อาชีวอนามัยและความปลอดภัย
ผลกระทบต่อธุรกิจ (GRI3-3)

ความท้าทายและโอกาส (GRI3-3)
บริษัทเผชิญความท้าทายจากความเสี่ยงด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยที่อาจเกิดขึ้นจากสภาพแวดล้อมการทำงานที่มีความเสี่ยง ความไม่ปลอดภัยในการปฏิบัติงาน การเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ และระดับมลพิษที่เพิ่มขึ้น ซึ่งปัจจัยเหล่านี้อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพ ชีวิต และทรัพย์สินของพนักงาน ผู้รับเหมา และผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้อง รวมถึงความต่อเนื่องและประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจ
เพื่อลดและบริหารจัดการผลกระทบดังกล่าว บริษัทได้จัดทำระบบบริหารจัดการด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยอย่างเป็นระบบ ครอบคลุมมาตรการป้องกัน การตอบสนอง และการเยียวยา ควบคู่กับการสร้างวัฒนธรรมด้านความปลอดภัยในองค์กรและตลอดห่วงโซ่อุปทาน โดยมุ่งเน้นการเสริมสร้างความรู้ ความตระหนัก และพฤติกรรมการทำงานที่ปลอดภัยในทุกระดับ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของพนักงาน คู่ค้า ผู้รับเหมา ลูกค้า และชุมชนโดยรอบพื้นที่ดำเนินงาน
แนวทางดังกล่าวเปิดโอกาสให้บริษัทสามารถยกระดับมาตรฐานด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัย ลดอัตราการเกิดอุบัติเหตุและการบาดเจ็บจากการทำงาน และเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้มีส่วนได้เสีย โดยบริษัทได้กำหนดเป้าหมายในการมุ่งสู่การเป็น "องค์กรที่ปราศจากอุบัติเหตุและปราศจากการบาดเจ็บของพนักงาน"
นอกจากนี้ บริษัทพัฒนาระบบรายงานอุบัติเหตุและเหตุการณ์ด้านความปลอดภัยโดยใช้ระบบ Maximo เพื่อใช้ในการติดตาม บันทึก และวิเคราะห์เหตุการณ์ด้านความปลอดภัยอย่างเป็นระบบ เพื่อนำข้อมูลไปปรับปรุงมาตรการป้องกัน ลดความเสี่ยง และสร้างความเชื่อมั่นต่อการดำเนินงานที่ปลอดภัย
ความมุ่งมั่น (GRI 3-3)
บริษัทให้ความสำคัญกับอาชีวอนามัยและความปลอดภัย ในฐานะหนึ่งในปัจจัยสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน โดยมุ่งควบคุมกระบวนการทำงานของพนักงาน ผู้รับเหมา และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล เพื่อป้องกันอุบัติเหตุ การบาดเจ็บ และโรคจากการทำงาน พร้อมทั้งส่งเสริมสุขภาพและอาชีวอนามัยในทุกระดับ
บริษัทมุ่งสู่การเป็นองค์กรที่ปราศจากอุบัติเหตุ ผ่านการปลูกฝังวัฒนธรรมความปลอดภัยเชิงรุก โดยเน้นความปลอดภัยทั้งในพื้นที่ดำเนินงาน (Operation Safety) และความปลอดภัยของบุคคล (Personal Safety) ซึ่งครอบคลุมพนักงานและผู้รับเหมาทั้งหมด ระบบการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัยของบริษัทสอดคล้องกับนโยบายองค์กร กฎหมายที่เกี่ยวข้อง และมาตรฐานสากล เพื่อให้มั่นใจว่าทุกคนสามารถปฏิบัติงานได้อย่างปลอดภัย
บริษัทดำเนินการประเมินและควบคุมความเสี่ยงด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง โดยทบทวนความเสี่ยงในกิจกรรมของโรงไฟฟ้าอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง ครอบคลุมการระบุอันตรายจากเครื่องจักร สารเคมี และสภาพแวดล้อมที่ไม่ปลอดภัย โดยสื่อสารความเสี่ยงและมาตรการควบคุมให้พนักงานและผู้เกี่ยวข้องรับทราบก่อนเริ่มงาน เพื่อลดโอกาสการเกิดอุบัติเหตุและสนับสนุนการดำเนินงานอย่างปลอดภัยและยั่งยืน
แนวทางการบริหารจัดการ (GRI3-3, 403-2)
บริษัทได้กำหนดนโยบายอาชีวอนามัยและความปลอดภัยของพนักงาน และจัดทำระบบการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย (Occupational Health and Safety Management System) ซึ่งผนวกเป็นส่วนหนึ่งของจรรยาบรรณในการดำเนินธุรกิจ โดยคำนึงถึงด้านสภาพแวดล้อม ความปลอดภัย และสุขอนามัยในการทำงาน
