ประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืน
ประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืน 2568
กระบวนการระบุประเด็นความสำคัญด้านความยั่งยืนของบริษัท (GRI 3-1)
ในปี 2568 บริษัทได้ดำเนินการประเมินประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืนที่มีนัยสำคัญกับการดำเนินธุรกิจ (Materiality Assessment) โดยมีการทบทวนกระบวนการเป็นประจำทุกปีตามมาตรฐานการรายงานระดับสากลของ Global Reporting Initiative (GRI Standards)
การประเมินประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืน ดำเนินตามแนวทาง Double Materiality ตาม GRI Standard 2021 โดยพิจารณาทั้งมิติของผลกระทบและมิติทางธุรกิจ ครอบคลุมประเด็นดังต่อไปนี้
ผลกระทบขององค์กรต่อภายนอก (Inside-out) - ธุรกิจของ CKPower ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม สังคม และผู้มีส่วนได้เสีย
ผลกระทบของภายนอกต่อองค์กร (Outside-in) - ปัจจัยด้านความยั่งยืนส่งผลต่อการดำเนินธุรกิจและผลการดำเนินงานทางการเงินของ CKPower
การมองผลกระทบทั้งเชิงบวกและเชิงลบ รวมถึงโอกาสและความเสี่ยงที่จะกระทบกับธุรกิจ
ซึ่งกระบวนการประเมินได้ดำเนินการประเมินผลกระทบด้านความยั่งยืน (Sustainability Impact) ร่วมกับการประเมินผลกระทบทางการเงิน (Financial Impact) รวมไปถึงการพิจารณาความสำคัญต่อการสร้างคุณค่าแก่ผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มตลอดห่วงโซ่คุณค่าขององค์กร และมีการคำนึงถึงประเด็นด้านสิทธิมนุษยชนในการวิเคราะห์ผลกระทบร่วมด้วย อีกทั้งยังดำเนินการปรึกษาขอคำแนะนำกับผู้เชี่ยวชาญภายนอกที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจพลังงานและการดำเนินงานด้านความยั่งยืน เพื่อให้มั่นใจในความน่าเชื่อถือและความโปร่งใสของกระบวนการและผลลัพธ์ของการประเมินประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืนที่เปิดเผยต่อผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม รายงานฉบับนี้ได้รับการตรวจประเมินความน่าเชื่อถือของข้อมูลจากหน่วยงานรับรองอิสระภายนอกเพื่อดำเนินการตรวจสอบกระบวนการและผลลัพธ์ อีกทั้งประเด็นความสำคัญด้านความยั่งยืนในรายงานฉบับนี้ได้รับการอนุมัติจากผู้บริหารระดับสูงของบริษัท คณะกรรมการบรรษัทภิบาล บริหารความเสี่ยงและการพัฒนาอย่างยั่งยืน รวมถึงคณะกรรมการของบริษัท ตามลำดับ โดยมีกระบวนการระบุประเด็นความสำคัญด้านความยั่งยืนของบริษัท แบ่งเป็น 5 ขั้นตอน ดังต่อไปนี้
การกำหนดวัตถุประสงค์และขอบเขตของการสร้างการมีส่วนร่วม
การระบุและการทำความเข้าใจผู้มีส่วนได้เสียที่สำคัญตามความยั่งยืน
การยืนยันผลกระทบจากประเด็นที่สำคัญตามมุมมองกับผู้มีส่วนได้เสียและประเมินผลกระทบ
การประเมินและการจัดลำดับความสำคัญของผลกระทบ
การรายงาน ทบทวน และพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
การกำหนดวัตถุประสงค์และขอบเขตของการสร้างการมีส่วนร่วม
| ผลการวิเคราะห์ประเด็นความยั่งยืน | ||
|---|---|---|
สิ่งแวดล้อม
|
สังคม
|
บรรษัทภิบาลและเศรษฐกิจ
|
ขั้นตอนที่ 1: ทำความเข้าใจบริบทของ องค์กรและระบุประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืนที่เกี่ยวข้อง
บริษัททำการพิจารณาปัจจัยต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจของบริษัท ได้แก่ ปัจจัยภายใน ปัจจัยภายนอก เช่น กลยุทธ์ วิสัยทัศน์ วัตถุประสงค์ และบริเวณที่ตั้งของสถานประกอบการ แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงของโลกและในอุตสาหกรรม ปัจจัยความเสี่ยงและโอกาสที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบในอนาคต รวมถึงหลักสิทธิมนุษยชนสากลและเหตุการณ์ในอดีต บริษัทวิเคราะห์กิจกรรมหลักและกิจกรรมสนับสนุนตลอดห่วงโซ่คุณค่าธุรกิจควบคู่เพื่อระบุกลุ่มผู้มีส่วนได้เสียที่ได้รับและอาจได้รับผลกระทบเชิงบวกและผลกระทบเชิงลบโดยตรงและทางอ้อมจากการดำเนินการของบริษัท ซึ่งมีรายละเอียดผลการวิเคราะห์ห่วงโซ่คุณค่าในรายงาน 56-1 one report ส่วนที่ 1 ข้อที่ 3
