู้รับเหมาและคู่ค้าตลอดห่วงโซ่อุปทาน โดยแรงงานทุกกลุ่มอยู่ภายใต้ขอบเขตของระบบการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัยของบริษัท บริษัทมุ่งมั่นสู่การเป็น “องค์กรที่ปราศจากอุบัติเหตุและปราศจากการบาดเจ็บจากการทำงาน” และดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลด้านความปลอดภัยอย่างเป็นระบบ เพื่อใช้ในการกำหนดเป้าหมาย ติดตามผล และปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง

บริษัทกำหนดอัตราการบาดเจ็บถึงขั้นหยุดงาน (Loss Time Injury Frequency Rate: LTIFR) เป็นหนึ่งในตัวชี้วัดหลักด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัย โดยตั้งเป้าหมายให้ LTIFR เป็นศูนย์ คำนวณต่อ 1,000,000 ชั่วโมงการทำงาน เพื่อใช้เป็นดัชนีในการติดตามประสิทธิผลของมาตรการด้านความปลอดภัยของพนักงาน นอกจากนี้ บริษัทจัดเก็บและติดตามข้อมูลตัวชี้วัดด้านความปลอดภัยอื่น ๆ อย่างครอบคลุม ได้แก่ Total Recordable Injury (TRI), Total Recordable Injury Rate (TRIR), Near Miss และ Near Miss Frequency Rate (NMFR) เพื่อนำมาใช้ในการวิเคราะห์แนวโน้ม ระบุความเสี่ยง และปรับปรุงมาตรการป้องกันเชิงรุก

ในปี 2568 บริษัทพบเหตุการณ์ที่ก่อให้เกิดการบาดเจ็บถึงขั้นหยุดงาน โดยบริษัทได้ดำเนินการดูแล เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบอย่างเหมาะสม พร้อมทั้งทบทวนสาเหตุของเหตุการณ์และจัดทำมาตรการแก้ไขและป้องกัน เพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดเหตุซ้ำ และยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยในการปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่อง ดังนี้

เหตุการณ์ที่ 1 **

ระหว่างการปฏิบัติงานตรวจสอบเครื่องจักร ผู้รับเหมาประสบอุบัติเหตุจากการที่อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล(เสื้อกั๊กสะท้อนแสง) ไปสัมผัสกับชิ้นส่วนของเครื่องจักร ส่งผลให้ได้รับบาดเจ็บบริเวณแขนขวาและหน้าอกด้านขวา

การเยียวยา

บริษัทได้ดำเนินการนำส่งผู้รับเหมาที่ได้รับบาดเจ็บไปยังโรงพยาบาลไซยะบุรีเพื่อเข้ารับการรักษาเบื้องต้น โดยแพทย์ได้ทำแผล และฉีดยาป้องกันบาดทะยัก จากนั้นผู้รับเหมาสามารถกลับไปพักฟื้นที่พักในช่วงเย็น และหยุดพักเพื่อส่งตัวไปตรวจสอบร่างการโดยละเอียด ณ โรงพยาบาลในประเทศไทยที่เป็นโรงพยาบาลตามสัญญาของผู้รับเหมา

มาตรการ/แนวทางการจัดการป้องกันการเกิดซ้ำ
  • จัดอบรมด้านความปลอดภัยให้พนักงานผู้รับเหมาเพิ่มเติม โดยเน้นการใช้อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล (PPE) อย่างถูกต้องและเหมาะสม
  • กำชับการสวมใส่เสื้อกั๊กสะท้อนแสงให้กระชับโดยเฉพาะการสวมเสื้อกั๊กสะท้อนแสงให้กระชับ ป้องกันการเกี่ยวพันกับเครื่องจักร
  • พร้อมติดตั้งและปรับปรุงอุปกรณ์ป้องกันในบริเวณจุดเสี่ยงของเครื่องจักร
  • ย้ำข้อปฏิบัติด้านความปลอดภัยสำหรับผู้รับเหมาที่ปฏิบัติงานภายในพื้นที่โรงไฟฟ้าอย่างเคร่งครัด พร้อมเพิ่มการกำกับดูแลในระหว่างปฏิบัติงาน
เหตุการณ์ที่ 2 *

