ผลกระทบต่อธุรกิจ

การพัฒนาศักยภาพและการดูแลพนักงานเป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้บริษัทเติบโตอย่างยั่งยืน โดยส่งเสริมการเรียนรู้และพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและตอบสนองความคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสีย นอกจากนี้ ยังช่วยเสริมทักษะและความเชี่ยวชาญของพนักงาน พร้อมสร้างความผูกพันและความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งในองค์กร ซึ่งช่วยรักษาบุคลากรคุณภาพและสนับสนุนความมั่นคงของธุรกิจในระยะยาว ลดอัตราการลาออก และสนับสนุนการเติบโตทางธุรกิจอย่างยั่งยืน การลงทุนด้านการพัฒนาทรัพยากรบุคคลอย่างต่อเนื่องยังช่วยเสริมสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน โดยอาศัยศักยภาพและนวัตกรรมที่พัฒนาขึ้นจากบุคลากรภายในองค์กรความท้าทายและโอกาส
ในยุคที่เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และเทคโนโลยีมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ธุรกิจต้องเผชิญกับข้อกำหนดทางกฎหมายและมาตรฐานที่เข้มงวดขึ้น ส่งผลให้การ รักษาพนักงานที่มีศักยภาพสูง และพัฒนาทักษะให้พนักงานสามารถปรับตัวได้อย่างมีประสิทธิภาพ กลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อความสำเร็จขององค์กร
CKPower ตระหนักถึงความสำคัญของการสร้างระบบการเรียนรู้และพัฒนาให้เหมาะสมกับบริบทของธุรกิจพลังงานหมุนเวียน บริษัทจึงดำเนินกลยุทธ์เพื่อ เสริมสร้างศักยภาพพนักงาน การลงทุนในด้านการฝึกอบรม และการสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่สนับสนุนการเรียนรู้ อย่างต่อเนื่อง
การพัฒนาเหล่านี้ช่วยให้พนักงานพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลง เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน และเสริมสร้างความผูกพันในองค์กร ซึ่งเป็นโอกาสสำคัญในการผลักดัน CKPower ก้าวสู่การเป็นหนึ่งในผู้นำการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาค

ความมุ่งมั่น

CKPower ให้ความสำคัญกับ การพัฒนาศักยภาพบุคลากรและการดูแลพนักงานอย่างรอบด้าน เพื่อเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันและความพร้อมในการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ เพื่อสนับสนุนการบรรลุเป้าหมาย วิสัยทัศน์ และพันธกิจขององค์กร

บริษัทมุ่งเน้น สร้างสุขภาวะที่ดี และสภาพแวดล้อมการทำงานที่เอื้อต่อประสิทธิภาพของพนักงาน ควบคู่กับการจัดสรรสวัสดิการที่เหมาะสม และพัฒนาความรู้ความสามารถของพนักงานให้สอดคล้องกับกลยุทธ์องค์กร

นอกจากนี้ CKPower มุ่งมั่นเป็นผู้นำด้านการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคโดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาอย่างยั่งยืน พนักงานที่มีความเชี่ยวชาญในด้านพลังงานหมุนเวียนเป็น กลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการผลิตไฟฟ้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ชุมชน และสังคม ซึ่งสอดคล้องกับ เป้าหมายการลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ และการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว

แนวทางการบริหารจัดการ

นโยบายและแผนการบริหารจัดการ

นโยบาย

บริษัทกำหนดนโยบายบริหารงานบุคคล เพื่อให้การบริหารงานด้านทรัพยากรบุคคลของบริษัทดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพ มีความโปร่งใส และเป็นไปตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี โดยนโยบายได้ครอบคลุมเรื่องการพัฒนาและดูแลพนักงาน โดยให้ความสำคัญไปที่เรื่องต่างๆ เช่น การปฏิบัติด้านแรงงานและสิทธิมนุษยชน การจ้างงานและการบรรจุพนักงาน การบริหารผลการปฏิบัติงาน การจ่ายค่าตอบแทนและสวัสดิการ การพัฒนาความรู้ความสามารถพนักงานและการเติบโตในสายอาชีพ การสำรวจความผูกพันของพนักงาน ความปลอดภัยในสถานที่ทำงาน และการรับเรื่องร้องเรียนและข้อเสนอแนะของพนักงาน เป็นต้น นอกจากนี้ยังมี แนวปฏิบัติด้านแผนการสืบทอดตำแหน่ง ตามนโยบายสรรหาบุคลากรที่มีคุณภาพภายในองค์กร เพื่อสรรหาบุคลากรที่มีศักยภาพเข้ามาทดแทนและปฏิบัติงานที่ทำให้การดำเนินธุรกิจขององค์กรดำเนินได้อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน

แผนการบริหารจัดการ

CKPower ได้จัดทำแผนระยะ 5 ปี (2568-2572) เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถของพนักงานอย่างเป็นระบบและยั่งยืน รองรับการขยายตัวของธุรกิจพลังงานหมุนเวียนและการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรม โดยมุ่งเน้น การพัฒนาอย่างต่อเนื่องและการรักษาบุคลากรที่มีศักยภาพสูง ผ่านกลยุทธ์ที่ชัดเจนในแต่ละปี ดังนี้

  • ปี 2568: วางรากฐานและเตรียมความพร้อม
  • ปี 2569: การพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
  • ปี 2570: เสริมสร้างความพร้อมและขยายศักยภาพ
  • ปี 2571: เพิ่มความเชี่ยวชาญและการมีส่วนร่วม
  • ปี 2572: สร้างความเป็นเลิศและความยั่งยืน
แผนการพัฒนาศักยภาพบุคลากรและการดูแลพนักงานระยะ 5 ปี (2568-2572)
ปี
2568
ปี
2569
ปี
2570
ปี
2571
ปี
2572
วางรากฐานและเตรียมความพร้อม การพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เสริมสร้างความพร้อมและขยายศักยภาพ เพิ่มความเชี่ยวชาญและการมีส่วนร่วม สร้างความเป็นเลิศและความยั่งยืน
วางแผนกำลังคนให้สอดคล้องกับแผนขยายธุรกิจ
กำหนดจำนวนและประเภทของบุคลากรที่จำเป็นต่อการขยายธุรกิจ
พัฒนาพนักงานปัจจุบัน
จัดฝึกอบรมและพัฒนาทักษะที่จำเป็นสำหรับการดำเนินธุรกิจ ปรับปรุงแผนพัฒนาทักษะให้สอดคล้องกับกลยุทธ์ธุรกิจ
พัฒนาพนักงานตามตำแหน่ง
จัดอบรมเพื่อเสริมสร้างทักษะเฉพาะทางของแต่ละสายงาน
พัฒนาพนักงานตามตำแหน่ง
เสริมสร้างทักษะเฉพาะทางตามความต้องการของแต่ละสายงาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงานและความเชี่ยวชาญในบทบาทหน้าที่รายงานและปรับปรุงแผนพัฒนา สรุปผลลัพธ์การพัฒนาศักยภาพพนักงาน วิเคราะห์ประสิทธิผล และปรับปรุงแผนพัฒนาให้เหมาะสมกับทิศทางธุรกิจในปีถัดไป
สรุปผลการดำเนินงาน 5 ปี
ทบทวนความสำเร็จของแผนพัฒนาบุคลากร วิเคราะห์จุดแข็งและโอกาสในการปรับปรุง พร้อมกำหนดแนวทางการพัฒนาบุคลากรในอนาคต
จัดทำแผนพัฒนาบุคลากร
พัฒนาแผนการพัฒนาที่มีโครงสร้างชัดเจน เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานในปัจจุบันและอนาคต
ปรับปรุงพัฒนาตามความสนใจของพนักงาน
ขยายขีดความสามารถ
ของพนักงานในด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม
พัฒนาผู้นำรุ่นใหม่
ดำเนินการพัฒนาศักยภาพพนักงานระดับผู้จัดการและผู้นำองค์กร
ประเมินความเสี่ยงด้านบุคลากร
วิเคราะห์ปัจจัยเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นเพื่อเตรียมแผนรับมือ (People risk assessment)
สำรวจความสนใจและความผูกพันองค์กร
ดำเนินงานตามแผนงานของคณะกรรมการสวัสดิการ
ดำเนินงานตามแผนงานของคณะกรรมการสวัสดิการ
ขยายระบบบริหารทรัพยากรบุคคล
พัฒนาและปรับปรุงระบบ HR ให้ครอบคลุมทุกกระบวนการรองรับการเติบโตของธุรกิจ และเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการบุคลากร
ปรับปรุงระบบบริหารทรัพยากรบุคคล (Core HR System)
เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการข้อมูลและกระบวนการ HR
ประชุมคณะกรรมการสวัสดิการชุดใหม่ไตรมาสละครั้ง
ประชุมคณะกรรมการสวัสดิการชุดใหม่ไตรมาสละครั้ง
สำรวจความสนใจและความผูกพันองค์กร
ดำเนินงานตามแผนงาน
ของคณะกรรมการสวัสดิการประชุมคณะกรรมการสวัสดิการชุดใหม่ไตรมาสละครั้ง
สรุปและวิเคราะห์ผลจาก Engagement Survey
ดำเนินการในปี 2567 เพื่อปรับปรุงแนวทางดูแลพนักงาน และประชุมคณะกรรมการสวัสดิการชุดใหม่ไตรมาสละครั้ง
ประชุมคณะกรรมการสวัสดิการชุดใหม่ ไตรมาสละครั้ง

