การเคารพสิทธิมนุษยชน
ผลกระทบต่อธุรกิจ (GRI3-3)
บริษัทดำเนินมาตรการป้องกันและจัดการผลกระทบอย่างเป็นระบบ เพื่อคุ้มครองสิทธิมนุษยชนและส่งเสริมการปฏิบัติด้านแรงงานอย่างเท่าเทียม โดยให้ความสำคัญกับผู้มีส่วนได้เสียและกลุ่มเปราะบาง ได้แก่ เด็ก กลุ่มชนพื้นเมืองและคนพื้นถิ่น ผู้พิการ ผู้มีความหลากหลายทางเพศ (LGBTQI+) สตรี และแรงงานต่างด้าว ตลอดจนกำหนดแนวทางการดำเนินงานที่ชัดเจนสำหรับบริษัทในเครือ คู่ค้า และพันธมิตรทางธุรกิจ เพื่อป้องกันการละเมิดสิทธิแรงงานและการเลือกปฏิบัติในทุกรูปแบบ
การดำเนินงานดังกล่าวช่วยเสริมสร้างเสถียรภาพในการดำเนินธุรกิจ ลดความเสี่ยงเชิงระบบในระยะยาว และสร้างความเชื่อมั่นอย่างต่อเนื่องให้แก่ผู้มีส่วนได้เสียว่า การดำเนินงานของบริษัทเป็นไปอย่างมีความรับผิดชอบ สอดคล้องกับหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี

ความท้าทายและโอกาส (GRI3-3)
บริษัทเผชิญความท้าทายด้านการบริหารจัดการสิทธิมนุษยชนที่มีความซับซ้อนเพิ่มขึ้น จากแนวโน้มการยกระดับข้อกำหนดด้านกฎหมายและมาตรฐานสากลด้านสิทธิมนุษยชนและสิ่งแวดล้อม ตลอดจนความคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสียที่ให้ความสำคัญมากขึ้นต่อผลกระทบเชิงพื้นที่ (Area-based impacts) การมีส่วนร่วมของชุมชนในกระบวนการตัดสินใจ และการคุ้มครองสิทธิของกลุ่มเปราะบางที่อาจได้รับผลกระทบจากการใช้ทรัพยากรน้ำ การเปลี่ยนแปลงระบบนิเวศ และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน
นอกจากนี้ ความท้าทายยังครอบคลุมถึงการดำเนินการตามกระบวนการประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนตลอดห่วงโซ่คุณค่า โดยเฉพาะการกำกับดูแลแรงงานของคู่ค้าและผู้รับเหมาที่เกี่ยวข้องกับการก่อสร้าง การบำรุงรักษา และการดำเนินงานของโรงไฟฟ้า รวมถึงการจัดให้มีกลไกร้องเรียนและการเยียวยาที่เข้าถึงได้ เป็นธรรม และสอดคล้องกับหลักการสิทธิมนุษยชนสากล
อย่างไรก็ดี ความท้าทายดังกล่าวยังเป็นโอกาสในการยกระดับการบริหารจัดการสิทธิมนุษยชนของบริษัท ผ่านการนำกระบวนการ Human Rights Due Diligence ที่เข้มแข็ง การเปิดเผยข้อมูลอย่างโปร่งใส และการเสริมสร้างความร่วมมือกับชุมชน คู่ค้า และพันธมิตรทางธุรกิจ เพื่อพัฒนาแนวปฏิบัติที่เคารพสิทธิมนุษยชนอย่างเป็นระบบ ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างความน่าเชื่อถือ ความไว้วางใจของผู้มีส่วนได้เสีย และความมั่นคงของธุรกิจในระยะยาว
ความมุ่งมั่น (GRI3-3)
บริษัทมุ่งมั่นดำเนินธุรกิจพลังงานหมุนเวียนอย่างยั่งยืน โดยให้ความสำคัญกับการเคารพ คุ้มครอง และส่งเสริมสิทธิมนุษยชนและสิทธิแรงงานตลอดห่วงโซ่คุณค่า บริษัทกำหนดให้ประเด็นสิทธิมนุษยชนเป็นส่วนหนึ่งของกรอบการดำเนินงานด้านความยั่งยืนและการกำกับดูแลกิจการที่ดี เพื่อบริหารจัดการและป้องกันผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชนที่อาจเกิดขึ้นจากการดำเนินงานของบริษัท บริษัทในเครือ คู่ค้า และพันธมิตรทางธุรกิจ โดยมีเป้าหมายสำคัญในการไม่มีการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่ไม่ได้รับการจัดการตลอดห่วงโซ่คุณค่า โดยการเฝ้าติดตามผลการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างต่อเนื่องทุกไตรมาส และมีการรายงานผลการดำเนินงานต่อคณะกรรมการบริษัทอย่างต่อเนื่อง
