ผลกระทบต่อธุรกิจ

การเคารพสิทธิมนุษยชนเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อความยั่งยืนของธุรกิจ เนื่องจากการละเมิดสิทธิมนุษยชนอาจก่อให้เกิดความเสี่ยงด้านกฎหมาย ชื่อเสียง และความไว้วางใจจากผู้มีส่วนได้เสีย บริษัทจึงต้องลดผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชนตลอดห่วงโซ่คุณค่าผ่านกระบวนการประเมินความเสี่ยง (Human Rights Due Diligence) และการกำกับดูแลตามมาตรฐานสากล
โดยบริษัทจะมีการปกป้องสิทธิมนุษยชนอย่างทั่วถึง การปฏิบัติด้านแรงงานอย่างเท่าเทียมกัน โดยจัดทำมาตรการและแนวทางการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องตามมาตรฐานสากลอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันการละเมิดสิทธิมนุษยชนต่อผู้มีส่วนได้เสียและกลุ่มเปราะบาง (Vulnerable group) เช่น เด็ก กลุ่มชนพื้นเมืองและคนพื้นถิ่น ผู้พิการ ผู้มีความหลากหลายทางเพศ (LGBTQI+) สตรี และแรงงานต่างด้าว รวมถึงสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้มีส่วนได้เสียว่าการดำเนินงานของบริษัท รวมถึงบริษัทในเครือ คู่ค้า และพันธมิตรทางธุรกิจไม่มีการละเมิดสิทธิแรงงาน และไม่เลือกปฏิบัติ เพื่อสร้างเสถียรภาพในการดำเนินธุรกิจและเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้มีส่วนได้เสียในระยะยาว

ความท้าทายและโอกาส

บริษัทเผชิญความท้าทายในการบริหารจัดการสิทธิมนุษยชนตลอดห่วงโซ่คุณค่า เนื่องจากข้อกำหนดด้านกฎหมายและมาตรฐานสากลมีการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งความคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสียที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับความโปร่งใสและความรับผิดชอบต่อแรงงานและกลุ่มเปราะบาง อย่างไรก็ตาม สิ่งนี้ยังเป็นโอกาสในการยกระดับแนวปฏิบัติด้านสิทธิมนุษยชนผ่านการนำมาตรการตรวจสอบ (Due Diligence) และกลไกการเยียวยาที่มีประสิทธิภาพมาใช้ รวมถึงการเสริมสร้างความร่วมมือกับคู่ค้าและพันธมิตรเพื่อพัฒนาแนวทางปฏิบัติที่เป็นธรรมและยั่งยืน ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างความน่าเชื่อถือและความไว้วางใจจากผู้มีส่วนได้เสีย ควบคู่ไปกับการสร้างความมั่นคงทางธุรกิจในระยะยาว

ความมุ่งมั่น

บริษัทมุ่งมั่นดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนและให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการด้านสิทธิมนุษยชนและแรงงานตลอดห่วงโซ่คุณค่า โดยกำหนดให้สิทธิมนุษยชนเป็นประเด็นสำคัญภายใต้กรอบการดำเนินงานด้านความยั่งยืนของบริษัท ซึ่งสอดคล้องกับหลักการและมาตรฐานสากล เช่น หลักการชี้แนะเรื่องสิทธิมนุษยชนสำหรับธุรกิจแห่งสหประชาชาติ (United Nations Guiding Principles on Business and Human Rights: UNGP) ปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน (Universal Declaration of Human Rights: UDHR) ปฏิญญาว่าด้วยหลักการและสิทธิขั้นพื้นฐานในการทำงานขององค์กรแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) องค์การเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ (OECD) และแผนปฏิบัติการระดับชาติว่าด้วยธุุรกิจกับสิทธิมนุุษยชน (National Action Plan on Business and Human Right: NAP Implementation) นอกจากนี้ บริษัทเข้าร่วมข้อตกลงโลกแห่งสหประชาชาติ (United Nations Global Compact: UNGC) เพื่อส่งเสริมแนวทางการดำเนินธุรกิจที่เคารพสิทธิมนุษยชนและสร้างคุณค่าที่ยั่งยืนให้แก่ผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม

แนวทางการบริหารจัดการ

บริษัทดำเนินธุรกิจโดยยึดหลัก สิทธิมนุษยชนสากล และมุ่งมั่นบริหารจัดการผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชนที่อาจเกิดขึ้นตลอดห่วงโซ่คุณค่า โดยกำหนดแนวทางการบริหารจัดการที่ครอบคลุม 7 ประเด็นหลัก ดังนี้

