การจัดการพลังงานและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
ผลกระทบต่อธุรกิจ (GRI3-3, 201-2)
บริษัทได้กำหนดการบริหารจัดการพลังงานและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์องค์กร ภายใต้แนวคิด “Transition to Lasting Impact” โดยมุ่งเปลี่ยนผ่านจากการผลิตไฟฟ้าแบบดั้งเดิมไปสู่ระบบพลังงานหมุนเวียนที่สามารถสร้างผลลัพธ์เชิงบวกอย่างยั่งยืนต่อเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม บริษัทตั้งเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Greenhouse Gas Emissions) ภายในปี 2593 เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานในระยะยาว และตอบสนองต่อความคาดหวังของภาครัฐ นักลงทุน และผู้มีส่วนได้เสีย
แนวทางการดำเนินงานครอบคลุมการเพิ่มสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานสะอาด เช่น พลังงานน้ำและพลังงานแสงอาทิตย์ การสนับสนุนการใช้ใบรับรองเครดิตการผลิตพลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy Certificate: RECs) เพื่อยืนยันการใช้พลังงานสะอาดและลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO₂) รวมถึงการศึกษาการประยุต์ใช้เทคโนโลยีระบบกักเก็บพลังงาน (Battery Energy Storage System: BESS) และเทคโนโลยีไฮโดรเจน เพื่อเสริมเสถียรภาพของระบบไฟฟ้า เพิ่มความต่อเนื่องในการเข้าถึงพลังงานสะอาด และลดการพึ่งพาพลังงานจากฟอสซิลในระยะยาว
นอกจากนี้ บริษัทดำเนินการติดตาม ตรวจวัด และปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้พลังงานอย่างสม่ำเสมอในทุกกระบวนการดำเนินงาน ควบคู่กับการบริหารจัดการความร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจตลอดห่วงโซ่คุณค่า และการทำงานร่วมกับหน่วยงานกำกับดูแล เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานหมุนเวียนที่สามารถลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม และสร้างคุณค่าร่วมให้กับผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มอย่างยั่งยืน
ความท้าทายและโอกาส (GRI3-3, 201-2)
การเปลี่ยนผ่านสู่ระบบพลังงานอย่างยั่งยืนเป็นทั้งความท้าทายและโอกาสเชิงกลยุทธ์ของธุรกิจพลังงาน ท่ามกลางบริบทของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศส่งผลกระทบในวงกว้าง ต่อเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม บริษัทตระหนักถึงบทบาทของภาคพลังงานในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และการสนับสนุนการเติบโตของระบบพลังงานสะอาด โดยมุ่งเพิ่มสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน เพื่อรองรับความต้องการไฟฟ้าสะอาดที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการเปลี่ยนผ่านดังกล่าว เป็นโอกาสทางธุรกิจและความท้าทายด้านการบริหารผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ชุมชน และผู้มีส่วนได้เสีย รวมถึงประเด็นด้านสิทธิมนุษยชน
ในมิติด้านโอกาสทางการเงิน บริษัทส่งเสริมการเข้าถึงแหล่งเงินทุนเพื่อสิ่งแวดล้อมผ่านการใช้เครื่องมือทางการเงินที่สอดคล้องกับหลัก Green Finance อาทิ การออกตราสารหนี้เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (Green Bond) และการใช้ใบรับรองเครดิตการผลิตพลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy Certificate: RECs) เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานด้านพลังงานสะอาด ควบคู่กับการเตรียมความพร้อมต่อการเปลี่ยนแปลงด้านกฎระเบียบ โดยเฉพาะพระราชบัญญัติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งคาดว่าจะมีผลบังคับใช้ในปี 2569
กฎหมายดังกล่าวจะครอบคลุม การรายงานการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การกำหนดกลไกราคาคาร์บอน เช่น ภาษีคาร์บอน และระบบซื้อขายสิทธิการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Emission Trading System: ETS) รวมถึงการพัฒนา Thailand Taxonomy ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการเพิ่มความชัดเจนด้านการจัดประเภทกิจกรรมสีเขียว และเอื้อต่อการเข้าถึงแหล่งเงินทุนด้าน Green Finance อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ภายใต้บริบทดังกล่าว บริษัทให้ความสำคัญกับการบริหารความเสี่ยงด้านพลังงาน (Energy Risk Management) และความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างเป็นระบบ ครอบคลุมการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน การใช้ทรัพยากรอย่างเหมาะสม และการประเมินที่อาจส่งผลต่อการดำเนินงานและเสถียรภาพทางธุรกิจ เพื่อสร้างสมดุลระหว่างเป้าหมายด้านความยั่งยืน การเติบโตทางธุรกิจและความคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสียในระยะยาว
ความมุ่งมั่น (GRI3-3, 201-2)
บริษัทมุ่งมั่นบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Greenhouse Gas Emissions) ภายในปี 2593 โดยกำหนดเป้าหมายเพิ่มสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน เช่น พลังน้ำและพลังงานแสงอาทิตย์ ให้มากกว่าร้อยละ 95 ภายในปี 2586 เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบพลังงานคาร์บอนต่ำในระยะยาว