บริษัทดำเนินงานโดยยึดมั่นตามหลักการและมาตรฐานสากลที่เกี่ยวข้อง อาทิ หลักการชี้แนะว่าด้วยธุรกิจกับสิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติ (UN Guiding Principles on Business and Human Rights: UNGP) ปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน (Universal Declaration of Human Rights: UDHR) หลักการและสิทธิขั้นพื้นฐานในการทำงานขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) ]แนวปฏิบัติขององค์การเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ (OECD) รวมถึงแผนปฏิบัติการระดับชาติว่าด้วยธุรกิจกับสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย (NAP) นอกจากนี้ บริษัทเข้าร่วม United Nations Global Compact เพื่อยกระดับการดำเนินธุรกิจที่เคารพสิทธิมนุษยชน ส่งเสริมการปฏิบัติด้านแรงงานอย่างเป็นธรรม การไม่เลือกปฏิบัติ และการคุ้มครองกลุ่มเปราะบาง อันจะนำไปสู่การสร้างคุณค่าร่วม ความเชื่อมั่นของผู้มีส่วนได้เสีย และความยั่งยืนของธุรกิจในระยะยาว
แนวทางการบริหารจัดการ (GRI3-3)
บริษัทดำเนินธุรกิจโดยยึดหลัก สิทธิมนุษยชนสากล และมุ่งมั่นบริหารจัดการผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชนที่อาจเกิดขึ้นตลอดห่วงโซ่คุณค่า โดยกำหนดแนวทางการบริหารจัดการที่ครอบคลุม 7 ประเด็นหลัก ดังนี้
1. นโยบายด้านสิทธิมนุุษยชน
บริษัทดำเนินงานภายใต้นโยบายด้านสิทธิมนุษยชนและการปฏิบัติด้านแรงงานอย่างเท่าเทียม ซึ่งครอบคลุม 100% ของบริษัท บริษัทในเครือ คู่ค้าทางตรง (Tier 1 Suppliers) และพันธมิตรทางธุรกิจ เพื่อการป้องกันการละเมิดสิทธิมนุษยชนตลอดห่วงโซ่คุณค่า รวมถึงให้ความสำคัญกับการปกป้องสิทธิมนุษยชนของกลุ่มเสี่ยงและกลุ่มเปราะบาง นโยบายดังกล่าวสอดคล้องกับกฎหมายแรงงานของประเทศที่บริษัทเข้าไปดำเนินธุรกิจ มาตรฐานสากล และข้อกำหนดสากลอื่นๆ เพื่อให้มั่นใจว่าทุกฝ่ายปฏิบัติตามแนวทางสิทธิมนุษยชนอย่างเคร่งครัด
นอกจากนี้ บริษัททบทวนนโยบายด้านสิทธิมนุษยชนเป็นประจำ โดยพิจารณาการเปลี่ยนแปลงที่มีนัยสำคัญต่อองค์กร พร้อมทั้งพัฒนาและดำเนินงานตาม แผนการดำเนินงานด้านสิทธิมนุษยชน (Human Rights Roadmap) ซึ่งกำหนดกรอบระยะเวลา 5 ปี (พ.ศ. 2565 – 2569) สอดคล้องกับกลยุทธ์ด้านความยั่งยืนของบริษัท เพื่อกำหนดเป้าหมายและทิศทางที่ชัดเจนในการประเมินความเสี่ยงและป้องกันการละเมิดสิทธิมนุษยชนในอนาคต
2. กระบวนการติดตาม ตรวจสอบสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน
บริษัทดำเนินกระบวนการ ตรวจสอบด้านสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน (Human Rights Due Diligence: HRDD) อย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพเป็นประจำทุก 3 ปี ตามหลักการชี้แนะเรื่องสิทธิมนุษยชนสำหรับธุรกิจแห่งสหประชาชาติ (UN Guiding Principles on Business and Human Rights: UNGPs) โดยมีการตรวจสอบจากหน่วยงานอิสระภายนอก (Third Party) เพื่อให้มั่นใจว่ากระบวนการเป็นไปตามมาตรฐานสากลและสามารถป้องกันหรือบรรเทาความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการดำเนินธุรกิจ
การตรวจสอบสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้านของบริษัทครอบคลุมพื้นที่การดำเนินธุรกิจในบริษัททั้งหมดตลอดห่วงโซ่คุณค่า เพื่อระบุประเด็นด้านสิทธิมนุษยชนสำคัญและผู้ถือครองสิทธิ์ (Rights holder) รวมถึงกลุ่มเปราะบางที่ได้รับผลกระทบครอบคลุมร้อยละ 100 ของธุรกิจของบริษัท โดยประกอบด้วย 5 ขั้นตอนหลัก ดังต่อไปนี้
- กำหนดความมุ่งมั่นเชิงนโยบาย
- จัดทำและประกาศใช้ นโยบายด้านสิทธิมนุษยชน ที่ครอบคลุมหลักการสากล
- สื่อสารให้พนักงาน คู่ค้า และผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มรับทราบและปฏิบัติตาม
- การประเมินความเสี่ยงและผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชน
- ประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนในระดับ ประเทศ กลุ่มอุตสาหกรรม พื้นที่ปฏิบัติการ และระดับบุคคล
- วิเคราะห์ ผลกระทบต่อกลุ่มเปราะบาง เช่น แรงงานข้ามชาติ ชุมชนพื้นเมือง และผู้หญิง
- การบูรณาการผลการประเมินด้านสิทธิมนุษยชน
- กำหนด มาตรการบรรเทาความเสี่ยง และ มาตรการควบคุม เพื่อป้องกันผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น
- บูรณาการมาตรการเหล่านี้เข้าสู่แผนกลยุทธ์ของบริษัท
- การติดตามและรายงานผลการดำเนินงานด้านสิทธิมนุษยชน
- มีระบบติดตามและตรวจสอบความคืบหน้าของมาตรการป้องกันและแก้ไข
- รายงานผลต่อคณะกรรมการบริษัท และเปิดเผยต่อผู้มีส่วนได้เสียผ่านรายงานความยั่งยืน
- การเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชน
- จัดให้มี ช่องทางร้องเรียนที่โปร่งใสและเข้าถึงได้
- ดำเนินมาตรการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบอย่างเหมาะสมและสอดคล้องกับหลักการสากล
3. การประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชน (Human Rights Risk Assessment)
บริษัทดำเนินการ ประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชน อย่างเป็นระบบ โดยครอบคลุม กิจกรรมหลัก ในระดับอุตสาหกรรม ประเทศ และพื้นที่การดำเนินธุรกิจที่สำคัญ (Significant Location of Operation) รวมถึง คู่ค้าทางธุรกิจ โดยให้ความสำคัญกับ กลุ่มเสี่ยงหรือกลุ่มเปราะบาง ที่อาจได้รับผลกระทบจากการดำเนินงานของบริษัท
การประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนดำเนินการเป็นประจำทุก 3 ปี โดยฝ่ายทรัพยากรบุคคลเป็นหน่วยงานผู้รับผิดชอบ เพื่อให้มั่นใจว่ากระบวนการประเมินเป็นไปตามมาตรฐานสากล และสามารถระบุและจัดลำดับความสำคัญของความเสี่ยงได้อย่างเหมาะสม
การประเมินความเสี่ยงพิจารณาจากปัจจัยสำคัญสองประการ ได้แก่ โอกาสที่จะเกิดขึ้น และ ความรุนแรง โดยดำเนินการเพื่อให้บริษัทสามารถระบุประเด็นความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชน กำหนดแนวทางป้องกัน และจัดตั้งมาตรการควบคุมและบรรเทาผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น ครอบคลุม 10 ประเด็นความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชน
นอกจากนี้ ประเด็นด้านสิทธิมนุษยชนที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจ ตลอดทั้งห่วงโซ่คุณค่า รวมถึงมาตรการควบคุมที่เกี่ยวข้อง จะได้รับการทบทวนเป็นประจำทุกปี เพื่อให้แผนปฏิบัติการ มาตรการบรรเทา แก้ไขและเยียวยา มีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับเป้าหมายการดำเนินงานของบริษัทกรอบการประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชน
- ปัจจัยในการประเมินความเสี่ยง
การประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนของบริษัทพิจารณาจาก 2 ปัจจัยหลัก ได้แก่:
- โอกาสที่จะเกิดขึ้น (Likelihood) – วิเคราะห์ความเป็นไปได้ที่ความเสี่ยงจะเกิดขึ้นในกระบวนการดำเนินธุรกิจ
- ความรุนแรงของผลกระทบ (Severity) – พิจารณาผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อผู้ได้รับผลกระทบ รวมถึงแรงงาน ชุมชน คู่ค้าและผู้รับเหมา ลูกค้า และสิ่งแวดล้อม
จากการประเมิน บริษัทสามารถ ระบุประเด็นความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนที่สำคัญ และจัดทำ แนวทางป้องกัน ควบคุม และบรรเทาผลกระทบ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- กรอบการประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชน
บริษัทดำเนินการประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชน โดยครอบคลุม ประเด็นหลัก ซึ่งรวมถึง
- สภาพการทำงาน (Working Condition)
- อาชีวอนามัยและความปลอดภัย (Occupational Health and Safety)
- การเลือกปฏิบัติและการคุกคาม (Discrimination and Harassment)
- เสรีภาพในการสมาคมและสิทธิในการเจรจาต่อรองร่วม (Freedom of Association and Right to Collective Bargaining)
- รูปแบบแรงงานที่ผิดกฎหมาย (รวมถึงการค้ามนุษย์ แรงงานบังคับ และแรงงานเด็ก) (Illegal Forms of Labor, including Human Trafficking, Forced Labor, Child Labor)
- ความเป็นส่วนตัวและการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Data Privacy)
- การบริหารจัดการด้านความปลอดภัย (Security Management)
- การเลือกปฏิบัติ (ในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง) (Discrimination in Procurement Process)
- มาตรฐานการครองชีพ (Standard of Living)