จากนั้น บริษัทจึงทำการระบุประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืนที่อาจส่งผลกระทบต่อความยั่งยืนของบริษัทซึ่งครอบคลุมมิติสิ่งแวดล้อม มิติสังคม และมิติบรรษัทภิบาลและเศรษฐกิจ ผ่านการทบทวนประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืนของปี 2567 ร่วมกับปัจจัยภายในและปัจจัยภายนอกที่ได้วิเคราะห์ข้างต้น นอกจากนี้ บริษัทได้ศึกษาและเทียบเคียงประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืนของบริษัทอื่นๆ ในกลุ่มอุตสาหกรรมเดียวกัน ทั้งในระดับประเทศและระดับโลก รวมถึงเกณฑ์และมาตรฐานด้านความยั่งยืนที่สำคัญ อาทิ
- ดัชนีความยั่งยืน ESG จาก Morgan Stanley Capital International (MSCI)
- ดัชนี S&P Global Corporate Sustainability Assessment (CSA)
- มาตรฐานทางบัญชีความยั่งยืน (Sustainability Accounting Standards Board: SASB)
- การประเมินด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแล (Sustainalytics)
- การจัดอันดับด้านความยั่งยืนของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET ESG Ratings)
- เกณฑ์การประเมินของ FTSE Russell
- แนวทางข้อตกลงโลกแห่งสหประชาชาติ (UN Global Compact: UNGC) รวมถึงเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs)
- แนวปฏิบัติของสมาคมพลังงานไฟฟ้าพลังน้ำระหว่างประเทศ (International Hydropower Association:IHA)
- รายงานความเสี่ยงระดับโลก ปี 2568 จาก WEF (Global Risks Report 2025 ;Risk Ranking Long-term 10yrs)
เพื่อเป็นการวิเคราะห์ประเด็นความสำคัญด้านความยั่งยืนรอบด้าน ได้ประเด็นความสำคัญด้านความยั่งยืนสำหรับการวิเคราะห์ผลกระทบต่อผู้มีส่วนได้เสียตลอดห่วงโซ่คุณค่า
ขั้นตอนที่ 2: การระบุผลกระทบที่เกิดขึ้นและโอกาสเกิดขึ้น โดยการวิเคราะห์ผลกระทบต่อผู้มีส่วนได้เสียตลอดห่วงโซ่คุณค่า
บริษัททำการระบุผลกระทบเชิงบวกและเชิงลบที่เกิดขึ้นในปัจจุบันและมีโอกาสเกิดขึ้นในอนาคต (Actual and Potential Impact) สำหรับประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืนในมิติสิ่งแวดล้อม มิติสังคม และมิติบรรษัทภิบาลและเศรษฐกิจ พร้อมทั้งพิจารณาผลกระทบจากประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืนที่มีผลกระทบในระยะสั้นหรือผลกระทบในระยะยาว รวมถึงคำนึงถึงผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชนตลอดห่วงโซ่คุณค่าของบริษัท ครอบคลุมกิจกรรมหลักและกิจกรรมสนับสนุนขององค์กร เพื่อนำไปกำหนดผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้องสำหรับการจัดทำกระบวนการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสีย
ขั้นตอนที่ 3: การจัดทำการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสีย
การจัดทำการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสีย เพื่อยืนยันผลกระทบจากการดำเนินธุรกิจของบริษัทที่เกี่ยวข้องกับผู้มีส่วนได้เสียในมิติสิ่งแวดล้อม มิติสังคม และมิติบรรษัทภิบาลและเศรษฐกิจ รวมถึงประเด็นด้านสิทธิมนุษยชน รวมถึงรับฟังมุมมอง ความคาดหวัง และข้อกังวลที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจ และนำมาใช้ประกอบการกำหนดกลยุทธ์และประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืนที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจ โดยการมีส่วนร่วมดำเนินการผ่านช่องทาง การประชุมการรับฟังความคิดเห็นกลุ่มย่อย และการสำรวจแบบสอบถาม ที่ดำเนินการโดยหน่วยงานอิสระภายนอก เพื่อนำข้อมูลและข้อเสนอแนะที่ได้รับจากผู้มีส่วนได้เสียถูกนำมาวิเคราะห์เพื่อระบุผลกระทบ ความเสี่ยง และโอกาสที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจ รวมถึงใช้เป็นข้อมูลประกอบการประเมินและจัดลำดับประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืน (Material Topics)
ขั้นตอนที่ 4: การประเมินและการจัดลำดับความสำคัญของผลกระทบ
โดยการประเมินประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืน ผลกระทบสามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ดังนี้:
ผลกระทบทางด้านการเงิน (Financial Impact): โดยประเมินโอกาสและความเสี่ยงในผลกระทบที่ประเด็นสำคัญต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับความยั่งยืนและไม่มีการบริหารจัดการที่เหมาะสม อาจส่งผลต่อความสามารถในการทำกำไร การดำเนินธุรกิจ และผลตอบแทนของผู้ถือหุ้น ทั้งนี้หากมีการวางแผนการจัดการและการบริหารงานที่ก็จะสร้างโอกาสและผลตอบแทนทางด้านธุรกิจ โดยเกณฑ์การประเมินระดับโอกาสและความเสี่ยงสอดคล้องกับเกณฑ์ความเสี่ยงขององค์กร
ผลกระทบด้านความยั่งยืน (Sustainability Impact): มีการประเมินผลกระทบทางบวกและทางลบ ที่เป็นผลกระทบจากการดำเนินงานของบริษัทในแต่ละประเด็นสำคัญต่าง ๆ ที่มีต่อสิ่งแวดล้อม สังคม และผู้มีส่วนได้เสีย ตลอดห่วงโซ่คุณค่า
บริษัทกำหนดเกณฑ์การประเมินผลกระทบด้านความยั่งยืนเชิงคุณภาพและเชิงปริมาณ โดยครอบคลุมปัจจัยต่าง ๆ ได้แก่
- ขอบเขต (Scope)
- ระดับความรุนแรง (Scale)
- ความสามารถในการเยียวยาหรือการฟื้นฟู (Remediability)
- ระดับโอกาสการเกิดผลกระทบต่อผู้มีส่วนได้เสีย (Likelihood)
ทั้งนี้ การประเมินครอบคลุมผลกระทบทางด้านการเงินและความยั่งยืน โดยกำหนดระดับมูลค่าความเสียหาย (Magnitude) และโอกาสเกิดผลกระทบ (Likelihood) เพื่อจัดลำดับความสำคัญและกำหนดมาตรการบริหารจัดการที่เหมาะสมในเชิงกลยุทธ์ ทั้งด้านความยั่งยืนและด้านการเงินซึ่งบริษัทดำเนินการจัดลำดับความสำคัญของประเด็นด้านความยั่งยืน (Materiality Validation) โดยประเมินผลรวมของผลกระทบด้านความยั่งยืนที่มีต่อผู้มีส่วนได้เสีย (เกณฑ์ในระดับ 4 และ 5) และพิจารณาผลกระทบด้านการเงินในระดับ 3 ทั้งนี้ การประเมินครอบคลุมผลกระทบของแต่ละประเด็นสำคัญทั้งในมิติที่เกิดขึ้นแล้วในอดีตและปัจจุบัน รวมถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต โดยพิจารณาได้ทั้งในเชิงบวกและเชิงลบ
นอกจากนี้ บริษัทได้จำแนกประเด็นออกเป็น ประเด็นความยั่งยืนที่มีความสำคัญ (Material Topics) และประเด็นพื้นฐานในการดำเนินธุรกิจ (Business Fundamental Topics) เพื่อนำไปประกอบการพิจารณาโดยผู้เชี่ยวชาญ รวมถึงการเปรียบเทียบกับบริษัทในกลุ่มอุตสาหกรรมเดียวกัน (Peer Benchmarking) ก่อนนำเสนอ ผู้บริหารระดับสูง ให้ความเห็นชอบ
ขั้นตอนที่ 5: การรายงาน ทบทวน และพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
บริษัทได้วางแผนและกำหนดแนวทางการดำเนินงานเพื่อลดผลกระทบเชิงลบของประเด็นที่มีความสำคัญด้านความยั่งยืน และประเด็นพื้นฐานในการดำเนินธุรกิจของบริษัท ซึ่งในกระบวนการประเมินประเด็นสำคัญได้ผ่านการนำเสนอผลการพิจารณาต่อผู้บริหารระดับสูง คณะกรรมการขับเคลื่อนความยั่งยืน คณะกรรมการบรรษัทภิบาล บริหารความเสี่ยงและการพัฒนาอย่างยั่งยืน คณะกรรมการของบริษัท ตามลำดับก่อนเพื่อพิจารณาและขอความเห็นชอบในการเปิดเผยข้อมูล โดยบริษัทจัดให้มีการทบทวนกระบวนการ และมีการเปิดเผยข้อมูลในรายงานความยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้บริษัทมีโอกาสได้พิจารณาถึงผลกระทบและแนวทางการจัดการที่เหมาะสมกับสภาพสิ่งแวดล้อม สังคม และเศรษฐกิจที่มีการเปลี่ยนแปลงในแต่ละปี
ผลการวิเคราะห์ประเด็นความยั่งยืนที่สำคัญของบริษัท ปี 2568 (GRI3-2)
การวิเคราะห์ผลกระทบต่อผู้มีส่วนได้เสียและการจัดลำดับประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืนทำให้บริษัทสามารถ ระบุและสรุปประเด็นด้านความยั่งยืนที่มีความสำคัญต่อธุรกิจได้ทั้งหมด 14 ประเด็น ซึ่งครอบคลุมทั้งในมิติ บรรษัทภิบาลและเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม โดยแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลัก ได้แก่
- ประเด็นความยั่งยืนที่มีความสำคัญ (Materiality Topics) จำนวน 9 ประเด็น
- ประเด็นพื้นฐานในการดำเนินธุรกิจของบริษัท (Business Fundamental Topics) จำนวน 5 ประเด็น
ประเด็นความยั่งยืนที่มีความสำคัญ (Materiality Topics): ประเด็นเหล่านี้ถูกพิจารณาจากผลกระทบที่มีต่อประเด็นความยั่งยืนที่ผ่านการพิจารณาจากผลกระทบต่อทั้งจากปัจจัยภายในและภายนอก รวมถึงผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัท โดยมุ่งเน้นประเด็นที่ส่งผลกระทบในระดับสูงถึงสูงมาก และมีการดำเนินงานที่จริงจังเพื่อให้สอดคล้องกับ กลยุทธ์ด้านความยั่งยืนขององค์กร อีกทั้งยังครอบคลุมประเด็นสำคัญที่ ผู้มีส่วนได้เสียให้ความสนใจมากที่สุดในปีนี้ รวมทั้งหมด 9 ประเด็น
ประเด็นพื้นฐานในการดำเนินธุรกิจของบริษัท (Business Fundamental Topics): เป็นประเด็นพื้นฐานที่บริษัทจำเป็นต้องบริหารจัดการให้สอดคล้องตามกฎหมาย มาตรฐาน หรือแนวปฏิบัติทั่วไปทั้งในระดับประเทศและในระดับสากล หากขาดประเด็นพื้นฐานดังกล่าวไป อาจส่งผลให้บริษัทไม่สามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล ตลอดจนไม่สามารถบรรลุเป้าหมายที่กำหนดไว้ในระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาวได้ การบริหารจัดการประเด็นพื้นฐานเหล่านี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพและต่อเนื่อง ถือเป็น ปัจจัยสำคัญต่อการขับเคลื่อนธุรกิจสู่ความยั่งยืน และการเติบโตในอุตสาหกรรมพลังงานหมุนเวียน โดย CKPower มุ่งมั่นดำเนินงานอย่างรอบด้าน เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม และนำไปสู่ความสำเร็จที่แท้จริง รวมทั้งหมด 5 ประเด็น
|
มิติ
|
ประเด็นความยั่งยืนที่มีความสำคัญของบริษัท
|
ประเด็นพื้นฐานในการดำเนินธุรกิจของบริษัท
|
|---|---|---|
|
|
การจัดการพลังงานและ ความหลากหลายทางชีวภาพ |
การบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อม |
|
|
การดูแลชุมชนและสังคม การเคารพสิทธิมนุษยชน |
อาชีวอนามัยและความปลอดภัย การบริหารจัดการและพัฒนาบุคลากร |
|
|
การกำกับดูแลกิจการที่ดี ความมั่นคงทางด้านเสถียรภาพและความพร้อมของการดำเนินการผลิต การบริหารจัดการความเสี่ยงและวิกฤติและความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์และความเป็นส่วนตัวของข้อมูล การบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทาน ความยืดหยุ่นในการดำเนินธุรกิจ |
การจัดการนวัตกรรม การบริหารจัดการความสัมพันธ์ของลูกค้า |
| สิ่งแวดล้อม | |
| การจัดการพลังงานและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ | |
| ความหลากหลายทางชีวภาพ | |
| การบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อม | |
| สังคม | |
| การดูแลชุมชนและสังคม | |
| การเคารพสิทธิมนุษยชน | |
| อาชีวอนามัยและความปลอดภัย | |
| การบริหารจัดการและพัฒนาบุคลากร | |
| บรรษัทภิบาลและเศรษฐกิจ | |
| ความมั่นคงทางด้านเสถียรภาพและความพร้อมของการดำเนินการผลิต | |
| ความยืดหยุ่นในการดำเนินธุรกิจ | |
| การจัดการนวัตกรรม | |
| การกำกับดูแลกิจการที่ดี | |
| การบริหารจัดการความเสี่ยงและภาวะวิกฤติ และความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์และความเป็นส่วนตัวของข้อมูล | |
| การบริหารจัดการความสัมพันธ์ของลูกค้า | |
| การบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทาน | |
การเปลี่ยนแปลงประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืนจากปี 2568
ในปี 2567 บริษัทได้ระบุประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืนรวมทั้งสิ้น 14 ประเด็น ต่อมาในปี 2568 บริษัทได้ปรับโครงสร้างประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืนเพื่อให้สอดคล้องกับ กลยุทธ์ความยั่งยืนของ CKPower ประจำปี 2565-2569 ทั้ง 5 กลยุทธ์ โดยจำแนกประเด็นออกเป็น
- 9 ประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืน
- 5 ประเด็นพื้นฐานในการดำเนินธุรกิจ
การปรับโครงสร้างดังกล่าวเป็นผลจากการรับฟังความคิดเห็นของผู้มีส่วนได้เสียและการพิจารณาร่วมกับผู้บริหาร ซึ่งนำไปสู่การเพิ่ม 2 ประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืนที่เป็น Materiality Topics ได้แก่
- การกำกับดูแลกิจการที่ดี – เพื่อยกระดับการกำกับดูแลกิจการที่ดีมุ่งเน้นการเปิดเผยข้อมูลอย่างโปร่งใสต่อผู้มีส่วนได้เสียตลอดห่วงโซ่คุณค่า เพื่อเน้นย้ำถึงการผลิตพลังงานสะอาดที่ดำเนินงานภายใต้การกำกับดูแลกิจการที่ดีไปพร้อมกับการดำเนินธุรกิจ
- ความมั่นคงทางด้านเสถียรภาพและความพร้อมของการดำเนินการผลิต – เพื่อตอบสนองต่อความเชื่อมั่นของผู้มีส่วนได้เสียตามเป้าหมายการเป็นผู้ผลิตไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน ที่มีเสถียรภาพ มีความพร้อมของการดำเนินการผลิตและการจ่ายไฟให้ลูกค้าและระบบไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง
- การบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทาน – เพื่อดำเนินการยกระดับการบริหารจัดการคู่ค้า ผู้ค้า และผู้รับเหมาให้เป็นระบบ สอดคล้องกับการปรับปรุงขั้นตอนการทำงานของบริษัท ให้ครอบคลุมผู้มีส่วนได้เสียที่เป้
สำหรับประเด็นอื่น ๆ บริษัทได้ปรับให้อยู่ในกลุ่มประเด็นพื้นฐานในการดำเนินธุรกิจ ซึ่งเป็นประเด็นที่บริษัทมีแนวทางปฏิบัติที่สอดคล้องกับรูปแบบการดำเนินธุรกิจขององค์กรอยู่แล้ว
ขอบเขตผลกระทบประเด็นความยั่งยืนและกลุ่มผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้อง (GRI2-25)
มิติสิ่งแวดล้อม
| ประเด็นสำคัญ ด้านความยั่งยืน |
กลุ่มผู้มีส่วนได้เสีย ที่เกี่ยวข้อง |
ผลกระทบต่อ ผู้มีส่วนได้เสีย |
การเกิดผลกระทบ | ระดับผลกระทบ ทางการเงิน (5 ระดับ) |
แนวทางการจัดการ | SDGs | |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เกิดขึ้นแล้วในอดีตและปัจจุบัน (Actual) | มีโอกาสเกิดขึ้นในอนาคต (Potential) | ||||||
| มิติสิ่งแวดล้อม | |||||||
| การจัดการพลังงานและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ |
|
การลงทุนผลิตและใช้พลังงานหมุนเวียน รวมถึงการขยายธุรกิจผ่าน RECs ส่งผลเชิงบวกต่อผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม โดยช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เสริมเสถียรภาพด้านพลังงาน เพิ่มคุณภาพชีวิตของชุมชน สร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน และสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนขององค์กรและสังคมในระยะยาว
|
|
|
|
7.1, 7.2, 7.3 9.1, 9.4, 9.5 13.1, 13.2, 13.3 |
|
|
การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอาจส่งผลกระทบต่อน้ำฝนและแสงแดด กระทบต่อการผลิตไฟฟ้า และความต่อเนื่องในการ ส่งผลให้บริษัทจำเป็นต้องปรับกลยุทธ์และอาจต้องลงทุนเพิ่มเติมในการปรับปรุงระบบหรือเทคโนโลยีใหม่ เพื่อเสริมความมั่นคง ความเชื่อถือได้ และความยืดหยุ่นของการดำเนินงานในระยะยาว
|
|
|
|
||||
| ความหลากหลายทางชีวภาพ |
|
ความมุ่งมั่นของบริษัทในการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพตลอดห่วงโซ่คุณค่า สะท้อนถึงการดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและการกำกับดูแลที่ดี สร้างความเชื่อมั่นต่อผู้มีส่วนได้เสีย
|
ความไม่แน่นอนของปริมาณน้ำส่งผลกระทบโดยตรงต่อเสถียรภาพการผลิตไฟฟ้าพลังน้ำและความต่อเนื่องในการดำเนินงานของ CKP
|
|
|
15.1, 15.2, 15.3, 15.5, 15.9, 15.a
|
|
|
ถ้าบริษัทไม่มีการบริหารจัดการด้านความหลายหลายทางชีวภาพในการดำเนินธุรกิจของโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำ อาจจะส่งผลกระทบทางลบต่อระบบนิเวศ พื้นที่คุ้มครอง และพื้นที่อนุรักษ์ที่มีความอ่อนไหวกระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้มีส่วนได้เสียและการดำเนินโครงการในอนาคต
|
|
|
|
||||
มิติสังคม
| ประเด็นสำคัญ ด้านความยั่งยืน |
กลุ่มผู้มีส่วนได้เสีย ที่เกี่ยวข้อง |
ผลกระทบต่อ ผู้มีส่วนได้เสีย |
การเกิดผลกระทบ | ระดับผลกระทบ ทางการเงิน (5 ระดับ) |
แนวทางการจัดการ | SDGs | |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เกิดขึ้นแล้วในอดีตและปัจจุบัน (Actual) | มีโอกาสเกิดขึ้นในอนาคต (Potential) | ||||||
| มิติสังคม | |||||||
| การดูแลชุมชนและสังคม |
|
ช่วยให้ชุมชนมีความรับรู้ความเข้าใจในการทำงานของโรงไฟฟ้า เกิดความเข้าใจที่ดี ช่วยส่งเสริมการพัฒนาชุมชนและเพิ่มอาชีพ ลดการเกิดข้อพิพาทระหว่างบริษัทและชุมชนโดยรอบ รวมถึงส่งผลต่อภาพลักษณ์องค์กรที่ดี
|
|
|
|
3.4, 3.9 8.8, 8.9 11.4, 11.6 13.1, 13.2 |
|
|
การปฏิบัติงานของโรงไฟฟ้าอาจจะส่งผลต่อวิถีชีวิตชุมชน ความเป็นอยู่ของชุมชน และการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อม
|
|
|
|
||||
| การเคารพสิทธิมนุษยชน |
|
บริษัทดำเนินธุรกิจโดยเคารพสิทธิมนุษยชน โดยการส่งเสริมด้านสิทธิมนุษยชนช่วยให้เกิดการปฏิบัติอย่างเป็นธรรมกับผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม รวมถึงการส่งเสริมและสร้างความตระหนักรู้ให้แก่ผู้มีส่วนได้เสียในห่วงโซ่อุปทาน
|
|
|
|