บริษัทดำเนินการระบุอันตรายและประเมินความเสี่ยงจากการทำงานอย่างเป็นระบบ ครอบคลุมกิจกรรมการดำเนินงานของโรงไฟฟ้า รวมถึงงานที่เกี่ยวข้องกับเครื่องจักร สารเคมี และสภาพแวดล้อมการทำงานที่อาจก่อให้เกิดอันตราย พร้อมกำหนดมาตรการควบคุมและแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจน โดยมีการทบทวนและปรับปรุงอย่างต่อเนื่องให้สอดคล้องกับบริบทการดำเนินงานและความเสี่ยงที่เปลี่ยนไป
ระบบดังกล่าวได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO 45001: 2018 ยืนยันถึงความมุ่งมั่นของบริษัทในการดูแลความปลอดภัยและส่งเสริมสุขอนามัยของพนักงานและผู้เกี่ยวข้องอย่างเป็นระบบและยั่งยืน
นโยบายอาชีวอนามัยและความปลอดภัยของพนักงาน
กลยุทธ์และแผนกลยุทธ์
ระบบการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัยของบริษัท (Occupational Health and Safety Management System) (GRI403-1,403-3, 403-4)
บริษัทดำเนินระบบการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย (Occupational Health and Safety Management System) บนพื้นฐานของการปฏิบัติตามกฎหมายและข้อกำหนด และมาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานของโรงไฟฟ้าในประเทศไทยและสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว อาทิ กฎหมายแรงงาน กฎหมายการจัดการสารเคมี กฎหมายป้องกันและระงับอัคคีภัย รวมถึงกฎหมายด้านสุขอนามัยและความปลอดภัยในการทำงาน เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างปลอดภัย มีความรับผิดชอบ และสอดคล้องกับมาตรฐานสากล
บริษัทกำหนดนโยบายด้านความปลอดภัยในการทำงานที่ครอบคลุมทุกกิจกรรม ทุกสถานที่ปฏิบัติงาน รวมถึงพนักงานและผู้รับเหมาทั้งหมด โดยระบบการจัดการดังกล่าวได้รับการรับรองตามมาตรฐาน ISO 45001:2018 ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยในสถานที่ทำงานและการส่งเสริมสุขภาวะของผู้ปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่อง
กลยุทธ์ด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยของบริษัทมุ่งเน้นการบริหารจัดการความเสี่ยงอย่างเป็นระบบและต่อเนื่องตลอดวงจรการดำเนินงาน ครอบคลุมการประเมินและควบคุมความเสี่ยง การจัดให้มีบริการด้านอาชีวอนามัยที่เหมาะสมกับลักษณะงาน การฝึกอบรมและพัฒนาความรู้ด้านความปลอดภัยแก่พนักงานและผู้รับเหมา การติดตาม ตรวจสอบ และทบทวนประสิทธิผลของมาตรการด้านความปลอดภัยอย่างสม่ำเสมอ ตลอดจนการจัดการอุบัติเหตุและเหตุการณ์ด้านความปลอดภัยอย่างมีประสิทธิภาพ
นอกจากนี้ บริษัทส่งเสริมการมีส่วนร่วม การให้คำปรึกษา และการสื่อสารด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยในทุกระดับขององค์กร เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานสามารถแสดงความคิดเห็น แจ้งอันตราย และมีส่วนร่วมในการพัฒนามาตรการด้านความปลอดภัย อันเป็นการสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยเชิงรุก และเสริมสร้างความเชื่อมั่นในสภาพแวดล้อมการทำงานที่ปลอดภัยและเอื้อต่อสุขภาวะของทุกหน่วยงาน
บริษัทกำหนดและบังคับใช้จรรยาบรรณการดำเนินธุรกิจด้านสภาพแวดล้อม ความปลอดภัย และสุขอนามัยในการทำงาน เพื่อใช้เป็นแนวทางปฏิบัติร่วมกันทั่วทั้งองค์กรและห่วงโซ่อุปทาน ดังนี้
กระบวนการประเมินความเสี่ยงและอันตรายอันเกิดจากงาน และวิธีนำไปปฎิบัติใช้ในองค์กร (GRI403-2, 403-7)
บริษัทกำหนดให้หน่วยงานความปลอดภัยดำเนินการตามขั้นตอนการบ่งชี้อันตรายและประเมินความเสี่ยงด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยก่อนเริ่มปฏิบัติงาน โดยใช้เทคนิคการวิเคราะห์งานเพื่อความปลอดภัย (Job Safety Analysis: JSA) ซึ่งประกอบด้วย 7 ขั้นตอนดังนี้