กลยุทธ์การพัฒนาทรัพยากรบุคคลเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนCKPower มุ่งสู่การเป็นผู้ผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนรายใหญ่ในภูมิภาคที่มีคาร์บอนฟุตพริ้นท์ต่ำ โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพบุคลากร เพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจ พนักงานเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กร บริษัทจึงมุ่งมั่น เสริมสร้างความเชี่ยวชาญด้านพลังงาน การบริหารทรัพยากร และการจัดการองค์กรกลยุทธ์หลักของ CKPower คือ การรักษาและพัฒนาบุคลากรที่มีศักยภาพสูง โดยสนับสนุน ความก้าวหน้าในสายอาชีพ การดูแลสวัสดิการที่เป็นธรรม และการพัฒนาทักษะอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้พนักงานมีความพร้อมรองรับการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมพลังงานหมุนเวียน

นอกจากนี้ บริษัทยังให้ความสำคัญกับ การสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ปลอดภัย มีคุณภาพ และส่งเสริมการเรียนรู้ ควบคู่ไปกับ การบริหารจัดการทรัพยากรบุคคลอย่างมีประสิทธิภาพ ผ่านระบบประเมินผลที่สอดคล้องกับมาตรฐานสากล พร้อมวางแผนสืบทอดตำแหน่งเพื่อเสริมสร้างความต่อเนื่องทางธุรกิจ

5 แนวทางการบริหารจัดการทรัพยากรบุคคล เพื่อให้บุคลากรสามารถเติบโตไปพร้อมกับองค์กร

การพัฒนาความสามารถในการปฏิบัติงาน
โอกาสก้าวหน้าในสายอาชีพของพนักงาน
การดูแลพนักงานเพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิต
สภาพแวดล้อมและความปลอดภัย
การสร้างความผูกพันต่อองค์กร
1) การพัฒนาความสามารถในการปฏิบัติงาน

บริษัทให้ความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพของพนักงานทุกระดับอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง โดยดำเนินการผ่าน Employee Development Roadmap ที่ออกแบบให้เหมาะสมกับแต่ละระดับและตำแหน่งงาน เพื่อให้พนักงานมีทักษะที่จำเป็นรองรับการเติบโตในสายอาชีพ และสอดคล้องกับเป้าหมายของบริษัทในการเป็นผู้นำด้านการผลิตไฟฟ้าจากทรัพยากรที่ยั่งยืน