ระหว่างที่ผู้รับเหมาปฏิบัติงานรื้อถอน Trunnion ออกจาก Runner Hub โดยใช้แม่แรงไฮดรอลิก ได้เกิดเหตุแม่แรงเสียการทรงตัวในระหว่างการดึงชิ้นส่วน ส่งผลให้แม่แรงล้มและกระแทกศีรษะของผู้ปฏิบัติงาน ทำให้ได้รับบาดเจ็บ

การเยียวยา

บริษัทได้ให้การปฐมพยาบาลเบื้องต้นแก่ผู้ได้รับบาดเจ็บ และนำส่งไปยัง Medical Center ประจำโรงไฟฟ้า โดยแพทย์ได้ทำความสะอาดแผลและเย็บแผลจำนวน 7 เข็ม พร้อมแนะนำให้เข้ารับการตรวจเอกซเรย์เพิ่มเติม ณ โรงพยาบาลไซยะบุรี เพื่อการวินิจฉัยและรักษาอย่างเหมาะสม

มาตรการ/แนวทางการจัดการป้องกันการเกิดซ้ำ
  • จัดอบรมด้านความปลอดภัยให้แก่พนักงานของผู้รับเหมาเพิ่มเติม โดยเน้นการใช้อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล (PPE) อย่างถูกต้องและเหมาะสม โดยเฉพาะหมวกนิรภัย
  • จัดกิจกรรม Toolbox Talk กับพนักงานของผู้รับเหมา เพื่อเสริมสร้างความตระหนักถึงอันตรายจากวัตถุตกหล่น
  • กำหนดแนวทางการสื่อสารที่ชัดเจนระหว่างผู้ปฏิบัติงาน และทบทวนตำแหน่งการทำงานให้เหมาะสม ระหว่างการยกหรือประกอบชิ้นส่วนที่มีน้ำหนักมาก
เหตุการณ์ที่ 3 *

ขณะที่ผู้รับเหมากำลังผสมปูนอยู่บริเวณ ศูนย์วิจัยพันธุ์ปลา (Fish Research Center) ผู้รับเหมามีอาการวิงเวียนศีรษะและหมดสติ ลมล้มหงายหลัง ศีรษะกระแทกกับก้อนหิน จนได้รับบาดเจ็บ ส่งผลให้ได้รับบาดเจ็บ และมีอาการชัก เพื่อนร่วมงานจึงนำส่งไปยัง Medical Center ของโรงไฟฟ้าโดยทันที

การเยียวยา

ทีมแพทย์ของบริษัท ได้ทำการรักษาเบื้องต้น โดยทำแผลและเย็บแผลที่ศีรษะจำนวน 4 เข็ม หลังจากนั้นผู้ได้รับบาดเจ็บได้พักรักษาตัวเป็นเวลา 1 วัน และสามารถกลับมาปฏิบัติงานได้ตามปกติ

มาตรการ/แนวทางการจัดการป้องกันการเกิดซ้ำ
  • ให้ความรู้แก่ผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับ ความสำคัญของการพักผ่อนอย่างเพียงพอ เพื่อสุขภาพและความปลอดภัยในการทำงาน
  • ส่งเสริมให้ผู้ปฏิบัติงาน หยุดพักและดื่มน้ำอย่างสม่ำเสมอ เพื่อลดความเสี่ยงจากภาวะขาดน้ำ (Dehydration)
  • ให้ความรู้ด้าน โภชนาการ การดื่มน้ำ และการดูแลสุขภาพ สำหรับการทำงานต่อเนื่องเป็นเวลานาน
เหตุการณ์ที่ 4 **

เกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์ที่เกี่ยวข้องกับผู้รับเหมาซึ่งปฏิบัติหน้าที่ขับรถรับ–ส่งพนักงานในช่วงเช้า ส่งผลให้พนักงานได้รับบาดเจ็บจำนวน 2 ราย และผู้รับเหมาซึ่งเป็นผู้ขับขี่ เสียชีวิตจำนวน 1 ราย

การเยียวยา

บริษัทได้ดำเนินการนำผู้ได้รับบาดเจ็บส่งเข้ารับการรักษายังโรงพยาบาลใกล้เคียงโดยทันที พร้อมจัดให้มีการตรวจร่างกายอย่างละเอียดและติดตามอาการอย่างต่อเนื่อง รวมถึงให้ผู้ได้รับบาดเจ็บพักฟื้นจนกว่าจะสามารถกลับมาปฏิบัติงานได้อย่างปลอดภัย

