ผลกระทบต่อธุรกิจ

การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อธรรมชาติ สิ่งมีชีวิต และระบบนิเวศทั่วโลก สร้างความท้าทายสำคัญที่ธุรกิจต้องเผชิญ โดยเฉพาะธุรกิจด้านพลังงานซึ่งมีบทบาทสำคัญในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เพื่อบรรเทาผลกระทบจากวิกฤติดังกล่าว ประเทศไทยได้แสดงความมุ่งมั่นในการแก้ไขปัญหานี้ ด้วยการลงนามในความตกลงปารีส (Paris Agreement) ซึ่งมีเป้าหมายในการควบคุมการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิโลกให้อยู่ต่ำกว่า 1.5 องศาเซลเซียส และยังได้จัดทำแผนการมีส่วนร่วมที่ประเทศกำหนด (Nationally Determined Contribution: NDC) เพื่อเป็นแนวทางในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก พร้อมปรับตัวต่อผลกระทบจากสภาพภูมิอากาศที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้
สำหรับ CKPower ความท้าทายนี้ไม่ใช่เพียงภารกิจเชิงนโยบาย แต่ยังเป็นสิ่งสำคัญของการดำเนินธุรกิจเพื่อรับมือกับความเปลี่ยนแปลง บริษัทได้กำหนดกลยุทธ์ในการบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Greenhouse Gas Emissions) ภายในปี 2593 โดยเน้นการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดจากแหล่งพลังงานหมุนเวียน เช่น พลังน้ำ พลังแสงอาทิตย์ ทั้งนี้ ยังให้ความสำคัญกับการสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้มีส่วนได้เสีย ผ่านการรักษาเสถียรภาพในการส่งมอบไฟฟ้าสะอาด และการดำเนินธุรกิจที่โปร่งใส พร้อมทั้งสนับสนุนเป้าหมายในระดับสากลแรงผลักดันจากความท้าทายนี้ช่วยสร้างโอกาสสำคัญให้ CKPower ในการเป็นผู้นำด้านพลังงานหมุนเวียนในระดับภูมิภาค โดยสร้างผลกระทบเชิงบวกในการส่งมอบไฟฟ้าสะอาดอย่างยั่งยืน

ความท้าทายและโอกาส

การเปลี่ยนผ่านพลังงานอย่างยั่งยืนถือเป็นความท้าทายสำคัญของธุรกิจพลังงานในยุคที่การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศส่งผลกระทบในวงกว้าง บริษัทตระหนักถึงบทบาทสำคัญในการลดผลกระทบดังกล่าว โดยมุ่งเน้นการเพิ่มสัดส่วนการผลิตพลังงานหมุนเวียน เพื่อรองรับความต้องการไฟฟ้าสะอาดที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ บริษัทได้ส่งเสริมการจัดหาแหล่งเงินทุนเพื่อสิ่งแวดล้อม ผ่านการออกตราสารหนี้เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (Green Bond) และการนำใบรับรองเครดิตการผลิตพลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy Certificate: RECs) มาใช้เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานด้านพลังงานสะอาด

บริษัทเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับพระราชบัญญัติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งจะบังคับใช้ในปี 2569 โดยครอบคลุมทั้งการรายงานการปล่อยก๊าซเรือนกระจก มาตรการกำหนดราคาคาร์บอน เช่น ภาษีคาร์บอน และระบบซื้อขายสิทธิการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Emission Trading System: ETS) รวมถึงการพัฒนา Thailand Taxonomy ซึ่งจะช่วยให้บริษัทเข้าถึงสินเชื่อ Green Finance ได้สะดวกมากยิ่งขึ้น

ด้วยความมุ่งมั่นในแนวทางเหล่านี้ CKPower ให้ความสำคัญกับการประเมินความเสี่ยงด้านพลังงาน และการจัดการทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อสร้างความสมดุลระหว่างการลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการตอบสนองต่อความคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสียอย่างยั่งยืน

ความมุ่งมั่น

CKPower มุ่งมั่นบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2593 โดยมีแผนเพิ่มสัดส่วนการผลิตพลังงานหมุนเวียน เช่น พลังน้ำและพลังงานแสงอาทิตย์ ให้มากกว่าร้อยละ 95 ภายในปี 2586 บริษัทสนับสนุนการคิดค้นและพัฒนานวัตกรรมเพื่อลดการใช้พลังงาน เพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตไฟฟ้า และสร้างความตระหนักรู้ด้านการอนุรักษ์พลังงานตลอดห่วงโซ่คุณค่า

