ความยืดหยุ่นในการดำเนินธุรกิจ
ผลกระทบต่อธุรกิจ
ความท้าทายและโอกาส
แนวโน้มความต้องการพลังงานที่เพิ่มขึ้น และการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดที่เร่งตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว CKPower ต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยี กฎหมาย ภาวะเศรษฐกิจโลก และความท้าทายด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ทำให้การบริหารธุรกิจอย่างยืดหยุ่นจึงเป็นปัจจัยสำคัญในการรักษาเสถียรภาพการผลิตไฟฟ้า และสร้างมูลค่าระยะยาวให้แก่ผู้มีส่วนได้เสีย
เพื่อรองรับโอกาสและความเสี่ยงที่เกิดขึ้น บริษัทได้ดำเนินมาตรการสำคัญ ได้แก่:
- พัฒนาธุรกิจใหม่ การขยายตลาดสู่ระดับสากล
- สร้างพันธมิตรด้านพลังงานหมุนเวียนและพลังงานทางเลือก เพื่อเพิ่มศักยภาพในการแข่งขัน
- ยกระดับการบริหารความเสี่ยงเชิงกลยุทธ์ รองรับการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรม
- พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานอัจฉริยะ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความปลอดภัยของระบบพลังงาน
บริษัทยังเดินหน้าสนับสนุน การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกผ่านการปรับปรุงกระบวนการผลิตให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น และเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในพลังงานสะอาดอย่างต่อเนื่อง พร้อมเสริมสร้างศักยภาพของบุคลากรและองค์กรให้พร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรมพลังงานแห่งอนาคต
ความมุ่งมั่น
CKPower มุ่งมั่นขับเคลื่อนธุรกิจตามหลักการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยให้ความสำคัญกับความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ตลอดห่วงโซ่คุณค่า ควบคู่ไปกับการ เสริมสร้างความยืดหยุ่นทางธุรกิจ เพื่อรองรับความเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมพลังงาน
บริษัทมุ่งเน้นการรักษาความมั่นคงในการผลิตไฟฟ้า ใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย ควบคู่กับ หลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี เพื่อเสริมสร้างเสถียรภาพทางธุรกิจ และสร้างคุณค่าที่ยั่งยืนให้แก่ผู้ถือหุ้นและนักลงทุน
นอกจากนี้ บริษัทให้ความสำคัญกับ การพัฒนาศักยภาพบุคลากร เพื่อรองรับความเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรม การส่งเสริมความร่วมมือในธุรกิจพลังงานหมุนเวียนและไฟฟ้าสะอาด เพื่อผลกระทบเชิงบวกต่อ การขยายตลาดสู่ระดับสากล เพื่อรองรับโอกาสทางธุรกิจ และสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน การปรับแผนการลงทุนอย่างต่อเนื่อง ให้สอดคล้องกับแนวโน้มการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานและการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
CKPower พร้อมเดินหน้าสู่อนาคต โดยมุ่งเน้นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานสะอาด และ ยกระดับขีดความสามารถขององค์กรให้สอดรับกับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของโลก เพื่อสร้าง ความมั่นคงทางพลังงานและความยั่งยืนในระยะยาว
แนวทางการบริหารจัดการ
1) การบริหารจัดการด้านความยืดหยุ่นในการดําเนินธุรกิจ
บริษัทดำเนินยุทธศาสตร์ด้านความยืดหยุ่นทางธุรกิจ ให้สอดรับกับนโยบายภาครัฐ เทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลง และแนวโน้มตลาดพลังงาน ผ่านแนวคิด "เสริมศักยภาพรับมือความท้าทายและเติบโตอย่างยั่งยืน" โดยให้ความสำคัญกับ 3 องค์ประกอบหลัก
(Operational Excellence)
บริษัทมุ่งเน้น การลงทุนในโอกาสใหม่ ทั้งในประเทศไทยและอาเซียน ควบคู่กับการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและนวัตกรรมตลอดห่วงโซ่คุณค่า เพื่อเสริมสร้าง ความมั่นคงด้านพลังงาน และสร้าง ผลตอบแทนที่เป็นธรรม ให้แก่ผู้ถือหุ้นและลูกค้า