บริษัทใช้แนวทาง การเรียนรู้แบบผสมผสาน (Blended Learning Approach) เพื่อให้พนักงานสามารถพัฒนาศักยภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประกอบด้วย

  • การอบรมภายในองค์กร (In-house Training) โดยใช้ผู้เชี่ยวชาญภายในและภายนอกองค์กร
  • การอบรมภายนอกองค์กร (External Training) เพื่อให้พนักงานได้รับความรู้จากแหล่งข้อมูลที่หลากหลาย
  • หลักสูตรอบรมออนไลน์ (E-learning & Digital Training) เพื่อให้พนักงานสามารถเรียนรู้ได้ทุกที่ทุกเวลา
  • การเรียนรู้จากประสบการณ์การทำงานจริง (On-the-job Training) เพื่อพัฒนาทักษะเชิงปฏิบัติและการแก้ปัญหาหน้างาน
  • การถ่ายทอดองค์ความรู้ระหว่างพนักงาน (Knowledge Sharing) เพื่อสร้างวัฒนธรรมการเรียนรู้ในองค์กร

ผลลัพธ์ของการพัฒนาพนักงาน ปี 2567

  • ชั่วโมงการฝึกอบรมและพัฒนาพนักงานรวมทั้งสิ้น 21,140 ชั่วโมง
  • ชั่วโมงเฉลี่ยต่อพนักงาน 40 ชั่วโมง
  • พนักงานที่ได้รับการพัฒนาร้อยละ 95 ของพนักงานทั้งหมด

บริษัทมุ่งมั่นพัฒนาและปรับปรุงโปรแกรมการฝึกอบรมให้สอดคล้องกับความต้องการขององค์กรและแนวโน้มอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มขีดความสามารถของพนักงาน เสริมสร้างโอกาสทางสายอาชีพ และสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนของบริษัท

แนวทางการพัฒนาศักยภาพพนักงาน

บริษัทพัฒนาศักยภาพพนักงานให้สอดคล้องกับ เป้าหมายองค์กร กลยุทธ์ทางธุรกิจ และนโยบายหลัก ผ่านโครงสร้างการเรียนรู้ที่เป็นระบบ ครอบคลุมทั้ง สมรรถนะหลัก (Core Competencies) และ ทักษะเฉพาะทาง (Functional Competencies) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน สนับสนุนความก้าวหน้าในสายอาชีพ และส่งเสริมความยั่งยืนขององค์กร โดยมีโปรแกรมการพัฒนาพนักงานแบ่งออกเป็น 4 ระดับหลัก ดังนี้

เป้าหมายของบริษัท / กลยุทธ์ทางธุรกิจ / นโยบาย
สมรรถนะ (ค่านิยมหลัก / เชิงหน้าที่ / การบริหารจัดการ)
หลักสูตรอบรมภาคบังคับ
Basic / Fundamental
ทักษะเฉพาะด้าน
Knowledge / Skill
ทักษะด้านสังคมและการบริหารคน
Knowledge / Skill
ทักษะขั้นสูง
Knowledge / Skill
เพื่อให้สามารถปฏิบัติตามมาตรฐาน ระบบ หลักเกณฑ์ นโยบายที่บริษัทกำหนด เพื่อให้สามารถปฏิบัติงานในหน้าที่ที่รับผิดชอบ เพื่อเพิ่ม/เสริมศักยภาพการทำงาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน
ให้พนักงานปฏิบัติตามมาตรฐานและกฎระเบียบ (Compliance) เพิ่มประสิทธิภาพและผลลัพธ์ในการทำงาน (Performance & Productivity) พัฒนาศักยภาพและเตรียมความพร้อมสู่บทบาทที่สูงขึ้น (Potential) ยกระดับความสามารถและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานในระยะยาว (Productivity)
  • ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับองค์กร (วิสัยทัศน์, พันธกิจ, ค่านิยม, โครงสร้างองค์กร, กฎระเบียบ)
  • ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับธุรกิจพลังงาน
  • จรรยาบรรณทางธุรกิจและนโยบายบริษัท
  • ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและความปลอดภัยทางไซเบอร์
  • การพัฒนาอย่างยั่งยืนและความรับผิดชอบต่อสังคม
  • ความปลอดภัยและอาชีวอนามัยในการทำงาน
  • วิศวกรรม
  • บัญชี
  • การเงิน
  • นักลงทุนสัมพันธ์
  • การปฏิบัติตามกฎระเบียบ
  • จัดซื้อ
  • โลจิสติกส์
  • บริหารคลังสินค้า
  • ประกันภัยและความปลอดภัย
  • ทรัพยากรบุคคล
  • ธุรการ
  • เทคโนโลยีสารสนเทศ
  • ตรวจสอบภายใน
  • การสื่อสารและการบริหารความยั่งยืนองค์กร)
  • กฎหมาย สำนักงานกรรมการผู้จัดการ
  • Soft Skill สำหรับพนักงานทั่วไป
  • Soft Skill สำหรับหัวหน้างาน
  • Soft Skill สำหรับผู้จัดการ
  • Soft Skill สำหรับผู้บริหาร
  • KAIZEN และการปรับปรุงกระบวนการทำงาน
  • Microsoft Excel (Advance)
  • Microsoft Word (Advance)
  • Microsoft PowerPoint
  • Microsoft 365 Tools
  • Canva
  • PDF & Document Management
  • ภาษาอังกฤษ (English Language)
  • ภาษาลาว (Lao Language)
CKPower Academy Application