- การเวนคืนที่ดินและการโยกย้ายถิ่นฐานโดยไม่สมัครใจ (Land Acquisition and Forced Re-settlement)
4. กระบวนการติดตามและปรับปรุงมาตรการควบคุมความเสี่ยง
นอกเหนือจากการประเมินทุก 3 ปี บริษัทดำเนินการ ทบทวนและติดตามความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนเป็นประจำทุกปี เพื่อตรวจสอบประสิทธิภาพของ แผนป้องกัน การบรรเทาผลกระทบ และมาตรการเยียวยา ตลอดห่วงโซ่คุณค่า เพื่อให้แน่ใจว่าการดำเนินธุรกิจของบริษัทสอดคล้องกับหลักสิทธิมนุษยชนสากล และสามารถลดผลกระทบต่อผู้มีส่วนได้เสียได้อย่างเหมาะสม
5. การรับข้อร้องเรียนและช่องทางการร้องเรียนด้านสิทธิมนุษยชน (GRI2-25)
บริษัทให้ความสำคัญกับ ความโปร่งใสและการเข้าถึงช่องทางร้องเรียนด้านสิทธิมนุษยชน เพื่อให้พนักงาน คู่ค้า ชุมชน และผู้มีส่วนได้เสียสามารถรายงาน การละเมิดสิทธิมนุษยชน ข้อกังวล หรือข้อเสนอแนะ ได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ
บริษัทดำเนินการจัดให้มี มาตรการคุ้มครองผู้ร้องเรียน (Whistleblower Protection Policy) เพื่อให้มั่นใจว่าผู้ร้องเรียนจะไม่ถูกตอบโต้หรือได้รับผลกระทบจากการแจ้งข้อมูล นอกจากนี้ ยังมีการกำหนดแนวทาง บริหารจัดการข้อร้องเรียน อย่างครบถ้วน ซึ่งรวมถึงการตรวจสอบ ตอบสนอง และดำเนินมาตรการ บรรเทา แก้ไข และเยียวยา อย่างเหมาะสมและเป็นธรรม
- ช่องทางการร้องเรียน
ผู้ร้องเรียนสามารถแจ้งข้อร้องเรียนหรือข้อกังวลด้านสิทธิมนุษยชนผ่านช่องทางที่บริษัทกำหนด ได้แก่
| ช่องทางการร้องเรียน | |
|---|---|
|
เว็บไซต์ |
ร้องเรียนด้านสิทธิมนุุษยชนผ่านเว็บไซต์ของบริษัท หัวข้อการเคารพสิทธิมนุษยชน ช่องทางการร้องเรียนด้านสิทธิมนุษยชน |
| อีเมล | directors@ckpower.co.th, humanrights@ckpower.co.th และ ir@ckpower.co.th |
| จดหมายปิดผนึก | จดหมายปิดผนึก บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) เลขที่ 587 อาคารวิริยะถาวร ถนนสุทธิสารวินิจฉัย แขวงรัชดาภิเษก เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร 10400 |
| Suggestion box | สแกนผ่านป้าย QR Code ที่ติดอยู่ในอาคารสำนักงานและใน Link Link: https://forms.office.com/r/bWy6BJfp11 ![]() |
| การประชุมพูดคุยสื่อสารกับพนักงาน | การพูดคุย ซักถาม ส่วนตัว โดยรับฟังความคิดเห็นรายบุคคลเพื่อรับฟังข้อเสนอแนะ |
6. การส่งเสริมการปฏิบัติตามหลักสิทธิมนุษยชนในองค์กรและห่วงโซ่คุณค่า
บริษัทให้ความสำคัญกับ หลักสิทธิมนุษยชน ในการดำเนินธุรกิจและมุ่งมั่นส่งเสริมให้พนักงานทุกระดับปฏิบัติตามหลักสิทธิมนุษยชนต่อ ผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย อย่างเคร่งครัดและสม่ำเสมอ
- การเคารพสิทธิของพนักงานและการไม่เลือกปฏิบัติ
บริษัทดำเนินการตามหลักสิทธิมนุษยชนสากลเพื่อ สร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่เป็นธรรมและเท่าเทียม โดยให้ความสำคัญกับประเด็นต่อไปนี้
