ความมั่นคงด้านเสถียรภาพและความพร้อมของการดำเนินการผลิต
ผลกระทบต่อธุรกิจ (GRI3-3)
ความท้าทายและโอกาส (GRI3-3)
การผลิตไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนอย่างมั่นคงและยั่งยืนเป็นปัจจัยสำคัญต่อการเติบโตของบริษัท อย่างไรก็ตาม บริษัทเผชิญความท้าทายจากความต้องการพลังงานสะอาดที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีการผลิตพลังงาน และการแข่งขันที่ทวีความเข้มข้นในอุตสาหกรรมพลังงาน ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้การรักษาเสถียรภาพและความมั่นคงของระบบไฟฟ้าอย่างต่อเนื่องกลายเป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อความเชื่อมั่นของตลาด นักลงทุนและผู้มีส่วนได้เสีย
เพื่อตอบสนองต่อความท้าทายดังกล่าว บริษัทมุ่งพัฒนาระบบบริหารจัดการและส่งเสริมนวัตกรรม โดยประยุกต์ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงในการดำเนินงาน ควบคู่กับการขยายการลงทุนในโครงการพลังงานหมุนเวียนทั้งในประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน โดยให้ความสำคัญกับโครงการที่ช่วยลดมลภาวะ เพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร และสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน แนวทางดังกล่าวช่วยเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน ลดความเสี่ยงจากความผันผวนต่อการดำเนินงาน และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของบริษัทในระยะยาว
ความมุ่งมั่น (GRI3-3)
บริษัทมุ่งมั่นเสริมสร้างความมั่นคงและความพร้อมของระบบการผลิตและจำหน่ายไฟฟ้า เพื่อรับมือกับความท้าทายด้านเสถียรภาพของระบบพลังงานและความผันผวนจากการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานหมุนเวียน โดยกำหนดแนวทางการปฏิบัติงานที่ชัดเจน พัฒนาประสิทธิภาพของระบบส่งไฟฟ้า และจัดทำแผนซ่อมบำรุงเชิงป้องกันที่เหมาะสมกับลักษณะของโรงไฟฟ้าแต่ละแห่ง เพื่อลดความเสี่ยงจากการหยุดชะงักของการดำเนินงานและเพิ่มความเชื่อถือได้ของระบบไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้บริษัทให้ความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพบุคลากรอย่างต่อเนื่อง ผ่านการฝึกอบรมและการเสริมสร้างความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ทั้งด้านเทคโนโลยี การดำเนินงานและการพัฒนาธุรกิจ เพื่อยกระดับความสามารถในการบริหารจัดการความเสี่ยงและเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน ควบคู่กับการดำเนินธุรกิจโดยคำนึงถึงความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม โดยมุ่งลดลดมลภาวะและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร เพื่อสนับสนุนการพัฒนาที่ยั่งยืน สร้างคุณค่าร่วมให้แก่ผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน
แนวทางการบริหารจัดการ (GRI3-3)
CKPower มุ่งมั่นที่จะสร้างความมั่นคงและเสถียรภาพของระบบการผลิตและจำหน่ายไฟฟ้า โดยดำเนินการดังนี้:
การลงทุนในเทคโนโลยีขั้นสูง
ลงทุนในโรงไฟฟ้าที่ใช้เทคโนโลยีล้ำสมัยเพื่อให้ระบบจ่ายไฟฟ้าดำเนินงานได้อย่างต่อเนื่อง มีประสิทธิภาพ และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมการบริหารจัดการต้นทุนอย่างรอบคอบ
บริหารจัดการต้นทุนในทุกกระบวนการ พร้อมสนับสนุนการพัฒนาอย่างยั่งยืนในทุกมิติเสริมสร้างศักยภาพบุคลากร
พัฒนาองค์ความรู้ด้านวิศวกรรมและการบริหารจัดการทรัพยากรแก่บุคลากรทุกระดับ ส่งเสริมการเรียนรู้ การพัฒนาระบบปฏิบัติงาน และสร้างนวัตกรรมใหม่ ๆ ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานการบำรุงรักษาเชิงป้องกัน
