ประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืน
ประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืน (GRI 3-1, 3-2)
กระบวนการระบุประเด็นความสำคัญด้านความยั่งยืนของบริษัท
ในปี 2567 บริษัทได้จัดทำกระบวนการประเมินประเด็นสาระสำคัญด้านความยั่งยืนที่สำคัญกับธุรกิจ (Materiality Assessment) และมีการทบทวนเป็นประจำทุกปี ตามมาตรฐานการรายงานระดับสากล หรือ Global Reporting Initiative (GRI Standard) โดยในปีนี้เป็นการประเด็นสาระสำคัญด้านความยั่งยืน Double Materiality ตาม GRI Standard 2021 โดยคำนึงถึง
ผลกระทบขององค์กรต่อภายนอก (Inside-out) และ
ผลกระทบของภายนอกต่อองค์กร (Outside-in)
การมองผลกระทบทั้งเชิงบวกและเชิงลบ รวมถึงโอกาสและความเสี่ยงที่จะกระทบกับธุรกิจ
ซึ่งกระบวนการประเมินได้ดำเนินการประเมินผลกระทบด้านความยั่งยืน (Sustainability Impact) ร่วมกับการประเมินผลกระทบทางการเงิน (Financial Impact) รวมไปถึงการพิจารณาความสำคัญต่อการสร้างคุณค่าแก่ผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม และมีการคำนึงถึงประเด็นด้านสิทธิมนุษยชนในการวิเคราะห์ผลกระทบร่วมด้วย อีกทั้งยังดำเนินการปรึกษาขอคำแนะนำกับผู้เชี่ยวชาญภายนอกที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจพลังงานและการดำเนินงานด้านความยั่งยืน และเพื่อให้มั่นใจในความน่าเชื่อถือและความโปร่งใสของกระบวนการและผลลัพธ์ของการประเมินประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืนที่เปิดเผยต่อผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม รายงานฉบับนี้ได้รับการตรวจประเมินความน่าเชื่อถือของข้อมูลจากหน่วยงานรับรองอิสระภายนอกเพื่อดำเนินการตรวจสอบกระบวนการและผลลัพธ์ อีกทั้งประเด็นความสำคัญด้านความยั่งยืนในรายงานฉบับนี้ได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการของบริษัท คณะกรรมการบรรษัทภิบาล บริหารความเสี่ยงและการพัฒนาอย่างยั่งยืน ผู้บริหารระดับสูงของบริษัท โดยมีกระบวนการระบุประเด็นความสำคัญด้านความยั่งยืนของบริษัท แบ่งเป็น 5 ขั้นตอน ดังต่อไปนี้
การกำหนดวัตถุประสงค์และขอบเขตของการสร้างการมีส่วนร่วม
การระบุและการทำความเข้าใจผู้มีส่วนได้เสียที่สำคัญตามความยั่งยืน
การยืนยันผลกระทบจากประเด็นที่สำคัญตามมุมมองกับผู้มีส่วนได้เสียและประเมินผลกระทบ
การประเมินและการจัดลำดับความสำคัญของผลกระทบ
การรายงาน ทบทวน และพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
การกำหนดวัตถุประสงค์และขอบเขตของการสร้างการมีส่วนร่วม
| ผลการวิเคราะห์ประเด็นความยั่งยืน | ||
|---|---|---|
สิ่งแวดล้อม
|
สังคม
|
บรรษัทภิบาลและเศรษฐกิจ
|
ขั้นตอนที่ 1: ทำความเข้าใจบริบทของ องค์กรและระบุประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืนที่เกี่ยวข้อง
บริษัททำการพิจารณาปัจจัยต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจของบริษัท ได้แก่ ปัจจัยภายใน ปัจจัยภายนอก เช่น กลยุทธ์ วิสัยทัศน์ วัตถุประสงค์ และบริเวณที่ตั้งของสถานประกอบการ แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงของโลกและในอุตสาหกรรม ปัจจัยความเสี่ยงและโอกาสที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบในอนาคต รวมถึงหลักสิทธิมนุษยชนสากลและเหตุการณ์ในอดีต มีการวิเคราะห์กิจกรรมหลักและกิจกรรมสนับสนุนตลอดห่วงโซ่คุณค่าธุรกิจควบคู่เพื่อระบุกลุ่มผู้มีส่วนได้เสียที่ได้รับและอาจได้รับผลกระทบเชิงบวกและผลกระทบเชิงลบโดยตรงและทางอ้อมจากการดำเนินการของบริษัท ซึ่งมีรายละเอียดผลการวิเคราะห์ห่วงโซ่คุณค่าในรายงาน 56-1 one report ส่วนที่ ข้อ 3 หลังจากนั้น บริษัท จึงทำการระบุประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืนที่ส่งผลกระทบต่อความยั่งยืนของบริษัทซึ่งครอบคลุมมิติสิ่งแวดล้อม มิติสังคม และมิติบรรษัทภิบาลและเศรษฐกิจ โดยได้นำประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืนในปี 2566 มาทบทวนร่วมกับปัจจัยภายในและปัจจัยภายนอกที่ได้กล่าวข้างต้น นอกจากนี้บริษัทได้ศึกษาและเทียบเคียงประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืนของบริษัทอื่นๆ ในกลุ่มอุตสาหกรรมเดียวกัน ทั้งในระดับประเทศและระดับโลก ประกอบด้วย ดัชนีความยั่งยืน ESG จาก Morgan Stanley Capital International (MSCI) ดัชนีความยั่งยืนดาวโจนส์ (Down Jones Sustainability Indices: DJSI) และคณะกรรมการว่าด้วยมาตรฐานทางบัญชีความยั่งยืน (Sustainability Accounting Standards Board: SASB) หน่วยงานประเมินด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแล (Sustainalytics) การจัดอันดับด้านความยั่งยืน (ESG: Environmental, Social, Governance) ของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET ESG Rating) แนวทางข้อตกลงโลกแห่งสหประชาชาติ (UN Global Compact: UNGC) รวมถึงเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) เป็นต้น
ขั้นตอนที่ 2: การระบุผลกระทบที่เกิดขึ้นและโอกาสเกิดขึ้น โดยการวิเคราะห์ผลกระทบต่อผู้มีส่วนได้เสียตลอดห่วงโซ่คุณค่า
บริษัททำการระบุผลกระทบเชิงบวกและเชิงลบที่เกิดขึ้นในปัจจุบันและมีโอกาสเกิดขึ้นในอนาคต (Actual and Potential Impact) สำหรับประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืนในมิติสิ่งแวดล้อม มิติสังคม และมิติบรรษัทภิบาลและเศรษฐกิจ พร้อมทั้งพิจารณาผลกระทบจากประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืนที่มีผลกระทบในระยะสั้นหรือผลกระทบในระยะยาว รวมถึงคำนึงถึงผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชนตลอดห่วงโซ่คุณค่าของบริษัท
โดยการประเมินผลกระทบสามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ดังนี้:
ผลกระทบทางด้านการเงิน (Financial Impact): โดยประเมินโอกาสและความเสี่ยงในผลกระทบที่ประเด็นสำคัญต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับความยั่งยืนและไม่มีการบริหารจัดการที่เหมาะสม อาจส่งผลต่อความสามารถในการทำกำไร การดำเนินธุรกิจ และผลตอบแทนของผู้ถือหุ้น ทั้งนี้หากมีการวางแผนการจัดการและการบริหารงานที่ก็จะสร้างโอกาสและผลตอบแทนทางด้านธุรกิจ
ผลกระทบด้านความยั่งยืน (Sustainability Impact): มีการประเมินผลกรทบทางบวกและทางลบ ที่เป็นผลกระทบจากการดำเนินงานของบริษัทในแต่ละประเด็นสำคัญต่าง ๆ ที่มีต่อสิ่งแวดล้อม สังคม และผู้มีส่วนได้เสีย
ขั้นตอนที่ 3: การจัดทำการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสีย
สัมภาษณ์ผู้มีส่วนได้เสียเพื่อยืนยันผลกระทบจากการดำเนินธุรกิจของบริษัทที่เกี่ยวข้องกับผู้มีส่วนได้เสียในมิติสิ่งแวดล้อม มิติสังคม และมิติบรรษัทภิบาลและเศรษฐกิจ รวมถึงประเด็นด้านสิทธิมนุษยชน หลังจากนั้น บริษัทกำหนดเกณฑ์การประเมินผลกระทบด้านความยั่งยืนเชิงคุณภาพและเชิงปริมาณ โดยครอบคลุมปัจจัยต่าง ๆ ได้แก่
- ขอบเขต (Scope)
- ระดับความรุนแรง (Scale)
- ความสามารถในการเยียวยาหรือการฟื้นฟู (Remediability)
- ระดับโอกาสการเกิดผลกระทบต่อผู้มีส่วนได้เสีย (Likelihood)
ทั้งนี้ การประเมินครอบคลุมผลกระทบทางด้านการเงินและความยั่งยืน ได้ประเมินตาม โดยกำหนดระดับมูลค่าความเสียหาย (Magnitude) และโอกาสเกิดผลกระทบ (Likelihood) เพื่อจัดลำดับความสำคัญและกำหนดมาตรการบริหารจัดการที่เหมาะสมในเชิงกลยุทธ์ ทั้งด้านความยั่งยืนและด้านการเงิน