บริษัท ส่งเสริมการพัฒนาและประยุกต์ใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยี เพื่อลดการใช้พลังงาน เพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตไฟฟ้า และสนับสนุนการใช้ทรัพยากรอย่างเหมาะสม ควบคู่กับการสร้างความตระหนักรู้ด้านการอนุรักษ์พลังงานตลอดห่วงโซ่คุณค่า
การดำเนินธุรกิจของบริษัทอ้างอิงกรอบเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนของสหประชาชาติ (Sustainable Development Goals: SDGs) โดยเฉพาะเป้าหมายที่ 7: พลังงานสะอาดที่เข้าถึงได้ เป้าหมายที่ 13: การรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เป็นกรอบในการกำหนดทิศทางการดำเนินงานที่เน้นการลงมือปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมแสดงความมุ่งมั่นด้านความโปร่งใสผ่านการเปิดเผยข้อมูลด้านความยั่งยืน ภายใต้ Sustainability Disclosure Community (SDC) ของสถาบันไทยพัฒน์ และการดำเนินงานให้สอดคล้องกับมาตรฐานด้านความยั่งยืนในระดับสากล
นอกจากนี้ บริษัทยังเป็นสมาชิกอย่างต่อเนื่องของสมาคมพลังงานหมุนเวียนไทย (Thai Renewable Energy: RE100) ในฐานะสมาชิก RE100 เพื่อสนับสนุนการเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด และตอบสนองต่อเป้าหมายระดับโลกในการจำกัดการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิโลกไม่เกิน 1.5 องศาเซลเซียส
บริษัทบูรณาการเกณฑ์ด้านสภาพภูมิอากาศที่สอดคล้องกับความตกลงปารีส (Paris Agreement) ไว้ในกระบวนการตัดสินใจลงทุนในธุรกิจพลังงานหมุนเวียน และดำเนินงานตามแผนงานมุ่งสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net-Zero Roadmap) เพื่อทยอยลดการพึ่งพาพลังงานจากเชื้อเพลิงฟอสซิลอย่างเป็นระบบและรูปธรรม
แนวทางการบริหารจัดการ (GRI3-3, 201-2)
1) นโยบาย (Policy)
2) กลยุทธ์และแผนกลยุทธ์
กลยุทธ์ด้านจัดการพลังงานและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
บริษัทมีความมุ่งมั่นที่จะเป็นหนึ่งในผู้ผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคพร้อมทั้งมีคาร์บอนฟุตพริ้นต์ต่ำที่สุดรายหนึ่ง โดยปัจจุบันบริษัทมีสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนคิดเป็นร้อยละ 93 ของการผลิตไฟฟ้าทั้งหมด ทั้งนี้ บริษัทได้ตั้งเป้าหมายเพิ่มสัดส่วนดังกล่าวให้มากกว่าร้อยละ 95 ภายในปี 2586 พร้อมมุ่งสู่การเป็นองค์กรที่ใช้ไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน 100% ภายในปีเดียวกัน เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานดังกล่าว บริษัทได้พัฒนากลยุทธ์และแผนการจัดการด้านพลังงานและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Energy Management and Climate Change Roadmap)ซึ่งสอดคล้องกับมาตรฐานสากล เช่น
- แนวปฏิบัติการเปิดเผยข้อมูลทางการเงินเกี่ยวกับสภาพภูมิอากาศ (TCFD)
- การเปิดเผยข้อมูลด้านความยั่งยืนตามมาตรฐาน (IFRS S1)
- มาตรฐานการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับสภาพภูมิอากาศ (IFRS S2)
บริษัทได้ดำเนินการ ประเมินความเสี่ยงและโอกาสด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อวางกลยุทธ์และกำหนดแผนงานที่มุ่งเน้นการบรรลุเป้าหมาย Net-Zero Greenhouse Gas Emissions อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเน้นการดำเนินงานใน 5 ด้านหลัก:
- การลดการใช้พลังงาน เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
- การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานในกระบวนการผลิตไฟฟ้า
- การเพิ่มสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน
- การเพิ่มการใช้ไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนในองค์กร
- การขยายโอกาสทางธุรกิจเพื่อการลงทุนสีเขียว
กลยุทธ์ดังกล่าวครอบคลุมการวางแผนในระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว เพื่อบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ โดยมีการกำกับดูแลที่มีประสิทธิภาพและการดำเนินงานอย่างยั่งยืน
กลยุทธ์ด้านจัดการพลังงานและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ |
||||||
|---|---|---|---|---|---|---|
| กลยุทธ์ | แผนดำเนินการระยะสั้น | แผนดำเนินการระยะกลาง 5 ปี | แผนดำเนินการระยะยาว | |||
|
ลด
ลดการใช้พลังงาน
|
จัดทำฐานข้อมูลด้านการใช้พลังงานและการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขององค์กร
|
ประเมินความเสี่ยงและโอกาสจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในทุกปี
|
จัดทำกลยุทธ์ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
|
ประเมินความเสี่ยงและโอกาสจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในทุกปี
|
ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขององค์กร ร้อยละ 45 ภายในปี 2583
|
มุ่งสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2593
|
|
เพิ่ม
เพิ่มประสิทธิภาพ
|