CKPower ใช้เป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนของสหประชาชาติ (Sustainable Development Goals: SDGs) เช่น เป้าหมายที่ 7: พลังงานสะอาดที่เข้าถึงได้ เป้าหมายที่ 13: การรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เป็นกรอบในการดำเนินธุรกิจที่เน้นการลงมือปฏิบัติร่วมกันเพื่อเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานอย่างยั่งยืน

ยิ่งไปกว่านั้น CKPower ยังตอบสนองต่อเป้าหมายของการประชุมรัฐภาคีอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศครั้งที่ 29 (COP29) โดยมุ่งรักษาระดับการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิพื้นผิวโลกไม่เกิน 1.5 องศาเซลเซียส พร้อมเดินหน้าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างต่อเนื่อง เพื่อสนับสนุนเป้าหมายการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในระยะยาว

แนวทางการบริหารจัดการ

1) นโยบาย (Policy)
2) กลยุทธ์และแผนกลยุทธ์

กลยุทธ์ด้านจัดการพลังงานและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

บริษัทมีความมุ่งมั่นที่จะเป็นหนึ่งในผู้ผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคพร้อมทั้งมีคาร์บอนฟุตพริ้นต์ต่ำที่สุดรายหนึ่ง โดยปัจจุบันบริษัทมีสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนคิดเป็นร้อยละ 93 ของการผลิตไฟฟ้าทั้งหมด ทั้งนี้ บริษัทได้ตั้งเป้าหมายเพิ่มสัดส่วนดังกล่าวให้มากกว่าร้อยละ 95 ภายในปี 2586 พร้อมมุ่งสู่การเป็นองค์กรที่ใช้ไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน 100% ภายในปีเดียวกัน

เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานดังกล่าว บริษัทได้พัฒนากลยุทธ์และแผนการจัดการด้านพลังงานและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Energy Management and Climate Change Roadmap)ซึ่งสอดคล้องกับมาตรฐานสากล เช่น

  • แนวปฏิบัติการเปิดเผยข้อมูลทางการเงินเกี่ยวกับสภาพภูมิอากาศ (TCFD)
  • การเปิดเผยข้อมูลด้านความยั่งยืนตามมาตรฐาน (IFRS S1)
  • มาตรฐานการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับสภาพภูมิอากาศ (IFRS S2)

บริษัทได้ดำเนินการ ประเมินความเสี่ยงและโอกาสด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อวางกลยุทธ์และกำหนดแผนงานที่มุ่งเน้นการบรรลุเป้าหมาย Net-Zero Greenhouse Gas Emissions อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเน้นการดำเนินงานใน 5 ด้านหลัก:

  1. การลดการใช้พลังงาน เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
  2. การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานในกระบวนการผลิตไฟฟ้า
  3. การเพิ่มสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน
  4. การเพิ่มการใช้ไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนในองค์กร
  5. การขยายโอกาสทางธุรกิจเพื่อการลงทุนสีเขียว

กลยุทธ์ดังกล่าวครอบคลุมการวางแผนในระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว เพื่อบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ โดยมีการกำกับดูแลที่มีประสิทธิภาพและการดำเนินงานอย่างยั่งยืน

กลยุทธ์ด้านจัดการพลังงานและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
กลยุทธ์ แผนดำเนินการระยะสั้น แผนดำเนินการระยะกลาง 5 ปี แผนดำเนินการระยะยาว
ลด
ลดการใช้พลังงาน
จัดทำฐานข้อมูลด้านการใช้พลังงานและการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขององค์กร
ประเมินความเสี่ยงและโอกาสจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในทุกปี
จัดทำกลยุทธ์ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
ประเมินความเสี่ยงและโอกาสจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในทุกปี
ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขององค์กร ร้อยละ 45 ภายในปี 2583
มุ่งสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2593
เพิ่ม
เพิ่มประสิทธิภาพ
ดำเนินมาตรการและขยายการลงทุนในโครงการที่ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
เพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานอย่างต่อเนื่อง
จัดทำโครงการอนุรักษ์พลังงานและลดต้นทุนด้านพลังงาน
เพิ่ม
เพิ่มสัดส่วนการผลิตไฟฟ้า
93% ลงทุนในโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนของกำลังการผลิตติดตั้งรวม
ขยายการลงทุนในโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนของกำลังการผลิตติดตั้งรวม
> 95% ขยายการลงทุนในโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนของกำลังการผลิตติดตั้งรวม
เพิ่ม
เพิ่มการใช้พลังงานหมุนเวียนในองค์กร
ใช้พลังงานหมุนเวียนทั้งหมดภายในองค์กรรวมถึง การใช้ใบรับรองการผลิตพลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy Certificate (REC))
ชดเชยการปล่อยก๊าซเรือนกระจกส่วนที่เหลือและเพิ่มการดูดซับก๊าซเรือนกระจก
เพิ่ม
เพิ่มโอกาสทางธุรกิจ
ออกตราสารหนี้เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (Green Bond) และขายใบรับรองเครดิตการผลิตพลังงานหมุนเวียน
เตรียมความพร้อมสำหรับประยุกต์ใช้กลไกการกำหนดราคาคาร์บอนภายในองค์กร (Internal Carbon Pricing)
ขยายธุรกิจใหม่ที่มุ่งเน้นใช้เทคโนโลยีด้านพลังงาหมุนเวียนที่ทันสมัยระดับโลก