สำหรับผู้รับเหมาที่เสียชีวิต บริษัทผู้รับเหมาได้ดำเนินการให้ความช่วยเหลือและเยียวยาตามสิทธิและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องอย่างเหมาะสม

เหตุการณ์ดังกล่าว ได้รับการยกระดับรายงานต่อผู้บริหารระดับสูงของบริษัท เพื่อรับทราบและใช้ประกอบการทบทวนมาตรการด้านความปลอดภัยและการบริหารความเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง

มาตรการ/แนวทางการจัดการป้องกันการเกิดซ้ำ
  • สื่อสารและกำหนดแนวปฏิบัติด้านความปลอดภัยในการขับขี่ โดยเน้นให้พนักงานขับรถ โดยเฉพาะผู้รับเหมา ต้องพักผ่อนอย่างเพียงพอก่อนปฏิบัติงาน เพื่อลดความเสี่ยงจากอาการอ่อนล้า
  • ปรับแผนการดำเนินงานให้ใช้พนักงานขับรถของบริษัทเป็นหลัก สำหรับการรับ–ส่งพนักงาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการกำกับดูแลและให้เป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยของบริษัท
  • จัดกิจกรรมให้ความรู้ด้านสุขภาพและความพร้อมในการทำงานแก่ผู้ปฏิบัติงานครอบคลุม การพักผ่อน การดื่มน้ำ และโภชนาการที่เหมาะสมสำหรับการทำงานต่อเนื่อง
หมายเหตุ:

* จัดอยู่ในประเภทการบาดเจ็บรวม (TRI) แต่ไม่นับเป็นส่วนหนึ่งของอัตราความถี่การบาดเจ็บถึงขั้นหยุดงาน (LTIFR) เนื่องจากหลังจากการรักษาพยาบาลและการประเมินทางการแพทย์แล้ว ทุกกรณีสามารถกลับมาทำงานได้ภายใน 24 ชั่วโมง

** จัดอยู่ในประเภทอัตราความถี่การบาดเจ็บถึงขั้นหยุดงาน (LTIFR)

ความเจ็บป่วยที่เกี่ยวข้องกับการทำงาน

หน่วยงานความปลอดภัยของบริษัทฯ ได้ประเมินความอันตรายที่อาจทำให้เกิดความเจ็บป่วยที่เกี่ยวข้องกับการทำงานโดยใช้หลักการลำดับชั้นของการควบคุมอันตราย (Hierarchy Control) ซึ่งแบ่งออกเป็น 5 ระดับ ได้แก่

  1. การขจัด (Elimination)
  2. อันตรายออกจากกระบวนการ การแทนที่ (Substitution) ด้วยวัสดุ กระบวนการ หรืออุปกรณ์ที่มีอันตรายน้อยกว่า
  3. การควบคุมทางวิศวกรรม (Engineering Controls)
  4. การเตือน (Warnings)
  5. การควบคุมทางการบริหารจัดการ (Administrative Controls) เช่น การฝึกอบรม การวางแผนงาน หรือการปรับเปลี่ยนขั้นตอนการทำงาน
  6. การใช้อุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคล (Personal Protective Equipment)

โดยในการประเมินเบื้องต้น บริษัทฯ จะพิจารณาการควบคุมในแต่ละระดับเพื่อป้องกันการเจ็บป่วยจากการทำงานที่เกิดจากการสัมผัสกับสิ่งคุกคามหรือสภาวะแวดล้อมที่ไม่เหมาะสมในการทำงาน บริษัทให้ความสำคัญกับความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อมของพนักงาน รวมถึงผู้รับเหมาและคู่ค้าของบริษัท ตลอดจนห่วงโซ่อุปทานทั้งหมด โดยไม่มีแรงงานที่อยู่นอกขอบเขตของระบบการจัดการ อาชีวอนามัยและความปลอดภัย

แนวทางการป้องกันกรณีเกิดการระบาดของโรคที่มีการแพร่กระจาย (GRI 403-6, 403-10)

บริษัทตระหนักและห่วงใยความปลอดภัยและอาชีวอนามัยของพนักงาน คู่ค้า ลูกค้า ผู้ถือหุ้น และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่เกี่ยวข้องในการดำเนินงานอยู่เสมอ โดยมีการกำหนดมาตรการและนโยบายป้องกันการแพร่ระบาดอย่างรอบด้าน ประกอบด้วยมาตรการการคัดกรองผู้ปฏิบัติงานและผู้มาติดต่อ เพื่อป้องกันและควบคุมโรคติดเชื้อที่มีการแพร่กระจาย ได้แก่