5.1, 5.5, 5.6 10.2, 10.3, 10.4 |
|
|
การวางแผนโยกย้ายถิ่นฐานอาจส่งผลต่อคุณภาพชีวิต ความเป็นอยู่ และวิถีการดำรงชีพของชุมชนในพื้นที่โครงการ และอาจกระทบต่อสิทธิมนุษยชน ของชุมชนทำให้บริษัทจำเป็นต้องสร้างการมีส่วนร่วม ดูแลการชดเชยอย่างเป็นธรรม และรักษาความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้มีส่วนได้เสียในระยะยาว
|
|
|
|
||||
มิติบรรษัทภิบาลและเศรษฐกิจ
| ประเด็นสำคัญ ด้านความยั่งยืน |
กลุ่มผู้มีส่วนได้เสีย ที่เกี่ยวข้อง |
ผลกระทบต่อ ผู้มีส่วนได้เสีย |
การเกิดผลกระทบ | ระดับผลกระทบ ทางการเงิน (5 ระดับ) |
แนวทางการจัดการ | SDGs | |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เกิดขึ้นแล้วและปัจจุบัน (Actual) | มีโอกาสเกิดขึ้นในอนาคต (Potential) | ||||||
| มิติธรรมาภิบาลและเศรษฐกิจ | |||||||
| การกำกับดูแลกิจการที่ดี |
|
กรอบการกำกับดูแลกิจการที่เข้มแข็งช่วยให้การดำเนินงานของบริษัทสอดคล้องกับนโยบายและเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ที่กำหนดไว้ อีกทั้งยังเสริมสร้างความโปร่งใส ความรับผิดชอบ และการดำเนินงานอย่างมีจริยธรรมในทุกระดับขององค์กร |
|
|
|
12.6 16.3, 16.5, 16.6, 16.7, 16.10 17.16, 17.17 |
|
|
การแทรกแซงจากภาครัฐในบางกระบวนการอาจเพิ่มความซับซ้อนและระยะเวลาในการดำเนินธุรกิจ บริษัทติดตามและบริหารจัดการความเสี่ยงดังกล่าวอย่างเหมาะสมเพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างต่อเนื่องและถูกต้องตามกฎหมาย |
|
|
|
||||
| ความมั่นคงทางด้านเสถียรภาพและความพร้อมของการดำเนินการผลิต |
|
ความมั่นคงทางด้านเสถียรภาพและความพร้อมของการดำเนินการผลิตเกิดจากการบริหารจัดการทรัพยากร การวางแผนการซ่อมบำรุงอย่างมีประสิทธิภาพ |
|
|
|
8.2, 8.3, 8.8 9.1, 9.2, 9.4 12.6 |
|
|
การขาดระบบเริ่มเดินเครื่องผลิตไฟฟ้าได้ด้วยตนเองโดยไม่ต้องพึ่งพาไฟฟ้าจากระบบโครงข่ายภายนอก กระทบต่อความพร้อมในการดำเนินงาน การจ่ายไฟฟ้า และอาจะกระทบต่อสัญญาซื้อขายไฟฟ้าที่ต้องปฏิบัติตามกระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้มีส่วนได้เสีย |
|
|
|
||||
| การบริหารจัดการความเสี่ยงและวิกฤติและความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์และความเป็นส่วนตัวของข้อมูล |
|
การฝึกอบรมและการเสริมสร้างความรู้ที่มีประสิทธิภาพ พนักงานจะสามารถป้องกันตนเองจากภัยคุกคามทางไซเบอร์ได้ทั้งในการทำงานและในชีวิตส่วนตัว ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงจากการละเมิดกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และสนับสนุนสภาพแวดล้อมการทำงานที่มีความมั่นคงปลอดภัยและเป็นไปตามกฎหมายมากยิ่งขึ้น |
|
|
|
8.1, 8.6 16.3, 16.5, 16.6 |
|
|
ในกรณีที่การบริหารความเสี่ยงและการจัดการภาวะวิกฤตไม่มีประสิทธิภาพ อาจนำไปสู่การหยุดชะงักทางธุรกิจ สร้างความเดือดร้อนให้กับลูกค้า และอาจส่งผลให้เกิดการยกเลิกสัญญาหรือข้อเรียกร้องทางกฎหมาย นอกจากนี้ ยังอาจบีบให้ซัพพลายเออร์และผู้รับเหมาจำเป็นต้องปรับแผนโครงการอย่างกะทันหัน ส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ทางธุรกิจและความน่าเชื่อถือของบริษัท |
|
|
|
||||
| การบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทาน |
|
การมีแผนการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานที่มีประสิทธิภาพช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นและความน่าเชื่อถือขององค์กรในสายตาของผู้มีส่วนได้เสีย โดยสนับสนุนความต่อเนื่องทางธุรกิจ การส่งมอบที่มีเสถียรภาพ และการดำเนินงานอย่างโปร่งใสและรับผิดชอบ |
|
|
|
8.3, 8.8 9.1, 9.2, 9.4 12.2, 12.5, 12.6 16.5, 16.6, 16.7 17.16, 17.17 |
|
|
ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ความผันผวนราคาวัตถุดิบและอุปกรณ๋ และการหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทาน ส่งผลกระทบต่อความพร้อมในการจัดหาและต้นทุนของวัตถุดิบ เช่น ก๊าซธรรมชาติ หรืออุปกรณ์การซ่อมบำรุง กระทบต่อต้นทุนการผลิตและแผนการซ่อมบำรุง |
|
|
|
||||
| ความยืดหยุ่นในการดำเนินธุรกิจ |
|
