อาชีวอนามัยและความปลอดภัย
ผลกระทบต่อธุรกิจ

ความท้าทายและโอกาส
บริษัทเผชิญความท้าทายจากความเสี่ยงด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัย เช่น อันตรายจากความไม่ปลอดภัย สภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง และมลพิษที่เพิ่มขึ้น ซึ่งอาจส่งผลต่อสุขภาพ ชีวิต และทรัพย์สินของผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้อง เพื่อลดผลกระทบดังกล่าว บริษัทได้จัดทำระบบบริหารจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย พร้อมมาตรการป้องกันและเยียวยาที่มีประสิทธิภาพ รวมถึงการสร้างวัฒนธรรมด้านความปลอดภัยให้แก่พนักงานและผู้เกี่ยวข้องในห่วงโซ่อุปทาน โดยมุ่งเน้นส่งเสริมคุณภาพชีวิตและการตระหนักรู้ในทุกระดับด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัย ตลอดจนดูแลคุณภาพชีวิตของพนักงาน คู่ค้า ผู้รับเหมา ลูกค้า และชุมชน พร้อมบรรเทาผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นในห่วงโซ่อุปทาน ทั้งหมดนี้เพื่อบรรลุเป้าหมาย "องค์กรที่ปราศจากอุบัติเหตุและปราศจากการบาดเจ็บของพนักงาน" นอกจากนี้ บริษัทพัฒนาระบบรายงานอุบัติเหตุและเหตุการณ์ด้านความปลอดภัยโดยใช้ระบบ Maximo สำหรับติดตาม บันทึก และวิเคราะห์เหตุการณ์ด้านความปลอดภัย เพื่อนำข้อมูลไปปรับปรุงมาตรการป้องกัน ลดความเสี่ยง และสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้มีส่วนได้เสียในเรื่องการดำเนินงานที่ปลอดภัยปราศจากความเสี่ยงจากการดำเนินงาน
ความมุ่งมั่น
บริษัทให้ความสำคัญกับอาชีวอนามัยและความปลอดภัย ซึ่งเป็นเป้าหมายหลักในการดำเนินธุรกิจ โดยมุ่งควบคุมกระบวนการทำงานของพนักงาน ผู้รับเหมา และผู้เกี่ยวข้องให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล เพื่อป้องกันอุบัติเหตุ การบาดเจ็บ และโรคจากการทำงาน พร้อมทั้งส่งเสริมสุขภาพและอาชีวอนามัยในทุกระดับ บริษัทมุ่งสู่การเป็นองค์กรที่ปราศจากอุบัติเหตุ ผ่านการปลูกฝังวัฒนธรรมความปลอดภัยเชิงรุก โดยเน้นความปลอดภัยทั้งในพื้นที่ดำเนินงาน (Operation Safety) และความปลอดภัยของบุคคล (Personal Safety) ซึ่งครอบคลุมพนักงานและผู้รับเหมาทั้งหมด ระบบการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัยของบริษัทสอดคล้องกับนโยบายองค์กรและมาตรฐานสากล เพื่อให้ทุกคนทำงานได้อย่างปลอดภัย บริษัทประเมินและควบคุมความเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง โดยทบทวนความเสี่ยงในกิจกรรมโรงไฟฟ้าอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง กระบวนการนี้ครอบคลุมการระบุอันตรายจากเครื่องจักร สารเคมี และสภาพแวดล้อมที่ไม่ปลอดภัย ความเสี่ยงและแนวทางควบคุมจะถูกสื่อสารให้พนักงานทราบก่อนเริ่มงาน เพื่อสร้างความตระหนักและลดอุบัติเหตุในพื้นที่ปฎิบัติงานได้อย่างยั่งยืน
แนวทางการบริหารจัดการ