ดำเนินมาตรการและขยายการลงทุนในโครงการที่ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
|
เพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานอย่างต่อเนื่อง
|
จัดทำโครงการอนุรักษ์พลังงานและลดต้นทุนด้านพลังงาน
|
|||
|
เพิ่ม
เพิ่มสัดส่วนกำลังการผลิตติดตั้งพลังงานหมุนเวียน
|
93% ลงทุนในโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนของกำลังการผลิตติดตั้งรวม
|
ขยายการลงทุนในโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนของกำลังการผลิตติดตั้งรวม
|
> 95% ขยายการลงทุนในโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนของกำลังการผลิตติดตั้งรวม
|
|||
|
เพิ่ม
เพิ่มการใช้พลังงานหมุนเวียนในองค์กร
|
ใช้พลังงานหมุนเวียนทั้งหมดภายในองค์กรรวมถึง การใช้ใบรับรองการผลิตพลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy Certificate (REC))
|
ชดเชยการปล่อยก๊าซเรือนกระจกส่วนที่เหลือและเพิ่มการดูดซับก๊าซเรือนกระจก
|
||||
|
เพิ่ม
เพิ่มโอกาสทางธุรกิจ
|
ออกตราสารหนี้เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (Green Bond)
|
เตรียมความพร้อมสำหรับประยุกต์ใช้กลไกการกำหนดราคาคาร์บอนภายในองค์กร (Internal Carbon Pricing)
|
ขยายธุรกิจใหม่ที่มุ่งเน้นใช้เทคโนโลยีด้านพลังงาหมุนเวียนที่ทันสมัยระดับโลก
|
|||
แผนกลยุทธ์
การกำกับดูแลด้านจัดการพลังงานและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
บริษัทได้แต่งตั้ง คณะกรรมการกำกับดูแลด้านจัดการพลังงานและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยมี คณะกรรมการบรรษัทภิบาล บริหารความเสี่ยง และการพัฒนาอย่างยั่งยืน เป็นผู้กำหนดนโยบายเชิงกลยุทธ์ และดำเนินการผ่าน คณะกรรมการขับเคลื่อนความยั่งยืน (Sustainable Development Steering Committee) เพื่อกำหนดทิศทางและเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ตามนโยบายและกรอบการดำเนินงานด้านความยั่งยืนและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศให้สอดคล้องกับมาตรฐาน และแนวโน้มระดับสากล
รวมถึงการดำเนินงานและติดตามการกำกับดูแลด้านจัดการพลังงานและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศร่วมกับคณะทำงานความยั่งยืนจากทุกโรงไฟฟ้า โดยบริษัทได้กำหนดบทบาท หน้าที่ ตัวชี้วัด และผลตอบแทนให้ผู้บริหารของแต่ละพื้นที่ปฏิบัติการโรงไฟฟ้า ผู้ซึ่งปฏิบัติหน้าที่รับผิดชอบในการกำกับดูแลด้านความยั่งยืนและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศผ่านการติดตามการดำเนินงานให้เป็นไปตามเป้าหมายของบริษัท และร่วมกับคณะทำงานสนับสนุนการเปิดเผยด้านความยั่งยืนขององค์กร (Sustainability Supporting and Disclosure Working Team) โดยมีการรายงานผลการดำเนินงานต่อกรรมการบริษัททุกไตรมาส
เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานทางด้านความยั่งยืนและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ บริษัทได้จัดทำนโยบายอนุรักษ์พลังงาน นโยบายการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และกำหนดเป้าหมายด้านการลดการใช้พลังงานและการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขององค์กรที่ครอบคลุมทั้งอาคารสำนักงานและกระบวนการผลิต นอกจากนี้ยังส่งเสริมให้พนักงานคิดค้นนวัตกรรมที่ช่วยลดการใช้พลังงาน เพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตไฟฟ้า และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เพื่อสร้างความตระหนักสู่การลงมือทำด้านการอนุรักษ์พลังงานและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศให้กับทุกหน่วยงานของบริษัท อันเป็นแรงผลักดันสำคัญต่อการบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์
การบริหารความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
บริษัทได้มีการเตรียมความพร้อมรับมือความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ส่งผลกระทบทั่วโลก โดยดำเนินการประเมินความเสี่ยงและโอกาสจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่อาจเกิดขึ้น ซึ่งครอบคลุมการดำเนินธุรกิจทั้งประเทศไทย และสปป.ลาว พร้อมทั้งจำแนกกรอบเวลาระยะสั้น ระยะกลาง ระยะยาว นอกจากนี้ยังมีการระบุและจัดลำดับความสำคัญของความเสี่ยงและโอกาสเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อจัดทำแผนบรรเทาผลกระทบต่อธุรกิจและรับมือความเสี่ยงได้อย่างเหมาะสม ผลจากการประเมินความเสี่ยงได้ถูกผนวกเข้ากับกระบวนการบริหารความเสี่ยงขององค์กร เพื่อให้เกิดการจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ
ทั้งนี้ บริษัทได้ดำเนินการตามแนวปฏิบัติการเปิดเผยข้อมูลทางการเงินเกี่ยวกับสภาพภูมิอากาศ (TCFD) การเปิดเผยข้อมูลด้านความยั่งยืนตามมาตรฐานเรื่องข้อกำหนดทั่วไปสำหรับการ เปิดเผยข้อมูลทางการเงินเกี่ยวกับความยั่งยืน (IFRS S1) และ มาตรฐานเรื่องการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับสภาพภูมิอากาศ (IFRS S2 ) เพื่อประเมินและกำหนดแนวทางการจัดการที่ชัดเจน สร้างความมั่นใจว่าบริษัทสามารถปรับตัวและเติบโตท่ามกลางความท้าทายด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