วางแผนการซ่อมบำรุงประจำปีอย่างเป็นระบบ พร้อมเตรียมอุปกรณ์สำรอง เช่น อะไหล่ชิ้นสำคัญ (Critical Spare Parts) เพื่อรองรับการซ่อมบำรุงอย่างมีประสิทธิภาพการดำเนินงานตามมาตรฐาน ISO 9001:2015
ทุกกระบวนการดำเนินงานสอดคล้องกับมาตรฐานระบบบริหารคุณภาพ เพื่อสร้างความมั่นใจในความเสถียรและประสิทธิภาพของระบบผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าผลลัพธ์ของโครงการในปี 2568
กำลังการผลิตติดตั้งรวม
3,640
เมกะวัตต์
3,402
เมกะวัตต์
การผลิตไฟฟ้ารวม
12.28
ล้านเมกะวัตต์-ชั่วโมง
การหลีกเลี่ยงการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
5.34
ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์
เทียบเท่าต่อปี
การเน้นผลิตไฟฟ้าสะอาด
ไฟฟ้าสะอาด
การดำเนินงานที่ครอบคลุมทุกมิติของกระบวนการผลิต
จัดทำแผนงานการผลิตและการจ่ายพลังงานประจำปี |
ตรวจสอบระบบโดยผู้เชี่ยวชาญ |
|---|---|
|
วางแผนอย่างเป็นระบบ โดยคำนึงถึงความต้องการของลูกค้าและการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ |
ดำเนินการตรวจสอบระบบตามแผนงานที่กำหนด โดยอ้างอิงมาตรฐานสากล สร้างความมั่นใจในประสิทธิภาพและความปลอดภัย |
ประเมินและติดตามประสิทธิผลของการดำเนินงานโรงไฟฟ้า |
วางแผนการบำรุงรักษาโรงไฟฟ้า |
|
ดำเนินการวิเคราะห์ผลการดำเนินงานเพื่อประเมินประสิทธิภาพและระบุโอกาสในการปรับปรุงระบบ |
ดำเนินการบำรุงรักษาโรงไฟฟ้าอย่างสม่ำเสมอ เพื่อลดความเสี่ยงจากการหยุดชะงักของระบบ และยืดอายุการใช้งานของอุปกรณ์ |
พัฒนาระบบส่งไฟฟ้าให้มีประสิทธิภาพ |
ส่งเสริมการพัฒนาองค์ความรู้แก่บุคลากร |
|
ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมขั้นสูงเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของระบบส่งไฟฟ้า ลดการสูญเสียพลังงาน และรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้น |
จัดการอบรมและพัฒนาความรู้ในด้านการปฏิบัติงานให้แก่พนักงานทุกระดับ เพื่อเพิ่มศักยภาพและเสริมสร้างความเชี่ยวชาญในสายงาน |
การบริหารจัดการภาวะวิกฤต
บริษัทให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการภาวะวิกฤตอย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพ โดยมุ่งเน้นการป้องกันและลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อการดำเนินงาน ความสามารถในการดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่อง (Business Resilience) ความต่อเนื่องของระบบผลิตและจำหน่ายไฟฟ้า รวมถึงความเชื่อมั่นของลูกค้าและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย โดยบริษัทประกาศและดำเนินการตามนโยบายการบริหารจัดการความต่อเนื่องทางธุรกิจ (Business Continuity Management: BCM) เพื่อให้การดำเนินงานของทุกโรงไฟฟ้ามีความพร้อม สามารถปรับตัว และรักษาความต่อเนื่องของการดำเนินงานภายใต้สถานการณ์ฉุกเฉินและเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดได้อย่างมีประสิทธิภาพ
แนวทางการจัดการภาวะวิกฤต
- จัดทำคู่มือแผนฉุกเฉินที่เชื่อมโยงกับความเสี่ยงที่มีนัยสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจ
บริษัทได้พัฒนาคู่มือแผนฉุกเฉินที่ครอบคลุมสถานการณ์วิกฤต ทั้งจากภัยธรรมชาติและความเสี่ยงด้านการดำเนินงาน เช่น อัคคีภัย อุทกภัย ความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การหกรั่วไหลของสารเคมี แผ่นดินไหว และดินถล่ม รวมถึงความเสี่ยงด้านความปลอดภัยของโรงไฟฟ้า เพื่อให้สามารถตอบสนองและฟื้นฟูการดำเนินงานได้อย่างเป็นระบบและทันท่วงที