บริษัทได้กำหนดนโยบายอาชีวอนามัยและความปลอดภัยของพนักงาน พร้อมทั้งจัดทำระบบการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย (Occupational Health and Safety Management System) ที่ผนวกเข้ากับจรรยาบรรณในการดำเนินธุรกิจโดยคำนึงถึงด้านสภาพแวดล้อม ความปลอดภัย และสุขอนามัยในการทำงาน นอกจากนี้บริษัทยังดำเนินการประเมินความเสี่ยงและอันตรายอันเกิดจากการทำงาน พร้อมกำหนดแนวทางปฎิบัติที่ชัดเจนภายในองค์กร ซึ่งได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO 45001: 2018 ที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของบริษัทในการรักษาความปลอดภัยและส่งเสริมสุขอนามัยของพนักงานอย่างยั่งยืน
นโยบายอาชีวอนามัยและความปลอดภัยของพนักงาน
กลยุทธ์และแผนกลยุทธ์
ระบบการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัยของบริษัท (Occupational Health and Safety Management System)
บริษัทดำเนินระบบการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย (Occupational Health and Safety Management System) โดยให้สอดคล้องกับกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานของโรงไฟฟ้าในไทยและ สปป.ลาว เช่น กฎหมายแรงงาน กฎหมายการจัดการสารเคมี กฎหมายป้องกันเหตุเพลิงไหม้ และกฎหมายด้านสุขอนามัยและความปลอดภัย เป็นต้น บริษัทกำหนดนโยบายเพื่อความปลอดภัยในการทำงานครอบคลุมทุกกิจกรรม สถานที่ปฏิบัติงาน พนักงาน และผู้รับเหมาทั้งหมด พร้อมได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO 45001: 2018 เพื่อยกระดับความปลอดภัยในสถานที่ทำงาน กลยุทธ์ของบริษัทมุ่งเน้นการประเมินความเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง การฝึกอบรมพนักงาน ติดตามและตรวจสอบมาตรฐานความปลอดภัย รวมถึงจัดการอุบัติเหตุอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างครบถ้วน เพื่อสร้างความมั่นใจในความปลอดภัยและส่งเสริมสุขภาวะของทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในองค์กร
จรรยาบรรณการดำเนินธุรกิจด้านสภาพแวดล้อม ความปลอดภัย และสุขอนามัยในการทำงาน ดังนี้
กระบวนการประเมินความเสี่ยงและอันตรายอันเกิดจากงาน และวิธีนำไปปฎิบัติใช้ในองค์กร
บริษัทกำหนดให้หน่วยงานความปลอดภัยดำเนินการตามขั้นตอนการบ่งชี้อันตรายและประเมินความเสี่ยงด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยก่อนเริ่มปฏิบัติงาน โดยใช้เทคนิคการวิเคราะห์งานเพื่อความปลอดภัย (Job Safety Analysis: JSA) ซึ่งประกอบด้วย 7 ขั้นตอนดังนี้
พนักงานของหน่วยงานด้านความปลอดภัยประเมินความเสี่ยงด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัย (OHS Risk and Hazard Assessments) และต้องนำผลที่ได้จากการบ่งชี้อันตรายและการประเมินความเสี่ยงมาแก้ไขปรับปรุง และพัฒนาแนวทางการจัดการด้านความปลอดภัยฯ และกำหนดดัชนีชี้วัดผลการปฏิบัติงาน (KPI) เพื่อให้การบ่งชี้อันตรายและการประเมินความเสี่ยงมีประสิทธิภาพ สอดคล้องตามมาตรฐาน และได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยผลประเมินความเสี่ยงด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยของปี 2567 มีดังนี้
