ผลกระทบต่อธุรกิจ

บริษัทตระหนักถึงผลกระทบที่เกิดจากความต้องการพลังงานไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางการแข่งขันในอุตสาหกรรม และการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยี บริษัทจึงให้ความสำคัญกับ ความมั่นคงของระบบการผลิตไฟฟ้าและจำหน่ายไฟฟ้า และการดำเนินงานที่สอดคล้องกับสิ่งแวดล้อม
เพื่อรักษาความน่าเชื่อถือและลดความเสี่ยงที่อาจกระทบต่อธุรกิจ บริษัทพร้อมพัฒนาประสิทธิภาพการผลิตและวางแผนซ่อมบำรุงเชิงป้องกันอย่างรอบคอบ เพื่อลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการหยุดดำเนินงาน และเสริมสร้างความเชื่อมั่นในระบบผลิตไฟฟ้าสู่คู่ค้าและนักลงทุน ความพยายามดังกล่าวช่วยสร้างความได้เปรียบทางธุรกิจและสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว

ความท้าทายและโอกาส

การผลิตไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนที่มั่นคงและยั่งยืนเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนการเติบโตของบริษัท ท่ามกลางความต้องการพลังงานที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมที่เพิ่มขึ้น และการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีการผลิตพลังงานที่รวดเร็ว การแข่งขันในอุตสาหกรรมจึงทวีความเข้มข้น โดยผู้ผลิตที่สามารถรักษาเสถียรภาพและความมั่นคงของระบบไฟฟ้าได้อย่างต่อเนื่องจะมีความได้เปรียบในการสร้างความเชื่อมั่นในตลาด

บริษัทจึงให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบและการจัดการด้านนวัตกรรมควบคู่กับเทคโนโลยีขั้นสูง ควบคู่ไปกับการขยายการลงทุนในโครงการ พลังงานหมุนเวียนทั้งในประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน บริษัทมีนโยบายเน้นการลงทุนในโครงการพลังงานไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน ที่ลดมลภาวะ เพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร และสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน เพื่อตอบสนองความต้องการของสังคมและสร้างความมั่นคงด้านพลังงานและผลักดันการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว

ความมุ่งมั่น

บริษัทมุ่งมั่นในการสร้าง ความมั่นคงและความพร้อมของระบบผลิตและจำหน่ายไฟฟ้า โดยกำหนดแนวทางปฏิบัติงานที่ชัดเจนและพัฒนาระบบส่งไฟฟ้าให้มีประสิทธิภาพสูงสุด พร้อมทั้งจัดทำแผนซ่อมบำรุงเชิงป้องกันที่เหมาะสมกับโรงไฟฟ้าแต่ละแห่งเพื่อลดความเสี่ยงจากการหยุดชะงักของระบบ

บริษัทยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพของบุคลากร ด้วยการอบรมและพัฒนาความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง เพื่อเสริมสร้างความสามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขณะเดียวกัน บริษัทมุ่งเน้นลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมผ่านการดำเนินงานที่ลดมลภาวะและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร เพื่อสนับสนุนการพัฒนาที่ยั่งยืนและสร้างคุณค่าให้กับผู้มีส่วนได้เสียในระยะยาว

แนวทางการบริหารจัดการ

CKPower มุ่งมั่นที่จะสร้างความมั่นคงและเสถียรภาพของระบบการผลิตและจำหน่ายไฟฟ้า โดยดำเนินการดังนี้:

การลงทุนในเทคโนโลยีขั้นสูง
ลงทุนในโรงไฟฟ้าที่ใช้เทคโนโลยีล้ำสมัยเพื่อให้ระบบจ่ายไฟฟ้าดำเนินงานได้อย่างต่อเนื่อง มีประสิทธิภาพ และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
การบริหารจัดการต้นทุนอย่างรอบคอบ
บริหารจัดการต้นทุนในทุกกระบวนการ พร้อมสนับสนุนการพัฒนาอย่างยั่งยืนในทุกมิติ
เสริมสร้างศักยภาพบุคลากร
พัฒนาองค์ความรู้ด้านวิศวกรรมและการบริหารจัดการทรัพยากรแก่บุคลากรทุกระดับ ส่งเสริมการเรียนรู้ การพัฒนาระบบปฏิบัติงาน และสร้างนวัตกรรมใหม่ ๆ ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน
การบำรุงรักษาเชิงป้องกัน
วางแผนการซ่อมบำรุงประจำปีอย่างเป็นระบบ พร้อมเตรียมอุปกรณ์สำรอง เช่น อะไหล่ชิ้นสำคัญ (Critical Spare Parts) เพื่อรองรับการซ่อมบำรุงอย่างมีประสิทธิภาพ
การดำเนินงานตามมาตรฐาน ISO 9001:2015
ทุกกระบวนการดำเนินงานสอดคล้องกับมาตรฐานระบบบริหารคุณภาพ เพื่อสร้างความมั่นใจในความเสถียรและประสิทธิภาพของระบบผลิตและจำหน่ายไฟฟ้า
ผลลัพธ์ของโครงการในปี 2567
กำลังการผลิตติดตั้งรวม
กำลังการผลิตติดตั้งรวม
3,640
เมกะวัตต์
กำลังการผลิตติดตั้งด้วยไฟฟ้าจากพลังงานสะอาด (93%)
3,402
เมกะวัตต์
การผลิตไฟฟ้ารวม
การผลิตไฟฟ้ารวมทั้งสิ้น
8.8
ล้านเมกะวัตต์
การหลีกเลี่ยงการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
หลีกเลี่ยงการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้มากกว่า
4.4
ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์
เทียบเท่าต่อปี
การเน้นผลิตไฟฟ้าสะอาด
สนับสนุนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานที่มุ่งเน้นการผลิตไฟฟ้าสะอาดและยั่งยืน
ไฟฟ้าสะอาด

การดำเนินงานที่ครอบคลุมทุกมิติของกระบวนการผลิต

จัดทำแผนงานการผลิตและการจ่ายพลังงานประจำปี
ตรวจสอบระบบโดยผู้เชี่ยวชาญ

วางแผนอย่างเป็นระบบ โดยคำนึงถึงความต้องการของลูกค้าและการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ

ดำเนินการตรวจสอบระบบตามแผนงานที่กำหนด โดยอ้างอิงมาตรฐานสากล สร้างความมั่นใจในประสิทธิภาพและความปลอดภัย

ประเมินและติดตามประสิทธิผลของการดำเนินงานโรงไฟฟ้า
วางแผนการบำรุงรักษาโรงไฟฟ้า

ดำเนินการวิเคราะห์ผลการดำเนินงานเพื่อประเมินประสิทธิภาพและระบุโอกาสในการปรับปรุงระบบ

ดำเนินการบำรุงรักษาโรงไฟฟ้าอย่างสม่ำเสมอ เพื่อลดความเสี่ยงจากการหยุดชะงักของระบบ และยืดอายุการใช้งานของอุปกรณ์

พัฒนาระบบส่งไฟฟ้าให้มีประสิทธิภาพ
ส่งเสริมการพัฒนาองค์ความรู้แก่บุคลากร

ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมขั้นสูงเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของระบบส่งไฟฟ้า ลดการสูญเสียพลังงาน และรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้น

จัดการอบรมและพัฒนาความรู้ในด้านการปฏิบัติงานให้แก่พนักงานทุกระดับ เพื่อเพิ่มศักยภาพและเสริมสร้างความเชี่ยวชาญในสายงาน

การบริหารจัดการภาวะวิกฤต

บริษัทให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการภาวะวิกฤตอย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพ โดยมุ่งเน้นการป้องกันและลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อการดำเนินงาน ระบบผลิตและจำหน่ายไฟฟ้า รวมถึงความเชื่อมั่นของลูกค้าและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย โดยบริษัทประกาศใช้นโยบายการบริหารจัดการความต่อเนื่องทางธุรกิจ เพื่อให้การดำเนินงานของทุกโรงไฟฟ้าราบรื่นและมั่นคง