1
นโยบายด้านสิทธิมนุษยชน
2
กระบวนการติดตามและตรวจสอบ ด้านสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน
3
การประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชน
4
กระบวนการติดตามและปรับปรุง มาตรการควบคุมความเสี่ยง
5
การรับเรื่องร้องเรียนและตอบสนอง ด้านสิทธิมนุษยชน
6
การส่งเสริมการปฏิบัติตามหลัก สิทธิมนุษยชนในองค์กรและห่วงโซ่คุณค่า
7
การสร้างความตระหนักรู้ ด้านการเคารพสิทธิมนุษยชน
1. นโยบายด้านสิทธิมนุุษยชน

บริษัทดำเนินงานภายใต้นโยบายด้านสิทธิมนุษยชนและการปฏิบัติด้านแรงงานอย่างเท่าเทียม ซึ่งครอบคลุม 100% ของบริษัท บริษัทในเครือ คู่ค้าทางตรง (Tier 1 Suppliers) และพันธมิตรทางธุรกิจ เพื่อการป้องกันการละเมิดสิทธิมนุษยชนตลอดห่วงโซ่คุณค่า รวมถึงให้ความสำคัญกับการปกป้องสิทธิมนุษยชนของกลุ่มเสี่ยงและกลุ่มเปราะบาง นโยบายดังกล่าวสอดคล้องกับกฎหมายแรงงานของประเทศที่บริษัทเข้าไปดำเนินธุรกิจ มาตรฐานสากล และข้อกำหนดสากลอื่นๆ เพื่อให้มั่นใจว่าทุกฝ่ายปฏิบัติตามแนวทางสิทธิมนุษยชนอย่างเคร่งครัด

นอกจากนี้ บริษัททบทวนนโยบายด้านสิทธิมนุษยชนเป็นประจำ โดยพิจารณาการเปลี่ยนแปลงที่มีนัยสำคัญต่อองค์กร พร้อมทั้งพัฒนาและดำเนินงานตาม แผนการดำเนินงานด้านสิทธิมนุษยชน (Human Rights Roadmap) ซึ่งกำหนดกรอบระยะเวลา 5 ปี (พ.ศ. 2565 – 2569) สอดคล้องกับกลยุทธ์ด้านความยั่งยืนของบริษัท เพื่อกำหนดเป้าหมายและทิศทางที่ชัดเจนในการประเมินความเสี่ยงและป้องกันการละเมิดสิทธิมนุษยชนในอนาคต

2. กระบวนการติดตาม ตรวจสอบสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน

บริษัทดำเนินกระบวนการ ตรวจสอบด้านสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน (Human Rights Due Diligence:HRDD) อย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพเป็นประจำทุก 3 ปี ตามหลักการชี้แนะเรื่องสิทธิมนุษยชนสำหรับธุรกิจแห่งสหประชาชาติ (UN Guiding Principles on Business and Human Rights: UNGPs) โดยมีการตรวจสอบจากหน่วยงานอิสระภายนอก (Third Party) เพื่อให้มั่นใจว่ากระบวนการเป็นไปตามมาตรฐานสากลและสามารถป้องกันหรือบรรเทาความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการดำเนินธุรกิจ

การตรวจสอบสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้านของบริษัทครอบคลุมพื้นที่การดำเนินธุรกิจในบริษัททั้งหมดตลอดห่วงโซ่คุณค่า เพื่อระบุประเด็นด้านสิทธิมนุษยชนสำคัญและผู้ถือครองสิทธิ์ (Rights holder) รวมถึงกลุ่มเปราะบางที่ได้รับผลกระทบครอบคลุมร้อยละ 100 ของธุรกิจของบริษัท โดยประกอบด้วย 5 ขั้นตอนหลัก ดังต่อไปนี้