2) กลยุทธ์ความยืดหยุ่นทางธุรกิจ
บริษัทมุ่งขยาย การลงทุนในธุรกิจผลิตและจำหน่ายพลังงานสะอาด โดยตั้งเป้าหมายขยายกำลังการผลิตติดตั้งรวม มากกว่า 95% จากพลังงานสะอาด ภายในปี 2586 และ ขยายการลงทุนด้านพลังงานหมุนเวียนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมเสริมความร่วมมือกับพันธมิตรในภูมิภาค ขณะเดียวกัน กำลังศึกษาศักยภาพของพลังงานไฮโดรเจนจากพลังงานหมุนเวียน และเทคโนโลยีสะอาด ซึ่งเป็นรากฐานของ นวัตกรรมพลังงานแห่งอนาคต
บริษัทให้ความสำคัญกับ การพัฒนาศักยภาพของบุคลากร ส่งเสริมการเรียนรู้และการนำนวัตกรรมมาใช้ในระบบปฏิบัติงาน เพื่อให้เกิดการต่อยอดระบบงานที่มีประสิทธิภาพ รองรับ ธุรกิจกรีนไฮโดรเจน (Green Hydrogen Business) ในอนาคต พร้อมขับเคลื่อนธุรกิจภายใต้ หลักการพัฒนาที่ยั่งยืน และสร้าง ความยืดหยุ่นในการดำเนินธุรกิจ เพื่อรองรับโอกาสและความเสี่ยงในอุตสาหกรรมพลังงานอย่างต่อเนื่อง
การพัฒนาแผนการดำเนินงาน |
การนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาปรับปรุง |
|---|---|
|
|
การผนึกกำลังกับพันธมิตร |
การขยายโอกาสในการดำเนินธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับพลังงานหมุนเวียน |
|
|
การสร้างความเข้มแข็งให้ตลาดเดิม |
|
|
|
3) แผนธุรกิจเพื่อสร้างความยืดหยุ่นของบริษัท
บริษัทได้พัฒนา แผนเสริมสร้างความยืดหยุ่นในการดำเนินธุรกิจ ตั้งแต่ปี 2565 โดยเป็นหนึ่งในกลยุทธ์หลักขององค์กร ภายใต้กรอบระยะเวลา 5 ปี (ปี 2565-2569) เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่ชัดเจนทั้งในระยะสั้นและระยะยาว พร้อมสอดคล้องกับ เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDG)
ได้แก่:
การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและนวัตกรรม
การขยายโอกาสทางธุรกิจในพลังงานหมุนเวียน
การเพิ่มความยืดหยุ่นในระบบการดำเนินงาน
- การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและนวัตกรรม:
- สร้างกำลังคนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตพลังงานและการบริหารจัดการในองค์กร
- ใช้ระบบการพยากรณ์น้ำท่าเพื่อเพิ่มความแม่นยำในการวางแผน
- การขยายโอกาสทางธุรกิจในพลังงานหมุนเวียน:
- ลงทุนในพลังงานสะอาดและพลังงานทางเลือก เช่น พลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานน้ำ
- ขยายตลาด ใบรับรองเครดิตการผลิตพลังงานหมุนเวียนให้แก่ลูกค้า ผู้สนใจ
- การเพิ่มความยืดหยุ่นในระบบการดำเนินงาน
- ปรับปรุงกระบวนการรองรับการเปลี่ยนแปลงด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม
- สร้างโอกาสทางธุรกิจจากการผลิตพลังงานสะอาดเพื่อโลกที่ยั่งยืน
4) การพัฒนาบุคลากร - จัดตั้งหน่วยงาน CKP EXPLORATION TEAM
CKPower มุ่งมั่นขยายการลงทุนใน ธุรกิจผลิตและจำหน่ายพลังงานสะอาดที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมทั้งในประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน โดยเลือกใช้ เทคโนโลยีมาตรฐานสูง ลดมลภาวะกับสิ่งแวดล้อม พร้อมให้ความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพบุคลากรทุกระดับ ส่งเสริมเรียนรู้และนำนวัตกรรมมาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน
บริษัทจัดตั้งหน่วยงาน CKP Exploration Team ซึ่งเป็นหน่วยงานที่รวบรวมบุคลากรจากหลากหลายฝ่าย ได้แก่ ฝ่ายบริหาร หน่วยงานพัฒนาธุรกิจ หน่วยงานวิศวกรรม หน่วยงานบริหารความยั่งยืน โดยมีวิศวกรรุ่นใหม่และผู้บริหาร เป็นผู้นำขับเคลื่อนหลัก ทีมนี้มีบทบาทสำคัญในการ
- ริเริ่มแนวทางการดำเนินธุรกิจใหม่ เพื่อรองรับแนวโน้มพลังงานแห่งอนาคต
- วิจัยและพัฒนานวัตกรรมพลังงาน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถของบริษัท
- ค้นหาโอกาสทางธุกิจ และแนวทางการดำเนินธุรกิจผลิตไฟฟ้าในรูปแบบใหม่
- กำหนดทิศทางและกลยุทธ์ของบริษัทให้สอดรับกับแนวโน้มอุตสาหกรรมและกระแสโลก