แนวทางการจัดการภาวะวิกฤต
  • จัดทำคู่มือแผนฉุกเฉินครอบคลุมทุกสถานการณ์สำคัญ

    บริษัทได้พัฒนาคู่มือแผนฉุกเฉินที่ครอบคลุมสถานการณ์วิกฤต เช่น อัคคีภัย อุทกภัย ความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การหกรั่วไหลของสารเคมี แผ่นดินไหว และดินถล่ม รวมถึงความไม่ปลอดภัยที่อาจเกิดขึ้นกับโรงไฟฟ้า เพื่อให้สามารถตอบสนองต่อสถานการณ์ฉุกเฉินได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

  • การฝึกอบรมและฝึกซ้อมแผนฉุกเฉิน

    บริษัทจัดการอบรมและฝึกซ้อมแผนฉุกเฉินอย่างต่อเนื่องทุกปี เพื่อเสริมสร้างความพร้อมของบุคลากรในทุกระดับ ในการรับมือกับเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด

  • การประเมินความเสี่ยงและจัดทำแผนบรรเทาผลกระทบ

    บริษัทดำเนินการวิเคราะห์และประเมินความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในทุกปี พร้อมทั้งจัดทำแผนบรรเทาผลกระทบเชิงรุก เพื่อรับมือกับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น

  • การพัฒนาระบบสาธารณูปโภคให้พร้อมรับสถานการณ์วิกฤต

    ทีมวิศวกรและผู้เชี่ยวชาญของบริษัทดำเนินการติดตามและดูแลระบบความปลอดภัยเชิงรุกอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มั่นใจว่าโรงไฟฟ้าทุกแห่งสามารถดำเนินการได้อย่างมั่นคงและปลอดภัย แม้ในสถานการณ์วิกฤต

  • การดูแลความปลอดภัยเชิงรุก

    ทีมวิศวกรและผู้เชี่ยวชาญของบริษัทดำเนินการติดตามและดูแลระบบความปลอดภัยเชิงรุกอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มั่นใจว่าโรงไฟฟ้าทุกแห่งสามารถดำเนินการได้อย่างมั่นคงและปลอดภัย แม้ในสถานการณ์วิกฤต

แนวทางการบริหารจัดการภาวะวิกฤตดังกล่าวช่วยลดความเสี่ยงต่อการดำเนินงาน เสริมสร้างความเชื่อมั่นในระบบผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าของบริษัทในระยะยาว และยกระดับมาตรฐานความมั่นคงและความน่าเชื่อถือของ CKPower ในฐานะผู้นำด้านการผลิตไฟฟ้าที่มุ่งเน้นความยั่งยืนและการพัฒนาระบบอย่างต่อเนื่อง

การบริหารจัดการภาวะวิกฤต

CKPower ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการภาวะวิกฤตอย่างเป็นระบบ โดยจัดทำ แผนตอบสนองต่อเหตุการณ์ฉุกเฉิน (Emergency Response Plan) ซึ่งประกอบด้วย 5 ขั้นตอน:

1
กำหนดมาตรการป้องกัน (Mitigation)
2
การเตรียมความพร้อม (Preparedness)
3
การเผชิญเหตุ (Response)
4
การฟื้นฟู (Recovery)
5
การป้องกัน (Prevention)
  1. กำหนดมาตรการป้องกัน (Mitigation)
    • การจัดตั้งทีมตอบสนองภาวะฉุกเฉิน Emergency Response Team -ERT: ทีมที่มีหน้าที่รับผิดชอบในสถานการณ์ฉุกเฉิน
    • การคาดการณ์และการประเมินความรุนแรงของสถานกาณ์ (Estimate and Asset Situation) : การวิเคราะห์ความเสี่ยง การคาดการณ์และการประเมินความรุนแรงของสถานกาณ์ในแต่ละระดับ กำหนดระดับของความรุนแรง จัดลำดับความสำคัญขั้นตอนวิธีการปฏิบัติในแผนฉุกเฉิน
    • การพัฒนาแผนตอบสนองต่อเหตุการณ์ฉุกเฉิน (Emergency Action Plan - EAP) : วางแผนแนวทางตอบสนองต่อสถานการณ์ในแต่ละระดับ พร้อมวิธีการปฏิบัติ
  2. การเตรียมความพร้อม (Preparedness) เพื่อให้แผนสามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ บริษัทได้ดำเนินการ
    • การเตรียมแผน ดำเนินการตรวจสอบ ทบทวน และอนุมัติแผนอย่างเป็นทางการ (Plan Preparation, Review and Approval)
    • การฝึกซ้อมแผน ซักซ้อมสถานการณ์จำลองเป็นประจำเพื่อสร้างความมั่นใจ
  3. การเผชิญเหตุ (Response) เมื่อเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน ทีมตอบสนองภาวะฉุกเฉินจะปฏิบัติงานตามแผนที่วางไว้ โดยมีการกำหนดบทบาทและหน้าที่อย่างชัดเจน
    • ผู้อำนวยการ บริหารจัดการและสั่งการ
    • ทีมตอบโต้ ปฏิบัติและควบคุมสถานการณ์
    • ผู้ควบคุมการสื่อสาร ดูแลการสื่อสารภายในและภายนอก
    • ทีมสนับสนุนอื่นๆ เช่น ผู้นำอพยพ ทีมปฐมพยาบาล ทีมเคลื่อนย้าย
  4. การฟื้นฟู (Recovery) เมื่อเหตุการณ์ฉุกเฉินสิ้นสุดลง บริษัทจะดำเนินการเพื่อคืนสู่สภาพปกติดังนี้
    • การดำเนินงานและการซ่อมบำรุง (Plan Implementation & Maintenance) ฟื้นฟูทรัพย์สินและระบบงานที่ได้รับผลกระทบ
  5. การป้องกัน (Prevention) เพื่อลดโอกาสเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินในอนาคต
    • การตรวจสอบอุปกรณ์ฉุกเฉิน ให้พร้อมใช้งานเสมอ เช่น เครื่องมือ และระบบสื่อสารต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องในสถานการณ์ฉุกเฉิน
    • การกำหนดผู้ตรวจสอบและผู้รับผิดชอบ เพื่อดูแลความพร้อมของอุปกรณ์และระบบที่เกี่ยวข้อง

เป้าหมายระยะยาว เป้าหมายปี 2567 และผลการดำเนินงานปี 2567

ความมั่นคงทางด้านเสถียรภาพและความพร้อมของการดำเนินการผลิต
ความมั่นคงทางด้านเสถียรภาพและ
ความพร้อมของการดำเนินการผลิต
เป้าหมายระยะยาว
ปริมาณการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน
8.8
ล้านเมกะวัตต์-ชั่วโมง
ค่าเฉลี่ยความพร้อมจ่ายของโรงไฟฟ้า
>90%
จำนวนระบบไฟฟ้าดับเฉลี่ย
(ทั้งวางแผนและไม่ได้วางแผน)
≤2
ครั้งต่อปี
เป้าหมายปี 2567 ผลการดำเนินงานปี 2567
ปริมาณการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน
>8.0
ล้านเมกะวัตต์-ชั่วโมง
8.8
ล้านเมกะวัตต์-ชั่วโมง
ค่าเฉลี่ยความพร้อมจ่ายของโรงไฟฟ้า
>90.0%
90.3%
จำนวนระบบไฟฟ้าดับเฉลี่ย
(ทั้งวางแผนและไม่ได้วางแผน)
≤2
ครั้งต่อปี
3*
ครั้งต่อปี

หมายเหตุ *ปี 2567 เกิดจากเหตุการณ์ High Flow Emergency ที่โรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไชระบุรี ในเดือนสิงหาคม 2 ครั้ง และเดือนกันยายน 1 ครั้ง ซึ่งเป็นกรณีที่ไม่ได้วางแผน

การดำเนินงานหลักในแต่ละโรงไฟฟ้าในปี 2567

โรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรี ให้ความสำคัญกับการติดตามการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและประเมินความเสี่ยงที่อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจอย่างรัดกุม มีการดำเนินการดังนี้