ความเสี่ยงด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัย
การทำงานบนที่สูง |
การทำงานที่ก่อให้เกิดประกายไฟ |
การทำงานในที่อับอากาศ |
|---|---|---|
|
บุคคลผู้มีความเสี่ยงจากการปฏิบัติงาน
พนักงานและคู่ค้าผู้ปฏิบัติงานในโรงไฟฟ้า ประเภทของเหตุการณ์และระดับความเสี่ยง
มาตรการป้องกันและแก้ไข
|
บุคคลผู้มีความเสี่ยงจากการปฏิบัติงาน
พนักงานและคู่ค้าผู้ปฏิบัติงานในโรงไฟฟ้า ประเภทของเหตุการณ์และระดับความเสี่ยง
มาตรการป้องกันและแก้ไข
|
บุคคลผู้มีความเสี่ยงจากการปฏิบัติงาน
พนักงานและคู่ค้าผู้ปฏิบัติงานในโรงไฟฟ้า ประเภทของเหตุการณ์และระดับความเสี่ยง
มาตรการป้องกันและแก้ไข
|
การทำงานในบริเวณไฟฟ้าแรงสูง |
การทำงานกับอุปกรณ์ที่อันตรายต่างๆ
|
การทำงานเกี่ยวกับสารเคมี |
|
บุคคลผู้มีความเสี่ยงจากการปฏิบัติงาน
พนักงานและคู่ค้าผู้ปฏิบัติงานในโรงไฟฟ้า ชุมชนตามแนวสายส่ง ประเภทของเหตุการณ์และระดับความเสี่ยง
มาตรการป้องกันและแก้ไข
|
บุคคลผู้มีความเสี่ยงจากการปฏิบัติงาน
พนักงานและคู่ค้าผู้ปฏิบัติงานในโรงไฟฟ้า ประเภทของเหตุการณ์และระดับความเสี่ยง
มาตรการป้องกันและแก้ไข
|
บุคคลผู้มีความเสี่ยงจากการปฏิบัติงาน
พนักงานและคู่ค้าผู้ปฏิบัติงานในโรงไฟฟ้า ชุมชนรอบโรงไฟฟ้า หากเกิดกรณีการรัวไหลของสารเคมี ประเภทของเหตุการณ์และระดับความเสี่ยง
มาตรการป้องกันและแก้ไข
|
สามารถอ่านรายละเอียดเกี่ยวกับผลประเมินความเสี่ยงด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยของปี 2567 และมาตรการป้องกันเพิ่มเติมได้บนเว็บไซต์
การกำกับดูแลด้านความปลอดภัยและอาชีวอนามัย
บริษัทกำกับดูแลด้านความปลอดภัยและอาชีวอนามัยอย่างรอบด้าน ตั้งแต่การกำหนดหน่วยงานความปลอดภัยเป็นผู้รับผิดชอบหลัก ทำหน้าที่ติดตาม ตรวจสอบ และปรับปรุงสภาพแวดล้อมการทำงานให้ปลอดภัยและสอดคล้องกับมาตรฐานสากล บริษัทกำหนดเป้าหมายเชิงปริมาณในแต่ละโรงไฟฟ้า เพื่อนำมาซึ่งการพัฒนามาตรการ เช่น การบันทึกข้อมูลด้านความปลอดภัย และการรับรองมาตรฐานสุขภาวะและความปลอดภัยของพนักงาน เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการพัฒนาด้านความปลอดภัยและอาชีวอนามัยอย่างเป็นระบบ
บริษัทตั้งคณะกรรมการความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อมในการทำงาน โดยมีผู้จัดการโรงไฟฟ้าเป็นประธาน และมีตัวแทนจากหน่วยงานต่าง ๆ รวมถึงหน่วยงานความปลอดภัยเป็นเลขานุการ คณะกรรมการมีหน้าที่พัฒนาและปรับปรุงระบบการจัดการด้านสุขภาวะ อาชีวอนามัย และความปลอดภัย ทั้งนี้ มีการประชุมคณะกรรมการเป็นประจำเพื่อประเมินความก้าวหน้าและติดตามผลการดำเนินงานตามนโยบายและระบบการจัดการที่กำหนดไว้
การจัดการความปลอดภัยในการทำงาน
ช่องทางการแจ้งเหตุ