ขั้นตอนที่ 4: การประเมินและการจัดลำดับความสำคัญของผลกระทบ
บริษัทจัดลำดับความสำคัญของผลกระทบโดยประเมินคะแนนระดับผลกระทบต่อผู้มีส่วนได้เสียและบริษัทอยู่ในระดับสูงถึงสูงมาก และผลกระทบต่อด้านการเงินที่ระดับ 3 ระดับ
- ผลกระทบในแต่ละประเด็นสำคัญฯ ทั้งที่เกิดขึ้นแล้วในอดีตแล้วปัจจุบันและที่มีโอกาสเกิดขึ้นในอนาคต สามารถพิจารณาได้ทั้งในเชิงบวกและลบ
- ผลกระทบด้านการเงินต่อบริษัทจะแบ่งเป็น 5 ระดับคือผลกระทบในระดับ ตามเกณฑ์
นอกจากนี้มีการจำแนกประเด็นสำคัญออกเป็น ประเด็นความยั่งยืนที่มีความสำคัญ (Materiality topic) และประเด็นพื้นฐานในการดำเนินธุรกิจของบริษัท (Business fundamental topic) โดยประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืนนั้น ได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการของบริษัท/คณะกรรมการบรรษัทภิบาล บริหารความเสี่ยงและการพัฒนาอย่างยั่งยืน/ผู้บริหารระดับสูง การทบทวนผลกระทบ ความเสี่ยงและโอกาส การประเมินและจัดลำดับความสำคัญของประเด็นด้านความยั่งยืน และตรวจสอบผล การสรุปประเด็นด้านความยั่งยืน เพื่อนำไปรายงาน ทบทวน และพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
ขั้นตอนที่ 5: การรายงาน ทบทวน และพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
บริษัทได้วางแผนและกำหนดแนวทางการดำเนินงานเพื่อลดผลกระทบเชิงลบของประเด็นที่มีความสำคัญด้านความยั่งยืน และประเด็นพื้นฐานในการดำเนินธุรกิจของบริษัท ซึ่งในกระบวนการประเมินประเด็นสำคัญได้ผ่านการนำเสนอผลการพิจารณาต่อคณะกรรมการของบริษัท คณะกรรมการบรรษัทภิบาล บริหารความเสี่ยงและการพัฒนาอย่างยั่งยืน คณะกรรมการขับเคลื่อนความยั่งยืน และผู้บริหารระดับสูง เพื่อพิจารณาและขอความเห็นชอบในการเปิดเผยข้อมูล โดยบริษัทจัดให้มีการทบทวนกระบวนการ และมีการเปิดเผยข้อมูลในรายงานความยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้บริษัทมีโอกาสได้พิจารณาถึงผลกระทบและแนวทางการจัดการที่เหมาะสมกับสภาพสิ่งแวดล้อม สังคม และเศรษฐกิจที่มีการเปลี่ยนแปลงในแต่ละปี
ผลการวิเคราะห์ประเด็นความยั่งยืนที่สำคัญของบริษัท
การวิเคราะห์ผลกระทบต่อผู้มีส่วนได้เสียและการจัดลำดับประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืนทำช่วยให้บริษัทสามารถ ระบุและสรุปประเด็นด้านความยั่งยืนที่มีความสำคัญต่อธุรกิจได้ทั้งหมด 14 ประเด็น ซึ่งครอบคลุมทั้งในมิติ เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม โดยแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลัก ได้แก่
- ประเด็นความยั่งยืนที่มีความสำคัญ (Materiality Topics) จำนวน 7 ประเด็น
- ประเด็นพื้นฐานในการดำเนินธุรกิจของบริษัท (Business Fundamental Topics) จำนวน 7 ประเด็น
ประเด็นความยั่งยืนที่มีความสำคัญ
ประเด็นความยั่งยืนที่มีความสำคัญ (Materiality Topics) : ประเด็นเหล่านี้ถูกพิจารณาจากผลกระทบที่มีต่อ เป็นประเด็นความยั่งยืนที่ผ่านการพิจารณาจากผลกระทบต่อทั้งจากปัจจัยภายในและภายนอก รวมถึงผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัท โดยมุ่งเน้นประเด็นที่ส่งผลกระทบในระดับสูงถึงสูงมาก และมีการดำเนินงานที่จริงจังเพื่อให้สอดคล้องกับ กลยุทธ์ด้านความยั่งยืนขององค์กร อีกทั้งยังครอบคลุมประเด็นสำคัญที่ ผู้มีส่วนได้เสียให้ความสนใจมากที่สุดในปีนี้ รวมทั้งหมด 7 ประเด็น
ประเด็นพื้นฐานในการดำเนินธุรกิจของบริษัท