- การฝึกอบรมและการฝึกซ้อมแผนฉุกเฉินอย่างสม่ำเสมอ
บริษัทจัดการอบรมและฝึกซ้อมแผนฉุกเฉินอย่างต่อเนื่องทุกปี เพื่อเสริมสร้างความพร้อมของบุคลากรในทุกระดับ ให้มีความรู้ ความเข้าใจ และสามารถปฏิบัติงานได้อย่างถูกต้องในการรับมือกับเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด รวมถึงการตัดสินใจและการสื่อสารในภาวะวิกฤต
- การประเมินความเสี่ยงและการจัดทำแผนบรรเทาผลกระทบเชิงรุก
บริษัทดำเนินการวิเคราะห์และประเมินความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในทุกปี ควบคู่กับการทบทวนความเสี่ยงด้านการดำเนินงาน พร้อมทั้งจัดทำแผนบรรเทาผลกระทบเชิงรุก เพื่อรับมือกับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น
- การพัฒนาระบบสาธารณูปโภคและโครงสร้างพื้นฐานให้พร้อมรับสถานการณ์วิกฤต
บริษัทพัฒนาระบบสาธารณูปโภคของโรงไฟฟ้าให้สามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม้ในสภาวะน้ำท่วม โดยติดตั้งอุปกรณ์ตรวจวัด ระบบเตือนภัย และระบบติดตามแบบเรียลไทม์เพื่อสนับสนุนการเฝ้าระวัง การตัดสินใจและการตอบสนองต่อสถานการณ์อย่างทันท่วงที
- การดูแลความปลอดภัยเชิงรุกและการติดตามอย่างต่อเนื่อง
ทีมวิศวกรและผู้เชี่ยวชาญของบริษัทดำเนินการติดตามและดูแลระบบความปลอดภัยเชิงรุกอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มั่นใจว่าโรงไฟฟ้าทุกแห่งสามารถดำเนินการได้อย่างมั่นคงและปลอดภัย แม้ในสถานการณ์วิกฤต และสามารถรักษาความพร้อมของระบบการผลิตได้อย่างต่อเนื่อง
แนวทางการบริหารจัดการภาวะวิกฤตดังกล่าวสะท้อนถึงการบูรณาการการบริหารความเสี่ยง ความต่อเนื่องทางธุรกิจ และความสามารถในการฟื้นตัว (Resilience) เข้ากับการดำเนินงานของบริษัท ช่วยลดความเสี่ยงต่อการดำเนินงาน เสริมสร้างความเชื่อมั่นในระบบผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าของบริษัทในระยะยาว และยกระดับมาตรฐานความมั่นคงและความน่าเชื่อถือของ CKPower ในฐานะผู้นำด้านการผลิตไฟฟ้าที่มุ่งเน้นความยั่งยืนและการพัฒนาระบบอย่างต่อเนื่อง
การบริหารจัดการภาวะวิกฤต
CKPower ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการภาวะวิกฤตอย่างเป็นระบบ โดยจัดทำแผนตอบสนองต่อเหตุการณ์ฉุกเฉิน (Emergency Response Plan) ซึ่งประกอบด้วย 5 ขั้นตอน:
- กำหนดมาตรการป้องกัน (Mitigation)
- การจัดตั้งทีมตอบสนองภาวะฉุกเฉิน Emergency Response Team -ERT: ทีมที่มีหน้าที่รับผิดชอบในสถานการณ์ฉุกเฉิน
- การคาดการณ์และการประเมินความรุนแรงของสถานกาณ์ (Estimate and Asset Situation) : การวิเคราะห์ความเสี่ยง การคาดการณ์และการประเมินความรุนแรงของสถานกาณ์ในแต่ละระดับ กำหนดระดับของความรุนแรง จัดลำดับความสำคัญขั้นตอนวิธีการปฏิบัติในแผนฉุกเฉิน
- การพัฒนาแผนตอบสนองต่อเหตุการณ์ฉุกเฉิน (Emergency Action Plan - EAP) : วางแผนแนวทางตอบสนองต่อสถานการณ์ในแต่ละระดับ พร้อมวิธีการปฏิบัติ
- การเตรียมความพร้อม (Preparedness) เพื่อให้แผนสามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ บริษัทได้ดำเนินการ
- การเตรียมแผน ดำเนินการตรวจสอบ ทบทวน และอนุมัติแผนอย่างเป็นทางการ (Plan Preparation, Review and Approval)
- การฝึกซ้อมแผน ซักซ้อมสถานการณ์จำลองเป็นประจำเพื่อสร้างความมั่นใจ