  1. การติดตามและวางแผนรับมือ โรงไฟฟ้ามีการวางแผนดำเนินการและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ผ่านระบบ SCADA (Supervisory Control and Data Acquisition) ซึ่งช่วยให้สามารถรวบรวมข้อมูลและติดตามสถานะการดำเนินงานของโรงไฟฟ้าแบบเรียลไทม์ เพื่อให้การผลิตไฟฟ้าดำเนินไปได้อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ
  2. การประเมินและติดตามผลการดำเนินงานผ่านตัวชี้วัดหลัก การดำเนินงานของโรงไฟฟ้า ได้รับการประเมินและติดตามอย่างต่อเนื่อง โดยใช้ตัวชี้วัดหลัก 2 ด้าน ได้แก่ ประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้า (Plant Performance Ratio) วัดการดำเนินงานของโรงไฟฟ้า และ ผลการดำเนินงานบำรุงรักษาประจำปี ติดตามความพร้อมใช้งานและสมรรถนะของอุปกรณ์
  3. การทดสอบสมรรถนะประจำปี (Annual test) โรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรีได้ดำเนินการทดสอบประจำปีภายใต้เงื่อนไขของ Power Purchase Agreement (PPA) และข้อกำหนด Contracted Operating Characteristics (COC) ในระหว่างวันที่ 3-6 พฤศจิกายน 2567 การทดสอบครอบคลุมทุกหัวข้อสำคัญที่ระบุไว้ใน PPA และประสบความสำเร็จตามระยะเวลาที่วางแผนไว้ แสดงถึงความมุ่งมั่นในการรักษามาตรฐานการดำเนินงานและการสร้างเสถียรภาพในกระบวนการผลิตไฟฟ้า

    ภาพกิจกรรม Annual test ในวันที่ 3-6 พฤศจิกายน 2567

  4. การรับมือกับสถานการณ์ High Flow Emergency และการสนับสนุนชุมชนโดยรอบโรงไฟฟ้า ในช่วงดือนสิงหาคมและกันยายน 2567 โรงไฟฟ้า เผชิญกับสถานการณ์ High Flow Emergency อันเนื่องมาจากฝนตกหนักจากพายุยางิ พายุซูลิก รวมถึงการปล่อยน้ำจากเขื่อนตอนบน ซึ่งส่งผลต่อระดับน้ำในพื้นที่บริเวณโรงไฟฟ้า โรงไฟฟ้าได้ใช้แผนตอบสนองสถานการณ์ฉุกเฉิน (Emergency Response Plan) เพื่อจัดการสถานการณ์อย่างมีประสิทธิภาพและสนับสนุนชุมชนโดยรอบดังนี้
    1. การแจ้งเตือนระดับน้ำ โรงไฟฟ้าทำการแจ้งเตือนชาวบ้านในพื้นที่ล่วงหน้าเกี่ยวกับระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น โดยใช้ระบบสื่อสารที่มีประสิทธิภาพและเข้าถึงชุมชนได้อย่างรวดเร็ว
    2. การอพยพและการสนับสนุนชุมชน จัดระบบการอพยพและเคลื่อนย้ายสิ่งของจากพื้นที่เสี่ยงอย่างเป็นระบบ พร้อมทั้งสนับสนุนเรือและกำลังคนเพื่อช่วยเหลือชุมชนที่มีความเสี่ยงจะได้รับผลกระทบ
    3. ด้วยความพร้อมของแผนงานและการปฏิบัติงาน โรงไฟฟ้าสามารถกลับมาผลิตไฟฟ้าได้อย่างรวดเร็ว ลดผลกระทบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม พร้อมสร้างความมั่นใจในศักยภาพการบริหารจัดการสถานการณ์ฉุกเฉิน