การดำเนินงานเพื่อเพิ่มโอกาสการลงทุนสีเขียวให้กับองค์กรในปี 2568
ใบรับรองเครดิตการผลิตพลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy Certificate: RECs)
บริษัทขยายโอกาสการลงทุนสีเขียวและสร้างรายได้เสริมผ่านการออกและจำหน่ายใบรับรองเครดิตการผลิตพลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy Certificate: RECs) โดยจดทะเบียนการออกใบรับรอง REC จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามเกณฑ์ที่กำหนด เพื่อยืนยันว่าการผลิตไฟฟ้าจากแหล่งพลังงานหมุนเวียนอย่างถูกต้อง โปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้
ภายหลังการออกใบรับรอง บริษัทสามารถจำหน่าย REC ให้แก่ลูกค้าองค์กรที่มีความต้องการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขอบเขตที่ 2 (Scope 2) จากการใช้พลังงานไฟฟ้าซึ่งช่วยสนับสนุนการดำเนินงานด้านสภาพภูมิอากาศของภาคธุรกิจ ควบคู่กับการส่งเสริมตลาดพลังงานสะอาดในประเทศ
การดำเนินงานดังกล่าวไม่เพียงสนับสนุนผู้ซื้อในการบรรลุเป้าหมายด้านการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก แต่ยังสะท้อนความมุ่งมั่นของบริษัทในการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม เสริมสร้างภาพลักษณ์องค์กรด้านความยั่งยืน และต่อยอดโอกาสทางธุรกิจใหม่ที่สนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดทั้งในระดับองค์กรและระดับประเทศ
การออกหุ้นกู้เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (Green Bond)
ในปี 2568 บริษัทออกหุ้นกู้เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (Green Bond) มูลค่า 9,000 ล้านบาท โดยแบ่งเป็น ของบริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) จำนวน 5,000 ล้านบาท และของบริษัท ไซยะบุรี พาวเวอร์ จำกัด จำนวน 4,000 ล้านบาท เพื่อใช้เป็นเครื่องมือเชิงกลยุทธ์ในการสนับสนุนการลงทุนด้านพลังงานสะอาดและการบริหารจัดการความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
เงินที่ได้จากการระดมทุนจะถูก จัดสรรให้กับโครงการพลังงานหมุนเวียนและกิจกรรมที่มีส่วนช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกโดยตรง ซึ่งสะท้อน การบูรณาการประเด็นด้านสภาพภูมิอากาศเข้ากับกระบวนการตัดสินใจทางการเงินและการจัดสรรเงินทุน (capital allocation) ของบริษัท
การออก Green Bond ดังกล่าว สอดคล้องกับแนวทางการบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และความยั่งยืนตามหลัก FTSE Russell ESG และแนวคิด Climate Risk Integration โดยสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ และการดำเนินงานตามเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) อย่างเป็นระบบและต่อเนื่องในระยะยาว
เป้าหมายระยะยาว เป้าหมายปี 2568 และผลการดำเนินงานปี 2568
(GRI3-3, 302-1, 302-3, 302-4, 302-5, 305-1, 305-2 303-3, 305-4, 303-5)
| การจัดการพลังงานและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ | ||||||||
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| หัวข้อ | เป้าหมายระยะยาว | เป้าหมายปี 2568 | ผลการดำเนินงานปี 2568 | |||||
การใช้พลังงาน
|
มุ่งสู่การเป็นองค์กรที่ใช้ไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน ภายในปี 2586 100% |
สัดส่วนการใช้ไฟฟ้าภายในองค์กรจากพลังงานหมุนเวียน |
93% |
95%
|
||||
| เพิ่มสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน ภายในปี 2586 >95% |
สัดส่วนกำลังการผลิตติดตั้งพลังงานหมุนเวียน |
93% |
93% |
|||||
| การใช้พลังงานขององค์กร |
2,125,923.79
|
2,097,828.73
|
||||||
| การใช้พลังงานต่อหน่วยการผลิต |
0.20
|
0.17
|
||||||
การปล่อยก๊าซเรือนกระจกขององค์กร
|
ปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ในปี 2593 Net Zero |
การปล่อยก๊าซเรือนกระจกขององค์กร |
718,478.59
|
702,884.33
|
||||
การปล่อยก๊าซเรือนกระจกขององค์กรต่ำกว่าเป้าหมาย
15,594.26
|
||||||||
| การปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางตรง ขอบเขตที่ 1 |
716,450.53
|
701,453.51
|
||||||
| การปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อม ขอบเขตที่ 2 |
2,028.06
|
1,430.82
|
||||||
| การปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อมอื่นๆ ขอบเขตที่ 3 (หมวดหมู่ที่ 3) |
185,000
|
183,158.50
|
||||||
| การปล่อยก๊าซเรือนกระจกขอบเขตที่ 1 และ 2 ต่อหน่วยการผลิต |
0.0669
|
0.0572
|
||||||
ผลการดำเนินงานการจัดการพลังงานและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
(GRI302-1, 302-3, 305-1, 305-2, 305-4)
| ผลการดำเนินงานการจัดการพลังงานและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ | ||
|---|---|---|
| ปริมาณการใช้พลังงานขององค์กร | ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขององค์กรในขอบเขตที่ 1 | ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขององค์กร |