พนักงานของหน่วยงานด้านความปลอดภัยประเมินความเสี่ยงด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัย (OHS Risk and Hazard Assessments) และต้องนำผลที่ได้จากการบ่งชี้อันตรายและการประเมินความเสี่ยงมาแก้ไขปรับปรุง และพัฒนาแนวทางการจัดการด้านความปลอดภัยฯ และกำหนดดัชนีชี้วัดผลการปฏิบัติงาน (KPI) เพื่อให้การบ่งชี้อันตรายและการประเมินความเสี่ยงมีประสิทธิภาพ สอดคล้องตามมาตรฐาน และได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยผลประเมินความเสี่ยงด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยของปี 2568 มีดังนี้
ความเสี่ยงด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัย
การทำงานบนที่สูง |
การทำงานที่ก่อให้เกิดประกายไฟ |
การทำงานในที่อับอากาศ |
|---|---|---|
|
บุคคลผู้มีความเสี่ยงจากการปฏิบัติงาน
พนักงานและคู่ค้าผู้ปฏิบัติงานในโรงไฟฟ้า ประเภทของเหตุการณ์และระดับความเสี่ยง
มาตรการป้องกันและแก้ไข
|
บุคคลผู้มีความเสี่ยงจากการปฏิบัติงาน
พนักงานและคู่ค้าผู้ปฏิบัติงานในโรงไฟฟ้า ประเภทของเหตุการณ์และระดับความเสี่ยง
มาตรการป้องกันและแก้ไข
|
บุคคลผู้มีความเสี่ยงจากการปฏิบัติงาน
พนักงานและคู่ค้าผู้ปฏิบัติงานในโรงไฟฟ้า ประเภทของเหตุการณ์และระดับความเสี่ยง
มาตรการป้องกันและแก้ไข
|
การทำงานในบริเวณไฟฟ้าแรงสูง |
การทำงานกับอุปกรณ์ที่อันตรายต่างๆ
|
การทำงานเกี่ยวกับสารเคมี |
|
บุคคลผู้มีความเสี่ยงจากการปฏิบัติงาน
พนักงานและคู่ค้าผู้ปฏิบัติงานในโรงไฟฟ้า ชุมชนตามแนวสายส่ง ประเภทของเหตุการณ์และระดับความเสี่ยง
มาตรการป้องกันและแก้ไข
|
บุคคลผู้มีความเสี่ยงจากการปฏิบัติงาน
พนักงานและคู่ค้าผู้ปฏิบัติงานในโรงไฟฟ้า ประเภทของเหตุการณ์และระดับความเสี่ยง
มาตรการป้องกันและแก้ไข
|
บุคคลผู้มีความเสี่ยงจากการปฏิบัติงาน
พนักงานและคู่ค้าผู้ปฏิบัติงานในโรงไฟฟ้า ชุมชนรอบโรงไฟฟ้า หากเกิดกรณีการรัวไหลของสารเคมี ประเภทของเหตุการณ์และระดับความเสี่ยง
มาตรการป้องกันและแก้ไข
|
สามารถอ่านรายละเอียดเกี่ยวกับผลประเมินความเสี่ยงด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยของปี 2568 และมาตรการป้องกันเพิ่มเติมได้บนเว็บไซต์
การกำกับดูแลด้านความปลอดภัยและอาชีวอนามัย (GRI403-4)
บริษัทกำกับดูแลด้านความปลอดภัยและอาชีวอนามัยอย่างรอบด้าน ตั้งแต่การกำหนดหน่วยงานความปลอดภัยเป็นผู้รับผิดชอบหลัก ทำหน้าที่ติดตาม ตรวจสอบ และปรับปรุงสภาพแวดล้อมการทำงานให้ปลอดภัยและสอดคล้องกับมาตรฐานสากล บริษัทกำหนดเป้าหมายเชิงปริมาณในแต่ละโรงไฟฟ้า เพื่อนำมาซึ่งการพัฒนามาตรการ เช่น การบันทึกข้อมูลด้านความปลอดภัย และการรับรองมาตรฐานสุขภาวะและความปลอดภัยของพนักงาน เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการพัฒนาด้านความปลอดภัยและอาชีวอนามัยอย่างเป็นระบบ
บริษัทตั้งคณะกรรมการความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อมในการทำงาน โดยมีผู้จัดการโรงไฟฟ้าเป็นประธาน และมีตัวแทนจากหน่วยงานต่าง ๆ รวมถึงหน่วยงานความปลอดภัยเป็นเลขานุการ คณะกรรมการมีหน้าที่พัฒนาและปรับปรุงระบบการจัดการด้านสุขภาวะ อาชีวอนามัย และความปลอดภัย ทั้งนี้ มีการประชุมคณะกรรมการเป็นประจำเพื่อประเมินความก้าวหน้าและติดตามผลการดำเนินงานตามนโยบายและระบบการจัดการที่กำหนดไว้
การจัดการความปลอดภัยในการทำงาน (GRI2-25, 403-2)
ช่องทางการแจ้งเหตุ
บริษัทเปิดช่องทางให้พนักงานและผู้รับเหมาแจ้งอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น สภาพการณ์ที่ไม่ปลอดภัย รวมถึงกิจกรรมที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุผ่านช่องทางต่าง ๆ พร้อมทั้งกำหนดแนวทางปฏิบัติเมื่อเกิดอุบัติเหตุการตรวจสอบและการดำเนินการแก้ไขที่เหมาะสมตามการประเมินความเสี่ยงด้านความปลอดภัยของพนักงานและผู้รับเหมา ดังนี้
- เจ้าหน้าที่ความปลอดภัย หรือคณะกรรมการความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อม ผ่านช่องทางโทรศัพท์ และอีเมล
- ผู้จัดการโรงไฟฟ้าผ่านช่องทางโทรศัพท์ และอีเมล
- แบบฟอร์มออนไลน์ WE CARE CONVERSATION
- แบบฟอร์มการร้องเรียนและข้อเสนอเเนะ