การพัฒนาระบบ CKP Forecasting System: XHPP Inflow Forecasting (2567) ร่วมกับ DHI A/S (Danish Hydraulic Institute) ประเทศเดนมาร์ก เพื่อยกระดับการบริหารจัดการน้ำและสนับสนุนแผนการผลิตไฟฟ้า มีการบูรณาการระบบพยากรณ์ด้านอุตุ-อุทกวิทยา (HMFS) ผสานข้อมูลสภาพอากาศและปริมาณในปัจจุบันเข้ากับแบบจำลองทางคณิตศาสตร์ที่ทันสมัย เพื่อให้วิเคราะห์และพยากรณ์ปริมาณน้ำไหลเข้าโรงไฟฟ้าได้อย่างแม่นยำ ระบบที่พัฒนาใหม่นี้สามารถจำลองสถานการณ์น้ำไหลในพื้นที่เหนือน้ำและท้ายน้ำของโรงไฟฟ้า ช่วยให้คาดการณ์แนวโน้มสถานการณ์น้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถยกระดับแผนการผลิตพลังงาน พร้อมทั้งดูแลสิ่งแวดล้อมและชุมชนให้ปลอดภัยและมั่นคงในทุกสถานการณ์

โรงไฟฟ้าพลังน้ำ น้ำงึม 2 มีการดำเนินงานในการบริหารจัดการปริมาณน้ำเพื่อให้การผลิตไฟฟ้าดำเนินไปอย่างต่อเนื่องและเพียงพอต่อความต้องการตามสัญญา โดยมีแนวทางสำคัญดังนี้:

  1. การบริหารจัดการปริมาณน้ำตามฤดูกาล
    • ในฤดูแล้ง: โรงไฟฟ้ารักษาระดับน้ำให้อยู่ต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนด เพื่อสนับสนุนความต่อเนื่องของการผลิตไฟฟ้า
    • ในฤดูฝน: โรงไฟฟ้าดำเนินการป้องกันการเปิดประตูน้ำล้นเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชน
  2. แผนการบำรุงรักษาครั้งใหญ่ (Major Overhaul)

    โรงไฟฟ้าดำเนินการบำรุงรักษาครั้งใหญ่สำหรับ Unit 3 และ Unit 1 ตั้งแต่วันที่ 18 พฤศจิกายน 2566 ถึงวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2567 เพื่อรักษาประสิทธิภาพของเครื่องจักรและอุปกรณ์ให้สามารถทำงานได้ตามเป้าหมาย การดำเนินงานดังกล่าวช่วยเสริมสร้างความเสถียรภาพ ความมั่นคง และความพร้อมของโรงไฟฟ้าในการผลิตไฟฟ้าได้อย่างต่อเนื่อง

ภาพการปฏิบัติงานการซ่อมบำรุงครั้งใหญ่ (Major Overhaul) Unit 3 และ Unit 1 ที่โรงไฟฟ้าพลังน้ำ น้ำงึม 2

โรงไฟฟ้าบางปะอิน โคเจนเนอเรชั่น ได้ร่วมมือกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ในการปรับปรุงระบบส่งไฟฟ้าในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมให้เป็นระบบ Close Loop โดยมีรายละเอียดดังนี้:

  • โรงไฟฟ้าสามารถส่งไฟฟ้าผ่านสถานีไฟฟ้าได้ 2 สถานี ซึ่งเพิ่มความยืดหยุ่นและความต่อเนื่องในการส่งไฟฟ้า แม้ในกรณีที่สถานีใดสถานีหนึ่งต้องหยุดซ่อมบำรุงหรือเกิดเหตุขัดข้องในระบบ
  • ความร่วมมือนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของโรงไฟฟ้าในการสนับสนุนความมั่นคงด้านพลังงานในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม

โรงไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์ บางเขนชัย ดำเนินการประเมินและติดตามผลการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง โดยมีการใช้ตัวชี้วัดหลักเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและเสถียรภาพของกระบวนการผลิต ได้แก่:

  1. ตัวชี้วัดหลัก
    • Plant Performance Ratio: ประเมินประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้า
    • ผลการดำเนินงานบำรุงรักษาประจำปี: ติดตามและปรับปรุงสมรรถนะของอุปกรณ์
  2. การติดตามผลการดำเนินงาน
    • ทีมงานดำเนินการติดตามผลการดำเนินงานเป็นรายเดือน เพื่อวิเคราะห์ปัจจัยที่อาจส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพ พร้อมกำหนดแนวทางการปรับปรุงที่เหมาะสม