แผนกลยุทธ์

การกำกับดูแลด้านจัดการพลังงานและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

บริษัทได้แต่งตั้ง คณะกรรมการกำกับดูแลด้านจัดการพลังงานและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยมี คณะกรรมการบรรษัทภิบาล บริหารความเสี่ยง และการพัฒนาอย่างยั่งยืน เป็นผู้กำหนดนโยบายเชิงกลยุทธ์ และดำเนินการผ่าน คณะกรรมการขับเคลื่อนความยั่งยืน (Sustainable Development Steering Committee) เพื่อกำหนดทิศทางและเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ตามนโยบายและกรอบการดำเนินงานด้านความยั่งยืนและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศให้สอดคล้องกับมาตรฐาน และแนวโน้มระดับสากล

รวมถึงการดำเนินงานและติดตามการกำกับดูแลด้านจัดการพลังงานและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศร่วมกับคณะทำงานความยั่งยืนจากทุกโรงไฟฟ้า โดยบริษัทได้กำหนดบทบาท หน้าที่ ตัวชี้วัด และผลตอบแทนให้ผู้บริหารของแต่ละพื้นที่ปฏิบัติการโรงไฟฟ้า ผู้ซึ่งปฏิบัติหน้าที่รับผิดชอบในการกำกับดูแลด้านความยั่งยืนและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศผ่านการติดตามการดำเนินงานให้เป็นไปตามเป้าหมายของบริษัท และร่วมกับคณะทำงานสนับสนุนการเปิดเผยด้านความยั่งยืนขององค์กร (Sustainability Supporting and Disclosure Working Team) โดยมีการรายงานผลการดำเนินงานต่อกรรมการบริษัททุกไตรมาส

เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานทางด้านความยั่งยืนและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ บริษัทได้จัดทำนโยบายอนุรักษ์พลังงาน นโยบายการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และกำหนดเป้าหมายด้านการลดการใช้พลังงานและการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขององค์กรที่ครอบคลุมทั้งอาคารสำนักงานและกระบวนการผลิต นอกจากนี้ยังส่งเสริมให้พนักงานคิดค้นนวัตกรรมที่ช่วยลดการใช้พลังงาน เพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตไฟฟ้า และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เพื่อสร้างความตระหนักสู่การลงมือทำด้านการอนุรักษ์พลังงานและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศให้กับทุกหน่วยงานของบริษัท อันเป็นแรงผลักดันสำคัญต่อการบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์

การบริหารความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

บริษัทได้มีการเตรียมความพร้อมรับมือความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ส่งผลกระทบทั่วโลก โดยดำเนินการประเมินความเสี่ยงและโอกาสจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่อาจเกิดขึ้น ซึ่งครอบคลุมการดำเนินธุรกิจทั้งประเทศไทย และสปป.ลาว พร้อมทั้งจำแนกกรอบเวลาระยะสั้น ระยะกลาง ระยะยาว นอกจากนี้ยังมีการระบุและจัดลำดับความสำคัญของความเสี่ยงและโอกาสเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อจัดทำแผนบรรเทาผลกระทบต่อธุรกิจและรับมือความเสี่ยงได้อย่างเหมาะสม ผลจากการประเมินความเสี่ยงได้ถูกผนวกเข้ากับกระบวนการบริหารความเสี่ยงขององค์กร เพื่อให้เกิดการจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้ บริษัทได้ดำเนินการตามแนวปฏิบัติการเปิดเผยข้อมูลทางการเงินเกี่ยวกับสภาพภูมิอากาศ (TCFD) การเปิดเผยข้อมูลด้านความยั่งยืนตามมาตรฐานเรื่องข้อกำหนดทั่วไปสำหรับการ เปิดเผยข้อมูลทางการเงินเกี่ยวกับความยั่งยืน (IFRS S1) และ มาตรฐานเรื่องการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับสภาพภูมิอากาศ (IFRS S2 ) เพื่อประเมินและกำหนดแนวทางการจัดการที่ชัดเจน สร้างความมั่นใจว่าบริษัทสามารถปรับตัวและเติบโตท่ามกลางความท้าทายด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