  • กำหนดให้คณะกรรมการความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสิ่งแวดล้อมในการทำงาน ทำหน้าที่รับผิดชอบกำหนดนโยบาย และแนวทางปฏิบัติต่าง ๆ ในช่วงสถานการณ์การระบาดของโรค เช่น การขออนุญาตเข้าทำงานจะมีการประกาศใช้ “ระบบ E-Work Permit”
  • จัดให้มีการฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ และตรวจระดับภูมิคุ้มกันพร้อมฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบบีให้แก่พนักงานเป็นประจำทุกปี เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคที่อาจกระทบต่อสุขภาพและประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน อีกทั้ง ในกรณีเกิดโรคระบาดรุนแรง เช่น การระบาดของโรคโควิด-19 บริษัทได้จัดหาวัคซีนให้แก่พนักงานอย่างทั่วถึง เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันและลดความเสี่ยงในการหยุดชะงักของกระบวนการดำเนินงานจากการระบาดของโรคติดต่อ
  • บริษัทมีมาตรการรับมือกับสถานการณ์โรคระบาดและมีคณะคณะกรรมการขับเคลื่อนการบริหารจัดการความต่อเนื่องทางธุรกิจ เพื่อบริหารจัดการสถานการณ์ฉุกเฉิน ในกรณีการระบาดของโรคที่มีการแพร่กระจาย รวมถึงการประเมินและจัดการเพื่อบรรเทาผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นพนักงาน ครอบครัวของพนักงาน ลูกค้า คู่ค้า ผู้ถือหุ้น ตลอดจนชุมชนและสังคมในวงกว้าง
  • บริษัทมีการดำเนินมาตรการเชิงป้องกันในด้านการควบคุมโรคระบาดอย่างต่อเนื่อง กำหนดแผนรับมือในกรณีที่พบผู้ติดเชื้อ เพื่อให้บริษัทยังคงสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง โดยกำหนดพื้นที่ควบคุมสูงสุดคือ ห้องควบคุมประจำโรงไฟฟ้า มีการจำกัดคนเข้า-ออก เฉพาะพนักงานที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น เพื่อรักษาเสถียรภาพของกระบวนการผลิตไฟฟ้า สามารถดำเนินการผลิตได้ตามแผนการดำเนินการอย่างมีประสิทธิภาพ และไม่ส่งผลกระทบต่อความต้องการของลูกค้า
เป้าหมายระยะยาว เป้าหมายปี 2568 และผลการดำเนินงานปี 2568 (GRI3-3)
อาชีวอนามัยและความปลอดภัย
อาชีวอนามัยและความปลอดภัย
เป้าหมายระยะยาว
จำนวนการเสียชีวิตจากการบาดเจ็บจากการทำงานทั้งพนักงานและผู้รับเหมา
0
กรณี
จำนวนเหตุการณ์การบาดเจ็บถึงขั้นหยุดงานทั้งพนักงานและผู้รับเหมา
0
กรณี
อัตราการบาดเจ็บถึงขั้นหยุดงานจากการทำงานทั้งพนักงานและผู้รับเหมา
0
กรณี / 1,000,000 ชั่วโมง
เป้าหมาย ปี 2568 ผลการดำเนินงานปี 2568
จำนวนการเสียชีวิตจากการบาดเจ็บจากการทำงานทั้งพนักงานและผู้รับเหมา
0
กรณี
1
กรณี
จำนวนเหตุการณ์การบาดเจ็บถึงขั้นหยุดงานทั้งพนักงานและผู้รับเหมา
0
กรณี
2
กรณี
อัตราการบาดเจ็บถึงขั้นหยุดงานจากการทำงานทั้งพนักงานและผู้รับเหมา
0
กรณี / 1,000,000 ชั่วโมง
2
กรณี / 1,000,000 ชั่วโมง

โครงการโดดเด่นในปี 2568 (GRI403-5)