1
กำหนดความมุ่งมั่นเชิงนโยบาย
2
การประเมินความเสี่ยงและผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชน
3
การบูรณาการผลการประเมินด้านสิทธิมนุษยชน
4
การติดตามและรายงาน ผลการดำเนินงานด้านสิทธิมนุษยชน
5
การเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชน
  1. กำหนดความมุ่งมั่นเชิงนโยบาย
    • จัดทำและประกาศใช้ นโยบายด้านสิทธิมนุษยชน ที่ครอบคลุมหลักการสากล
    • สื่อสารให้พนักงาน คู่ค้า และผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มรับทราบและปฏิบัติตาม
  2. การประเมินความเสี่ยงและผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชน
    • ประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนในระดับ ประเทศ กลุ่มอุตสาหกรรม พื้นที่ปฏิบัติการ และระดับบุคคล
    • วิเคราะห์ ผลกระทบต่อกลุ่มเปราะบาง เช่น แรงงานข้ามชาติ ชุมชนพื้นเมือง และผู้หญิง
  3. การบูรณาการผลการประเมินด้านสิทธิมนุษยชน
    • กำหนด มาตรการบรรเทาความเสี่ยง และ มาตรการควบคุม เพื่อป้องกันผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น
    • บูรณาการมาตรการเหล่านี้เข้าสู่แผนกลยุทธ์ของบริษัท
  4. การติดตามและรายงานผลการดำเนินงานด้านสิทธิมนุษยชน
    • มีระบบติดตามและตรวจสอบความคืบหน้าของมาตรการป้องกันและแก้ไข
    • รายงานผลต่อคณะกรรมการบริษัท และเปิดเผยต่อผู้มีส่วนได้เสียผ่านรายงานความยั่งยืน
  5. การเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชน
    • จัดให้มี ช่องทางร้องเรียนที่โปร่งใสและเข้าถึงได้
    • ดำเนินมาตรการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบอย่างเหมาะสมและสอดคล้องกับหลักการสากล
3. การประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชน (Human Rights Risk Assessment )

บริษัทดำเนินการ ประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชน อย่างเป็นระบบ โดยครอบคลุม กิจกรรมหลัก ในระดับอุตสาหกรรม ประเทศ และพื้นที่การดำเนินธุรกิจที่สำคัญ (Significant Location of Operation) รวมถึง คู่ค้าทางธุรกิจ โดยให้ความสำคัญกับ กลุ่มเสี่ยงหรือกลุ่มเปราะบาง ที่อาจได้รับผลกระทบจากการดำเนินงานของบริษัท

การประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนดำเนินการเป็นประจำทุก 3 ปี โดยฝ่ายทรัพยากรบุคคล เป็นหน่วยงานผู้รับผิดชอบ เพื่อให้มั่นใจว่ากระบวนการประเมินเป็นไปตามมาตรฐานสากล และสามารถระบุและจัดลำดับความสำคัญของความเสี่ยงได้อย่างเหมาะสม

การประเมินความเสี่ยงพิจารณาจากปัจจัยสำคัญสองประการ ได้แก่ โอกาสที่จะเกิดขึ้น และ ความรุนแรง โดยดำเนินการเพื่อให้บริษัทสามารถระบุประเด็นความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชน กำหนดแนวทางป้องกัน และจัดตั้งมาตรการควบคุมและบรรเทาผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น ครอบคลุม 10 ประเด็นความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชน

นอกจากนี้ ประเด็นด้านสิทธิมนุษยชนที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจ ตลอดทั้งห่วงโซ่คุณค่า รวมถึงมาตรการควบคุมที่เกี่ยวข้อง จะได้รับการทบทวนเป็นประจำทุกปี เพื่อให้แผนปฏิบัติการ มาตรการบรรเทา แก้ไขและเยียวยา มีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับเป้าหมายการดำเนินงานของบริษัทกรอบการประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชน

  • ปัจจัยในการประเมินความเสี่ยง

    การประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนของบริษัทพิจารณาจาก 2 ปัจจัยหลัก ได้แก่:

    1. โอกาสที่จะเกิดขึ้น (Likelihood) – วิเคราะห์ความเป็นไปได้ที่ความเสี่ยงจะเกิดขึ้นในกระบวนการดำเนินธุรกิจ
    2. ความรุนแรงของผลกระทบ (Severity) – พิจารณาผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อผู้ได้รับผลกระทบ รวมถึงแรงงาน ชุมชน คู่ค้าและผู้รับเหมา ลูกค้า และสิ่งแวดล้อม

จากการประเมิน บริษัทสามารถ ระบุประเด็นความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนที่สำคัญ และจัดทำ แนวทางป้องกัน ควบคุม และบรรเทาผลกระทบ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

  • กรอบการประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชน

    บริษัทดำเนินการประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชน โดยครอบคลุม ประเด็นหลัก ซึ่งรวมถึง