- การเผชิญเหตุ (Response) เมื่อเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน ทีมตอบสนองภาวะฉุกเฉินจะปฏิบัติงานตามแผนที่วางไว้ โดยมีการกำหนดบทบาทและหน้าที่อย่างชัดเจน
- ผู้อำนวยการ บริหารจัดการและสั่งการ
- ทีมตอบโต้ ปฏิบัติและควบคุมสถานการณ์
- ผู้ควบคุมการสื่อสาร ดูแลการสื่อสารภายในและภายนอก
- ทีมสนับสนุนอื่นๆ เช่น ผู้นำอพยพ ทีมปฐมพยาบาล ทีมเคลื่อนย้าย
- การฟื้นฟู (Recovery) เมื่อเหตุการณ์ฉุกเฉินสิ้นสุดลง บริษัทจะดำเนินการเพื่อคืนสู่สภาพปกติดังนี้
- การดำเนินงานและการซ่อมบำรุง (Plan Implementation & Maintenance) ฟื้นฟูทรัพย์สินและระบบงานที่ได้รับผลกระทบ
- การป้องกัน (Prevention) เพื่อลดโอกาสเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินในอนาคต
- การตรวจสอบอุปกรณ์ฉุกเฉิน ให้พร้อมใช้งานเสมอ เช่น เครื่องมือ และระบบสื่อสารต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องในสถานการณ์ฉุกเฉิน
- การกำหนดผู้ตรวจสอบและผู้รับผิดชอบ เพื่อดูแลความพร้อมของอุปกรณ์และระบบที่เกี่ยวข้อง
เป้าหมายระยะยาว เป้าหมายปี 2568 และผลการดำเนินงานปี 2568 (GRI3-3, EU1, EU2, EU28, EU30)
| ความมั่นคงทางด้านเสถียรภาพและความพร้อมของการดำเนินการผลิต | |||
|---|---|---|---|
ความมั่นคงทางด้านเสถียรภาพและ
|
|||
| เป้าหมายระยะยาว | |||
| ปริมาณการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน |
8.8
|
||
| ค่าเฉลี่ยความพร้อมจ่ายของโรงไฟฟ้า |
>90% |
||
| จำนวนระบบไฟฟ้าดับโดยไม่ได้วางแผนเฉลี่ย |
≤2
|
||
| เป้าหมายปี 2568 | ผลการดำเนินงานปี 2568 | ||
| ปริมาณการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน |
>8.0
|
10.7
|
|
| ค่าเฉลี่ยความพร้อมจ่ายของโรงไฟฟ้า |
>90.0% |
88.12% |
|
| จำนวนระบบไฟฟ้าดับโดยไม่ได้วางแผนเฉลี่ย |
≤2
|
20
|
|
|
หมายเหตุ: * ปี 2568 เกิดจากเหตุการณ์ระบบไฟฟ้าดับโดยไม่ได้วางแผนเฉลี่ย โรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรี 2 ครั้ง, โรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วม บางปะอินโคเจนเนอเรชั่น 3 ครั้ง และ โรงไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์ 8 แห่งรวม 15 ครั้ง |
|||
| SDGs | |||
มาตรการเชิงป้องกันเพื่อเสริมสร้างเสถียรภาพและความต่อเนื่องด้านพลังงาน
ในปี 2568 แต่ละโรงไฟฟ้าได้กำหนดและดำเนินมาตรการเชิงป้องกันเพื่อเพิ่มเสถียรภาพของระบบการผลิตไฟฟ้าและลดความเสี่ยงจากการหยุดชะงักของการดำเนินงาน โดยมุ่งเน้นการปรับปรุงกระบวนการทำงาน การเสริมสร้างความเชื่อถือได้ของระบบ (System Reliability) การบริหารจัดการความเสี่ยงด้านเทคนิค และการเตรียมความพร้อมของบุคลากรอย่างเป็นระบบเพื่อสนับสนุนความสามารถในการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง (Operational Continuity) ดังนี้
- การปรับปรุงระเบียบปฏิบัติการขออนุญาตทำงาน (Revised Work Permit)
บริษัทได้ดำเนินการให้มีความรัดกุมและสอดคล้องกับลักษณะงานแต่ละประเภท พร้อมกำหนดให้มีการประชุมวางแผนงานอย่างละเอียดระหว่างพนักงานเดินเครื่อง พนักงานบำรุงรักษา และพนักงานด้านความปลอดภัยก่อนเริ่มงานทุกครั้ง เพื่อบริหารจัดการความเสี่ยงล่วงหน้าและลดผลกระทบต่อความต่อเนื่องของระบบผลิตไฟฟ้า ในช่วงดำเนินการซ่อมบำรุง
- การป้องกันเหตุการณ์ระบบหยุดทำงานฉับพลัน (Plant Trip)