เป้าหมายของโรงไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์ บางเขนชัย คือการเสริมสร้างเสถียรภาพและความยั่งยืนของกระบวนการผลิตไฟฟ้า ด้วยการดำเนินงานที่เน้นประสิทธิภาพและความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม

ผลการดำเนินงาน ปี 2567

ในปี 2567 บริษัทมีการดำเนินการตามแผนการปฏิบัติงานเพื่อส่งเสริมความมั่นคงด้านเสถียรภาพและความพร้อมของการดำเนินการผลิต ดังต่อไปนี้

ผลการดำเนินงานปี 2567
การปฏิบัติงานบำรุงรักษาโรงไฟฟ้าประจำปี
โรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรี โรงไฟฟ้าพลังน้ำ น้ำงึม 2 * โรงไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์ บางเขนชัย โรงไฟฟ้าบางปะอิน โคเจนเนอเรชั่น
เป้าหมาย
จำนวนรายการที่บำรุงรักษา
100%
100%
100%
100%
ผลการดำเนินงาน
จำนวนรายการที่บำรุงรักษา
100%
100%
100%
100%
การดำเนินงานตามแผนการผลิต
และจำหน่ายไฟฟ้าประจำปี
ดำเนินงานตามแผน
ดำเนินงานตามแผน
ดำเนินงานตามแผน
ดำเนินงานตามแผน
การรักษาประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้า
(Performance Ratio)
ดำเนินงานตามแผน
ดำเนินงานตามแผน
ดำเนินงานตามแผน
ดำเนินงานตามแผน

หมายเหตุ: * โรงไฟฟ้าพลังน้ำ น้ำงึม 2 ได้มีการปฏิบัติงานการซ่อมบำรุงครั้งใหญ่ (Major Overhaul) ของ Unit 1 ตามแผนงานที่ได้มีการระบุไว้ในปี 2567 โดยเริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 18 พฤศจิกายน 2566 จนถึงวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2567

พลังน้ำ พลังแสงอาทิตย์ โคเจนเนอเรชั่น (ไฟฟ้า) โคเจนเนอเรชั่น (ไอน้ำ)
กำลังการผลิตติดตั้ง
3,360
เมกกะวัตต์
35
เมกกะวัตต์
237.5
เมกกะวัตต์
40
ตันต่อชั่วโมง
ปริมาณพลังงานที่ผลิตทั้งหมด
8,779,731.69
เมกะวัตต์-ชั่วโมง
21,831.38
เมกะวัตต์-ชั่วโมง
1,600,269.31
เมกะวัตต์-ชั่วโมง
57,445.51
เมกะวัตต์-ชั่วโมง
ผลการดำเนินงานปี 2567
การประเมินความพึงพอใจของลูกค้า
โรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรี โรงไฟฟ้าพลังน้ำ น้ำงึม 2 โรงไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์ บางเขนชัย โรงไฟฟ้าบางปะอิน โคเจนเนอเรชัน
จำนวนลูกค้าที่ได้รับการประเมินความพึงพอใจ ประจำปี 2567
100%
100%
100%
100%
ผลประเมินความพึงพอใจของลูกค้า
ประจำปี 2567
92.50%
98.33%
96.00%
99.10%
ดัชนีค่าเฉลี่ยความถี่ที่เกิดระบบไฟฟ้าขัดข้อง
โรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรี โรงไฟฟ้าพลังน้ำ น้ำงึม 2 โรงไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์ บางเขนชัย โรงไฟฟ้าบางปะอิน โคเจนเนอเรชัน
ดัชนีค่าเฉลี่ยความถี่ที่เกิดระบบไฟฟ้าขัดข้อง (SAIFI)
0.13
0
0
0
ดัชนีค่าเฉลี่ยระยะเวลาที่เกิดระบบไฟฟ้าขัดข้อง (SAIDI)
15.35
0
0
0
ดัชนีค่าเฉลี่ยระยะเวลาที่เกิดระบบไฟฟ้าขัดข้องต่อครั้งที่ส่งผลกระทบต่่อลูกค้าที่ได้รับผลกระทบ (CAIDI)
408.00
0
53.62
0