ประเด็นพื้นฐานในการดำเนินธุรกิจของบริษัท: (Business Fundamental Topics): เป็นประเด็นพื้นฐานที่บริษัทจำเป็นต้องบริหารจัดการให้สอดคล้องตามกฎหมาย มาตรฐาน หรือแนวปฏิบัติทั่วไปทั้งในระดับประเทศและในระดับสากล หากขาดประเด็นพื้นฐานดังกล่าวไป อาจส่งผลให้บริษัทไม่สามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างมี ประสิทธิภาพและประสิทธิผล ตลอดจนไม่สามารถบรรลุเป้าหมายที่กำหนดไว้ใน ระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว ได้การบริหารจัดการประเด็นพื้นฐานเหล่านี้อย่างมีประสิทธิภาพและต่อเนื่อง ถือเป็น ปัจจัยสำคัญต่อการขับเคลื่อนธุรกิจสู่ความยั่งยืน และการเติบโตใน อุตสาหกรรมพลังงานหมุนเวียน โดย CKPower มุ่งมั่นดำเนินงานอย่างรอบด้าน เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม และนำไปสู่ ความสำเร็จที่แท้จริง รวมทั้งหมด 7 ประเด็น
|
มิติ
|
ประเด็นความยั่งยืนที่มีความสำคัญของบริษัท
|
ประเด็นพื้นฐานในการดำเนินธุรกิจของบริษัท
|
|---|---|---|
|
|
การจัดการพลังงานและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
การบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อม
ความหลากหลายทางชีวภาพ
|
|
|
|
การดูแลชุมชนและสังคม
การเคารพสิทธิมนุษยชน
|
การบริหารจัดการและพัฒนาบุคลากร
อาชีวอนามัยและความปลอดภัย
|
|
|
ความยืดหยุ่นในการดำเนินธุรกิจ
การบริหารจัดการความเสี่ยงและการวิกฤติ และความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์และความเป็นส่วนตัวของข้อมูล
|
การกำกับดูแลกิจการที่ดี
การจัดการนวัตกรรม
การบริหารจัดการความสัมพันธ์ของลูกค้า
การบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทาน
ความมั่นคงทางด้านเสถียรภาพและความพร้อมของการดำเนินการผลิต
|
| สิ่งแวดล้อม | |
| การจัดการพลังงานและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ | |
| ความหลากหลายทางชีวภาพ | |
| การบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อม | |
| สังคม | |
| การดูแลชุมชนและสังคม | |
| การเคารพสิทธิมนุษยชน | |
| อาชีวอนามัยและความปลอดภัย | |
| การบริหารจัดการและพัฒนาบุคลากร | |
| บรรษัทภิบาลและเศรษฐกิจ | |
| ความมั่นคงทางด้านเสถียรภาพและความพร้อมของการดำเนินการผลิต | |
| ความยืดหยุ่นในการดำเนินธุรกิจ | |
| การจัดการนวัตกรรม | |
| การกำกับดูแลกิจการที่ดี | |
| การบริหารจัดการความเสี่ยงและภาวะวิกฤติ และความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์และความเป็นส่วนตัวของข้อมูล | |
| การบริหารจัดการความสัมพันธ์ของลูกค้า | |
| การบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทาน | |
การเปลี่ยนแปลงประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืนจากปี 2566 มีรายละเอียดดังต่อไปนี้ (12 ประเด็นในปี 2566)
บริษัทได้ระบุ 12 ประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืน และ 2 ประเด็นพื้นฐานในการดำเนินธุรกิจ ได้แก่ การบริหารจัดการความสัมพันธ์กับลูกค้า และ การบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทาน
สำหรับปี 2567 บริษัทได้ปรับโครงสร้างประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืนใหม่ โดยระบุ 7 ประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืน และ 7 ประเด็นพื้นฐานในการดำเนินธุรกิจ เพื่อให้สอดคล้องกับกลยุทธ์ความยั่งยืนของ CKPower ประจำปี 2565-2569 ทั้ง 5 กลยุทธ์
การเปลี่ยนแปลงนี้เกิดจากการรับฟังความคิดเห็นของผู้มีส่วนได้เสียและการพิจารณาร่วมกับผู้บริหาร ซึ่งนำไปสู่การเพิ่ม 2 ประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืน ได้แก่
- การบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อม – เพื่อเน้นย้ำถึงบทบาทของบริษัทในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและลดผลกระทบต่อระบบนิเวศ