บริษัทกำหนดมาตรการป้องกันเหตุการณ์ระบบหยุดทำงานฉับพลัน (Plant Trip) เพิ่มเติม โดยปรับปรุงระเบียบปฏิบัติการในการตัดแยกระบบ (Revised Lock Out Tag Out) และพัฒนาสัญญาณของอุปกรณ์ให้มีความชัดเจนและทันสมัย รวมถึงการยกระดับประสิทธิภาพการสื่อสารและการประสานงานระหว่างทีมรับมือฉุกเฉินและทีมควบคุมการเดินเครื่อง เพื่อเพิ่มความเชื่อถือได้และเสถียรภาพของระบบไฟฟ้า
- การดำเนินแผนซ่อมบำรุงเชิงป้องกันอย่างเป็นระบบ
โรงไฟฟ้าทุกแห่งจัดทำและดำเนินการตามแผนซ่อมบำรุงเชิงป้องกัน (Preventive Maintenance Plan) อย่างเป็นระบบและสม่ำเสมอ โดยพิจารณาจากสภาพการใช้งานจริงของอุปกรณ์แต่ละประเภทในแต่ละโรงไฟฟ้า เพื่อลดความเสี่ยงจากการชำรุด เพิ่มเสถียรภาพการเดินเครื่อง และยืดอายุการใช้งานของสินทรัพย์ รวมถึงการวางแผนการจัดซื้ออุปกรณ์ซ่อมบำรุงล่วงหน้าเพื่อรองรับความต่อเนื่องของการดำเนินงาน
- การพัฒนาระบบติดตามผลการดำเนินงานแบบเรียลไทม์ในโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์
โรงไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์ได้พัฒนาระบบติดตามผลการดำเนินงานแบบเรียลไทม์ (Real-time Monitoring System) เพื่อเฝ้าระวังสถานะการเดินเครื่อง ประสิทธิภาพการผลิต และสัญญาณความผิดปกติของอุปกรณ์อย่างต่อเนื่อง ช่วยให้สามารถตรวจพบและแก้ไขปัญหาได้อย่างทันท่วงที ลดโอกาสการเกิดเหตุขัดข้องรุนแรง และเสริมสร้างความยืดหยุ่นและความต่อเนื่องของระบบพลังงาน
- การพัฒนาศักยภาพบุคลากรและการเตรียมความพร้อมด้านการรับมือเหตุฉุกเฉิน
โรงไฟฟ้าทุกแห่งจัดให้มีการประชุมหารือเชิงปฏิบัติการและการฝึกอบรมพนักงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ และความพร้อมในการป้องกันและรับมือกับสถานการณ์ที่อาจส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพและความมั่นคงด้านพลังงาน รวมถึงสถานการณ์ฉุกเฉินและเหตุขัดข้องของระบบไฟฟ้า เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการตอบสนองและลดผลกระทบต่อการดำเนินงานโดยรวม
การดำเนินงานหลักในแต่ละโรงไฟฟ้าในปี 2568
โรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรี
โรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรี ให้ความสำคัญกับการติดตามการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและประเมินความเสี่ยงที่อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจอย่างรัดกุม เพื่อเสริมสร้างความสามารถในการฟื้นตัวและความต่อเนื่องของการผลิตไฟฟ้า โดยมีการดำเนินการดังนี้
- การติดตามและวางแผนรับมือ โรงไฟฟ้ามีการวางแผนดำเนินการและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ผ่านระบบ SCADA (Supervisory Control and Data Acquisition) ซึ่งช่วยให้สามารถรวบรวมข้อมูลและติดตามสถานะการดำเนินงานของโรงไฟฟ้าแบบเรียลไทม์ สนับสนุนการตัดสินใจเชิงปฏิบัติการและรักษาความต่อเนื่องของการผลิตไฟฟ้า
- การประเมินและติดตามผลการดำเนินงานผ่านตัวชี้วัดหลัก การดำเนินงานของโรงไฟฟ้า ได้รับการประเมินและติดตามอย่างต่อเนื่อง โดยใช้ตัวชี้วัดหลัก 2 ด้าน ได้แก่ ประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้า (Plant Performance Ratio) วัดการดำเนินงานของโรงไฟฟ้า และ ผลการดำเนินงานบำรุงรักษาประจำปี ติดตามความพร้อมใช้งานและสมรรถนะของระบบผลิตไฟฟ้า