โครงการ/กิจกรรม จำนวนผู้เข้าร่วม รายละเอียด เป้าหมาย ผลการดำเนินการ
การอบรมชี้แจงด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยสำหรับงานซ่อมบำรุง NN2HPP Unit 2 Major Overhaul 2025 ณ โรงไฟฟ้าพลังน้ำ น้ำงึม 2 (ทีมงานจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (EGAT), TOSHIBA และ ABB) 240 คน ชี้แจงกฎระเบียบความปลอดภัยในการทำงานที่พื้นที่โรงไฟฟ้าน้ำงึม 2 ครอบคลุมการปฏิบัติตามกฎความปลอดภัย การขออนุญาตทำงาน (Work Permit) การเตรียมอุปกรณ์ การติดป้ายเตือน การใช้อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล (PPE) การป้องกันและระงับอัคคีภัย การรักษาความสะอาด การปฏิบัติในกรณีเหตุฉุกเฉิน และการจัดส่งเอกสารด้านความปลอดภัยเพื่อการตรวจสอบก่อนเริ่มงาน ผู้ที่เข้ามาปฏิบัติงานภายในพื้นที่โรงไฟฟ้า 100% ต้องผ่านการอบรมและชี้แจงด้านความปลอดภัยก่อนเริ่มงาน ผู้ที่เข้ามาปฏิบัติงานภายในพื้นที่โรงไฟฟ้า 100% ผ่านการอบรมและชี้แจงด้านความปลอดภัยตามที่กำหนด

โครงการ/กิจกรรม จำนวนผู้เข้าร่วม รายละเอียด เป้าหมาย ผลการดำเนินการ
การอบรมชี้แจงด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยสำหรับผู้รับเหมาที่เข้ามาปฏิบัติงานภายในพื้นที่โรงไฟฟ้าพลังน้ำไซยะบุรีอบรมชี้แจงความปลอดภัยให้กับผู้รับเหมาที่เข้ามาทำงานภายในพื้นที่โรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรี 856 คน ชี้แจงนโยบายด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน รวมถึงกฎความปลอดภัย กฎจราจรภายในพื้นที่ การใช้ความเร็ว การคัดแยกขยะ แนวทางการปฏิบัติกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน และข้อห้ามในการปฏิบัติงานภายในพื้นที่โรงไฟฟ้า เพื่อสร้างความตระหนักด้านความปลอดภัยและสนับสนุนการปฏิบัติงานอย่างมีประสิทธิภาพ ผู้ที่เข้ามาปฏิบัติงานภายในพื้นที่โรงไฟฟ้า 100% ต้องผ่านการอบรมและชี้แจงด้านความปลอดภัยก่อนเริ่มงาน ผู้ที่เข้ามาปฏิบัติงานภายในพื้นที่โรงไฟฟ้า 100% ผ่านการอบรมและชี้แจงด้านความปลอดภัยตามที่กำหนด

โครงการ/กิจกรรม จำนวนผู้เข้าร่วม รายละเอียด เป้าหมาย ผลการดำเนินการ
โครงการสัปดาห์ความปลอดภัย (Safety week) อบรมทบทวนความรู้ด้านความปลอดภัย 209 คน การอบรมและทบทวนความรู้ด้านความปลอดภัย ครอบคลุม
  • การใช้อุปกรณ์ตัดพลังงาน (Lockout–Tagout): 46 คน
  • การประเมินความเสี่ยงตามขั้นตอนงาน (JSEA): 24 คน
  • พฤติกรรมด้านความปลอดภัย (Behavior-Based Safety): 21 คน
  • คณะกรรมการความปลอดภัยโรงไฟฟ้า: 18 คน
  • ดับเพลิง การเคลื่อนย้ายผู้ป่วย และการอพยพตามกฎหมายลาว: 32 คน
  • การซ้อมแผนฉุกเฉินกรณีน้ำท่วม (High Water Emergency Drill): 68 คน
ผู้เข้าร่วมกิจกรรม 100% มีความรู้และสามารถปฏิบัติได้ในกรณีฉุกเฉิน ผู้เข้าร่วมกิจกรรม 100% ได้รับการอบรมและสามารถปฏิบัติได้ตามแผนฉุกเฉิน