บริษัทได้กำหนดแนวทางปฏิบัติในการตรวจสอบและแก้ไขเมื่อเกิดอุบัติเหตุ ตามการประเมินความเสี่ยงด้านความปลอดภัยของพนักงานและผู้รับเหมา รวมถึงการประเมินและจัดทำทะเบียนความเสี่ยงของกิจกรรมอันตรายที่อาจเกิดขึ้น บริษัทได้กำหนดกฎความปลอดภัยขั้นพื้นฐานที่อนุญาตให้พนักงานหรือผู้ที่เกี่ยวข้องหยุดงานและแก้ไขเมื่อพบการกระทำที่ไม่ปลอดภัย นอกจากนี้ บริษัทจัดการประชุมหารือเพื่อหาแนวทางควบคุมกิจกรรมที่มีความเสี่ยงระดับกลางขึ้นไป และนำเสนอแผนควบคุมหรือลดความเสี่ยงต่อผู้บริหารเพื่อขออนุมัติในการดำเนินการต่อไป
ขั้นตอนการสอบสวนการบาดเจ็บ หรือการเจ็บป่วยจากการทำงาน (GRI403-2)
บริษัทกำหนดขั้นตอนการสอบสวนการบาดเจ็บหรือเจ็บป่วยจากการทำงานในกรณีอุบัติเหตุหรือเหตุการณ์เกือบเกิดอุบัติเหตุ โดยเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยจะจัดทำรายงานเหตุการณ์ (Near Miss and Incident Report) และส่งให้ผู้จัดการโรงไฟฟ้าอนุมัติ รายงานจะรวมถึงการวิเคราะห์สาเหตุของอุบัติเหตุ แนวทางการแก้ไข และการรายงานสภาพการณ์ที่ไม่ปลอดภัยเพื่อป้องกันเหตุซ้ำ
ขั้นตอนการสอบสวนการบาดเจ็บ หรือการเจ็บป่วยจากการทำงาน มีดังต่อไปนี้
ขั้นตอนที่ 1
ขั้นตอนที่ 2
ขั้นตอนที่ 3
ขั้นตอนที่ 4
ขั้นตอนที่ 5
ขั้นตอนที่ 6
การบาดเจ็บที่เกี่ยวข้องกับการทำงาน (GRI403-9)
บริษัทให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อมของพนักงาน รวมถึงผู้รับเหมาและคู่ค้าตลอดห่วงโซ่อุปทาน โดยแรงงานทุกกลุ่มอยู่ภายใต้ขอบเขตของระบบการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัยของบริษัท บริษัทมุ่งมั่นสู่การเป็น “องค์กรที่ปราศจากอุบัติเหตุและปราศจากการบาดเจ็บจากการทำงาน” และดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลด้านความปลอดภัยอย่างเป็นระบบ เพื่อใช้ในการกำหนดเป้าหมาย ติดตามผล และปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง
บริษัทกำหนดอัตราการบาดเจ็บถึงขั้นหยุดงาน (Loss Time Injury Frequency Rate: LTIFR) เป็นหนึ่งในตัวชี้วัดหลักด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัย โดยตั้งเป้าหมายให้ LTIFR เป็นศูนย์ คำนวณต่อ 1,000,000 ชั่วโมงการทำงาน เพื่อใช้เป็นดัชนีในการติดตามประสิทธิผลของมาตรการด้านความปลอดภัยของพนักงาน นอกจากนี้ บริษัทจัดเก็บและติดตามข้อมูลตัวชี้วัดด้านความปลอดภัยอื่น ๆ อย่างครอบคลุม ได้แก่ Total Recordable Injury (TRI), Total Recordable Injury Rate (TRIR), Near Miss และ Near Miss Frequency Rate (NMFR) เพื่อนำมาใช้ในการวิเคราะห์แนวโน้ม ระบุความเสี่ยง และปรับปรุงมาตรการป้องกันเชิงรุก
ในปี 2568 บริษัทพบเหตุการณ์ที่ก่อให้เกิดการบาดเจ็บถึงขั้นหยุดงาน โดยบริษัทได้ดำเนินการดูแล เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบอย่างเหมาะสม พร้อมทั้งทบทวนสาเหตุของเหตุการณ์และจัดทำมาตรการแก้ไขและป้องกัน เพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดเหตุซ้ำ และยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยในการปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่อง ดังนี้
ระหว่างการปฏิบัติงานตรวจสอบเครื่องจักร ผู้รับเหมาประสบอุบัติเหตุจากการที่อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล(เสื้อกั๊กสะท้อนแสง) ไปสัมผัสกับชิ้นส่วนของเครื่องจักร ส่งผลให้ได้รับบาดเจ็บบริเวณแขนขวาและหน้าอกด้านขวา
บริษัทได้ดำเนินการนำส่งผู้รับเหมาที่ได้รับบาดเจ็บไปยังโรงพยาบาลไซยะบุรีเพื่อเข้ารับการรักษาเบื้องต้น โดยแพทย์ได้ทำแผล และฉีดยาป้องกันบาดทะยัก จากนั้นผู้รับเหมาสามารถกลับไปพักฟื้นที่พักในช่วงเย็น และหยุดพักเพื่อส่งตัวไปตรวจสอบร่างการโดยละเอียด ณ โรงพยาบาลในประเทศไทยที่เป็นโรงพยาบาลตามสัญญาของผู้รับเหมา
- จัดอบรมด้านความปลอดภัยให้พนักงานผู้รับเหมาเพิ่มเติม โดยเน้นการใช้อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล (PPE) อย่างถูกต้องและเหมาะสม