การดำเนินงานเพื่อเพิ่มโอกาสการลงทุนสีเขียวให้กับองค์กรในปี 2567
การขายใบรับรองการผลิตพลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy Certificate: RECs)

บริษัทได้เพิ่มโอกาสการลงทุนสีเขียวและสร้างรายได้เสริมผ่านการขายใบรับรองการผลิตพลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy Certificate: RECs) โดยจดทะเบียนเพื่อออกใบรับรอง RECs จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จากนั้นบริษัทสามารถสำรวจตลาดและขาย RECs ให้กับบริษัทที่ต้องการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขอบเขตที่ 2

กระบวนการนี้ไม่เพียงช่วยสนับสนุนการลดผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของผู้ซื้อ แต่ยังตอกย้ำการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมของบริษัท เสริมภาพลักษณ์องค์กรที่มุ่งมั่นด้านความยั่งยืน และสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ เพื่อสนับสนุนเป้าหมายด้านความยั่งยืนทั้งในระดับองค์กรและระดับประเทศ

กลไกราคาคาร์บอนภายในองค์กร (Internal Carbon Pricing: ICP)

บริษัทอยู่ระหว่างการศึกษากลไกการกำหนดราคาคาร์บอนภายในองค์กร (Internal Carbon Pricing: ICP) เพื่อนำมาประยุกต์ใช้ในกระบวนการดำเนินงาน โดยกลไกดังกล่าวจะช่วยให้บริษัทสามารถวิเคราะห์ต้นทุนและผลตอบแทนจากการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังช่วยเตรียมความพร้อมต่อกฎระเบียบของภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

ข้อมูลจาก ICP จะถูกนำมาใช้ในการกำหนดแผนกลยุทธ์และการบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจกเพื่อสนับสนุนเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของบริษัทอย่างยั่งยืน

เป้าหมายระยะยาว เป้าหมายปี 2567 และผลการดำเนินงานปี 2567
การจัดการพลังงานและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
หัวข้อ เป้าหมายระยะยาว เป้าหมายปี 2567 ผลการดำเนินงานปี 2567
การปล่อยก๊าซเรือนกระจกขององค์กร
(GRI 305)

ปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ในปี 2593
Net Zero
การปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางตรง ขอบเขตที่ 1
725,998.74
ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า
719,161.16
ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า
การปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อม ขอบเขตที่ 2
1,748.67
ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า
1,979.70
ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า
การปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อมอื่นๆ ขอบเขตที่ 3 (หมวดหมู่ที่ 3)
119,586.41
ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า
181,920.80
ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า
การปล่อยก๊าซเรือนกระจกขอบเขตที่ 1 และ 2 ต่อหน่วยการผลิต
0.0677
ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า/
เมกะวัตต์-ชั่วโมงพลังงานที่ผลิต
0.0689
ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า/
เมกะวัตต์-ชั่วโมงพลังงานที่ผลิต
การใช้พลังงาน
(GRI 302)

มุ่งสู่การเป็นองค์กรที่ใช้ไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน ภายในปี 2586
100%
สัดส่วนการใช้ไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน
93%
93%

เพิ่มสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน ภายในปี 2586
>95%
สัดส่วนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน
93%
93%
การใช้พลังงานขององค์กร
2,125,923.79
เมกะวัตต์-ชั่วโมง
2,115,423.22
เมกะวัตต์-ชั่วโมง
การใช้พลังงานต่อหน่วยการผลิต
0.20
เมกะวัตต์-ชั่วโมงที่ใช้
ต่อ เมกะวัตต์-ชั่วโมง
0.20
เมกะวัตต์-ชั่วโมงที่ใช้
ต่อ เมกะวัตต์-ชั่วโมง
ผลการดำเนินงานการจัดการพลังงานและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
เป้าหมาย
ผลการดำเนินงาน
ผลการดำเนินงานการจัดการพลังงานและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
ปริมาณการใช้พลังงานขององค์กร ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขององค์กรในขอบเขตที่ 1 ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขององค์กร
การใช้พลังงานต่อหน่วยการผลิต ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขององค์กรในขอบเขตที่ 2 การปล่อยก๊าซเรือนกระจกขององค์กรต่อหน่วยการผลิต