โครงการ/กิจกรรม จำนวนผู้เข้าร่วม รายละเอียด เป้าหมาย ผลการดำเนินการ
Safety Toolbox Talk ก่อนเริ่มงาน Outage (ไซยะบุรี) 312 คน ประเมินและระบุความเสี่ยงก่อนเริ่มงาน Outage เช่น งานไฟฟ้า พื้นที่อับอากาศ การทำงานที่สูง และวัตถุตกหล่น พร้อมชี้แจงแนวทางปฏิบัติที่ปลอดภัยและตรวจสอบ PPE ผู้ปฏิบัติงานในงาน Outage 100% ได้รับการชี้แจงและยืนยันการรับทราบข้อปฏิบัติด้านความปลอดภัยก่อนเริ่มงาน 100% ของผู้ปฏิบัติงานได้รับการชี้แจงความปลอดภัยครบถ้วน

โครงการ/กิจกรรม จำนวนผู้เข้าร่วม รายละเอียด เป้าหมาย ผลการดำเนินการ
โครงการฝึกปฏิบัติโต้ตอบเหตุฉุกเฉินกับทีม Emergency Response Team (ERT) 20 คน ฝึกการประสานงาน การสื่อสาร และการปฏิบัติร่วมกันของทีม รวมถึงการติดต่อกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทีม ERT 100% เข้าร่วมและสามารถปฏิบัติได้อย่างถูกต้อง ทีม ERT 100% ผ่านการฝึกปฏิบัติและทดสอบการตอบโต้เหตุฉุกเฉิน

โครงการ/กิจกรรม จำนวนผู้เข้าร่วม รายละเอียด เป้าหมาย ผลการดำเนินการ
โครงการสื่อสารแผนฉุกเฉินกรณีน้ำหลาก (High Water Flow Emergency Action Plan)​ 42 คน สื่อสารแผนฉุกเฉินกรณีน้ำหลากให้แก่หน่วยงานภาครัฐท้องถิ่น และชุมชนทั้งพื้นที่ต้นน้ำและท้ายน้ำรอบโรงไฟฟ้า ชุมชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รับทราบและเข้าใจแผนฉุกเฉิน การสื่อสารดำเนินการครบถ้วนตามแผน ไม่มีเหตุร้องเรียน

โครงการ/กิจกรรม จำนวนผู้เข้าร่วม รายละเอียด เป้าหมาย ผลการดำเนินการ
โครงการอบรมขับขี่ปลอดภัย รณรงค์ลดอุบัติเหตุบนท้องถนน 100% พนักงานขับรถไซยะบุรี อบรมและสื่อสารความปลอดภัยในการขับขี่ เพื่อสร้างจิตสำนึกและลดอุบัติเหตุ พนักงานขับรถ 100% เข้าใจและปฏิบัติตามกฎความปลอดภัย พนักงานขับรถ 100% ผ่านการอบรมและรับทราบแนวปฏิบัติ

โครงการ/กิจกรรม จำนวนผู้เข้าร่วม รายละเอียด เป้าหมาย ผลการดำเนินการ
Safety Talk: สนทนาด้านความปลอดภัย (ทุกวันพุธ) 100% ผู้ปฏิบัติงานในวันจัดกิจกรรม ให้ความรู้ด้านความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อมทั้งในงานและนอกงาน โดยเปิดโอกาสให้พนักงานมีส่วนร่วมและสลับกันเป็นวิทยากร เสริมสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยเชิงรุก ไม่มีกรณีการเสียชีวิตจากการบาดเจ็บจากการทำงาน
โครงการ/กิจกรรม จำนวนผู้เข้าร่วม รายละเอียด เป้าหมาย ผลการดำเนินการ
โครงการส่งเสริมสุขภาพและอาชีวอนามัยของพนักงาน 36 คน ส่งเสริมการออกกำลังกายและการดูแลสุขภาพ ≥80% ของผู้เข้าร่วมออกกำลังกายอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง พบ 25% ออกกำลังกายสม่ำเสมอ และ 99% มีการออกกำลังกาย แม้ไม่สม่ำเสมอ

โครงการ/กิจกรรม จำนวนผู้เข้าร่วม รายละเอียด เป้าหมาย ผลการดำเนินการ
Open House: เยี่ยมชมโรงไฟฟ้า 150 คน เปิดให้ชุมชนและนักศึกษาเยี่ยมชม พร้อมให้ความรู้ด้านกระบวนการผลิต ความปลอดภัย และสิ่งแวดล้อม สร้างความเข้าใจและความเชื่อมั่น ไม่มีข้อร้องเรียนด้านความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อม

รายงานความยั่งยืน ปี 2568