    1. สภาพการทำงาน (Working Condition)
    2. อาชีวอนามัยและความปลอดภัย (Occupational Health and Safety)
    3. การเลือกปฏิบัติและการคุกคาม (Discrimination and Harassment)
    4. เสรีภาพในการสมาคมและสิทธิในการเจรจาต่อรองร่วม (Freedom of Association and Right to Collective Bargaining)
    5. รูปแบบแรงงานที่ผิดกฎหมาย (รวมถึงการค้ามนุษย์ แรงงานบังคับ และแรงงานเด็ก) (Illegal Forms of Labor, including Human Trafficking, Forced Labor, Child Labor)
    6. ความเป็นส่วนตัวและการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Data Privacy)
    7. การบริหารจัดการด้านความปลอดภัย (Security Management)
    8. การเลือกปฏิบัติ (ในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง) (Discrimination in Procurement Process)
    9. มาตรฐานการครองชีพ (Standard of Living)
    10. การเวนคืนที่ดินและการโยกย้ายถิ่นฐานโดยไม่สมัครใจ (Land Acquisition and Forced Re-settlement)
4. กระบวนการติดตามและปรับปรุงมาตรการควบคุมความเสี่ยง

นอกเหนือจากการประเมินทุก 3 ปี บริษัทดำเนินการ ทบทวนและติดตามความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนเป็นประจำทุกปี เพื่อตรวจสอบประสิทธิภาพของ แผนป้องกัน การบรรเทาผลกระทบ และมาตรการเยียวยา ตลอดห่วงโซ่คุณค่า เพื่อให้แน่ใจว่าการดำเนินธุรกิจของบริษัทสอดคล้องกับหลักสิทธิมนุษยชนสากล และสามารถลดผลกระทบต่อผู้มีส่วนได้เสียได้อย่างเหมาะสม

5. การรับข้อร้องเรียนและช่องทางการร้องเรียนด้านสิทธิมนุษยชน

บริษัทให้ความสำคัญกับ ความโปร่งใสและการเข้าถึงช่องทางร้องเรียนด้านสิทธิมนุษยชน เพื่อให้พนักงาน คู่ค้า ชุมชน และผู้มีส่วนได้เสียสามารถรายงาน การละเมิดสิทธิมนุษยชน ข้อกังวล หรือข้อเสนอแนะ ได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ

บริษัทดำเนินการจัดให้มี มาตรการคุ้มครองผู้ร้องเรียน (Whistleblower Protection Policy) เพื่อให้มั่นใจว่าผู้ร้องเรียนจะไม่ถูกตอบโต้หรือได้รับผลกระทบจากการแจ้งข้อมูล นอกจากนี้ ยังมีการกำหนดแนวทาง บริหารจัดการข้อร้องเรียน อย่างครบถ้วน ซึ่งรวมถึงการตรวจสอบ ตอบสนอง และดำเนินมาตรการ บรรเทา แก้ไข และเยียวยา อย่างเหมาะสมและเป็นธรรม

  • ช่องทางการร้องเรียน

    ผู้ร้องเรียนสามารถแจ้งข้อร้องเรียนหรือข้อกังวลด้านสิทธิมนุษยชนผ่านช่องทางที่บริษัทกำหนด ได้แก่

  ช่องทางการร้องเรียน

เว็บไซต์

ร้องเรียนด้านสิทธิมนุุษยชนผ่านเว็บไซต์ของบริษัท หัวข้อ การเคารพสิทธิมนุษยชน ช่องทางการร้องเรียนด้านสิทธิมนุษยชน
https://www.ckpower.co.th/th/corporate-governance/declaration-of-anti-corruption/whistle-blowing-form

อีเมล directors@ckpower.co.th, humanrights@ckpower.co.th และ ir@ckpower.co.th
จดหมายปิดผนึก จดหมายปิดผนึก บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน)
เลขที่ 587 อาคารวิริยะถาวร ถนนสุทธิสารวินิจฉัย แขวงรัชดาภิเษก เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร 10400
Suggestion box สแกนผ่านป้าย QR Code ที่ติดอยู่ในอาคารสำนักงานและใน Link
Link: https://forms.office.com/r/bWy6BJfp11
การประชุมพูดคุยสื่อสารกับพนักงาน การพูดคุย ซักถาม ส่วนตัว โดยรับฟังความคิดเห็นรายบุคคลเพื่อรับฟังข้อเสนอแนะ
6. การส่งเสริมการปฏิบัติตามหลักสิทธิมนุษยชนในองค์กรและห่วงโซ่คุณค่า