CKP EXPLORATION TEAM ไม่เพียงช่วยเสริมสร้างความยืดหยุ่นในการดำเนินธุรกิจของบริษัทแล้ว แต่ยังเป็นกลไกสำคัญในการลดความเสี่ยงโดยเฉพาะความเสี่ยงใหม่ (Emerging Risks) และเตรียมความพร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงในอนาคต
ผลการดำเนินงานปี 2567 เป้าหมาย และดัชนีชี้วัดผลการดำเนินการขององค์กร
| ความยืดหยุ่นในการดำเนินธุรกิจ | ||||||
|---|---|---|---|---|---|---|
ความยืดหยุ่นในการดำเนินธุรกิจ
|
||||||
| เป้าหมายระยะยาว | ||||||
| เพิ่มสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าจากพลังหมุนเวียน ในปี 2586 |
>95% |
ดำเนินธุรกิจในประเทศใหม่ภายในภูมิภาคอาเซียน ภายในปี 2567 |
≥1
|
|||
| มีกลุ่มลูกค้าใหม่ดำเนินการตามแผนงานเพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในการดำเนินธุรกิจเสร็จสมบูรณ์ ภายในปี 2570 |
≥3
|
|||||
| เป้าหมายปี 2567 | ผลการดำเนินงานปี 2567 | |||||
| เพิ่มสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน |
93% |
93% |
||||
| มีกำลังการผลิตติดตั้งไฟฟ้าจากพลังงานสะอาด |
≥3,402
|
3,402
|
||||
| ขยายธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับพลังงานหมุนเวียน | ดำเนินการขายใบรับรองเครดิตการผลิตพลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy Certificate หรือ RECs) |
18,771
|
||||
| ดำเนินโครงการไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์ บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) โครงการที่ 1-3 |
7
|
|||||
| SDGs | ||||||
โครงการโดดเด่นในปี 2567
1) การขายใบรับรองเครดิตการผลิตพลังงานหมุนเวียน (REC) จำนวน 18,771 RECs

ในปี 2567 บริษัทได้ขยายโอกาสทางธุรกิจด้าน ใบรับรองเครดิตการผลิตพลังงานหมุนเวียน (REC: Renewable Energy Certificate) โดยดำเนินการขาย 18,771 RECs ของบริษัท บางเขนชัย จำกัด ให้กลุ่มลูกค้าที่สนใจผ่านบริษัท บริษัท อินโนพาวเวอร์ จำกัด
การดำเนินการนี้ เป็นการต่อยอดจากธุรกิจผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนของบริษัท เสริมศักยภาพการแข่งขัน และตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านพลังงานสะอาด ในอุตสาหกรรมพลังงาน
2) ความร่วมมือระหว่าง CKPower และ BEM: การใช้พลังงานแสงอาทิตย์ขับเคลื่อนระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนครั้งแรกในประเทศไทย

CKPower ได้ดำเนินการร่วมมือกับ บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) (BEM) ในการนำ ไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ มาใช้ในการเดินรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงินและสายสีม่วง นับเป็นครั้งแรกในประเทศไทยที่อุตสาหกรรมการขนส่งมวลชน ซึ่งเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูง ได้นำพลังงานสะอาดมาใช้เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์สำหรับระบบรถไฟฟ้า MRT ปัจจุบัน CKPower อยู่ระหว่างการก่อสร้าง โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ 3 โครงการ ณ ศูนย์ซ่อมบำรุงรถไฟฟ้าสายเฉลิมรัชมงคล พระราม 9 โดยมีกำลังการผลิตติดตั้งรวม 6.95 เมกะวัตต์
- ความคืบหน้าถึงเดือนพฤศจิกายน 2567: โครงการมีความคืบหน้ารวมกว่าร้อยละ 50
- เริ่มผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ (COD) : โครงการที่ 1 ในเดือนธันวาคม 2567
- โครงการที่ 2 และโครงการที่ 3 : จะเสร็จภายในเดือน มิถุนายน 2568
ความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็น ก้าวสำคัญของบริษัทในฐานะผู้นำด้านพลังงานหมุนเวียนในภูมิภาคอาเซียน พร้อมสร้างความเปลี่ยนแปลงเชิงระบบ และสนับสนุนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างเป็นรูปธรรม และผลักดันให้เกิด การคมนาคมคาร์บอนต่ำ เพื่อความยั่งยืนด้านพลังงานของประเทศ