- การบริหารจัดการความเสี่ยงและวิกฤติ รวมถึงความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์และความเป็นส่วนตัวของข้อมูล – เพื่อตอบสนองต่อความท้าทายด้านเทคโนโลยีและการรักษาความปลอดภัยของข้อมูล
ส่วนประเด็นอื่นๆ ได้รับการปรับให้อยู่ใน กลุ่มประเด็นพื้นฐานในการดำเนินธุรกิจ ซึ่งบริษัทมีแนวทางปฏิบัติที่สอดคล้องกับรูปแบบการดำเนินธุรกิจขององค์กร
มิติสิ่งแวดล้อม
| กลุ่มผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้อง | ผลกระทบต่อผู้มีส่วนได้เสีย | การเกิดผลกระทบ | ผลกระทบทางการเงิน (5 ระดับ) | แนวทางการจัดการ | SDGs | |
|---|---|---|---|---|---|---|
| เกิดขึ้นแล้วและปัจจุบัน (Actual) | มีโอกาสเกิดขึ้นในอนาคต (Potential) | |||||
| มิติสิ่งแวดล้อม | ||||||
| การจัดการพลังงานและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ | ||||||
|
ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการผลิตพลังงานหมุนเวียน สนับสนุนเป้าหมายด้านพลังงานหมุนเวียนของลูกค้าและนักลงทุน การผลิตพลังงานไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการดำเนินธุรกิจของบริษัท ลดผลกระทบทางธรรมชาติอาจเกิดขึ้นจากภาวะโลกร้อน ตอบโจทย์ลูกค้า นักลงทุนที่ต้องการลงทุนด้านพลังงานหมุนเวียน
|
|
|
|
7.1, 7.2, 7.3
9.1, 9.4, 9.5
13.1, 13.2, 13.3
|
|
|
การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอาจส่งผลกระทบต่อด้านน้ำและแสงแดด กระทบต่อการผลิตไฟฟ้าจากการดำเนินธุรกิจของบริษัท เช่น ปริมาณน้ำฝน หรือแสงแดดที่เปลี่ยนแปลงไปส่งผลต่อการผลิตไฟฟ้า
|
|
|
|
|||
| การจัดการพลังงานและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ | ||||||
|
การบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมที่ดีส่งผลให้การดำเนินงานของบริษัทเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและลดการเกิดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมต่อผู้มีส่วนได้เสีย
|
|
|
|
12.2, 12.4, 12.5, 12.6
13.1, 13.2, 13.3
|
|
|
ถ้าบริษัทไม่มีการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมในการดำเนินธุรกิจโรงไฟฟ้า อาจจะส่งผลกระทบต่อชุมชนโดยรอบ ทั้งโรงไฟฟ้าและการใช้ทรัพยากร ธรรมชาติ และผลกระทบต่อวิถีชีวิตของคนในบริเวณโดยรอบโรงไฟฟ้า
|
|
|
|
|||
|
การวางระบบการจัดการทรัพยากรน้ำและการจัดการที่มีประสิทธิภาพ การวางแผนด้านทรัพยากรน้ำของบริษัทมีการจัดการน้ำที่เหมาะสมกับ ของโรงไฟฟ้าพลังน้ำไว้ใช้ในอนาคต โดยเฉพาะในช่วงฤดูแล้ง เพื่อช่วยลดความเสี่ยงจากการขาดแคลนน้ำได้
|
|
|
|
|||
|
การขาดการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำสำหรับโรงไฟฟ้าพลังน้ำ อาจ ทำให้เกิดความความเสี่ยงทางธุรกิจจากการขาดแคลนน้ำหรือปัญหา จากปริมาณน้ำที่มากเกินไป
|
|
|
|
|||
| ความหลากหลายทางชีวภาพ | ||||||
|
การนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้จัดการความหลากหลายทางชีวภาพช่วยลด ความเสี่ยงและผลกระทบด้านลบต่อความหลากหลายทางชีวภาพ ที่อาจเกิดขึ้นจากการดำเนินธุรกิจ สร้างความเชื่อมั่นต่อผู้มีส่วนได้เสีย
|
|
|
|
15.1, 15.2, 15.3, 15.5, 15.9, 15.a
|
|
|
ถ้าบริษัทไม่มีการบริหารจัดการด้านความหลากหลายทางชีวภาพ ในการดำเนินธุรกิจของโรงไฟฟ้าพลังน้ำ อาจจะส่งผลกระทบทางลบ ต่อระบบนิเวศโดยรอบโรงไฟฟ้า กระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้มีส่วนได้เสีย และการดำเนินโครงการในอนาคต
|
|
|
|
|||
มิติสังคม
| กลุ่มผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้อง | ผลกระทบต่อผู้มีส่วนได้เสีย | การเกิดผลกระทบ | ผลกระทบทางการเงิน (5 ระดับ) | แนวทางการจัดการ | SDGs | |