| การใช้พลังงานต่อหน่วยการผลิต | ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขององค์กรในขอบเขตที่ 2 | การปล่อยก๊าซเรือนกระจกขององค์กรต่อหน่วยการผลิต |
โครงการที่โดดเด่นในปี 2568 (GRI 302-4, 302-5)
ในปี 2568 CKPower ดำเนินโครงการเพิ่มประสิทธิภาพพลังงานและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในโรงไฟฟ้าหลัก ครอบคลุมการใช้พลังงาน ไฟฟ้า น้ำ และยานพาหนะ รวม 12 โครงการ ดังนี้
1) โครงการลดความดันของก๊าซเชื้อเพลิง
-597.99 MWh |
-278.40 tCO2e |
-1.45 ลบ./ปี
โครงการลดความดันของก๊าซเชื้อเพลิง : โรงไฟฟ้าบางปะอิน โคเจนเนอเรชั่น ได้ดำเนินโครงการพัฒนาประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้า โดยลดการสูญเสียพลังงานในกระบวนการผลิตไฟฟ้า โครงการนี้มุ่งเน้นการตรวจสอบ วิเคราะห์ และปรับปรุงความดันของของไหลในแต่ละจุดของระบบท่อให้เหมาะสมที่สุดเพื่อช่วยลดการใช้พลังงานไฟฟ้าสำหรับเครื่องอัดก๊าซธรรมชาติ (Gas Compressor) ซึ่งทำหน้าที่เพิ่มความดันในระบบ

ผลลัพธ์ของโครงการในปี 2568
597.99
เมกะวัตต์-ชั่วโมง
278.40
ตันคาร์บอนไดออกไซด์
เทียบเท่า
1,447,751
บาท
ความสำเร็จของโครงการ:
โครงการช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้า ลดการใช้พลังงานและการปล่อยก๊าซเรือนกระจก พร้อมสนับสนุนเป้าหมายการจัดการพลังงานและการมุ่งสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ของ CKPower
2) โครงการหยุดพัดลมระบายความร้อนหอหล่อเย็น
-322.46 MWh |
-149.05 tCO2e |
-0.78 ลบ./ปี
โครงการหยุดพัดลมระบายความร้อนหอหล่อเย็น ในช่วงเวลา 00:00-06:00 น.: โรงไฟฟ้าบางปะอิน โคเจนเนอเรชั่น ได้ริเริ่มโครงการเพื่อปรับปรุงการใช้พลังงานในช่วงเวลาที่ความต้องการไฟฟ้าต่ำ (Off Peak) โดยการหยุดการทำงานของพัดลมระบายความร้อน 1 เครื่อง ในช่วงเวลา 00:00-06:00 น. เพื่อลดการใช้พลังงานที่ไม่จำเป็น และเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการพลังงาน

ผลลัพธ์ของโครงการในปี 2568
322.46
เมกะวัตต์-ชั่วโมง
149.05
ตันคาร์บอนไดออกไซด์
เทียบเท่า
775,090
บาท
ความสำเร็จของโครงการ:
โครงการนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ CKPower ในการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน พร้อมลดต้นทุนการดำเนินงาน และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ผ่านการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก นอกจากนี้ การปรับปรุงดังกล่าวยังช่วยเสริมสร้างความยั่งยืนของระบบปฏิบัติการในโรงไฟฟ้า ตอกย้ำความตั้งใจของบริษัทในการบรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืนและการบริหารจัดการพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ
3) โครงการเพิ่มกำลังการผลิตเครื่องผลิตกระแสไฟฟ้ากังหันไอน้ำ ระยะที่ 2
-3,202.00 MWh |
-1,479.85 tCO2e |
7.7 ลบ./ปี
โครงการเพิ่มกำลังการผลิตเครื่องผลิตกระแสไฟฟ้ากังหันไอน้ำ ระยะที่ 2 : โรงไฟฟ้าบางปะอิน โคเจนเนอเรชั่นได้เผชิญกับสถานการณ์ที่ลูกค้าไอน้ำลดปริมาณการใช้ไอน้ำลง ส่งผลให้เกิดไอน้ำเหลือใช้ในกระบวนการผลิต ซึ่งต้องปล่อยลงสู่เครื่องควบแน่น ทำให้เกิดการสูญเสียพลังงานจำนวนมาก บริษัทได้เล็งเห็นโอกาสในการนำไอน้ำส่วนเกินนี้กลับมาใช้ประโยชน์โดยการผลิตไฟฟ้า

การริเริ่มโครงการ:
บริษัทได้ดำเนิน โครงการศึกษาด้านวิศวกรรม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน โดยเน้นการปรับปรุงประสิทธิภาพของกังหันไอน้ำ และพัฒนาระบบควบคุมเพื่อให้สามารถใช้ไอน้ำเหลือใช้ในการผลิตไฟฟ้าเพิ่มเติมได้
ผลลัพธ์ของโครงการในปี 2568
25.30
เมกะวัตต์
1.30
เมกะวัตต์
3,202.00
เมกะวัตต์-ชั่วโมง
7,695,617
บาท
1,479.85
ตันคาร์บอนไดออกไซด์
เทียบเท่า
ความสำเร็จของโครงการ:
โครงการนี้แสดงถึงความมุ่งมั่นของ CKPower ในการพัฒนาประสิทธิภาพการใช้พลังงานและลดการสูญเสียพลังงานในกระบวนการผลิต โดยการนำทรัพยากรที่เหลือใช้มาปรับปรุงให้เกิดประโยชน์สูงสุด ทั้งนี้ โครงการยังช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ผ่านการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก พร้อมสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อความยั่งยืนขององค์กรและสังคมโดยรวม
4) โครงการปรับปรุงระบบ Cooling Tower
-222.54 MWh |
-103.60 tCO2e |
-0.54 ลบ./ปี
โครงการปรับปรุงระบบ Cooling Tower : โรงไฟฟ้าบางปะอิน โคเจนเนอเรชั่น ได้ดำเนิน โครงการปรับปรุงการบริหารจัดการระบบพัดลมดูดอากาศใน Cooling Tower เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานไฟฟ้าในกระบวนการผลิต โดยมุ่งเน้นการควบคุมการเปิด-ปิดพัดลมดูดอากาศ และการปรับการเดินเครื่องปั๊มส่งน้ำระบายความร้อน เพื่อให้เกิดการจัดการพลังงานและน้ำที่มีประสิทธิภาพสูงสุด

ผลลัพธ์ของโครงการในปี 2568
222.54
เมกะวัตต์-ชั่วโมง
103.60
ตันคาร์บอนไดออกไซด์
เทียบเท่า
538,770
บาท
Cooling Tower ผ่านการปรับปรุงการเดินเครื่อง
ความสำเร็จของโครงการ:
โครงการ Cooling Tower Optimization ไม่เพียงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานไฟฟ้าในระบบ Cooling Tower แต่ยังช่วยลดการสูญเสียน้ำและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างมีนัยสำคัญ การปรับปรุงดังกล่าวเป็นตัวอย่างของความมุ่งมั่นของ CKPower ในการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน และสอดคล้องกับเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกของบริษัท
ข้อดีของโครงการ:
- ลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติและพลังงานในโรงไฟฟ้า
- เสริมสร้างความเชื่อมั่นของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียต่อการดำเนินงานด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อมของบริษัท
5) โครงการปรับปรุงระบบทำความสะอาดระบบอัดอากาศของกังหันก๊าซแบบออนไลน์
-1,553.42 MWh |
-723.21 tCO2e |
-3.76 ลบ./ปี
โครงการปรับปรุงระบบทำความสะอาดระบบอัดอากาศของกังหันก๊าซแบบออนไลน์ : โรงไฟฟ้าบางปะอิน โคเจนเนอเรชั่น ได้ดำเนิน โครงการปรับปรุงระบบทำความสะอาดออนไลน์ (Online Water Wash) สำหรับระบบอัดอากาศของกังหันก๊าซ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน ลดการล้างระบบด้วยน้ำ และลดการใช้ทรัพยากร พร้อมรักษาประสิทธิภาพของระบบให้สูงสุด

ผลลัพธ์ของโครงการในปี 2568
1,553.42
เมกะวัตต์-ชั่วโมง
183.13
ลูกบาศก์เมตร
3,760,897
บาท
ก๊าซเรือนกระจกได้ถึง
723.21
ตันคาร์บอนไดออกไซด์
เทียบเท่า
ความสำเร็จของโครงการ:
โครงการ Online Water Wash ไม่เพียงช่วยลดการใช้พลังงานและทรัพยากรน้ำ แต่ยังสะท้อนถึง ความมุ่งมั่นของ CKPower ในการพัฒนานวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน และการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โครงการนี้ยังช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือของระบบกังหันก๊าซ ลดความถี่ในการบำรุงรักษา และยืดอายุการใช้งานของอุปกรณ์ในกระบวนการผลิต
ข้อดีของโครงการ:
- สนับสนุนเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกของบริษัท
- ส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ
- สอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืนในระดับองค์กร
6) โครงการลดการใช้พลังงานในเครื่องอัดก๊าซธรรมชาติ ช่วง OFFPEAK
-496.60 MWh |
-268.66 tCOze |
-1.68 ลบ./ปี
โครงการลดการใช้พลังงานในเครื่องอัดก๊าซธรรมชาติ ช่วง OFFPEAK : โรงไฟฟ้าบางปะอิน โคเจนเนอเรชั่น 1 ได้ตรวจพบปัญหาการสูญเสียพลังงานในกระบวนการทำงานของ เครื่องอัดก๊าซธรรมชาติ ซึ่งเกิดจากแรงดันก๊าซหลังการอัดที่สูงเกินความจำเป็น ทำให้ ระบบวาล์วส่งก๊าซกลับเข้าลูกสูบ ทำงานโดยไม่จำเป็น
เพื่อแก้ไขปัญหานี้ ทีมวิศวกรรมได้ศึกษาและปรับปรุง ระบบวาล์วก๊าซเข้าลูกสูบ โดยมุ่งเน้นการลดแรงดันก๊าซหลังการอัด ส่งผลให้ระบบวาล์วส่งก๊าซกลับไม่ทำงาน ลดการสูญเสียพลังงานในกระบวนการอัดก๊าซอย่างมีประสิทธิภาพ

ผลลัพธ์ของโครงการในปี 2568
สำหรับเครื่องอัดก๊าซธรรมชาติ จาก 980 กิโลวัตต์เหลือ
860.00
กิโลวัตต์
ได้ประมาณ
496.60
เมกะวัตต์-ชั่วโมง
268.66
ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า
1,679,266
บาท
ความสำเร็จของโครงการ:
โครงการนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ CKPower ในการพัฒนากระบวนการผลิตพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ และลดการสูญเสียพลังงานในช่วง Off-Peak ซึ่งไม่เพียงช่วยลดต้นทุนและการใช้พลังงาน แต่ยังช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โครงการนี้ยังแสดงถึงศักยภาพของทีมวิศวกรรมในการนำนวัตกรรม มาประยุกต์ใช้เพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อทั้งองค์กรและสิ่งแวดล้อม
ข้อดีของโครงการ:
- สนับสนุนเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขององค์กร
- ลดต้นทุนการดำเนินงานในระยะยาว
- สร้างภาพลักษณ์องค์กรที่มุ่งเน้นความยั่งยืนและการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ
7) โครงการใช้รถยนต์ PHEV ทดแทน Internal Combustion Engine
58.00 ลิตร |
-0.16 tCO2e |
-0.19 ลบ./ปี
วัตถุประสงค์
- ลดการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลจากการดําเนินงานขององค์กร
- ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกิจกรรมการเดินทางและขนส่ง
- สนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่เทคโนโลยียานยนต์คาร์บอนต่ำ
- สอดคล้องกับเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขององค์กร
ผลลัพธ์ของโครงการในปี 2568:
58.00
ลิตร
0.16
ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า
190,643
บาท
ข้อดีของโครงการ:
- ลดต้นทุนพลังงานควบคู่กับการลดคาร์บอน (Cost & Carbon Efficiency)
- เพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานในการเดินทางขององค์กร
- แสดงความมุ่งมั่นต่อการดําเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน
- เป็นแนวทางต้นแบบในการเปลี่ยนผ่านยานพาหนะองค์กรสู่ระบบพลังงานสะอาดในระยะยาว