บริษัทได้พัฒนา CKPower Academy Application เป็นแพลตฟอร์มสำหรับ Knowledge Management ที่ช่วยเสริมสร้างศักยภาพของพนักงานและสนับสนุนแนวคิด การเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning) โดยเปิดโอกาสให้พนักงานสามารถเข้าถึงแหล่งความรู้ ทักษะที่จำเป็น และแนวโน้มอุตสาหกรรมใหม่ๆ ได้ทุกที่ ทุกเวลา

คุณสมบัติหลักของ CKPower Academy

  • Self-initiated Learning: พนักงานสามารถเรียนรู้ด้วยตนเองผ่าน Online Learning และ Virtual Training ตามความสนใจและความต้องการในการพัฒนา
  • Individual Development Plan (IDP): สนับสนุนให้พนักงานวางแผนการพัฒนาตนเองโดยเน้นจุดแข็งและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน
  • Knowledge Sharing: เป็นศูนย์กลางการแบ่งปันองค์ความรู้ จากหน่วยงานต่างๆ ภายในองค์กร เพื่อให้พนักงานสามารถแลกเปลี่ยน ทักษะเฉพาะทางและแนวปฏิบัติที่ดีที่สุด Virtual Class & Face-to-Face Training: รองรับการฝึกอบรมในหลายรูปแบบ ทั้งออนไลน์ (Virtual) และ อบรมแบบพบปะ (Face-to-Face Training) เพื่อตอบโจทย์การเรียนรู้ที่หลากหลาย
  • E-Book & Key Content Summaries: รวบรวมหนังสือ Best Seller และสรุปเนื้อหาสำคัญให้อ่านง่ายและสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ทันที

ผลลัพธ์ของ CKPower Academy ปี 2567

100% ของพนักงานใหม่ ได้รับการอบรมหลักสูตรภาคบังคับผ่าน CKPower Academy Application

บริษัทได้พัฒนา CKPower Academy ให้เป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้าง วัฒนธรรมการเรียนรู้และการพัฒนาต่อเนื่อง เพื่อให้พนักงานและองค์กรเติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืนและมีประสิทธิภาพ

การขยายและต่อยอดความสำเร็จด้วยการแบ่งปันความรู้ (Knowledge Sharing)

บริษัทมุ่งเน้นการสร้าง วัฒนธรรมการเรียนรู้และการแบ่งปันความรู้ (Knowledge Sharing Culture) เพื่อส่งเสริมการพัฒนาทักษะของพนักงานและเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานร่วมกัน โดยส่งเสริมให้พนักงานทุกระดับมีส่วนร่วมในการถ่ายทอดและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ที่เป็นประโยชน์ต่อองค์กร