บริษัทเปิดช่องทางให้พนักงานและผู้รับเหมาแจ้งอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น สภาพการณ์ที่ไม่ปลอดภัย รวมถึงกิจกรรมที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุผ่านช่องทางต่าง ๆ พร้อมทั้งกำหนดแนวทางปฏิบัติเมื่อเกิดอุบัติเหตุการตรวจสอบและการดำเนินการแก้ไขที่เหมาะสมตามการประเมินความเสี่ยงด้านความปลอดภัยของพนักงานและผู้รับเหมา ดังนี้
- เจ้าหน้าที่ความปลอดภัย หรือคณะกรรมการความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อม ผ่านช่องทางโทรศัพท์ และอีเมล
- ผู้จัดการโรงไฟฟ้าผ่านช่องทางโทรศัพท์ และอีเมล
- แบบฟอร์มออนไลน์ WE CARE CONVERSATION
- แบบฟอร์มการร้องเรียนและข้อเสนอเเนะ
บริษัทได้กำหนดแนวทางปฏิบัติในการตรวจสอบและแก้ไขเมื่อเกิดอุบัติเหตุ ตามการประเมินความเสี่ยงด้านความปลอดภัยของพนักงานและผู้รับเหมา รวมถึงการประเมินและจัดทำทะเบียนความเสี่ยงของกิจกรรมอันตรายที่อาจเกิดขึ้น บริษัทได้กำหนดกฎความปลอดภัยขั้นพื้นฐานที่อนุญาตให้พนักงานหรือผู้ที่เกี่ยวข้องหยุดงานและแก้ไขเมื่อพบการกระทำที่ไม่ปลอดภัย นอกจากนี้ บริษัทจัดการประชุมหารือเพื่อหาแนวทางควบคุมกิจกรรมที่มีความเสี่ยงระดับกลางขึ้นไป และนำเสนอแผนควบคุมหรือลดความเสี่ยงต่อผู้บริหารเพื่อขออนุมัติในการดำเนินการต่อไป
ขั้นตอนการสอบสวนการบาดเจ็บ หรือการเจ็บป่วยจากการทำงาน
บริษัทกำหนดขั้นตอนการสอบสวนการบาดเจ็บหรือเจ็บป่วยจากการทำงานในกรณีอุบัติเหตุหรือเหตุการณ์เกือบเกิดอุบัติเหตุ โดยเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยจะจัดทำรายงานเหตุการณ์ (Near Miss and Incident Report) และส่งให้ผู้จัดการโรงไฟฟ้าอนุมัติ รายงานจะรวมถึงการวิเคราะห์สาเหตุของอุบัติเหตุ แนวทางการแก้ไข และการรายงานสภาพการณ์ที่ไม่ปลอดภัยเพื่อป้องกันเหตุซ้ำ
ขั้นตอนการสอบสวนการบาดเจ็บ หรือการเจ็บป่วยจากการทำงาน มีดังต่อไปนี้
ขั้นตอนที่ 1
ขั้นตอนที่ 2
ขั้นตอนที่ 3
ขั้นตอนที่ 4
ขั้นตอนที่ 5
ขั้นตอนที่ 6
การบาดเจ็บที่เกี่ยวข้องกับการทำงาน
บริษัทให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อมของพนักงาน รวมถึงผู้รับเหมาและคู่ค้าตลอดห่วงโซ่อุปทาน โดยไม่มีแรงงานที่อยู่นอกขอบเขตของระบบการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย บริษัทมุ่งมั่นที่จะเป็น “องค์กรที่ปราศจากอุบัติเหตุและปราศจากการบาดเจ็บ” และดำเนินการเก็บข้อมูลเพื่อกำหนดเป้าหมายสถิติอัตราการบาดเจ็บถึงขั้นหยุดงาน (Loss Time Injury Frequency Rate: LTIFR) ให้เป็นศูนย์ ซึ่งคำนวณในหน่วย 1,000,000 ชั่วโมง เป็นตัวชี้วัดประสิทธิภาพการดำเนินงานด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยของพนักงาน รวมทั้งเป็นดัชนีที่สะท้อนผลการปฏิบัติงานของบริษัท นอกจากนี้ บริษัทเก็บข้อมูลสถิติอื่น ๆ เช่น Total Recordable Injury (TRI), Total Recordable Injury Rate (TRIR), Near Miss และ Near Miss Frequency Rate (NMFR) เพื่อใช้ในการวิเคราะห์ผลการปฏิบัติงานในด้านความปลอดภัยและอาชีวอนามัย ในปี 2567 บริษัทพบเหตุการณ์ที่ก่อให้เกิดการบาดเจ็บถึงขั้นหยุดงาน และได้ดำเนินการเยียวยาพร้อมทั้งจัดมาตรการและแนวทางการจัดการเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ในอนาคต ดังนี้