|---|---|---|---|---|---|---|
| เกิดขึ้นแล้วและปัจจุบัน (Actual) | มีโอกาสเกิดขึ้นในอนาคต (Potential) | |||||
| มิติสังคม | ||||||
| การดูแลชุมชนและสังคม | ||||||
|
ช่วยให้ชุมชนมีความรับรู้ความเข้าใจในการทำงานของโรงไฟฟ้า เกิดความเข้าใจที่ดี ช่วยส่งเสริมการพัฒนาชุมชนและเพิ่มอาชีพ ลดการเกิดข้อพิพาทระหว่างบริษัทและชุมชนโดยรอบ รวมถึงส่งผล ต่อภาพลักษณ์องค์กรที่ดี
|
|
3.4, 3.9
8.8, 8.96
11.4, 11.6
13.1, 13.2
|
|||
|
การปฏิบัติงานของโรงไฟฟ้าอาจจะส่งผลต่อวิถีชีวิตชุมชน ความเป็นอยู่ ของชุมชน และการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อม
|
|
|||||
| การเคารพสิทธิมนุษยชน | ||||||
|
การส่งเสริมด้านสิทธิมนุษยชนช่วยให้เกิดการปฏิบัติอย่างเป็นธรรมกับ ผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม รวมถึงการส่งเสริมและสร้างความตระหนักรู้ ให้แก่ผู้มีส่วนได้เสียในห่วงโซ่อุปทาน
|
|
|
|
5.1, 5.5, 5.6
10.2, 10.3, 10.4
|
|
|
ถ้ามีการละเมิดแนวปฏิบัติด้านสิทธิมนุษยชนส่งผลให้เกิดผลกระทบทั้ง ด้านการเงินในเรื่องของค่าร้องเรียนหรือค่าปรับที่อาจจะเกิดขึ้นรวมถึง การสูญเสียความเชื่อมั่นและชื่อเสียงของบริษัท
|
|
|
|
|||
มิติบรรษัทภิบาลและเศรษฐกิจ
| กลุ่มผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้อง | ผลกระทบต่อผู้มีส่วนได้เสีย | การเกิดผลกระทบ | ผลกระทบทางการเงิน (5 ระดับ) | แนวทางการจัดการ | SDGs | |
|---|---|---|---|---|---|---|
| เกิดขึ้นแล้วและปัจจุบัน (Actual) | มีโอกาสเกิดขึ้นในอนาคต (Potential) | |||||
| มิติธรรมาภิบาลและเศรษฐกิจ | ||||||
| การบริหารจัดการความเสี่ยงและการวิกฤติ และความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์และความเป็นส่วนตัวของข้อมูล | ||||||
|
การบริหารความเสี่ยงและภาวะวิกฤติที่มีประสิทธิภาพช่วยให้บริษัทสามารถรับมือกับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างดี โดยเฉพาะความเสี่ยงใหม่ที่อาจส่งผลกระทบในด้านต่าง ๆ การบริหารความเสี่ยงที่ดีช่วยลดผลกระทบและสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้มีส่วนได้เสียตลอดห่วงโซ่คุณค่า
|
|
|
|
8.1, 8.6
16.3, 16.5, 16.6
|
|
| การบริหารจัดการความเสี่ยงและภาวะวิกฤติและความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์และความเป็นส่วนตัวของข้อมูล | ||||||
|
การขาดความปลอดภัยทางไซเบอร์และการจัดการข้อมูลส่วนบุคคล ที่ไม่เหมาะสมอาจนำไปสู่การหยุดชะงักของการดำเนินงาน การรั่วไหล ของข้อมูล และการสูญเสียความเชื่อมั่นของผู้มีส่วนได้เสีย ซึ่งอาจ ส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจโดยรวม และลดความพึงพอใจของ ผู้มีส่วนได้เสีย
|
|
|
|
8.1, 8.6
16.3, 16.5, 16.6
|
||
| ความยืดหยุ่นในการดำเนินธุรกิจ | ||||||
|
|
|
|
|
7.1, 7.2, 7.3
8.2, 8.4
9.1, 9.4
12.2, 12.6
13.1
|
|
|
หากบริษัทขาดความยืดหยุ่นในการดำเนินธุรกิจและไม่สามารถปรับตัว ต่อความเสี่ยงในอนาคตได้อาจส่งผลให้ขาดความสามารถในการแข่งขัน และกระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้มีส่วนได้เสีย หากการดำเนินธุรกิจ ของบริษัทขาดความยืดหยุ่นและไม่สามารถปรับตัวได้ บริษัทจะไม่สามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลต่อ ความเชื่อมั่นของผู้มีส่วนได้เสีย
|
|
|
|
||
ประเด็นด้านสิทธิมนุษยชนของผลกระทบที่อาจเกิดจากการดำเนินธุรกิจของบริษัท
- สิทธิในการมีชีวิต (Right to life)