- การเคารพสิทธิของพนักงาน เช่น ค่าตอบแทนที่เป็นธรรมและเหมาะสม โดยพิจารณาจากความสามารถและผลการปฏิบัติงานของพนักงาน รวมถึง มีการจัดสรรสวัสดิการและสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ให้แก่พนักงานที่เท่าเทียมและมีศักยภาพเมื่อเทียบกับบริษัทในกลุ่มธุรกิจเดียว สภาพแวดล้อมการทำงานที่ปลอดภัย และสิทธิในการรวมตัว
- การส่งเสริมความหลากหลาย ทั้งด้าน กายภาพ ความคิดเห็น และวัฒนธรรมองค์กร
- การไม่เลือกปฏิบัติในการจ้างงาน โดยพนักงานจะไม่ได้รับผลกระทบจากปัจจัยที่ไม่เกี่ยวข้องกับความสามารถ เช่น เชื้อชาติ ถิ่นกำเนิด ศาสนา ความเชื่อ เพศ สีผิว ภาษา เผ่าพันธุ์ สถานะทางสังคม หรือสถานะอื่นใดต่อผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย
- การห้ามใช้แรงงานบังคับและแรงงานเด็ก ทั้งในการจ้างงานโดยตรงและในห่วงโซ่อุปทาน
- การส่งเสริมหลักสิทธิมนุษยชนในห่วงโซ่อุปทาน
บริษัทให้ความสำคัญกับการส่งเสริมสิทธิมนุษยชนตลอดห่วงโซ่คุณค่า โดยดำเนินมาตรการดังต่อไปนี้
- กำหนดหลักสิทธิมนุษยชนในจรรยาบรรณคู่ค้า
- บริษัทได้ผนวกแนวทางปฏิบัติด้านสิทธิมนุษยชนให้เป็นส่วนหนึ่งของ จรรยาบรรณคู่ค้า (Supplier Code of Conduct)
- ครอบคลุมข้อกำหนดเกี่ยวกับ การจ้างงานที่เป็นธรรม การไม่ใช้แรงงานเด็กและแรงงานบังคับ และการปฏิบัติต่อแรงงานอย่างมีศักดิ์ศรี
- การสื่อสารและสร้างความเข้าใจ
- จัดการอบรมและสื่อสารหลักปฏิบัติด้านสิทธิมนุษยชนให้กับคู่ค้า เพื่อให้เกิดการปฏิบัติที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน
- การประเมินและตรวจสอบคู่ค้าเป็นประจำทุกปี
- บริษัทดำเนินการ ตรวจสอบการปฏิบัติตามมาตรฐานสิทธิมนุษยชนของคู่ค้า เป็นประจำ
- กำหนดกระบวนการตรวจสอบ Third Party Audit สำหรับคู่ค้าที่มีความเสี่ยงสูง
- การจัดการกรณีพบการละเมิดสิทธิมนุษยชน
- หากพบว่าคู่ค้ามีการละเมิดสิทธิมนุษยชน บริษัทจะดำเนินมาตรการแก้ไข ตั้งแต่ การแจ้งเตือน การให้คำแนะนำปรับปรุง ไปจนถึงการยุติความร่วมมือ หากไม่สามารถแก้ไขได้
- กำหนดหลักสิทธิมนุษยชนในจรรยาบรรณคู่ค้า
7. การสร้างความตระหนักรู้ด้านการเคารพสิทธิมนุษยชน
บริษัทได้ขยายแนวทาง การมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสีย เพื่อส่งเสริม การเคารพสิทธิมนุษยชน ผ่านกิจกรรมสำคัญ ได้แก่
- การมีส่วนร่วมภายในองค์กร
- จัดอบรมให้พนักงานร้อยละ 100 ในหลักสูตร "หลักสูตรการส่งเสริมการดำเนินธุรกิจที่มีความรับผิดชอบและเคารพสิทธิมนุษยชน”
- เนื้อหาครอบคลุม นโยบายสิทธิมนุษยชน และการนำแนวปฏิบัติไปใช้จริงในองค์กร
- ส่งเสริม การยอมรับความแตกต่างและความหลากหลาย (Diversity & Inclusion) เพื่อสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่เท่าเทียม
- การมีส่วนร่วมกับผู้มีส่วนได้เสียภายนอกองค์กร เช่น
- คู่ค้า: ยกระดับ การบริหารความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชน ในห่วงโซ่คุณค่า โดยให้ความสำคัญกับ สภาพแวดล้อมการทำงานที่ปลอดภัย สุขภาพ และคุณภาพชีวิตของแรงงาน