8) โครงการรถพลังงานไฟฟ้า
-4,712.39 ลิตร
-0.16 ลบ./ปี
โครงการรถพลังงานไฟฟ้า : โรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรี ได้ดำเนินการเปลี่ยนทดแทนรถยนต์ที่ใช้น้ำมันดีเซลเป็นรถยนต์พลังงานไฟฟ้า เพื่อสนับสนุนเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาดในองค์กร


รายละเอียดโครงการในปี 2568
- เพิ่มเติม รถยนต์ไฟฟ้า 1 คัน รวมจำนวนรถยนต์ไฟฟ้าปัจจุบัน ทั้งสิ้น 2 คัน
- มีการใช้งาน รถสามล้อไฟฟ้า 2 คัน
ผลลัพธ์ของโครงการในปี 2568
และรถสามล้อไฟฟ้าใช้งานทั้งสิ้น
39,329.20
กิโลเมตร
จะช่วยลดปริมาณการใช้น้ำมันดีเซลได้
4,712.39
ลิตร
155,508
บาท
ความสำเร็จของโครงการ:
โครงการรถพลังงานไฟฟ้าแสดงถึงความมุ่งมั่นของ CKPower ในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและส่งเสริมการใช้พลังงานหมุนเวียน โครงการนี้ช่วยลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล พร้อมทั้งสนับสนุนเป้าหมายด้านความยั่งยืนและการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมขององค์กร
ข้อดีของโครงการ:
- สนับสนุนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในระยะยาว
- เพิ่มการใช้พลังงานสะอาดในองค์กร
- สร้างความตระหนักด้านความยั่งยืนในหมู่พนักงานและชุมชน
9) โครงการลดการใช้รถบรรทุกน้ำในการบำรุงรักษาสวน
-3,960.00 ลิตร
-10.60 tCO2e |
-0.13 ลบ./ปี
โครงการลดการใช้รถบรรทุกน้ำในการบำรุงรักษาสวน สนามหญ้า ต้นไม้ : โรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรี ได้ดำเนินการปรับปรุงระบบการจัดการน้ำเพื่อการบำรุงรักษาสวน สนามหญ้า และต้นไม้ในพื้นที่ โดยเปลี่ยนจากการใช้รถบรรทุกน้ำมาเป็นการติดตั้งท่อน้ำ ให้ครอบคลุมพื้นที่ที่ต้องการ เพื่อลดการใช้พลังงานจากเชื้อเพลิงฟอสซิล

ผลลัพธ์ของโครงการในปี 2568
3,960.00
ลิตรต่อปี
10.60
ตันคาร์บอนไดออกไซด์ เทียบเท่า
130,507
บาท
ความสำเร็จของโครงการ:
โครงการนี้แสดงถึงความมุ่งมั่นของ CKPower ในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ โดยการปรับปรุงระบบบำรุงรักษาพื้นที่สีเขียวด้วยการติดตั้งท่อน้ำช่วยลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล พร้อมทั้งลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน
ข้อดีของโครงการ:
- สนับสนุนเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขององค์กร
- ลดต้นทุนการดำเนินงานจากการใช้น้ำมันดีเซล
- ส่งเสริมความยั่งยืนในกระบวนการบำรุงรักษาพื้นที่สีเขียว
10) โครงการปรับปรุงประสิทธิภาพ Chiller
-173.12 กิโลกรัม
-264.87 tCO2e
โครงการปรับปรุงประสิทธิภาพ Chiller : โรงไฟฟ้าพลังน้ำ น้ำงึม 2 ได้ริเริ่มโครงการปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานของ Chiller เพื่อลดการใช้พลังงานไฟฟ้าภายในโรงไฟฟ้า และเพิ่มประสิทธิภาพของระบบทำความเย็น โดยโครงการนี้เริ่มต้นจากการศึกษาและตรวจสอบระบบ Chiller เดิม พบว่ามีความเสียหายของอุปกรณ์เนื่องจากการใช้งานมาเป็นเวลานาน


แนวทางการดำเนินโครงการ:
- ดำเนินการซ่อมบำรุงและตรวจสอบระบบ Chiller อย่างละเอียด
- หลังจากการตรวจสอบและวิเคราะห์แล้ว ได้สรุปแนวทางในการ เปลี่ยน Chiller ตัวใหม่ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและลดการใช้พลังงาน
- เป้าหมายของโครงการคือ ลดการใช้พลังงานไฟฟ้าของ Chiller อย่างน้อย 3% จากระบบเดิม
ผลลัพธ์ของโครงการในปี 2568:
173.12
กิโลกรัม
และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
264.87
ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า
ความสำเร็จของโครงการ:
โครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของความมุ่งมั่นของ CKPower ในการพัฒนาประสิทธิภาพการดำเนินงานผ่านการใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย พร้อมทั้งสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนขององค์กร โดยลดการใช้พลังงานและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
ข้อดีของโครงการ:
- สร้างความมั่นใจในความพร้อมของระบบ Chiller ในระยะยาว
- สนับสนุนเป้าหมาย Net Zero ขององค์กร
- ลดการใช้ทรัพยากรไฟฟ้า พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานโดยรวม
11) โครงการเปลี่ยนประเภทหลอดไฟ
-315.06 MWh |
-0.17 ลบ./ปี
โครงการเปลี่ยนประเภทของหลอดไฟภายในพื้นที่สำนักงาน และพื้นที่พักอาศัย : โรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรี ได้ดำเนินโครงการปรับปรุงระบบแสงสว่าง โดยเปลี่ยนประเภทหลอดไฟจากหลอดฟลูออเรสเซนต์ (Fluorescent) และหลอดดาวน์ไลต์ (Downlight) เป็นหลอดไฟชนิด LED ภายในพื้นที่สำนักงาน และพื้นที่พักอาศัย จำนวน 3,983 หลอด การปรับปรุงดังกล่าวช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ลดการสูญเสียพลังงานจากความร้อน และยกระดับคุณภาพแสงภายในอาคาร
ผลลัพธ์ของโครงการในปี 2568:
(คิดเป็นมูลค่าการประหยัดค่าไฟฟ้าประมาณ 630,119 บาท ที่อัตรา 2 บาทต่อกิโลวัตต์ชั่วโมง )
315.06
เมกะวัตต์-ชั่วโมง