- การใช้ระบบ CKP Forecasting System เพื่อเสริมสร้างเสถียรภาพการบริหารจัดการน้ำ โรงไฟฟ้าใช้ระบบ CKP Forecasting System ที่พัฒนาร่วมกับ DHI A/S (Danish Hydraulic Institute) ประเทศเดนมาร์ก เพื่อยกระดับการบริหารจัดการน้ำและสนับสนุนแผนการผลิตไฟฟ้า มีการบูรณาการระบบพยากรณ์ด้านอุตุ-อุทกวิทยา ผสานข้อมูลสภาพอากาศและปริมาณในปัจจุบันเข้ากับแบบจำลองทางคณิตศาสตร์ที่ทันสมัย เพื่อให้วิเคราะห์และพยากรณ์ปริมาณน้ำไหลเข้าโรงไฟฟ้าได้อย่างแม่นยำ ระบบที่พัฒนาใหม่นี้สามารถจำลองสถานการณ์น้ำไหลในพื้นที่เหนือน้ำและท้ายน้ำของโรงไฟฟ้า ช่วยให้คาดการณ์แนวโน้มสถานการณ์น้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถยกระดับแผนการผลิตพลังงาน พร้อมทั้งดูแลสิ่งแวดล้อมและชุมชนให้ปลอดภัยและมั่นคงในทุกสถานการณ์
- การรับมือกับสถานการณ์ High Flow Emergency และการสนับสนุนชุมชนโดยรอบโรงไฟฟ้า ในช่วงดือนกรกฎาคมและสิงหาคม 2568 โรงไฟฟ้าได้เตรียมแผนงานเพื่อรับมือกับสถานการณ์ High Flow Emergency อันเนื่องมาจากฝนตกหนักจากพายุวิภา (Wipha) และคาจิกิ (Kajiki) โดยใช้ระบบ CKP Forecasting System ในการวิเคราะห์และพยากรณ์ปริมาณน้ำไหลเข้าโรงไฟฟ้าได้อย่างแม่นยำ รวมถึงวางแผนการปล่อยน้ำจากเขื่อนตอนบน ที่จะส่งผลต่อระดับน้ำในพื้นที่บริเวณโรงไฟฟ้า
โรงไฟฟ้าได้ดำเนินการสนับสนุนชุมชนโดยรอบตามแผนตอบสนองสถานการณ์ฉุกเฉิน (Emergency Response Plan) ดังนี้- การอบรมและให้ข้อมูลตามแผนตอบสนองสถานการณ์ฉุกเฉิน
- การแจ้งเตือนระดับน้ำล่วงหน้าอย่างเป็นระบบและทันท่วงที โรงไฟฟ้าทำการแจ้งเตือนชาวบ้านในพื้นที่ล่วงหน้าเกี่ยวกับระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น โดยใช้ระบบสื่อสารที่มีประสิทธิภาพและเข้าถึงชุมชนได้อย่างรวดเร็ว
- การจัดการอพยพและสนับสนุนทรัพยากรแก่ชุมชนในพื้นที่เสี่ยง จัดระบบการอพยพและเคลื่อนย้ายสิ่งของจากพื้นที่เสี่ยงอย่างเป็นระบบ พร้อมทั้งสนับสนุนเรือและกำลังคนเพื่อช่วยเหลือชุมชนที่มีความเสี่ยงจะได้รับผลกระทบ
ด้วยความพร้อมของแผนงานและการปฏิบัติงาน โรงไฟฟ้าสามารถกลับมาผลิตไฟฟ้าได้อย่างรวดเร็ว ลดผลกระทบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม พร้อมสร้างความมั่นใจในศักยภาพการบริหารจัดการสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีประสิทธิภาพ



- การทดสอบสมรรถนะประจำปี (Annual test) โรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรีได้ดำเนินการทดสอบประจำปีภายใต้เงื่อนไขของ Power Purchase Agreement (PPA) และข้อกำหนด Contracted Operating Characteristics (COC) ในระหว่างวันที่ 2-6 พฤศจิกายน 2568 การทดสอบครอบคลุมทุกหัวข้อสำคัญที่ระบุไว้ใน PPA และประสบความสำเร็จตามระยะเวลาที่วางแผนไว้ แสดงถึงความมุ่งมั่นในการรักษามาตรฐานการดำเนินงานและการสร้างเสถียรภาพในกระบวนการผลิตไฟฟ้า

ภาพกิจกรรม Annual test ในวันที่ 2-6 พฤศจิกายน 2568
โรงไฟฟ้าพลังน้ำ น้ำงึม 2
โรงไฟฟ้าพลังน้ำ น้ำงึม 2 มีการดำเนินงานในการบริหารจัดการปริมาณน้ำอย่างเป็นระบบและสอดคล้องกับสภาพฤดูกาล เพื่อให้การผลิตไฟฟ้าดำเนินไปอย่างต่อเนื่องและเพียงพอต่อความต้องการตามสัญญาซื้อขายไฟฟ้า พร้อมทั้งคำนึงถึงเสถียรภาพของระบบและผลกระทบต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย โดยมีแนวทางสำคัญดังนี้:
- การบริหารจัดการปริมาณน้ำตามฤดูกาล
- ในฤดูแล้ง: โรงไฟฟ้ารักษาระดับน้ำให้อยู่ต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนด อย่างเหมาะสมกับแผนการเดินเครื่องเพื่อสนับสนุนความต่อเนื่องของการผลิตไฟฟ้า
- ในฤดูฝน: โรงไฟฟ้าดำเนินการป้องกันการเปิดประตูน้ำล้นโดยไม่จำเป็น เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชน พร้อมรักษาความมั่นคงของการดำเนินงานของโรงไฟฟ้า
- แผนการบำรุงรักษาครั้งใหญ่ (Major Overhaul)