แนวทางการส่งเสริมการแบ่งปันความรู้ (Knowledge Sharing)

  • สนับสนุนให้พนักงานทุกระดับมีส่วนร่วม ในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์
  • จัดทำระบบ Knowledge Management เพื่อรวบรวมข้อมูลและองค์ความรู้ให้เข้าถึงได้ง่าย
  • ใช้แพลตฟอร์ม CKPower Academy เป็นศูนย์กลางสำหรับการแบ่งปันและจัดเก็บองค์ความรู้
  • กระตุ้นให้พนักงานพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง ผ่านการเรียนรู้จากเพื่อนร่วมงาน

ผลลัพธ์ของ การแบ่งปันความรู้ (Knowledge Sharing) ปี 2567

  • มีการแบ่งปันองค์ความรู้ ครอบคลุมหลากหลายประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจ จำนวน 128 หัวข้อ
  • พนักงานสามารถเข้าถึงความรู้ได้รวดเร็วขึ้น ผ่านระบบ Knowledge Management

บริษัทได้รวบรวมเนื้อหาจากกิจกรรม Knowledge Sharing ไว้บนแพลตฟอร์มออนไลน์ CKPower Academy เพื่อให้พนักงานสามารถเข้าถึงองค์ความรู้ที่เกี่ยวข้องกับสายงานของตนเองได้หลากหลาย และสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพซึ่งการดำเนินงานนี้ช่วยสร้างวัฒนธรรมการเรียนรู้อย่างยั่งยืน และสนับสนุนให้พนักงานมีความพร้อมต่อการเปลี่ยนแปลงในอนาคต

2) โอกาสก้าวหน้าในสายอาชีพของพนักงาน
การติดตามผลการดำเนินงาน และการประเมินการทำงานของพนักงาน

บริษัทให้ความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพของพนักงานและการบริหารผลการปฏิบัติงาน (Performance Management) เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและการปรับตัวขององค์กรต่อการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมพลังงาน โดยใช้ระบบประเมินผลที่เป็นมาตรฐานและสอดคล้องกับทิศทางการขยายตัวของธุรกิจซึ่งการประเมินผลการปฏิบัติงานของพนักงานทุกระดับดำเนินการเป็นประจำทุกปี โดยกำหนด เป้าหมายการดำเนินงานที่เชื่อมโยงกับแผนกลยุทธ์ขององค์กร และใช้ 4 เกณฑ์หลัก ในการประเมิน ได้แก่

1. ตัวชี้วัดระดับองค์กร (Corporate KPI) เป้าหมายทางธุรกิจที่พนักงานต้องมีส่วนร่วมเพื่อสนับสนุนความสำเร็จขององค์กร

2. การประเมินผลการปฏิบัติงาน (Performance Evaluation - PE) ประเมินผลลัพธ์ของงานที่พนักงานรับผิดชอบโดยพิจารณาตามตัวชี้วัดที่ตกลงร่วมกับหัวหน้างาน

3. การประเมินสมรรถนะ (Competency Assessment - CA) พิจารณาทักษะ ความสามารถ และพฤติกรรมการทำงานให้สอดคล้องกับค่านิยมและแนวทางขององค์กร

4. ความสม่ำเสมอในการปฏิบัติงาน (Attendance - AT) วัดระดับความรับผิดชอบและความต่อเนื่องในการปฏิบัติงาน

แนวทางการดำเนินงาน

  • การตั้งเป้าหมายรายบุคคล (Individual Goal Setting): พนักงานและหัวหน้างานร่วมกันกำหนดเป้าหมายที่ชัดเจนและสอดคล้องกับกลยุทธ์ขององค์กร
  • การติดตามและให้ Feedback อย่างต่อเนื่อง: หัวหน้างานมีบทบาทในการให้คำแนะนำและสนับสนุนพนักงานอย่างต่อเนื่อง
  • การเชื่อมโยงผลการประเมินเข้ากับแผนพัฒนาศักยภาพ: ใช้ผลลัพธ์จากการประเมินเพื่อนำไปปรับแผนการพัฒนาพนักงานให้เหมาะสมกับศักยภาพและแนวโน้มของธุรกิจ