- กำชับการสวมใส่เสื้อกั๊กสะท้อนแสงให้กระชับโดยเฉพาะการสวมเสื้อกั๊กสะท้อนแสงให้กระชับ ป้องกันการเกี่ยวพันกับเครื่องจักร
- พร้อมติดตั้งและปรับปรุงอุปกรณ์ป้องกันในบริเวณจุดเสี่ยงของเครื่องจักร
- ย้ำข้อปฏิบัติด้านความปลอดภัยสำหรับผู้รับเหมาที่ปฏิบัติงานภายในพื้นที่โรงไฟฟ้าอย่างเคร่งครัด พร้อมเพิ่มการกำกับดูแลในระหว่างปฏิบัติงาน
ระหว่างที่ผู้รับเหมาปฏิบัติงานรื้อถอน Trunnion ออกจาก Runner Hub โดยใช้แม่แรงไฮดรอลิก ได้เกิดเหตุแม่แรงเสียการทรงตัวในระหว่างการดึงชิ้นส่วน ส่งผลให้แม่แรงล้มและกระแทกศีรษะของผู้ปฏิบัติงาน ทำให้ได้รับบาดเจ็บ
บริษัทได้ให้การปฐมพยาบาลเบื้องต้นแก่ผู้ได้รับบาดเจ็บ และนำส่งไปยัง Medical Center ประจำโรงไฟฟ้า โดยแพทย์ได้ทำความสะอาดแผลและเย็บแผลจำนวน 7 เข็ม พร้อมแนะนำให้เข้ารับการตรวจเอกซเรย์เพิ่มเติม ณ โรงพยาบาลไซยะบุรี เพื่อการวินิจฉัยและรักษาอย่างเหมาะสม
- จัดอบรมด้านความปลอดภัยให้แก่พนักงานของผู้รับเหมาเพิ่มเติม โดยเน้นการใช้อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล (PPE) อย่างถูกต้องและเหมาะสม โดยเฉพาะหมวกนิรภัย
- จัดกิจกรรม Toolbox Talk กับพนักงานของผู้รับเหมา เพื่อเสริมสร้างความตระหนักถึงอันตรายจากวัตถุตกหล่น
- กำหนดแนวทางการสื่อสารที่ชัดเจนระหว่างผู้ปฏิบัติงาน และทบทวนตำแหน่งการทำงานให้เหมาะสม ระหว่างการยกหรือประกอบชิ้นส่วนที่มีน้ำหนักมาก
ขณะที่ผู้รับเหมากำลังผสมปูนอยู่บริเวณ ศูนย์วิจัยพันธุ์ปลา (Fish Research Center) ผู้รับเหมามีอาการวิงเวียนศีรษะและหมดสติ ลมล้มหงายหลัง ศีรษะกระแทกกับก้อนหิน จนได้รับบาดเจ็บ ส่งผลให้ได้รับบาดเจ็บ และมีอาการชัก เพื่อนร่วมงานจึงนำส่งไปยัง Medical Center ของโรงไฟฟ้าโดยทันที
ทีมแพทย์ของบริษัท ได้ทำการรักษาเบื้องต้น โดยทำแผลและเย็บแผลที่ศีรษะจำนวน 4 เข็ม หลังจากนั้นผู้ได้รับบาดเจ็บได้พักรักษาตัวเป็นเวลา 1 วัน และสามารถกลับมาปฏิบัติงานได้ตามปกติ
- ให้ความรู้แก่ผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับ ความสำคัญของการพักผ่อนอย่างเพียงพอ เพื่อสุขภาพและความปลอดภัยในการทำงาน
- ส่งเสริมให้ผู้ปฏิบัติงาน หยุดพักและดื่มน้ำอย่างสม่ำเสมอ เพื่อลดความเสี่ยงจากภาวะขาดน้ำ (Dehydration)
- ให้ความรู้ด้าน โภชนาการ การดื่มน้ำ และการดูแลสุขภาพ สำหรับการทำงานต่อเนื่องเป็นเวลานาน
เกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์ที่เกี่ยวข้องกับผู้รับเหมาซึ่งปฏิบัติหน้าที่ขับรถรับ–ส่งพนักงานในช่วงเช้า ส่งผลให้พนักงานได้รับบาดเจ็บจำนวน 2 ราย และผู้รับเหมาซึ่งเป็นผู้ขับขี่ เสียชีวิตจำนวน 1 ราย
บริษัทได้ดำเนินการนำผู้ได้รับบาดเจ็บส่งเข้ารับการรักษายังโรงพยาบาลใกล้เคียงโดยทันที พร้อมจัดให้มีการตรวจร่างกายอย่างละเอียดและติดตามอาการอย่างต่อเนื่อง รวมถึงให้ผู้ได้รับบาดเจ็บพักฟื้นจนกว่าจะสามารถกลับมาปฏิบัติงานได้อย่างปลอดภัย
สำหรับผู้รับเหมาที่เสียชีวิต บริษัทผู้รับเหมาได้ดำเนินการให้ความช่วยเหลือและเยียวยาตามสิทธิและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องอย่างเหมาะสม
เหตุการณ์ดังกล่าว ได้รับการยกระดับรายงานต่อผู้บริหารระดับสูงของบริษัท เพื่อรับทราบและใช้ประกอบการทบทวนมาตรการด้านความปลอดภัยและการบริหารความเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง
- สื่อสารและกำหนดแนวปฏิบัติด้านความปลอดภัยในการขับขี่ โดยเน้นให้พนักงานขับรถ โดยเฉพาะผู้รับเหมา ต้องพักผ่อนอย่างเพียงพอก่อนปฏิบัติงาน เพื่อลดความเสี่ยงจากอาการอ่อนล้า
- ปรับแผนการดำเนินงานให้ใช้พนักงานขับรถของบริษัทเป็นหลัก สำหรับการรับ–ส่งพนักงาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการกำกับดูแลและให้เป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยของบริษัท
- จัดกิจกรรมให้ความรู้ด้านสุขภาพและความพร้อมในการทำงานแก่ผู้ปฏิบัติงานครอบคลุม การพักผ่อน การดื่มน้ำ และโภชนาการที่เหมาะสมสำหรับการทำงานต่อเนื่อง
* จัดอยู่ในประเภทการบาดเจ็บรวม (TRI) แต่ไม่นับเป็นส่วนหนึ่งของอัตราความถี่การบาดเจ็บถึงขั้นหยุดงาน (LTIFR) เนื่องจากหลังจากการรักษาพยาบาลและการประเมินทางการแพทย์แล้ว ทุกกรณีสามารถกลับมาทำงานได้ภายใน 24 ชั่วโมง
** จัดอยู่ในประเภทอัตราความถี่การบาดเจ็บถึงขั้นหยุดงาน (LTIFR)
ความเจ็บป่วยที่เกี่ยวข้องกับการทำงาน
หน่วยงานความปลอดภัยของบริษัทฯ ได้ประเมินความอันตรายที่อาจทำให้เกิดความเจ็บป่วยที่เกี่ยวข้องกับการทำงานโดยใช้หลักการลำดับชั้นของการควบคุมอันตราย (Hierarchy Control) ซึ่งแบ่งออกเป็น 5 ระดับ ได้แก่
- การขจัด (Elimination)
- อันตรายออกจากกระบวนการ การแทนที่ (Substitution) ด้วยวัสดุ กระบวนการ หรืออุปกรณ์ที่มีอันตรายน้อยกว่า
- การควบคุมทางวิศวกรรม (Engineering Controls)
- การเตือน (Warnings)
- การควบคุมทางการบริหารจัดการ (Administrative Controls) เช่น การฝึกอบรม การวางแผนงาน หรือการปรับเปลี่ยนขั้นตอนการทำงาน
- การใช้อุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคล (Personal Protective Equipment)
โดยในการประเมินเบื้องต้น บริษัทฯ จะพิจารณาการควบคุมในแต่ละระดับเพื่อป้องกันการเจ็บป่วยจากการทำงานที่เกิดจากการสัมผัสกับสิ่งคุกคามหรือสภาวะแวดล้อมที่ไม่เหมาะสมในการทำงาน บริษัทให้ความสำคัญกับความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อมของพนักงาน รวมถึงผู้รับเหมาและคู่ค้าของบริษัท ตลอดจนห่วงโซ่อุปทานทั้งหมด โดยไม่มีแรงงานที่อยู่นอกขอบเขตของระบบการจัดการ อาชีวอนามัยและความปลอดภัย
แนวทางการป้องกันกรณีเกิดการระบาดของโรคที่มีการแพร่กระจาย (GRI 403-6, 403-10)
บริษัทตระหนักและห่วงใยความปลอดภัยและอาชีวอนามัยของพนักงาน คู่ค้า ลูกค้า ผู้ถือหุ้น และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่เกี่ยวข้องในการดำเนินงานอยู่เสมอ โดยมีการกำหนดมาตรการและนโยบายป้องกันการแพร่ระบาดอย่างรอบด้าน ประกอบด้วยมาตรการการคัดกรองผู้ปฏิบัติงานและผู้มาติดต่อ เพื่อป้องกันและควบคุมโรคติดเชื้อที่มีการแพร่กระจาย ได้แก่
- กำหนดให้คณะกรรมการความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสิ่งแวดล้อมในการทำงาน ทำหน้าที่รับผิดชอบกำหนดนโยบาย และแนวทางปฏิบัติต่าง ๆ ในช่วงสถานการณ์การระบาดของโรค เช่น การขออนุญาตเข้าทำงานจะมีการประกาศใช้ “ระบบ E-Work Permit”
- จัดให้มีการฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ และตรวจระดับภูมิคุ้มกันพร้อมฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบบีให้แก่พนักงานเป็นประจำทุกปี เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคที่อาจกระทบต่อสุขภาพและประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน อีกทั้ง ในกรณีเกิดโรคระบาดรุนแรง เช่น การระบาดของโรคโควิด-19 บริษัทได้จัดหาวัคซีนให้แก่พนักงานอย่างทั่วถึง เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันและลดความเสี่ยงในการหยุดชะงักของกระบวนการดำเนินงานจากการระบาดของโรคติดต่อ
- บริษัทมีมาตรการรับมือกับสถานการณ์โรคระบาดและมีคณะคณะกรรมการขับเคลื่อนการบริหารจัดการความต่อเนื่องทางธุรกิจ เพื่อบริหารจัดการสถานการณ์ฉุกเฉิน ในกรณีการระบาดของโรคที่มีการแพร่กระจาย รวมถึงการประเมินและจัดการเพื่อบรรเทาผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นพนักงาน ครอบครัวของพนักงาน ลูกค้า คู่ค้า ผู้ถือหุ้น ตลอดจนชุมชนและสังคมในวงกว้าง