- จัดอบรมให้ความรู้
- ดำเนิน การตรวจสอบภาคสนาม (On-site Audits) ซึ่งไม่พบกรณีละเมิดสิทธิมนุษยชน
- ชุมชน: ริเริ่มโครงการ ยกระดับคุณภาพชีวิต ในพื้นที่รอบโรงไฟฟ้า โดยมุ่งเน้น การสร้างอาชีพและพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืน และมีการประเมินและตรวจสอบชุมชนด้านสิทธิมนุษยชนเป็นประจำทุกปี
- ลูกค้า: มุ่งมั่น ส่งมอบไฟฟ้าอย่างมีเสถียรภาพและปลอดภัย เพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดี
- คู่ค้า: ยกระดับ การบริหารความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชน ในห่วงโซ่คุณค่า โดยให้ความสำคัญกับ สภาพแวดล้อมการทำงานที่ปลอดภัย สุขภาพ และคุณภาพชีวิตของแรงงาน
เป้าหมายระยะยาว เป้าหมายปี 2568 และผลการดำเนินงานปี 2568 (GRI3-3, 406-1,411-1)
| การเคารพสิทธิมนุษยชน | |||
|---|---|---|---|
การเคารพสิทธิมนุษยชน |
|||
| เป้าหมายระยะยาว | |||
| การละเมิดสิทธิมนุษยชนตลอดห่วงโซ่คุณค่า |
ไม่มี
|
||
| ธุรกิจบริษัทได้รับการตรวจสอบสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน พร้อมกำหนดมาตรการบรรเทา แก้ไขและเยียวผลกระทบ (HRDD) |
100% |
||
| เป้าหมายปี 2568 | ผลการดำเนินงานปี 2568 | ||
| การละเมิดสิทธิมนุษยชนที่ไม่ได้รับการจัดการ |
ไม่มี
|
ไม่มี
|
|
| ธุรกิจบริษัทได้รับการตรวจสอบสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน พร้อมกำหนดมาตรการบรรเทา แก้ไขและเยียวผลกระทบ (HRDD) |
100% |
100% |
|
| SDGs | |||
| การเคารพสิทธิมนุษยชน | |||||||
|---|---|---|---|---|---|---|---|
การเคารพสิทธิมนุษยชน |
|||||||
| เป้าหมายระยะยาว | |||||||
| พนักงานทั้งหมดในทุกระดับชั้น ได้รับการอบรมและสื่อสารด้านการเคารพสิทธิมนุษยชน |
100% |
การดำเนินงานด้านสิทธิมนุษยชน |
ครอบคลุมคู่ค้า |
||||
| จำนวนข้อร้องเรียนด้านสิทธิมนุษยชนที่ไม่ได้จัดการ |
ไม่มี
|
||||||
| เป้าหมายปี 2568 | ผลการดำเนินงานปี 2568 | เป้าหมายปี 2568 | ผลการดำเนินงานปี 2568 | ||||
| พนักงานทั้งหมดในทุกระดับชั้น ได้รับการอบรมและสื่อสารด้านการเคารพสิทธิมนุษยชน |
100% |
84.86% |
คู่ค้าได้รับแจ้งเรื่องของนโยบายและกรอบการดำเนินงานด้านสิทธิมนุษยชน |
100% |
100% |
||
| ทบทวนประเด็นความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจตลอดห่วงโซ่คุณค่าเป็น |
ทบทวนประเด็น
|
ทบทวนประเด็น
|
คู่ค้ากลุ่ม High Risk-Tier 1 Supplier ประเมินตนเองด้านการเคารพสิทธิมนุุษยชนของคู่ค้า (Vendor Self-assessment) |
100% |
100% |
||
| จำนวนข้อร้องเรียนด้านสิทธิมนุษยชนที่ไม่ได้จัดการ |
ไม่มี
|
ไม่มี
|
คู่ค้าที่มีความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชน (High Risk-Tier1 Supplier) ที่ได้รับการอบรมด้านสิทธิมนุษยชน |
100% |
100% |
||
โครงการที่โดดเด่นที่ได้ดำเนินการในปี 2568
การปฐมนิเทศพนักงานใหม่ด้านสิทธิมนุษยชน