โรงไฟฟ้าดำเนินการบำรุงรักษาครั้งใหญ่สำหรับ Unit 2 ตั้งแต่วันที่ 16 พฤศจิกายน 2568 ถึงวันที่ 30 ธันวาคม 2568 เพื่อรักษาประสิทธิภาพของเครื่องจักรและอุปกรณ์ให้สามารถทำงานได้ตามเป้าหมาย การดำเนินงานดังกล่าวช่วยเสริมสร้างความเสถียรภาพ ความมั่นคง และความพร้อมในการดำเนินงานของโรงไฟฟ้าในการผลิตไฟฟ้าได้อย่างต่อเนื่อง และสนับสนุนความสามารถในการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนในระยะยาว



ภาพการปฏิบัติงานการซ่อมบำรุงครั้งใหญ่ (Major Overhaul) Unit 2 ที่โรงไฟฟ้าพลังน้ำ น้ำงึม 2
โรงไฟฟ้าบางปะอิน โคเจนเนอเรชั่น
โรงไฟฟ้าบางปะอิน โคเจนเนอเรชั่น ได้ร่วมมือกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ในการปรับปรุงระบบส่งไฟฟ้าในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมให้เป็นระบบ Close Loop เพื่อเสริมสร้างความมั่นคง ความยืดหยุ่น และความต่อเนื่องของการจ่ายไฟฟ้า โดยมีรายละเอียดดังนี้:
- โรงไฟฟ้าสามารถส่งไฟฟ้าผ่านสถานีไฟฟ้าได้ 2 สถานี ซึ่งช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นและความต่อเนื่องในการส่งไฟฟ้า แม้ในกรณีที่สถานีใดสถานีหนึ่งอยู่ระหว่างการต้องหยุดซ่อมบำรุงหรือเกิดเหตุขัดข้องในระบบ
- ความร่วมมือนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของโรงไฟฟ้าในการสนับสนุนความมั่นคงด้านพลังงานละความเชื่อถือได้ของโครงสร้างพื้นฐานด้านไฟฟ้าในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมเพื่อรองรับการดำเนินงานของภาคอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่อง
- โรงไฟฟ้าบางปะอิน โคเจนเนอเรชั่น โครงการ 2 ได้ดำเนินกิจกรรม Minor Overhaul ช่วงวันที่ 20 – 29 กรกฎาคม 2568 และดำเนินการแล้วเสร็จตามแผนงานที่กำหนด ซึ่งช่วยรักษาประสิทธิภาพของระบบผลิตไฟฟ้าและเสริมสร้างความพร้อมในการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง

ภาพการปฏิบัติงานการซ่อมบำรุง (Minor Overhaul) โรงไฟฟ้าบางปะอิน โคเจนเนอเรชั่น
โรงไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์ บางเขนชัย
โรงไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์ บางเขนชัย ดำเนินการประเมินและติดตามผลการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อเสริมสร้างความเชื่อถือได้ ประสิทธิภาพ และเสถียรภาพของกระบวนการผลิตไฟฟ้า โดยกำหนดตัวชี้วัดหลักและระบบการติดตามดำเนินงานที่สนับสนุนการตัดสินใจเชิงปฏิบัติการและความต่อเนื่องของการดำเนินงาน ดังนี้
- ตัวชี้วัดหลัก
- Plant Performance Ratio
ใช้ประเมินประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้าและเปรียบเทียบผลการดำเนินงานกับศักยภาพของระบบ เพื่อสะท้อนสมรรถนะโดยรวมของกระบวนการผลิตไฟฟ้า - ผลการดำเนินงานบำรุงรักษาประจำปี
ใช้ติดตามและประเมินสมรรถนะของอุปกรณ์และความพร้อมใช้งานของระบบ เพื่อสนับสนุนการวางแผนซ่อมบำรุงและเพิ่มความน่าเชื่อถือของระบบ
- Plant Performance Ratio
- การติดตามผลการดำเนินงาน
- ทีมงานของโรงไฟฟ้าดำเนินการติดตามผลการดำเนินงานเป็นรายเดือน เพื่อวิเคราะห์ปัจจัยที่อาจส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพการผลิต และกำหนดแนวทางการปรับปรุงที่เหมาะสมอย่างต่อเนื่อง
- พัฒนาระบบติดตามผลการดำเนินงานแบบเรียลไทม์ (Real-time Monitoring System) เพื่อเฝ้าระวังสถานะการเดินเครื่อง ประสิทธิภาพการผลิต และสัญญาณความผิดปกติของอุปกรณ์อย่างต่อเนื่อง ช่วยให้สามารถตรวจพบและแก้ไขปัญหาได้อย่างทันท่วงที ลดโอกาสการเกิดเหตุขัดข้องรุนแรง และเสริมสร้างความยืดหยุ่น ความต่อเนื่องและความมั่นคงของระบบพลังงาน