- บริษัทมีการดำเนินมาตรการเชิงป้องกันในด้านการควบคุมโรคระบาดอย่างต่อเนื่อง กำหนดแผนรับมือในกรณีที่พบผู้ติดเชื้อ เพื่อให้บริษัทยังคงสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง โดยกำหนดพื้นที่ควบคุมสูงสุดคือ ห้องควบคุมประจำโรงไฟฟ้า มีการจำกัดคนเข้า-ออก เฉพาะพนักงานที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น เพื่อรักษาเสถียรภาพของกระบวนการผลิตไฟฟ้า สามารถดำเนินการผลิตได้ตามแผนการดำเนินการอย่างมีประสิทธิภาพ และไม่ส่งผลกระทบต่อความต้องการของลูกค้า
เป้าหมายระยะยาว เป้าหมายปี 2568 และผลการดำเนินงานปี 2568 (GRI3-3)
| อาชีวอนามัยและความปลอดภัย | ||||||
|---|---|---|---|---|---|---|
อาชีวอนามัยและความปลอดภัย |
||||||
| เป้าหมายระยะยาว | ||||||
| จำนวนการเสียชีวิตจากการบาดเจ็บจากการทำงานทั้งพนักงานและผู้รับเหมา |
0
|
จำนวนเหตุการณ์การบาดเจ็บถึงขั้นหยุดงานทั้งพนักงานและผู้รับเหมา |
0
|
|||
| อัตราการบาดเจ็บถึงขั้นหยุดงานจากการทำงานทั้งพนักงานและผู้รับเหมา |
0
|
|||||
| เป้าหมาย ปี 2568 | ผลการดำเนินงานปี 2568 | |||||
| จำนวนการเสียชีวิตจากการบาดเจ็บจากการทำงานทั้งพนักงานและผู้รับเหมา |
0
|
1
|
||||
| จำนวนเหตุการณ์การบาดเจ็บถึงขั้นหยุดงานทั้งพนักงานและผู้รับเหมา |
0
|
2
|
||||
| อัตราการบาดเจ็บถึงขั้นหยุดงานจากการทำงานทั้งพนักงานและผู้รับเหมา |
0
|
2
|
||||
| SDGs | ||||||
โครงการโดดเด่นในปี 2568 (GRI403-5)
โครงการบริหารความปลอดภัยและการพัฒนาศักยภาพด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัย (Safety Capacity Building & Contractor Safety)

| โครงการ/กิจกรรม | จำนวนผู้เข้าร่วม | รายละเอียด | เป้าหมาย | ผลการดำเนินการ |
|---|---|---|---|---|
| การอบรมชี้แจงด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยสำหรับงานซ่อมบำรุง NN2HPP Unit 2 Major Overhaul 2025 ณ โรงไฟฟ้าพลังน้ำ น้ำงึม 2 (ทีมงานจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (EGAT), TOSHIBA และ ABB) | 240 คน | ชี้แจงกฎระเบียบความปลอดภัยในการทำงานที่พื้นที่โรงไฟฟ้าน้ำงึม 2 ครอบคลุมการปฏิบัติตามกฎความปลอดภัย การขออนุญาตทำงาน (Work Permit) การเตรียมอุปกรณ์ การติดป้ายเตือน การใช้อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล (PPE) การป้องกันและระงับอัคคีภัย การรักษาความสะอาด การปฏิบัติในกรณีเหตุฉุกเฉิน และการจัดส่งเอกสารด้านความปลอดภัยเพื่อการตรวจสอบก่อนเริ่มงาน | ผู้ที่เข้ามาปฏิบัติงานภายในพื้นที่โรงไฟฟ้า 100% ต้องผ่านการอบรมและชี้แจงด้านความปลอดภัยก่อนเริ่มงาน | ผู้ที่เข้ามาปฏิบัติงานภายในพื้นที่โรงไฟฟ้า 100% ผ่านการอบรมและชี้แจงด้านความปลอดภัยตามที่กำหนด |

| โครงการ/กิจกรรม | จำนวนผู้เข้าร่วม | รายละเอียด | เป้าหมาย | ผลการดำเนินการ |
|---|---|---|---|---|
| การอบรมชี้แจงด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยสำหรับผู้รับเหมาที่เข้ามาปฏิบัติงานภายในพื้นที่โรงไฟฟ้าพลังน้ำไซยะบุรีอบรมชี้แจงความปลอดภัยให้กับผู้รับเหมาที่เข้ามาทำงานภายในพื้นที่โรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรี | 856 คน | ชี้แจงนโยบายด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน รวมถึงกฎความปลอดภัย กฎจราจรภายในพื้นที่ การใช้ความเร็ว การคัดแยกขยะ แนวทางการปฏิบัติกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน และข้อห้ามในการปฏิบัติงานภายในพื้นที่โรงไฟฟ้า เพื่อสร้างความตระหนักด้านความปลอดภัยและสนับสนุนการปฏิบัติงานอย่างมีประสิทธิภาพ | ผู้ที่เข้ามาปฏิบัติงานภายในพื้นที่โรงไฟฟ้า 100% ต้องผ่านการอบรมและชี้แจงด้านความปลอดภัยก่อนเริ่มงาน | ผู้ที่เข้ามาปฏิบัติงานภายในพื้นที่โรงไฟฟ้า 100% ผ่านการอบรมและชี้แจงด้านความปลอดภัยตามที่กำหนด |

| โครงการ/กิจกรรม | จำนวนผู้เข้าร่วม | รายละเอียด | เป้าหมาย | ผลการดำเนินการ |
|---|---|---|---|---|
| โครงการสัปดาห์ความปลอดภัย (Safety week) อบรมทบทวนความรู้ด้านความปลอดภัย | 209 คน | การอบรมและทบทวนความรู้ด้านความปลอดภัย ครอบคลุม
|