นิ้วหัวแม่มือของผู้รับเหมาถูกเหล็กซัพพอร์ตบาด ขณะทำการล้างคอยล์แอร์ เนื่องจากไม่ได้สวมถุงมือขณะปฏิบัติงาน*
เย็บแผล 3 เข็มและฉีดยาป้องกันบาดทะยัก
ติดอุปกรณ์ที่บริเวณมุมหรือจุดที่แหลมคม เพื่อป้องกันอุบัติเหตุ และเน้นย้ำกฎความปลอดภัยสำหรับผู้รับเหมากรณีปฎิบัติงานในพื้นที่โรงไฟฟ้า
ผู้รับเหมาถูกของหนักหล่นทับใส่เท้าจนบาดเจ็บ*
บริษัทให้การรักษาโดยการทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้นและนำส่งผู้ได้รับ บาดเจ็บเพื่อไปทำการรักษาโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และมีการขนย้ายผู้ป่วยเพื่อรักษาที่โรงพยาบาลต่อไป
กำหนดแนวทางการสื่อสารให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น และมีการทบทวนตำแหน่งของการทำงานระหว่างที่มีการยกของหนักเข้าประกอบ
พนักงานชะโงกเพื่อดูการถอดสลิงออกจากอุปกรณ์ แล้วเกิดลื่นไถลจนทำให้ลำตัวเชิงกรานด้านซ้ายติดซอกผนัง ประมาณ 30 วินาที*
บริษัทให้การรักษาโดยการทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้น และนำส่งผู้ได้รับบาดเจ็บเพื่อไปทำการเอ็กซเรย์โดยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญต่อไปซึ่งผลการเอ็กซเรย์ไม่มีการหักหรือบาดเจ็บรุนแรง
ทบทวนวิธีการทำงานโดยรอให้พื้นแห้งสนิทก่อนจะเข้าพื้นที่ทำงาน
พนักงานปฏิบัติงานทำการเคลื่อนย้ายปั๊มน้ำ หนัก 8 กิโลกรัมลงในบ่อรับน้ำเพียงลำพัง ทำให้ปั๊มร่วงลงและนิ้วกลางขวากระแทกขอบพื้นเกืดบาดแผลฉีกขาด
ทำแผลและเย็บ 2 เข็มและรักษาทางการแพทย์ติดตามอาการ
- ปรับปรุงขั้นตอนการทำงาน โดยให้มีผู้ช่วยระหว่างปฏิบัติงาน
- ติดตั้งวัสดุป้องกันการกระแทกบริเวณขอบบ่อรับน้ำ
- ตรวจสอบและบำรุงรักษาเชือกและอุปกรณ์ให้พร้อมใช้งาน
หมายเหตุ: *จัดอยู่ในประเภทการบาดเจ็บรวม (TRI) แต่ไม่นับเป็นส่วนหนึ่งของอัตราความถี่การบาดเจ็บถึงขั้นหยุดงาน (LTIFR) เนื่องจากหลังจากการรักษาพยาบาลและการประเมินทางการแพทย์แล้ว ทุกกรณีสามารถกลับมาทำงานได้ภายใน 24 ชั่วโมง
ความเจ็บป่วยที่เกี่ยวข้องกับการทำงาน
หน่วยงานความปลอดภัยของบริษัทฯ ได้ประเมินความอันตรายที่อาจทำให้เกิดความเจ็บป่วยที่เกี่ยวข้องกับการทำงานโดยใช้หลักการลำดับชั้นของการควบคุมอันตราย (Hierarchy Control) ซึ่งแบ่งออกเป็น 5 ระดับ ได้แก่ (1) การขจัด (Elimination) อันตรายออกจากกระบวนการ (2) การแทนที่ (Substitution) ด้วยวัสดุ กระบวนการ หรืออุปกรณ์ที่มีอันตรายน้อยกว่า (3) การควบคุมทางวิศวกรรม (Engineering Controls) (4) การเตือน (Warnings) (5) การควบคุมทางการบริหารจัดการ (Administrative Controls) เช่น การฝึกอบรม การวางแผนงาน หรือการปรับเปลี่ยนขั้นตอนการทำงาน และ (6) การใช้อุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคล (Personal Protective Equipment) โดยในการประเมินเบื้องต้น บริษัทฯ จะพิจารณาการควบคุมในแต่ละระดับเพื่อป้องกันการเจ็บป่วยจากการทำงานที่เกิดจากการสัมผัสกับสิ่งคุกคามหรือสภาวะแวดล้อมที่ไม่เหมาะสมในการทำงาน บริษัทให้ความสำคัญกับความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อมของพนักงาน รวมถึงผู้รับเหมาและคู่ค้าของบริษัท ตลอดจนห่วงโซ่อุปทานทั้งหมด โดยไม่มีแรงงานที่อยู่นอกขอบเขตของระบบการจัดการ อาชีวอนามัยและความปลอดภัย จากการประเมินในปีที่ผ่านมา ไม่พบเหตุการณ์ความเจ็บป่วยที่เกี่ยวข้องกับการทำงาน
แนวทางการป้องกันกรณีเกิดการระบาดของโรคที่มีการแพร่กระจาย
แม้ว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 มีแนวโน้มทุเลาลงแล้ว แต่บริษัทตระหนักและห่วงใยความปลอดภัยและอาชีวอนามัยของพนักงาน คู่ค้า ลูกค้า ผู้ถือหุ้น และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่เกี่ยวข้องในการดำเนินงานอยู่เสมอ โดยมีการกำหนดมาตรการและนโยบายป้องกันการแพร่ระบาดอย่างรอบด้าน ประกอบด้วยมาตรการการคัดกรองผู้ปฏิบัติงานและผู้มาติดต่อ เพื่อป้องกันและควบคุมโรคติดเชื้อที่มีการแพร่กระจาย ได้แก่
- กำหนดให้คณะกรรมการความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสิ่งแวดล้อมในการทำงาน ทำหน้าที่รับผิดชอบกำหนดนโยบาย และแนวทางปฏิบัติต่าง ๆ ในช่วงสถานการณ์การระบาดของโรค เช่น กรณีเกิดการระบาของไวรัสโคโรนา 19 การขออนุญาตเข้าทำงานจะมีการประกาศใช้ “ระบบ E-Work Permit”
- ห้ามเข้า-ออกโรงไฟฟ้า พร้อมจัดให้มีที่พักและอาหารให้แก่พนักงานและผู้รับเหมาทุกคนภายในพื้นที่โรงไฟฟ้าอย่างเพียงพอ และสำนักงาน
- คัดกรองพนักงานและบุคคลภายนอกที่จะเข้ามาทำงานในโรงไฟฟ้าและสำนักงาน โดยการวัดอุณหภูมิ และการตรวจหาเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 โดยใช้ชุดตรวจ ATK รวมถึงเตรียมความพร้อมสำหรับมาตรการป้องกันการติดเชื้อ เช่น การจัดเตรียมชุด PPE หน้ากากอนามัย หน้ากากคลุมหน้า (Face shield) ในโรงไฟฟ้าทุกแห่งอย่างเพียงพอ
- สกัดกั้นการแพร่ระบาดโดยมีการจัดระเบียบการแยกใช้ลิฟต์ มีการกันพื้นที่และแยกพื้นที่ปฏิบัติงานของผู้รับเหมาและพนักงาน เพื่อเป็นการรักษาระยะห่างและป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อ
- จัดให้มีการฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ และตรวจระดับภูมิคุ้มกันพร้อมฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบบีให้แก่พนักงานเป็นประจำทุกปี เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคที่อาจกระทบต่อสุขภาพและประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน อีกทั้ง ในกรณีเกิดโรคระบาดรุนแรง เช่น การระบาดของโรคโควิด-19 บริษัทได้จัดหาวัคซีนให้แก่พนักงานอย่างทั่วถึง เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันและลดความเสี่ยงในการหยุดชะงักของกระบวนการดำเนินงานจากการระบาดของโรคติดต่อ