- เป้าหมายการดำเนินงาน โรงไฟฟ้ามุ่งเสริมสร้างเสถียรภาพและความยั่งยืนของกระบวนการผลิตไฟฟ้า ผ่านการดำเนินงานที่เน้นประสิทธิภาพ การบริหารจัดการความเสี่ยงอย่างเป็นระบบและความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมเพื่อสนับสนุนการดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่องในระยะยาว
ผลการดำเนินงาน ปี 2568 (EU1, EU2, EU29)
ในปี 2568 บริษัทมีการดำเนินการตามแผนการปฏิบัติงานเพื่อส่งเสริมความมั่นคงด้านเสถียรภาพและความพร้อมของการดำเนินการผลิต ดังต่อไปนี้
| ผลการดำเนินงานปี 2568 | ||||
|---|---|---|---|---|
| การปฏิบัติงานบำรุงรักษาโรงไฟฟ้าประจำปี | ||||
| โรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรี | โรงไฟฟ้าพลังน้ำ น้ำงึม 2 * | โรงไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์ บางเขนชัย | โรงไฟฟ้าบางปะอิน โคเจนเนอเรชั่น** | |
| เป้าหมาย จำนวนรายการที่บำรุงรักษา |
100% |
100% |
100% |
100% |
| ผลการดำเนินงาน จำนวนรายการที่บำรุงรักษา |
100% |
100% |
100% |
100% |
| การดำเนินงานตามแผนการผลิต และจำหน่ายไฟฟ้าประจำปี |
ดำเนินงานตามแผน |
ดำเนินงานตามแผน |
ดำเนินงานตามแผน |
ดำเนินงานตามแผน |
| การรักษาประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้า (Performance Ratio) |
ดำเนินงานตามแผน |
ดำเนินงานตามแผน |
ดำเนินงานตามแผน |
ดำเนินงานตามแผน |
หมายเหตุ: *โรงไฟฟ้าพลังน้ำ น้ำงึม 2 ได้มีการปฏิบัติงานการซ่อมบำรุงครั้งใหญ่ (Major Overhaul) ของ Unit 2 ตามแผนงานที่ได้มีการระบุไว้ในปี 2568 โดยเริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 16 พฤศจิกายน 2566 จนถึงวันที่ 30 ธันวาคม 2568
**โรงไฟฟ้าบางปะอิน โคเจนเนอเรชั่น โครงการ 2 ดำเนินกิจกรรม Minor Overhaul ช่วงวันที่ 20 – 29 กรกฎาคม 2568
| พลังน้ำ | พลังแสงอาทิตย์ | โคเจนเนอเรชั่น (ไฟฟ้า) | โคเจนเนอเรชั่น (ไอน้ำ) | |
|---|---|---|---|---|
| กำลังการผลิตติดตั้ง |
3,360
|
42
|
237.5
|
40
|
| ปริมาณพลังงานที่ผลิตทั้งหมด |
10,653,525
|
20,983
|
1,489,135
|
46,088
|
| ผลการดำเนินงานปี 2568 | ||||
|---|---|---|---|---|
| การประเมินความพึงพอใจของลูกค้า | ||||
| โรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรี | โรงไฟฟ้าพลังน้ำ น้ำงึม 2 | โรงไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์ บางเขนชัย | โรงไฟฟ้าบางปะอิน โคเจนเนอเรชัน | |
| จำนวนลูกค้าที่ได้รับการประเมินความพึงพอใจ ประจำปี 2568 |
100% |
100% |
100% |
100% |
| ผลประเมินความพึงพอใจของลูกค้า ประจำปี 2568 |
99.00% |
99.05% |
92.50% |
99.17% |
| ดัชนีค่าเฉลี่ยความถี่ที่เกิดระบบไฟฟ้าขัดข้อง | ||||
| โรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรี | โรงไฟฟ้าพลังน้ำ น้ำงึม 2 | โรงไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์ บางเขนชัย | โรงไฟฟ้าบางปะอิน โคเจนเนอเรชัน | |
|---|---|---|---|---|
| ดัชนีค่าเฉลี่ยความถี่ที่เกิดระบบไฟฟ้าขัดข้อง (SAIFI) |
1.00 |
0 |
3.00 |
0.23 |
| ดัชนีค่าเฉลี่ยระยะเวลาที่เกิดระบบไฟฟ้าขัดข้อง (SAIDI) |
0.84 |
0 |
104.85 |
1.68 |
| ดัชนีค่าเฉลี่ยระยะเวลาที่เกิดระบบไฟฟ้าขัดข้องต่อครั้งที่ส่งผลกระทบต่่อลูกค้าที่ได้รับผลกระทบ (CAIDI) |
50.20 |
0 |
6,290.98 |
1,497.73 |
รายงานความยั่งยืน ปี 2568