บริษัทให้ความสำคัญกับ หลักสิทธิมนุษยชน ในการดำเนินธุรกิจและมุ่งมั่นส่งเสริมให้พนักงานทุกระดับปฏิบัติตามหลักสิทธิมนุษยชนต่อ ผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย อย่างเคร่งครัดและสม่ำเสมอ

  • การเคารพสิทธิของพนักงานและการไม่เลือกปฏิบัติ

    บริษัทดำเนินการตามหลักสิทธิมนุษยชนสากลเพื่อ สร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่เป็นธรรมและเท่าเทียม โดยให้ความสำคัญกับประเด็นต่อไปนี้

    1. การเคารพสิทธิของพนักงาน เช่น ค่าตอบแทนที่เป็นธรรมและเหมาะสม โดยพิจารณาจากความสามารถและผลการปฏิบัติงานของพนักงาน รวมถึง มีการจัดสรรสวัสดิการและสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ให้แก่พนักงานที่เท่าเทียมและมีศักยภาพเมื่อเทียบกับบริษัทในกลุ่มธุรกิจเดียว สภาพแวดล้อมการทำงานที่ปลอดภัย และสิทธิในการรวมตัว
    2. การส่งเสริมความหลากหลาย ทั้งด้าน กายภาพ ความคิดเห็น และวัฒนธรรมองค์กร
    3. การไม่เลือกปฏิบัติในการจ้างงาน โดยพนักงานจะไม่ได้รับผลกระทบจากปัจจัยที่ไม่เกี่ยวข้องกับความสามารถ เช่น เชื้อชาติ ถิ่นกำเนิด ศาสนา ความเชื่อ เพศ สีผิว ภาษา เผ่าพันธุ์ สถานะทางสังคม หรือสถานะอื่นใดต่อผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย
    4. การห้ามใช้แรงงานบังคับและแรงงานเด็ก ทั้งในการจ้างงานโดยตรงและในห่วงโซ่อุปทาน
  • การส่งเสริมหลักสิทธิมนุษยชนในห่วงโซ่อุปทาน

    บริษัทให้ความสำคัญกับการส่งเสริมสิทธิมนุษยชนตลอดห่วงโซ่คุณค่า โดยดำเนินมาตรการดังต่อไปนี้

    1. กำหนดหลักสิทธิมนุษยชนในจรรยาบรรณคู่ค้า
      • บริษัทได้ผนวกแนวทางปฏิบัติด้านสิทธิมนุษยชนให้เป็นส่วนหนึ่งของ จรรยาบรรณคู่ค้า (Supplier Code of Conduct)
      • ครอบคลุมข้อกำหนดเกี่ยวกับ การจ้างงานที่เป็นธรรม การไม่ใช้แรงงานเด็กและแรงงานบังคับ และการปฏิบัติต่อแรงงานอย่างมีศักดิ์ศรี
    2. การสื่อสารและสร้างความเข้าใจ
      • จัดการอบรมและสื่อสารหลักปฏิบัติด้านสิทธิมนุษยชนให้กับคู่ค้า เพื่อให้เกิดการปฏิบัติที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน
    3. การประเมินและตรวจสอบคู่ค้าเป็นประจำทุกปี
      • บริษัทดำเนินการ ตรวจสอบการปฏิบัติตามมาตรฐานสิทธิมนุษยชนของคู่ค้า เป็นประจำ
      • กำหนดกระบวนการตรวจสอบ Third Party Audit สำหรับคู่ค้าที่มีความเสี่ยงสูง
    4. การจัดการกรณีพบการละเมิดสิทธิมนุษยชน
      • หากพบว่าคู่ค้ามีการละเมิดสิทธิมนุษยชน บริษัทจะดำเนินมาตรการแก้ไข ตั้งแต่ การแจ้งเตือน การให้คำแนะนำปรับปรุง ไปจนถึงการยุติความร่วมมือ หากไม่สามารถแก้ไขได้
7. การสร้างความตระหนักรู้ด้านการเคารพสิทธิมนุษยชน

บริษัทได้ขยายแนวทาง การมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสีย เพื่อส่งเสริม การเคารพสิทธิมนุษยชน ผ่านกิจกรรมสำคัญ ได้แก่