บริษัทมีการดำเนินมาตรการเชิงป้องกันในด้านการควบคุมโรคระบาดอย่างต่อเนื่อง กำหนดแผนรับมือในกรณีที่พบผู้ติดเชื้อ เพื่อให้บริษัทยังคงสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง โดยกำหนดพื้นที่ควบคุมสูงสุดคือ ห้องควบคุมประจำโรงไฟฟ้า มีการจำกัดคนเข้า-ออก เฉพาะพนักงานที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น เพื่อรักษาเสถียรภาพของกระบวนการผลิตไฟฟ้า สามารถดำเนินการผลิตได้ตามแผนการดำเนินการอย่างมีประสิทธิภาพ และไม่ส่งผลกระทบต่อความต้องการของลูกค้า
เป้าหมายระยะยาว เป้าหมายปี 2567 และผลการดำเนินงานปี 2567
| อาชีวอนามัยและความปลอดภัย | ||||||
|---|---|---|---|---|---|---|
อาชีวอนามัยและความปลอดภัย |
||||||
| เป้าหมายระยะยาว | ||||||
| จำนวนการเสียชีวิตจากการบาดเจ็บจากการทำงานทั้งพนักงานและผู้รับเหมา |
0
|
จำนวนเหตุการณ์การบาดเจ็บถึงขั้นหยุดงานทั้งพนักงานและผู้รับเหมา |
0
|
|||
| อัตราการบาดเจ็บถึงขั้นหยุดงานจากการทำงานทั้งพนักงานและผู้รับเหมา |
0
|
|||||
| เป้าหมาย ปี 2567 | ผลการดำเนินงานปี 2567 | |||||
| จำนวนการเสียชีวิตจากการบาดเจ็บจากการทำงานทั้งพนักงานและผู้รับเหมา |
0
|
0
|
||||
| จำนวนเหตุการณ์การบาดเจ็บถึงขั้นหยุดงานทั้งพนักงานและผู้รับเหมา |
0
|
0
|
||||
| อัตราการบาดเจ็บถึงขั้นหยุดงานจากการทำงานทั้งพนักงานและผู้รับเหมา |
0
|
0
|
||||
| SDGs | ||||||
โครงการโดดเด่นในปี 2567
อบรมชี้แจงความปลอดภัยให้กับผู้รับเหมาที่เข้ามาทำงานภายในพื้นที่โรงไฟฟ้าพลังน้ำ น้ำงึม 2

| จำนวนผู้เข้าร่วม | รายละเอียด | เป้าหมาย | ผลการดำเนินการ |
|---|---|---|---|
| 436 คน | ผู้รับเหมาต้องปฏิบัติตามกฎความปลอดภัย, ขออนุญาต, เตรียมอุปกรณ์, ติดป้ายเตือน, ใช้อุปกรณ์ป้องกันกันภัยส่วนบุคคล , การป้องกันอัคคีภัย, การรักษาความสะอาด, ปฏิบัติตามกฎจราจร และส่งเอกสารที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยให้ตรวจสอบ | 100% ผู้ที่เข้ามาทำงานในพื้นที่โรงไฟฟ้า ต้องได้รับการอบรม ชี้แจงความปลอดภัย | 100% ผู้ที่เข้ามาทำงานในพื้นที่โรงไฟฟ้า ต้องได้รับการอบรม ชี้แจงความปลอดภัย |
เดินสังเกตการณ์ด้านความปลอดภัย

| จำนวนผู้เข้าร่วม | รายละเอียด | เป้าหมาย | ผลการดำเนินการ |
|---|---|---|---|
| 24 คน | ผู้บริหาร ทีมวิศวกร หัวหน้าแผนกต่างๆ และหน่วยงานความปลอดภัยตรวจพื้นที่ วิเคราะห์ความเสี่ยง ปรับปรุงจุดอันตราย และพัฒนาสุขอนามัยพนักงาน | ลดความเสี่ยงอันตรายจากการทำงานในพื้นที่โรงไฟฟ้า | สามารถลดความเสี่ยงอันตรายจากการทำงานในพื้นที่โรงไฟฟ้าได้ |
อบรมชี้แจงความปลอดภัยให้กับผู้รับเหมาที่เข้ามาทำงานภายในพื้นที่โรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรี

| จำนวนผู้เข้าร่วม | รายละเอียด | เป้าหมาย | ผลการดำเนินการ |
|---|---|---|---|
| 576 คน | นโยบายด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน รวมถึงกฎความปลอดภัย กฎจราจร การใช้ความเร็ว การคัดแยกขยะ แนวทางปฏิบัติกรณีฉุกเฉิน และข้อห้ามในการปฏิบัติงานในพื้นที่โรงไฟฟ้า ถูกกำหนดไว้อย่างชัดเจนเพื่อความปลอดภัยและการทำงานที่มีประสิทธิภาพ | 100% ผู้ที่เข้ามาทำงานในพื้นที่โรงไฟฟ้า ต้องได้รับการอบรม ชี้แจงความปลอดภัย | 100% ผู้ที่เข้ามาทำงานในพื้นที่โรงไฟฟ้า ต้องได้รับการอบรม ชี้แจงความปลอดภัย |