- สิทธิในเสรีภาพและความปลอดภัยของร่างกาย จะถูกจับกุมหรือควบคุมโดยอำเภอใจมิได้ จะถูกลิดรอนเสรีภาพของตนมิได้ ยกเว้นโดยเหตุและโดยเป็นไปตามกระบวนการที่บัญญัติไว้ในกฎหมาย (Right to liberty and security (including freedom from arbitrary arrest, detention or exile)
- สิทธิที่จะไม่ตกเป็นทาสและแรงงานบังคับ / สิทธิที่บุคคลไม่ควรถูกปฏิบัติเยี่ยงทาส รวมทั้งการบังคับใช้แรงงาน (Right not to be subjected to slavery, servitude or forced labour)
- สิทธิที่จะไม่ถูกกระทำการทรมาน การลงโทษที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม หรือ ย่ำยีศักดิ์ศรี (Right not to be subjected to torture, cruel, inhuman and/or degrading treatment or punishment)
- สิทธิการระลึกถึงตัวตนของบุคคลก่อนการมีกฎหมาย / สิทธิในการได้รับความเท่าเทียมกับบุคคลอื่น และการเคารพความเป็นบุคคลของกันและกัน แม้ปราศจากซึ่งกฎหมายรองรับ (Right to recognition as a person before the law)
- สิทธิเท่าเทียมของบุคคลตามกฎหมาย ทั้งด้านการได้รับความคุ้มครองโดยกฎหมายอย่างเท่าเทียมกัน และไม่ถูกเลือกปฏิบัติ (Right to equality before the law, equal protection of the law, non-discrimination)
- สิทธิในการเข้าถึงการเยียวยาที่มีประสิทธิผล (Right to access to effective remedies)
- สิทธิการได้รับกระบวนการทางศาลที่เป็นธรรม (Right to a fair trial)
- สิทธิในการแต่งงานและสร้างครอบครัว (Right to marry and form a family)
- สิทธิในการเป็นเจ้าของทรัพย์สิน / สิทธิที่จะเป็นเจ้าของสิ่งของและทรัพย์สินของตนเอง และไม่มีใครมีสิทธิที่จะเอาทรัพย์สินของเราไปโดยที่เราไม่อนุญาต (Right to own property)
- สิทธิในการมีอิสระทางความคิด และนับถือศาสนา (Right to freedom of thought, conscience and religion)
- สิทธิในการแสดงความคิดเห็น เข้าถึงข้อมูล และแสดงออก / สิทธิในการมีอิสรภาพที่จะพูดหรือแสดงออก ในสิ่งที่คิด และแบ่งปันความเห็นให้คนอื่นได้ทราบ รวมถึงได้รับข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้อง (Right to freedom of opinion, information and expression)
- สิทธิในการชุมนุม / สิทธิในการมีเสรีภาพที่จะชุมนุมเพื่อร่วมกันทำงานที่สร้างสรรค์ (Right to freedom of assembly)
- สิทธิในเสรีภาพในการรวมกันเป็นสมาคม เพื่อปกป้องประโยชน์ของตน (Right to freedom of association)
- สิทธิในการมีส่วนร่วมในชีวิตสาธารณะ / กิจกรรมสาธารณะ (Right to participate in public life)
- สิทธิในการเข้าถึงสวัสดิการสังคม เช่น ประกันสังคม (Right to social security, including social insurance)
- สิทธิในการทำงาน (Right to work)
- สิทธิในการได้รับสภาพเงื่อนไขการทำงานที่เป็นธรรมและน่าพอใจ (Right to enjoy just and favorable conditions of work including rest and leisure)
- สิทธิในการก่อตั้ง เข้าร่วมสหภาพแรงงาน และการผนึกกำลังเพื่อปกป้องผลประโยชน์ในการทำงาน (Right to form trade unions and join the trade unions, and the right to strike)
- สิทธิที่จะได้รับการดำรงชีวิตที่ดี เช่น อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย ยารักษาโรค และการบริการสาธารณะ ที่จำเป็นสำหรับการดำรงชีวิตที่ดี (Right to an adequate standard of living (housing, food, water and sanitation))
- สิทธิด้านสุขภาพ (Right to health)
- สิทธิด้านการศึกษา (Right to education)
- สิทธิในการเข้าร่วมวิถีชีวิตทางวัฒนธรรม ได้ประโยชน์จากความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ การพัฒนาทางวัตถุ และการรักษาสิทธิของผู้ประพันธ์ (Right to take part in cultural life, benefit from scientific progress, material and moral rights of authors and inventors)