โครงการที่โดดเด่นในปี 2567

โรงไฟฟ้าบางปะอิน โคเจนเนอเรชัน ได้ดำเนินโครงการพัฒนาประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้า โดยลดการสูญเสียพลังงานในกระบวนการผลิตไฟฟ้า โครงการนี้มุ่งเน้นการตรวจสอบ วิเคราะห์ และปรับปรุงความดันของของไหลในแต่ละจุดของระบบท่อให้เหมาะสมที่สุดเพื่อช่วยลดการใช้พลังงานไฟฟ้าสำหรับเครื่องอัดก๊าซธรรมชาติ (Gas Compressor) ซึ่งทำหน้าที่เพิ่มความดันในระบบ

ผลลัพธ์ของโครงการในปี 2567
ลดการใช้พลังงานไฟฟ้าได้
688
เมกะวัตต์-ชั่วโมง
ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ถึง
343.9
ตันคาร์บอนไดออกไซด์
เทียบเท่าต่อปี
ลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานได้ถึง
2,561,520
บาท

ความสำเร็จของโครงการ:

โครงการนี้ไม่เพียงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตไฟฟ้า แต่ยังแสดงถึงความมุ่งมั่นของ CKPower ในการดำเนินธุรกิจที่ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและการจัดการพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนขององค์กร

โรงไฟฟ้าบางปะอิน โคเจนเนอเรชั่น ได้ริเริ่มโครงการเพื่อปรับปรุงการใช้พลังงานในช่วงเวลาที่ความต้องการไฟฟ้าต่ำ (Off Peak) โดยการหยุดการทำงานของพัดลมระบายความร้อน 1 เครื่อง ในช่วงเวลา 00:00-06:00 น. เพื่อลดการใช้พลังงานที่ไม่จำเป็น และเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการพลังงาน

ผลลัพธ์ของโครงการในปี 2567
เพิ่มความสามารถในการผลิตไฟฟ้า
ของกังหันไอน้ำจากเดิม เป็น
25.3
เมกะวัตต์
ผลิตไฟฟ้าเพิ่มขึ้น
จากการใช้ไอน้ำเหลือใช้
1.3
เมกะวัตต์
ลดการใช้พลังงาน
สำหรับการอัดก๊าซได้ถึง
1,422
เมกะวัตต์-ชั่วโมง
ช่วยลดต้นทุน
ด้านพลังงานได้ถึง
5,295,432
บาท
ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงได้
657.21
ตันคาร์บอนไดออกไซด์
เทียบเท่าต่อปี

ความสำเร็จของโครงการ:

โครงการนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ CKPower ในการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน พร้อมลดต้นทุนการดำเนินงาน และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ผ่านการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก นอกจากนี้ การปรับปรุงดังกล่าวยังช่วยเสริมสร้างความยั่งยืนของระบบปฏิบัติการในโรงไฟฟ้า ตอกย้ำความตั้งใจของบริษัทในการบรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืนและการบริหารจัดการพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ

โรงไฟฟ้าบางปะอิน โคเจนเนอเรชั่นได้เผชิญกับสถานการณ์ที่ลูกค้าไอน้ำลดปริมาณการใช้ไอน้ำลง ส่งผลให้เกิดไอน้ำเหลือใช้ในกระบวนการผลิต ซึ่งต้องปล่อยลงสู่เครื่องควบแน่น ทำให้เกิดการสูญเสียพลังงานจำนวนมาก บริษัทได้เล็งเห็นโอกาสในการนำไอน้ำส่วนเกินนี้กลับมาใช้ประโยชน์โดยการผลิตไฟฟ้า

การริเริ่มโครงการ:

บริษัทได้ดำเนิน โครงการศึกษาด้านวิศวกรรม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน โดยเน้นการปรับปรุงประสิทธิภาพของกังหันไอน้ำ และพัฒนาระบบควบคุมเพื่อให้สามารถใช้ไอน้ำเหลือใช้ในการผลิตไฟฟ้าเพิ่มเติมได้

ผลลัพธ์ของโครงการในปี 2567
ลดการใช้พลังงาน ได้ถึง
34.3
เมกะวัตต์-ชั่วโมงต่อปี
ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
43.52
ตันคาร์บอนไดออกไซด์
เทียบเท่าต่อปี
ประหยัดค่าใช้จ่าย ได้ถึง
350,648
บาทต่อปี
ยืดอายุการใช้งานอุปกรณ์ เช่น พัดลมระบายความร้อน
ช่วยลดความจำเป็นในการบำรุงรักษาและการเปลี่ยนอุปกรณ์

ความสำเร็จของโครงการ:

โครงการนี้แสดงถึงความมุ่งมั่นของ CKPower ในการพัฒนาประสิทธิภาพการใช้พลังงานและลดการสูญเสียพลังงานในกระบวนการผลิต โดยการนำทรัพยากรที่เหลือใช้มาปรับปรุงให้เกิดประโยชน์สูงสุด ทั้งนี้ โครงการยังช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ผ่านการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก พร้อมสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อความยั่งยืนขององค์กรและสังคมโดยรวม

โรงไฟฟ้าบางปะอิน โคเจนเนอเรชั่น ได้ดำเนิน โครงการปรับปรุงการบริหารจัดการระบบพัดลมดูดอากาศใน Cooling Tower เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานไฟฟ้าในกระบวนการผลิต โดยมุ่งเน้นการควบคุมการเปิด-ปิดพัดลมดูดอากาศ และการปรับการเดินเครื่องปั๊มส่งน้ำระบายความร้อน เพื่อให้เกิดการจัดการพลังงานและน้ำที่มีประสิทธิภาพสูงสุด

ผลลัพธ์ของโครงการในปี 2567
ลดการใช้พลังงานไฟฟ้าได้ถึง
86
เมกะวัตต์-ชั่วโมงต่อปี
ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ถึง
39.75
ตันคาร์บอนไดออกไซด์
เทียบเท่าต่อปี
ลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานได้ถึง
320,317
บาทต่อปี
ลดการสูญน้ำจากการระเหยในระบบ
Cooling Tower ผ่านการปรับปรุงการเดินเครื่อง

ความสำเร็จของโครงการ:

โครงการ Cooling Tower Optimization ไม่เพียงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานไฟฟ้าในระบบ Cooling Tower แต่ยังช่วยลดการสูญเสียน้ำและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างมีนัยสำคัญ การปรับปรุงดังกล่าวเป็นตัวอย่างของความมุ่งมั่นของ CKPower ในการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน และสอดคล้องกับเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกของบริษัท

ข้อดีของโครงการ:

  • ลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติและพลังงานในโรงไฟฟ้า
  • เสริมสร้างความเชื่อมั่นของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียต่อการดำเนินงานด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อมของบริษัท

ทีมวิศวกรของโรงไฟฟ้าบางปะอิน โคเจนเนอเรชั่น ได้ดำเนิน โครงการปรับปรุงระบบทำความสะอาดออนไลน์ (Online Water Wash) สำหรับระบบอัดอากาศของกังหันก๊าซ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน ลดการล้างระบบด้วยน้ำ และลดการใช้ทรัพยากร พร้อมรักษาประสิทธิภาพของระบบให้สูงสุด

ผลลัพธ์ของโครงการในปี 2567
ลดการใช้พลังงานได้ถึง
1,839
เมกะวัตต์-ชั่วโมงต่อปี
ลดการใช้น่้ำได้ถึง
40
ลูกบาศก์เมตรต่อปี
ประหยัดต้นทุนได้ถึง
6.83
ล้านบาทต่อปี
ลดการปล่อย
ก๊าซเรือนกระจกได้ถึง
847.37
ตันคาร์บอนไดออกไซด์
เทียบเท่าต่อปี

ความสำเร็จของโครงการ:

โครงการ Online Water Wash ไม่เพียงช่วยลดการใช้พลังงานและทรัพยากรน้ำ แต่ยังสะท้อนถึง ความมุ่งมั่นของ CKPower ในการพัฒนานวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน และการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โครงการนี้ยังช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือของระบบกังหันก๊าซ ลดความถี่ในการบำรุงรักษา และยืดอายุการใช้งานของอุปกรณ์ในกระบวนการผลิต

ข้อดีของโครงการ:

  • สนับสนุนเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกของบริษัท
  • ส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ
  • สอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืนในระดับองค์กร

ฝ่ายวิศวกรรมของ โรงไฟฟ้าบางปะอิน โคเจนเนอเรชั่น 1 ได้ตรวจพบปัญหาการสูญเสียพลังงานในกระบวนการทำงานของ เครื่องอัดก๊าซธรรมชาติ ซึ่งเกิดจากแรงดันก๊าซหลังการอัดที่สูงเกินความจำเป็น ทำให้ ระบบวาล์วส่งก๊าซกลับเข้าลูกสูบ ทำงานโดยไม่จำเป็น

เพื่อแก้ไขปัญหานี้ ทีมวิศวกรรมได้ศึกษาและปรับปรุง ระบบวาล์วก๊าซเข้าลูกสูบ โดยมุ่งเน้นการลดแรงดันก๊าซหลังการอัด ส่งผลให้ระบบวาล์วส่งก๊าซกลับไม่ทำงาน ลดการสูญเสียพลังงานในกระบวนการอัดก๊าซอย่างมีประสิทธิภาพ