บริษัทให้ความสำคัญกับการส่งเสริมความตระหนักรู้ด้านสิทธิมนุษยชนตั้งแต่วันแรกของการเข้าทำงาน โดยได้บรรจุเนื้อหาด้านสิทธิมนุษยชนไว้ในกระบวนการปฐมนิเทศพนักงานใหม่ เพื่อให้พนักงานทุกคนมีความเข้าใจและตระหนักถึงบทบาทของตนในการเคารพและปกป้องสิทธิมนุษยชนในองค์กรและห่วงโซ่คุณค่า
การปฐมนิเทศครอบคลุมหัวข้อสำคัญ ได้แก่:
- นโยบายด้านสิทธิมนุษยชนของบริษัท – กรอบแนวทางและหลักการที่ต้องปฏิบัติตาม
- มาตรฐานสากลด้านสิทธิมนุษยชน – แนวปฏิบัติที่บริษัทใช้เป็นแนวทาง เช่น UDHR, UNGP, ILO และ NAP
- ช่องทางร้องเรียนด้านสิทธิมนุษยชน – ช่องทางรับเรื่องร้องเรียนและกลไกการคุ้มครองผู้ร้องเรียน
- แนวทางปฏิบัติในองค์กร – การปฏิบัติต่อเพื่อนร่วมงานและคู่ค้าโดยคำนึงถึงหลักสิทธิมนุษยชน
โครงการนี้ช่วยให้พนักงานใหม่สามารถปรับตัวเข้าสู่วัฒนธรรมองค์กรที่เคารพสิทธิมนุษยชน และตระหนักถึงความรับผิดชอบของตนในการส่งเสริมความเท่าเทียม ความหลากหลาย และการไม่เลือกปฏิบัติภายในองค์กรและการทำงานร่วมกับผู้มีส่วนได้เสียอื่น ๆ

การจัดอบรมหลักสูตร “การส่งเสริมการดำเนินธุรกิจที่มีความรับผิดชอบและเคารพสิทธิมนุษยชน” พนักงาน คู่ค้า และชุมชน
เพื่อส่งเสริม ความรู้ ความเข้าใจ และการนำหลักสิทธิมนุษยชนมาปรับใช้ในการดำเนินงาน บริษัทได้จัด หลักสูตรอบรมด้านสิทธิมนุษยชน ให้กับพนักงาน คู่ค้า และชุมชนรอบโรงไฟฟ้า โดยมุ่งเน้นให้ทุกภาคส่วนสามารถนำแนวปฏิบัติด้านสิทธิมนุษยชนมาเป็นพื้นฐานในการดำเนินงานอย่างเป็นรูปธรรม
การอบรมสำหรับพนักงาน
- ในปี 2568 พนักงานของบริษัทได้รับการอบรมด้านสิทธิมนุษยชนประจำปีจำนวน 269 คนจากทั้งหมด 317 คน (84.86%)
- จัดการอบรม 3 รอบ ได้แก่:
- รอบพนักงานระดับปฏิบัติการและระดับจัดการ – จัดขึ้นเมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2568
- รอบผู้บริหารและที่ปรึกษา – จัดขึ้นเมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2568
- รอบผู้บริหารและพนักงานต่างชาติ – จัดขึ้นเมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2568
- หัวข้อการอบรมครอบคลุม นโยบายสิทธิมนุษยชน มาตรฐานสากล และการบูรณาการแนวทางปฏิบัติด้านสิทธิมนุษยชนในองค์กร
การอบรมสำหรับคู่ค้าและชุมชน
- บริษัทได้จัดการอบรมด้านสิทธิมนุษยชนให้กับ ชุมชนรอบโรงไฟฟ้า และ คู่ค้า เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับการเคารพสิทธิมนุษยชนตลอดห่วงโซ่คุณค่า
- คู่ค้าทุกรายได้รับ การแจ้งข้อมูลนโยบายและกรอบการดำเนินงานด้านสิทธิมนุษยชน ครอบคลุม 100%
- คู่ค้าในกลุ่ม High Risk-Tier 1 Suppliers ได้รับการประเมินตนเองด้านการเคารพสิทธิมนุษยชน (Vendor Self-Assessment) 100% เป็นประจำทุกปี
การอบรมสิทธิมนุษยชนของชุมชนรอบโรงไฟฟ้า คู่ค้า และหน่วยงานรราชการที่เกี่ยวข้อง
การอบรมสิทธิมนุษยชนของพนักงานและผู้บริหาร
การอบรมสิทธิมนุษยชนของชุมชนและคู่ค้าที่สำคัญที่ปฏิบัติงานในพื้นที่บริษัท
รายงานความยั่งยืน ปี 2568