- สิทธิเสรีภาพในการกำหนดวิถีชีวิตตนเองและการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ (Right to self-determination and natural resources)
การสนับสนุุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนและการเข้าร่วมข้อตกลงโลกของสหประชาชาติ (GRI 2, GRI 3)
การขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านความยั่งยืนของบริษัทในทิศทางที่สอดคล้องและเป็นหนึ่งเดียวกัน เพื่อตอบสนองต่อการสร้างคุณค่าร่วมกับผู้มีส่วนได้เสียตลอดห่วงโซ่คุณค่า โดยยึดมั่นในความรับผิดชอบต่อโลกและสังคมอย่างแท้จริง บริษัทได้นำหลักการด้านความยั่งยืนและแนวคิดการดำเนินธุรกิจที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม สังคม เศรษฐกิจ และการกำกับดูแลกิจการที่ดี ตลอดจนหลักการด้านสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน ทั้งในระดับประเทศและระดับสากล มาปรับใช้ในการกำหนดกลยุทธ์ด้านการพัฒนาความยั่งยืน เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากลและสามารถนำไปปฏิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยบริษัทได้นำเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) และหลักการ UN Global Compact ขององค์การสหประชาชาติ มาประกอบการกำหนดเป้าหมายการดำเนินงานในมิติต่าง ๆ ของบริษัท โดยเชื่อมโยงกับ SDGs 13 เป้าหมาย จากทั้งหมด 17 เป้าหมาย เพื่อให้บริษัทมีทิศทางที่ชัดเจน มีเป้าหมายและตัวชี้วัดที่สอดคล้องและเหมาะสมกับเป้าหมาย SDGs รวมถึงวิสัยทัศน์ พันธกิจ ลักษณะการประกอบธุรกิจ แผนกลยุทธ์ และประเด็นสําคัญต่อความยั่งยืนและความคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสียเพื่อให้การดำเนินงานด้านความยั่งยืนเป็นไปอย่างรอบด้าน ครอบคลุม และสามารถสร้างผลกระทบเชิงบวกได้อย่างแท้จริง
![]() |
การเข้าร่วมข้อตกลงโลกแห่งสหประชาชาติ UNITED NATIONS GLOBAL COMPACTบริษัทตระหนักถึงบทบาทสำคัญของการเป็นส่วนหนึ่งของประชาคมโลกในฐานะบรรษัทพลเมืองที่ดี พร้อมมุ่งมั่นที่จะเป็นแรงผลักดันในการส่งเสริมและสร้างสรรค์สังคมที่มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ด้วยความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม โดยมุ่งมั่นที่จะส่งเสริมและสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของสังคม พร้อมทั้งดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม การเข้าร่วมเป็นสมาชิก ข้อตกลงโลกแห่งสหประชาชาติ (United Nations Global Compact: UN Global Compact) สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของบริษัทในการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนตามมาตรฐานสากล การเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงแห่งสหประชาชาติ (United Nations Global Compact: UN Global Compact) ในฐานะสมาชิกของบริษัท ไม่เพียงเป็นการยืนยันถึงการยึดมั่นใน หลักการสากล 10 ประการ ที่ครอบคลุมประเด็นสำคัญด้าน สิทธิมนุษยชน มาตรฐานแรงงาน การปกป้องสิ่งแวดล้อม และการต่อต้านการทุจริต แต่ยังมุ่งส่งเสริมการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบ โดยผนวกหลักการเหล่านี้เข้ากับการดำเนินงานขององค์กร เพื่อสร้างความยั่งยืนในทุกมิติ ทั้งในระดับองค์กรและระดับสังคม |
นอกจากนี้ CKPower ยังมุ่งมั่นที่จะมีส่วนร่วมในการสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวก เพื่อยกระดับมาตรฐานความยั่งยืนในระดับประเทศและระดับสากลอย่างแท้จริง ผ่านการดำเนินงานที่สอดคล้องกับเป้าหมายและความคาดหวังของประชาคมโลก