ผลลัพธ์ของโครงการในปี 2567
ลดการใช้พลังงานไฟฟ้า
สำหรับเครื่องอัดก๊าซธรรมชาติ จาก 980 กิโลวัตต์
860
กิโลวัตต์
ลดการใช้พลังงานไฟฟ้า
ได้ประมาณ
375
เมกะวัตต์-ชั่วโมงต่อปี
ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ได้ถึง
109.95
ตันคาร์บอนไดออกไซด์ต่อปี
ประหยัดค่าใช้จ่าย ได้ถึง
885,000
บาทต่อปี

ความสำเร็จของโครงการ:

โครงการนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ CKPower ในการพัฒนากระบวนการผลิตพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ และลดการสูญเสียพลังงานในช่วง Off-Peak ซึ่งไม่เพียงช่วยลดต้นทุนและการใช้พลังงาน แต่ยังช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โครงการนี้ยังแสดงถึงศักยภาพของทีมวิศวกรรมในการนำนวัตกรรม มาประยุกต์ใช้เพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อทั้งองค์กรและสิ่งแวดล้อม

ข้อดีของโครงการ:

  • สนับสนุนเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขององค์กร
  • ลดต้นทุนการดำเนินงานในระยะยาว
  • สร้างภาพลักษณ์องค์กรที่มุ่งเน้นความยั่งยืนและการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ

โรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรี ได้ดำเนินการเปลี่ยนทดแทนรถยนต์ที่ใช้น้ำมันดีเซลเป็นรถยนต์พลังงานไฟฟ้า เพื่อสนับสนุนเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาดในองค์กร

ผลลัพธ์ของโครงการในปี 2567
  • เพิ่มเติมรถยนต์ไฟฟ้า 1 คัน รองรับงานรถยนต์ไฟฟ้าในปัจจุบัน ทั้งสิ้น 2 คัน
  • มีการใช้งานรถสามล้อไฟฟ้า 2 คัน
ระยะทางรวมที่รถยนต์ไฟฟ้า
และรถสามล้อไฟฟ้าใช้งานทั้งสิ้น
39,329.20
กิโลเมตร
เมื่อเทียบกับการใช้น้ำมันดีเซล
จะช่วยลดปริมาณการใช้น้ำมันดีเซลได้
4,712.39
ลิตร

ความสำเร็จของโครงการ:

โครงการรถพลังงานไฟฟ้าแสดงถึงความมุ่งมั่นของ CKPower ในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและส่งเสริมการใช้พลังงานหมุนเวียน โครงการนี้ช่วยลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล พร้อมทั้งสนับสนุนเป้าหมายด้านความยั่งยืนและการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมขององค์กร

ข้อดีของโครงการ:

  • สนับสนุนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในระยะยาว
  • เพิ่มการใช้พลังงานสะอาดในองค์กร
  • สร้างความตระหนักด้านความยั่งยืนในหมู่พนักงานและชุมชน

โรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรี ได้ดำเนินการปรับปรุงระบบการจัดการน้ำเพื่อการบำรุงรักษาสวน สนามหญ้า และต้นไม้ในพื้นที่ โดยเปลี่ยนจากการใช้รถบรรทุกน้ำมาเป็นการติดตั้งท่อน้ำ ให้ครอบคลุมพื้นที่ที่ต้องการ เพื่อลดการใช้พลังงานจากเชื้อเพลิงฟอสซิล

ผลลัพธ์ของโครงการในปี 2567
ลดการใช้น้ำมันดีเซลได้ถึง
330
ลิตรต่อเดือน
ลดความจำเป็นในการใช้รถบรรทุกน้ำ
ส่งผลให้ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการใช้เชื้อเพลิง
เพิ่มประสิทธิภาพการบำรุงรักษาพื้นที่สีเขียวในโรงไฟฟ้า

ความสำเร็จของโครงการ:

โครงการนี้แสดงถึงความมุ่งมั่นของ CKPower ในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ โดยการปรับปรุงระบบบำรุงรักษาพื้นที่สีเขียวด้วยการติดตั้งท่อน้ำช่วยลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล พร้อมทั้งลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน

ข้อดีของโครงการ:

  • สนับสนุนเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขององค์กร
  • ลดต้นทุนการดำเนินงานจากการใช้น้ำมันดีเซล
  • ส่งเสริมความยั่งยืนในกระบวนการบำรุงรักษาพื้นที่สีเขียว