ผู้เข้าร่วมกิจกรรม 100% มีความรู้และสามารถปฏิบัติได้ในกรณีฉุกเฉิน | ผู้เข้าร่วมกิจกรรม 100% ได้รับการอบรมและสามารถปฏิบัติได้ตามแผนฉุกเฉิน |

| โครงการ/กิจกรรม | จำนวนผู้เข้าร่วม | รายละเอียด | เป้าหมาย | ผลการดำเนินการ |
|---|---|---|---|---|
| Safety Toolbox Talk ก่อนเริ่มงาน Outage (ไซยะบุรี) | 312 คน | ประเมินและระบุความเสี่ยงก่อนเริ่มงาน Outage เช่น งานไฟฟ้า พื้นที่อับอากาศ การทำงานที่สูง และวัตถุตกหล่น พร้อมชี้แจงแนวทางปฏิบัติที่ปลอดภัยและตรวจสอบ PPE | ผู้ปฏิบัติงานในงาน Outage 100% ได้รับการชี้แจงและยืนยันการรับทราบข้อปฏิบัติด้านความปลอดภัยก่อนเริ่มงาน | 100% ของผู้ปฏิบัติงานได้รับการชี้แจงความปลอดภัยครบถ้วน |
โครงการเตรียมความพร้อมและการตอบโต้เหตุฉุกเฉิน (Emergency Preparedness & Response)

| โครงการ/กิจกรรม | จำนวนผู้เข้าร่วม | รายละเอียด | เป้าหมาย | ผลการดำเนินการ |
|---|---|---|---|---|
| โครงการฝึกปฏิบัติโต้ตอบเหตุฉุกเฉินกับทีม Emergency Response Team (ERT) | 20 คน | ฝึกการประสานงาน การสื่อสาร และการปฏิบัติร่วมกันของทีม รวมถึงการติดต่อกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง | ทีม ERT 100% เข้าร่วมและสามารถปฏิบัติได้อย่างถูกต้อง | ทีม ERT 100% ผ่านการฝึกปฏิบัติและทดสอบการตอบโต้เหตุฉุกเฉิน |

| โครงการ/กิจกรรม | จำนวนผู้เข้าร่วม | รายละเอียด | เป้าหมาย | ผลการดำเนินการ |
|---|---|---|---|---|
| โครงการสื่อสารแผนฉุกเฉินกรณีน้ำหลาก (High Water Flow Emergency Action Plan) | 42 คน | สื่อสารแผนฉุกเฉินกรณีน้ำหลากให้แก่หน่วยงานภาครัฐท้องถิ่น และชุมชนทั้งพื้นที่ต้นน้ำและท้ายน้ำรอบโรงไฟฟ้า | ชุมชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รับทราบและเข้าใจแผนฉุกเฉิน | การสื่อสารดำเนินการครบถ้วนตามแผน ไม่มีเหตุร้องเรียน |
โครงการความปลอดภัยในการเดินทางและการทำงาน (Road & Work Safety)

| โครงการ/กิจกรรม | จำนวนผู้เข้าร่วม | รายละเอียด | เป้าหมาย | ผลการดำเนินการ |
|---|---|---|---|---|
| โครงการอบรมขับขี่ปลอดภัย รณรงค์ลดอุบัติเหตุบนท้องถนน | 100% พนักงานขับรถไซยะบุรี | อบรมและสื่อสารความปลอดภัยในการขับขี่ เพื่อสร้างจิตสำนึกและลดอุบัติเหตุ | พนักงานขับรถ 100% เข้าใจและปฏิบัติตามกฎความปลอดภัย | พนักงานขับรถ 100% ผ่านการอบรมและรับทราบแนวปฏิบัติ |

| โครงการ/กิจกรรม | จำนวนผู้เข้าร่วม | รายละเอียด | เป้าหมาย | ผลการดำเนินการ |
|---|---|---|---|---|
| Safety Talk: สนทนาด้านความปลอดภัย (ทุกวันพุธ) | 100% ผู้ปฏิบัติงานในวันจัดกิจกรรม | ให้ความรู้ด้านความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อมทั้งในงานและนอกงาน โดยเปิดโอกาสให้พนักงานมีส่วนร่วมและสลับกันเป็นวิทยากร | เสริมสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยเชิงรุก | ไม่มีกรณีการเสียชีวิตจากการบาดเจ็บจากการทำงาน |
โครงการส่งเสริมอาชีวอนามัย สุขภาพ และชุมชน
| โครงการ/กิจกรรม | จำนวนผู้เข้าร่วม | รายละเอียด | เป้าหมาย | ผลการดำเนินการ |
|---|---|---|---|---|
| โครงการส่งเสริมสุขภาพและอาชีวอนามัยของพนักงาน | 36 คน | ส่งเสริมการออกกำลังกายและการดูแลสุขภาพ | ≥80% ของผู้เข้าร่วมออกกำลังกายอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง | พบ 25% ออกกำลังกายสม่ำเสมอ และ 99% มีการออกกำลังกาย แม้ไม่สม่ำเสมอ |

| โครงการ/กิจกรรม | จำนวนผู้เข้าร่วม | รายละเอียด | เป้าหมาย | ผลการดำเนินการ |
|---|---|---|---|---|
| Open House: เยี่ยมชมโรงไฟฟ้า | 150 คน | เปิดให้ชุมชนและนักศึกษาเยี่ยมชม พร้อมให้ความรู้ด้านกระบวนการผลิต ความปลอดภัย และสิ่งแวดล้อม | สร้างความเข้าใจและความเชื่อมั่น | ไม่มีข้อร้องเรียนด้านความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อม |
รายงานความยั่งยืน ปี 2568