การดำเนินธุรกิจที่มีความยืดหยุ่นช่วยให้บริษัทสามารถปรับตัวตามสภาวะแวดล้อมทางธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงได้อย่างมีประสิทธิภาพ เสริมสร้างความมั่นคงทางธุรกิจในระยะยาว ความยืดหยุ่นทางธุรกิจเพื่อตอบสนองทิศทางธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงช่วยให้บริษัทมีความมั่นคงในการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนในระยะยาว |
|
|
|
7.1, 7.2, 7.3 8.2, 8.4 9.1, 89.4 12.2, 12.6 13.1 |
|
|
หากบริษัทขาดความยืดหยุ่นในการดำเนินธุรกิจและไม่สามารถปรับตัวต่อความเสี่ยงในอนาคตได้ อาจส่งผลให้ขาดความสามารถในการแข่งขัน และกระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้มีส่วนได้เสียหากการดำเนินธุรกิจของบริษัทขาดความยืดหยุ่นและไม่สามารถรองรับความเสี่ยงในอนาคตได้ บริษัทจะไม่สามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลต่อความเชื่อมั่นของผู้มีส่วนได้เสีย |
|
|
|
|||
ประเด็นด้านสิทธิมนุษยชนได้รับการนำมาพิจารณา
- สิทธิในการมีชีวิต
- สิทธิในเสรีภาพและความปลอดภัยของร่างกาย จะถูกจับกุมหรือควบคุมโดยอำเภอใจมิได้ จะถูกลิดรอนเสรีภาพของตนมิได้ ยกเว้นโดยเหตุและโดยเป็นไปตามกระบวนการที่บัญญัติไว้ในกฎหมาย
- สิทธิที่จะไม่ตกเป็นทาสและแรงงานบังคับ / สิทธิที่บุคคลไม่ควรถูกปฏิบัติเยี่ยงทาส รวมทั้งการบังคับใช้แรงงาน
- สิทธิที่จะไม่ถูกกระทำการทรมาน การลงโทษที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม หรือ ย่ำยีศักดิ์ศรี
- สิทธิการระลึกถึงตัวตนของบุคคลก่อนการมีกฎหมาย / สิทธิในการได้รับความเท่าเทียมกับบุคคลอื่น และการเคารพความเป็นบุคคลของกันและกัน แม้ปราศจากซึ่งกฎหมายรองรับ
- สิทธิเท่าเทียมของบุคคลตามกฎหมาย ทั้งด้านการได้รับความคุ้มครองโดยกฎหมายอย่างเท่าเทียมกัน และไม่ถูกเลือกปฏิบัติ
- สิทธิในการเข้าถึงการเยียวยาที่มีประสิทธิผล
- สิทธิการได้รับกระบวนการทางศาลที่เป็นธรรม
- สิทธิในการแต่งงานและสร้างครอบครัว
- สิทธิในการเป็นเจ้าของทรัพย์สิน / สิทธิที่จะเป็นเจ้าของสิ่งของและทรัพย์สินของตนเอง และไม่มีใครมีสิทธิที่จะเอาทรัพย์สินของเราไปโดยที่เราไม่อนุญาต
- สิทธิในการมีอิสระทางความคิด และนับถือศาสนา
- สิทธิในการแสดงความคิดเห็น เข้าถึงข้อมูล และแสดงออก / สิทธิในการมีอิสรภาพที่จะพูดหรือแสดงออก ในสิ่งที่คิด และแบ่งปันความเห็นให้คนอื่นได้ทราบ รวมถึงได้รับข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้อง
- สิทธิในการชุมนุม / สิทธิในการมีเสรีภาพที่จะชุมนุมเพื่อร่วมกันทำงานที่สร้างสรรค์
- สิทธิในเสรีภาพในการรวมกันเป็นสมาคม เพื่อปกป้องประโยชน์ของตน
- สิทธิในการมีส่วนร่วมในชีวิตสาธารณะ / กิจกรรมสาธารณะ
- สิทธิในการเข้าถึงสวัสดิการสังคม เช่น ประกันสังคม
- สิทธิในการทำงาน
- สิทธิในการได้รับสภาพเงื่อนไขการทำงานที่เป็นธรรมและน่าพอใจ
- สิทธิในการก่อตั้ง เข้าร่วมสหภาพแรงงาน และการผนึกกำลังเพื่อปกป้องผลประโยชน์ในการทำงาน
- สิทธิที่จะได้รับการดำรงชีวิตที่ดี เช่น อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย ยารักษาโรค และการบริการสาธารณะ ที่จำเป็นสำหรับการดำรงชีวิตที่ดี
- สิทธิด้านสุขภาพ
- สิทธิด้านการศึกษา
- สิทธิในการเข้าร่วมวิถีชีวิตทางวัฒนธรรม ได้ประโยชน์จากความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ การพัฒนาทางวัตถุ และการรักษาสิทธิ
- สิทธิเสรีภาพในการกำหนดวิถีชีวิตตนเองและการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ
การสนับสนุุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนและการเข้าร่วมข้อตกลงโลกของสหประชาชาติ (GRI 2-23)
การขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านความยั่งยืนของบริษัทในทิศทางที่สอดคล้องและเป็นหนึ่งเดียวกัน เพื่อตอบสนองต่อการสร้างคุณค่าร่วมกับผู้มีส่วนได้เสียตลอดห่วงโซ่คุณค่า โดยยึดมั่นในความรับผิดชอบต่อโลกและสังคมอย่างแท้จริง บริษัทได้นำหลักการด้านความยั่งยืนและแนวคิดการดำเนินธุรกิจที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม สังคม เศรษฐกิจ และการกำกับดูแลกิจการที่ดี ตลอดจนหลักการด้านสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน ทั้งในระดับประเทศและระดับสากล มาปรับใช้ในการกำหนดกลยุทธ์ด้านการพัฒนาความยั่งยืน เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากลและสามารถนำไปปฏิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยบริษัทได้นำเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) และหลักการ UN Global Compact ขององค์การสหประชาชาติ มาประกอบการกำหนดเป้าหมายการดำเนินงานในมิติต่าง ๆ ของบริษัท โดยเชื่อมโยงกับ SDGs 13 เป้าหมาย จากทั้งหมด 17 เป้าหมาย เพื่อให้บริษัทมีทิศทางที่ชัดเจน มีเป้าหมายและตัวชี้วัดที่สอดคล้องและเหมาะสมกับเป้าหมาย SDGs รวมถึงวิสัยทัศน์ พันธกิจ ลักษณะการประกอบธุรกิจ แผนกลยุทธ์ และประเด็นสําคัญต่อความยั่งยืนและความคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสียเพื่อให้การดำเนินงานด้านความยั่งยืนเป็นไปอย่างรอบด้าน ครอบคลุม และสามารถสร้างผลกระทบเชิงบวกได้อย่างแท้จริง
![]() |
การเข้าร่วมข้อตกลงโลกแห่งสหประชาชาติ UNITED NATIONS GLOBAL COMPACTบริษัทตระหนักถึงบทบาทสำคัญของการเป็นส่วนหนึ่งของประชาคมโลกในฐานะบรรษัทพลเมืองที่ดี พร้อมมุ่งมั่นที่จะเป็นแรงผลักดันในการส่งเสริมและสร้างสรรค์สังคมที่มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ด้วยความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม โดยมุ่งมั่นที่จะส่งเสริมและสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของสังคม พร้อมทั้งดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม การเข้าร่วมเป็นสมาชิก ข้อตกลงโลกแห่งสหประชาชาติ (United Nations Global Compact: UN Global Compact) สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของบริษัทในการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนตามมาตรฐานสากล การเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงแห่งสหประชาชาติ (United Nations Global Compact: UN Global Compact) ในฐานะสมาชิกของบริษัท ไม่เพียงเป็นการยืนยันถึงการยึดมั่นใน หลักการสากล 10 ประการ ที่ครอบคลุมประเด็นสำคัญด้าน สิทธิมนุษยชน มาตรฐานแรงงาน การปกป้องสิ่งแวดล้อม และการต่อต้านการทุจริต แต่ยังมุ่งส่งเสริมการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบ โดยผนวกหลักการเหล่านี้เข้ากับการดำเนินงานขององค์กร เพื่อสร้างความยั่งยืนในทุกมิติ ทั้งในระดับองค์กรและระดับสังคม |
นอกจากนี้ CKPower ยังมุ่งมั่นที่จะมีส่วนร่วมในการสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวก เพื่อยกระดับมาตรฐานความยั่งยืนในระดับประเทศและระดับสากลอย่างแท้จริง ผ่านการดำเนินงานที่สอดคล้องกับเป้าหมายและความคาดหวังของประชาคมโลก
|
United Nations Global Compact: UN Global Compact ![]() |
บริษัทเข้าร่วมเป็นสมาชิก UN Global Compact ต่อเนื่องเป็นปีที่ 6 โดยดําเนินธุรกิจ สอดคล้องกับแนวทางข้อตกลงแห่งสหประชาชาติ ในฐานะสมาชิกภายใต้หลักสากล 10 ประการ ภายใต้ความรับผิดชอบพื้นฐานในประเด็นด้านสิทธิมนุษยชน มาตรฐานแรงงาน การปกป้องสิ่งแวดล้อม และการต่อต้านการทุจริต ![]() |
|
เครือข่ายคาร์บอนนิวทรัลประเทศไทย (Thailand Carbon Neutral Network: TCNN) ![]() |
บริษัทเข้าร่วมเป็นสมาชิกเครือข่ายคาร์บอนนิวทรัลประเทศไทย (Thailand Carbon Neutral Network: TCNN) และได้รับการรับรองเป็น องค์กรผู้นำด้านการจัดการก๊าซเรือนกระจก (Climate Action Leading Organization: CALO) ประเภทดีเด่น ประจำปี 2567 |
|
สมาคมพลังงานหมุนเวียนไทย (Thai Renewable Energy (RE100) Association) ![]() |
บริษัทเข้าร่วมเป็นสมาชิกสมาคมพลังงานหมุนเวียนไทย (Thai Renewable Energy (RE100) Association) |
|
สมาชิกประชาคมการเปิดเผยข้อมูลความยั่งยืน (Sustainability Disclosure Community: SDC) ![]() |
บริษัทเข้าร่วมเป็นสมาชิกประชาคมการเปิดเผยข้อมูลความยั่งยืน หรือ Sustainability Disclosure Community โดยสถาบันไทยพัฒน์ |
|
สมาชิกเครือข่าย CSR-DIW Network ![]() |
บริษัทเข้าร่วมเป็นสมาชิก CSR-DIW Network เครือข่ายสนับสนุน เพื่อโรงไฟฟ้าอยู่กับชุมชนได้อย่างยั่งยืน |
รายงานความยั่งยืน ปี 2568