โรงไฟฟ้าพลังน้ำ น้ำงึม 2 ได้ริเริ่มโครงการปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานของ Chiller เพื่อลดการใช้พลังงานไฟฟ้าภายในโรงไฟฟ้า และเพิ่มประสิทธิภาพของระบบทำความเย็น โดยโครงการนี้เริ่มต้นจากการศึกษาและตรวจสอบระบบ Chiller เดิม พบว่ามีความเสียหายของอุปกรณ์เนื่องจากการใช้งานมาเป็นเวลานาน

แนวทางการดำเนินโครงการ:

  • ดำเนินการซ่อมบำรุงและตรวจสอบระบบ Chiller อย่างละเอียด
  • หลังจากการตรวจสอบและวิเคราะห์แล้ว ได้สรุปแนวทางในการ เปลี่ยน Chiller ตัวใหม่ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและลดการใช้พลังงาน
  • เป้าหมายของโครงการคือ ลดการใช้พลังงานไฟฟ้าของ Chiller อย่างน้อย 3% จากระบบเดิม
เป้าหมายและระยะเวลาดำเนินโครงการ

โครงการปรับปรุง Chiller จะดำเนินการต่อเนื่อง และคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปี 2568

ผลที่คาดหวัง
ลดการใช้พลังงานไฟฟ้าภายในโรงไฟฟ้า
เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของระบบทำความเย็น
ลดต้นทุนด้านพลังงานในระยะยาว
และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างมีนัยสำคัญ

ความสำเร็จที่คาดหวัง:

โครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของความมุ่งมั่นของ CKPower ในการพัฒนาประสิทธิภาพการดำเนินงานผ่านการใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย พร้อมทั้งสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนขององค์กร โดยลดการใช้พลังงานและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

ข้อดีของโครงการ:

  • สร้างความมั่นใจในความพร้อมของระบบ Chiller ในระยะยาว
  • สนับสนุนเป้าหมาย Net Zero ขององค์กร
  • ลดการใช้ทรัพยากรไฟฟ้า พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานโดยรวม

ภาพรวมผลการดำเนินโครงการอนุรักษ์พลังงานในปี 2567

ภาพรวมผลการดำเนินโครงการอนุรักษ์พลังงานในปี 2567

ลดการใช้พลังงาน
4,444.3
เมกกะวัตต์-ชั่วโมง
4,770
ลิตร

ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
2,054.49
ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี

ลดต้นทุนด้านพลังงาน
16.59
ล้านบาท
สรุปผลการดำเนินโครงการในปี 2567
ชื่อโครงการ
ชนิดของพลังงานที่ลด ลดการใช้พลังงานลง ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี) ลดต้นทุนด้านพลังงาน (บาทต่อปี)
โครงการใช้รถยนต์ PHEV ทดแทน Internal Combustion Engine เชื้อเพลิง
58
ลิตร
0.155
190,643
โครงการลดความดันของก๊าซเชื้อเพลิง Lower Gas Pressure Better Heat Rate ไฟฟ้า
688
เมกะวัตต์-ชั่วโมงต่อปี
343.9
2,561,520
โครงการเพิ่มกำลังการผลิตเครื่องผลิตกระแสไฟฟ้ากังหันไอน้ำ ระยะที่ 2 ไฟฟ้า
1,422
เมกะวัตต์-ชั่วโมงต่อปี
657.21
5,295,432
โครงการหยุดพัดลมระบายความร้อนหอหล่อเย็นในช่วงเวลา 00:00-06:00 น. ไฟฟ้า
34.3
เมกะวัตต์-ชั่วโมงต่อปี
43.52
350,648
โครงการ Cooling Tower Optimization ไฟฟ้า
86
เมกะวัตต์-ชั่วโมงต่อปี
39.75
320,317
โครงการทำความสะอาดแบบออนไลน์ (Online Water Wash Project) ไฟฟ้า
1,839
เมกะวัตต์-ชั่วโมงต่อปี
847.37
6,830,000
โครงการลดการใช้พลังงานในเครื่องอัดก๊าซธรรมชาติ ช่วง OFFPEAK ไฟฟ้า
375
เมกะวัตต์-ชั่วโมงต่อปี
109.95
885,000
โครงการรถพลังงานไฟฟ้า เชื้อเพลิง
4,712.39
ลิตร
12.63
155,508
โครงการลดการใช้รถบรรทุกน้ำในการบำรุงรักษาสวน สนามหญ้า ต้นไม้ เชื้อเพลิง
อยู่ระหว่างดำเนินการ
อยู่ระหว่างดำเนินการ
อยู่ระหว่างดำเนินการ
โครงการปรับปรุงประสิทธิภาพ Chiller ไฟฟ้า
อยู่ระหว่างดำเนินการ
อยู่ระหว่างดำเนินการ
อยู่ระหว่างดำเนินการ