  • การมีส่วนร่วมภายในองค์กร
    • จัดอบรมให้พนักงานร้อยละ 100 ในหลักสูตร "หลักสูตรการส่งเสริมการดำเนินธุรกิจที่มีความรับผิดชอบและเคารพสิทธิมนุษยชน”
    • เนื้อหาครอบคลุม นโยบายสิทธิมนุษยชน และการนำแนวปฏิบัติไปใช้จริงในองค์กร
    • ส่งเสริม การยอมรับความแตกต่างและความหลากหลาย (Diversity & Inclusion) เพื่อสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่เท่าเทียม
  • การมีส่วนร่วมกับผู้มีส่วนได้เสียภายนอกองค์กร เช่น
    1. คู่ค้า: ยกระดับ การบริหารความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชน ในห่วงโซ่คุณค่า โดยให้ความสำคัญกับ สภาพแวดล้อมการทำงานที่ปลอดภัย สุขภาพ และคุณภาพชีวิตของแรงงาน
      • จัดอบรมให้ความรู้
      • ดำเนิน การตรวจสอบภาคสนาม (On-site Audits) ซึ่งไม่พบกรณีละเมิดสิทธิมนุษยชน
    2. ชุมชน: ริเริ่มโครงการ ยกระดับคุณภาพชีวิต ในพื้นที่รอบโรงไฟฟ้า โดยมุ่งเน้น การสร้างอาชีพและพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืน และมีการประเมินและตรวจสอบชุมชนด้านสิทธิมนุษยชนเป็นประจำทุกปี
    3. ลูกค้า: มุ่งมั่น ส่งมอบไฟฟ้าอย่างมีเสถียรภาพและปลอดภัย เพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดี

เป้าหมายระยะยาว เป้าหมายปี 2567 และผลการดำเนินงานปี 2567

การเคารพสิทธิมนุษยชน
การเคารพสิทธิมนุษยชน
(GRI 406, GRI 411)
เป้าหมายระยะยาว
การละเมิดสิทธิมนุษยชนที่ไม่ได้รับการจัดการตลอดห่่วงโซคุณค่า
ไม่มี
กรณี
ธุรกิจบริษัทได้รับการตรวจสอบสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน พร้อมกำหนดมาตรการบรรเทา แก้ไขและเยียวผลกระทบ (HRDD)
100%
เป้าหมายปี 2567 ผลการดำเนินงานปี 2567
การละเมิดสิทธิมนุษยชนที่ไม่ได้รับการจัดการ
ไม่มี
กรณี
ไม่มี
กรณี
ธุรกิจบริษัทได้รับการตรวจสอบสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน พร้อมกำหนดมาตรการบรรเทา แก้ไขและเยียวผลกระทบ (HRDD)
100%
100%
การเคารพสิทธิมนุษยชน
การเคารพสิทธิมนุษยชน
(GRI 406, GRI 411)
เป้าหมายระยะยาว
พนักงานทั้งหมดในทุกระดับชั้นได้รับการอบรมและสื่อสารด้านการเคารพสิทธิมนุษยชน
100%
การดำเนินงานด้านสิทธิมนุษยชนครอบคลุมคู่ค้า
ครอบคลุมคู่ค้า
จำนวนข้อร้องเรียนด้านสิทธิมนุษยชนที่ไม่ได้จัดการ
ไม่มี
กรณี
เป้าหมายปี 2567 ผลการดำเนินงานปี 2567 เป้าหมายปี 2567 ผลการดำเนินงานปี 2567
พนักงานทั้งหมดในทุกระดับชั้นได้รับการอบรมและสื่อสารด้านการเคารพสิทธิมนุษยชน
100%
100%
คู่ค้าได้รับแจ้งเรื่องของนโยบายและกรอบการดำเนินงานด้านสิทธิมนุษยชน
100%
100%
ทบทวนประเด็นความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจตลอดห่วงโซ่คุณค่า
ทบทวนประเด็น
สิทธิมนุษยชน
ทบทวนประเด็น
สิทธิมนุษยชน
คู่ค้ากลุ่ม High Risk-Tier 1 Supplier ประเมินตนเองด้านการเคารพสิทธิมนุษยชนของคู่ค้า (Vendor Self-assessment)
100%
100%
จำนวนข้อร้องเรียนด้านสิทธิมนุษยชนที่ไม่ได้จัดการ
ไม่มี
กรณี
ไม่มี
กรณี
คู่ค้าที่มีความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชน (High Risk-Tier1 Supplier) ที่ได้รับการอบรมด้านสิทธิมนุษยชน
100%
100%