Safety Toolbox talk ความปลอดภัยก่อนเริ่มงาน Outage โดยผู้ปฏิบัติงานโรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรี

| จำนวนผู้เข้าร่วม | รายละเอียด | เป้าหมาย | ผลการดำเนินการ |
|---|---|---|---|
| 392 คน | ประเมินและระบุความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นก่อนการเริ่มงาน Outage เช่น งานไฟฟ้า ที่อับอากาศ การตกจากที่สูง และของหล่นใส่ พร้อมชี้แจงวิธีปฏิบัติที่ปลอดภัยและตรวจสอบอุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคลอย่างเหมาะสม | 100% ผู้ปฏิบัติงานในงานที่มีการขอทำงาน Outage ในเเต่ละครั้ง | 100% ผู้ที่เข้ามาทำงานในงาน Outage ได้รับการชี้แจงความปลอดภัยก่อนปฏิบัติงานทุกครั้ง |
โครงการแคลแลกสุข

| จำนวนผู้เข้าร่วม | รายละเอียด | เป้าหมาย | ผลการดำเนินการ |
|---|---|---|---|
| 39 คน | เพื่อส่งเสริมให้พนักงานออกกำลังกาย โดยแลกกับของรางวัลที่ระลึกจากบริษัท | 100% ของผู้เข้าร่วมโครงการมีการออกกำลังกาย | 79% ของผู้ร่วมโครงการมีการออกกำลังกาย |
โครงการ SAFETY WEEK อบรมทบทวนความรู้ด้านความปลอดภัย

| จำนวนผู้เข้าร่วม | รายละเอียด | เป้าหมาย | ผลการดำเนินการ |
|---|---|---|---|
|
เพิ่มความรู้ ความสามรถ และความตระหนักด้านความปลอดภัย โดยจัดให้มีการอบรม ทบทวนความรู้ด้านต่างๆ ในการณีฉุกเฉินให้กับพนักงาน และผู้รับเหมา | 100% ของผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้รับความรู้และสามารถปฏิบัติได้ในกรณีฉุกเฉินต่างๆ | 100% ของผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้รับความรู้และสามารถปฏิบัติได้ในกรณีฉุกเฉินต่างๆ |
โครงการ Safety talk สนทนาด้านความปลอดภัย

| จำนวนผู้เข้าร่วม | รายละเอียด | เป้าหมาย | ผลการดำเนินการ |
|---|---|---|---|
| 100% ของผู้มาปฏิบัติงานในวันพุธที่จัดกิจกรรม | จัดให้มีการให้ความรู้ด้านความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อม(ในงานและนอกงาน) ทุกวันพุธ โดยให้พนักงานทุกท่านมีส่วนในหัวข้อต่างๆ(พนักงานสลับกันเป็นวิทยากรสอน) | 0 กรณี จำนวนการเสียชีวิตจากการบาดเจ็บจากการทำงาน | 0 กรณี จำนวนการเสียชีวิตจากการบาดเจ็บจากการทำงาน |
Open house : เยี่ยมชมโรงไฟฟ้า

| จำนวนผู้เข้าร่วม | รายละเอียด | เป้าหมาย | ผลการดำเนินการ |
|---|---|---|---|
| 166 คน | เปิดให้ผู้สนใจเข้าเยี่ยมชมโครงการ พร้อมให้ความรู้กระบวนการผลิต ความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อม (ชุมชน นักศึกษา) | ไม่มีข้อร้องเรียนด้านความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อม | ไม่มีข้อร้องเรียนด้านความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อม |