จากการเปรียบเทียบอายุการใช้งานและราคาต่อหน่วยของหลอดไฟ
174,410
บาท
ความสำเร็จของโครงการ:
โครงการเปลี่ยนหลอดไฟเป็น LED ได้เพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ลดต้นทุนด้านพลังงานและการบำรุงรักษา ยืดอายุการใช้งานของอุปกรณ์ไฟฟ้า และยกระดับคุณภาพแสงภายในอาคาร ทั้งยังช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และส่งเสริมความยั่งยืนของการดำเนินงานในพื้นที่สำนักงานและที่พักอาศัยของโครงการ
ข้อดีของโครงการ:
- ลดความร้อนสะสมภายในอาคาร เนื่องจากหลอด LED ปล่อยความร้อนน้อยกว่าหลอดฟลูออเรสเซนต์
- อายุการใช้งานยาวนาน ช่วยลดความถี่ในการเปลี่ยนหลอดและค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษา
- เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและช่วยลดขยะอันตราย
- การบำรุงรักษาง่ายกว่า เนื่องจากหลอด LED ไม่ต้องใช้อุปกรณ์เสริม เช่น Ballast หรือ Starter ซึ่งพบในหลอดฟลูออเรสเซนต์บางประเภท
12) โครงการติดตั้งหลังคากันแดดสำหรับ อุปกรณ์ GIS
-23.40 tCO2e |
-549.90 tCO2e
โครงการติดตั้งหลังคากันแดดสำหรับ อุปกรณ์ GIS ที่หม้อแปลง Unit 1–7: โรงไฟฟ้าพลังน้ำไซยะบุรีได้ดำเนินโครงการติดตั้งหลังคากันแดดสำหรับอุปกรณ์ Gas Insulated Switchgear (GIS) บริเวณหม้อแปลง Unit 1–7 เนื่องจากพบว่าจอยต์ยาง (Rubber Bellow Joint) ภายในช่อง GIS มีการเสื่อมสภาพจากการสัมผัสสภาพแวดล้อมภายนอกและแสงแดดโดยตรง ซึ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการรั่วไหลของก๊าซซัลเฟอร์เฮกซะฟลูออไรด์ (SF6)
การติดตั้งหลังคากันแดดช่วยลดการเสื่อมสภาพของอุปกรณ์ ยืดอายุการใช้งานของจอยต์ยาง ลดความเสี่ยงในการรั่วไหลของก๊าซ SF6 และเพิ่มความเสถียรของการเดินเครื่อง รวมถึงความพร้อมในการจ่ายไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง ทั้งยังช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่มีศักยภาพในการทำให้โลกร้อนสูงจากผลการดำเนินโครงการ พบว่าสามารถลดการรั่วไหลของก๊าซ SF6 ได้ 23.40 กิโลกรัม
ผลลัพธ์ของโครงการในปี 2568:
549.90
ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า
ความสำเร็จของโครงการ:
โครงการติดตั้งหลังคากันแดด GIS Compartment ประสบความสำเร็จตามเป้าหมาย ทั้งด้านคุณภาพ ความปลอดภัย และ ประสิทธิภาพการทำงานของระบบ โดยสามารลดการรั่วไหลของก๊าซ SF6 ได้ 23.40 กิโลกรัม และช่วยเสริมความมั่นคงของการผลิตไฟฟ้าในระยะยาว
ข้อดีของโครงการ:
- ลดความเสี่ยงการรั่วไหลของก๊าซ SF6 ซึ่งเป็นก๊าซเรือนกระจกที่มีศักยภาพสูง
- ลดภาระงานซ่อมบำรุงฉุกเฉิน และช่วยลดต้นทุนการบำรุงรักษาในระยะยาว
- เพิ่มความน่าเชื่อถือและประสิทธิภาพของการผลิต
ภาพรวมผลการดำเนินโครงการอนุรักษ์พลังงานในปี 2568
ภาพรวมผลการดำเนินโครงการอนุรักษ์พลังงานในปี 2568 |
||||||
|---|---|---|---|---|---|---|
| ลดการใช้พลังงาน |
6,710.07
|
8,730.39 ลิตร |
ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก |
3,998.42 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี |
ลดต้นทุนด้านพลังงาน |
16.54
|
| สรุปผลการดำเนินโครงการในปี 2568 | ||||||
ชื่อโครงการ |
ชนิดของพลังงานที่ลด | ลดการใช้พลังงานลง | ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี) |
ลดต้นทุนด้านพลังงาน (บาทต่อปี) | ||
| 1. โครงการลดความดันของก๊าซเชื้อเพลิง Lower Gas Pressure Better Heat Rate | เชื้อเพลิง |
597.99
|
278.40 |
1,447,751 |
||
| 2. โครงการหยุดพัดลมระบายความร้อนหอหล่อเย็นในช่วงเวลา 00:00-06:00 น. | เชื้อเพลิง |
322.46
|
149.05 |
775,090 |
||
| 3. โครงการเพิ่มกำลังการผลิตเครื่องผลิตกระแสไฟฟ้ากังหันไอน้ำ ระยะที่ 2 | เชื้อเพลิง |
3,202.00
|
1,479.85 |
7,695,617 |
||
| 4. โครงการ Cooling Tower Optimization | เชื้อเพลิง |
222.54
|
103.60 |
538,771 |
||
| 5. โครงการทำความสะอาดแบบออนไลน์ (Online Water Wash Project) | เชื้อเพลิง |
1,553.42
|
723.21 |
3,760,897 |
||
| 6. โครงการลดการใช้พลังงานในเครื่องอัดก๊าซธรรมชาติ ช่วง OFFPEAK | เชื้อเพลิง |
496.60
|
268.66 |
1,679,261 |
||
| 7. โครงการใช้รถยนต์ PHEV ทดแทน Internal Combustion Engine | เชื้อเพลิง |
58.00
|
0.16 |
190,643 |
||
| 8. โครงการรถพลังงานไฟฟ้า | เชื้อเพลิง |
4,712.39
|
12.63 |
155,508 |
||
| 9. โครงการลดการใช้รถบรรทุกน้ำในการบำรุงรักษาสวน สนามหญ้า ต้นไม้ | เชื้อเพลิง |
3,960.00
|
10.60 |
130,507 |
||
| 10. โครงการปรับปรุงประสิทธิภาพ Chiller | R134A |
ปริมาณการลดการรั่วไหล:
|
264.87 |
- |
||
| 11. โครงการ เปลี่ยนประเภทของหลอดไฟภายในพื้นที่สำนักงาน และพื้นที่พักอาศัย ที่โรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรี | ไฟฟ้า |
315.06
|
157.50 |
174,410 |
||
| 12.โครงการติดตั้งหลังคากันแดดสำหรับ อุปกรณ์ GIS ที่หม้อแปลง Unit 1–7 ที่โรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรี | SF6 |
ปริมาณการลดการรั่วไหล: 23.40
|
549.90 |
- |
||
รายงานความยั่งยืน ปี 2568