โครงการที่โดดเด่นที่ได้ดำเนินการในปี 2567

บริษัทให้ความสำคัญกับการส่งเสริม ความตระหนักรู้ด้านสิทธิมนุษยชน ตั้งแต่วันแรกของการเข้าทำงาน โดยได้บรรจุ เนื้อหาด้านสิทธิมนุษยชน ไว้ใน กระบวนการปฐมนิเทศพนักงานใหม่ เพื่อให้พนักงานทุกคนมีความเข้าใจและตระหนักถึงบทบาทของตนในการเคารพและปกป้องสิทธิมนุษยชนในองค์กรและห่วงโซ่คุณค่า

การปฐมนิเทศครอบคลุมหัวข้อสำคัญ ได้แก่:

  • นโยบายด้านสิทธิมนุษยชนของบริษัท – กรอบแนวทางและหลักการที่ต้องปฏิบัติตาม
  • มาตรฐานสากลด้านสิทธิมนุษยชน – แนวปฏิบัติที่บริษัทใช้เป็นแนวทาง เช่น UDHR UNGP ILO และ NAP Implementation
  • ช่องทางร้องเรียนด้านสิทธิมนุษยชน – ช่องทางรับเรื่องร้องเรียนและกลไกการคุ้มครองผู้ร้องเรียน
  • แนวทางปฏิบัติในองค์กร – การปฏิบัติต่อเพื่อนร่วมงานและคู่ค้าโดยคำนึงถึงหลักสิทธิมนุษยชน

โครงการนี้ช่วยให้พนักงานใหม่สามารถปรับตัวเข้าสู่วัฒนธรรมองค์กรที่เคารพสิทธิมนุษยชน และตระหนักถึงความรับผิดชอบของตนในการส่งเสริมความเท่าเทียม ความหลากหลาย และการไม่เลือกปฏิบัติภายในองค์กรและการทำงานร่วมกับผู้มีส่วนได้เสียอื่น ๆ

เพื่อส่งเสริม ความรู้ ความเข้าใจ และการนำหลักสิทธิมนุษยชนมาปรับใช้ในการดำเนินงาน บริษัทได้จัด หลักสูตรอบรมด้านสิทธิมนุษยชน ให้กับพนักงาน คู่ค้า และชุมชนรอบโรงไฟฟ้า โดยมุ่งเน้นให้ทุกภาคส่วนสามารถนำแนวปฏิบัติด้านสิทธิมนุษยชนมาเป็นพื้นฐานในการดำเนินงานอย่างเป็นรูปธรรม

การอบรมสำหรับพนักงาน

  • ในปี 2567 พนักงานของบริษัททุกคนได้รับการอบรมด้านสิทธิมนุษยชนครบร้อยละ 100
  • จัดการอบรม 2 รอบ ได้แก่:
    • รอบพนักงานระดับปฏิบัติการและระดับจัดการ – จัดขึ้นเมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2567
    • รอบผู้บริหาร – จัดขึ้นเมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2567
  • หัวข้อการอบรมครอบคลุม นโยบายสิทธิมนุษยชน มาตรฐานสากล และการบูรณาการแนวทางปฏิบัติด้านสิทธิมนุษยชนในองค์กร

การอบรมสำหรับคู่ค้าและชุมชน

  • บริษัทได้จัดการอบรมด้านสิทธิมนุษยชนให้กับ ชุมชนรอบโรงไฟฟ้า และ คู่ค้า เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับการเคารพสิทธิมนุษยชนตลอดห่วงโซ่คุณค่า
  • คู่ค้าทุกรายได้รับ การแจ้งข้อมูลนโยบายและกรอบการดำเนินงานด้านสิทธิมนุษยชน ครอบคลุมร้อยละ 100
  • คู่ค้าในกลุ่ม High Risk-Tier 1 Suppliers ได้รับการประเมินตนเองด้านการเคารพสิทธิมนุษยชน (Vendor Self-Assessment) ร้อยละ 100 เป็นประจำทุกปี

การอบรมสิทธิมนุษยชนของผู้บริหารและพนักงาน

การอบรมสิทธิมนุษยชนของชุมชนรอบโรงไฟฟ้า คู่ค้า และหน่วยงาน