การดำเนินงานตามระบบนี้ช่วยให้พนักงานเข้าใจถึงความคาดหวังขององค์กร และได้รับการพัฒนาศักยภาพอย่างเหมาะสม เพื่อให้บริษัทสามารถเติบโตได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน

เกณฑ์การประเมินการทำงานของพนักงาน

Coporate KPIs
Performance Evaluation (PE)
Competency Assessment (CA)
Attendant (AT)

การประเมินการทำงานของพนักงาน

บริษัทดำเนินการประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้บริหารและพนักงานเป็นประจำทุกปี เพื่อให้มั่นใจว่าการดำเนินงานเป็นไปตามเป้าหมายองค์กร และเพื่อสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพของพนักงานในระยะยาว

แนวทางการประเมินผลการทำงาน

  • ดัชนีชี้วัดผลสำเร็จ (Key Performance Indicators - KPIs): ใช้เป็นเกณฑ์หลักในการประเมินประสิทธิภาพของพนักงานในแต่ละตำแหน่ง
  • การเปรียบเทียบผลการปฏิบัติงาน (Comparative Ranking): นำผลลัพธ์มาเปรียบเทียบกับพนักงานในระดับเดียวกัน เพื่อให้เกิดมาตรฐานที่เป็นธรรม
  • การพิจารณาค่าตอบแทน (Compensation Consideration): ใช้ผลการประเมินเป็นเกณฑ์ในการกำหนดค่าตอบแทนตาม CKP Performance Appraisal Manual
  • การพัฒนาอย่างต่อเนื่อง (Continuous Development): นำผลการประเมินมาวิเคราะห์และจัดทำ แผนพัฒนาศักยภาพรายบุคคล (Individual Development Plan - IDP) เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถของพนักงานให้เหมาะสมกับเส้นทางอาชีพและเป้าหมายองค์กร

ระบบประเมินผลนี้ช่วยให้บริษัทสามารถพัฒนาทรัพยากรบุคคลได้อย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่ไปกับการขับเคลื่อนองค์กรให้เติบโตอย่างยั่งยืน

สัดส่วนพนักงานที่ได้รับการประเมินการพัฒนาศักยภาพในปี 2567
ผู้บริหารระดับสูง
84.2%
ผู้บริหารระดับกลาง
100%
ผู้บริหารระดับต้น
94.5%
พนักงานทั่วไป
89.6%
การทบทวนแผนการพัฒนาศักยภาพของพนักงาน

บริษัทให้ความสำคัญกับ การพัฒนาศักยภาพของพนักงานอย่างต่อเนื่อง โดยมีการทบทวนแผนการฝึกอบรมประจำปี เพื่อให้แน่ใจว่าหลักสูตรการพัฒนา สอดคล้องกับความต้องการของพนักงานและทิศทางธุรกิจขององค์กร

แนวทางการทบทวนและพัฒนาศักยภาพพนักงาน

  • การทบทวนแผนการฝึกอบรมประจำปี ปรับปรุงหลักสูตรการอบรมให้ตรงกับทักษะที่จำเป็นในแต่ละระดับ
  • Individual Development Plan (IDP) ส่งเสริมให้พนักงานสามารถวางแผนพัฒนาตนเอง โดยเน้น Upskill & Reskill เพื่อเสริมสร้างผลิตภาพการทำงาน (Productivity)
  • SMART Goal Setting ตั้งเป้าหมายการพัฒนาให้เป็นไปตามหลัก Specific, Measurable, Attainable, Relevant, Time-bound เพื่อให้พนักงานสามารถบรรลุเป้าหมายการเติบโตในอาชีพได้อย่างชัดเจน
  • Training Roadmap ใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาพนักงานในแต่ละระดับให้มีความพร้อมและศักยภาพสูงสุด
แผนพัฒนาศักยภาพรายบุคคล (Individual development plan)

บริษัทให้ความสำคัญกับ การพัฒนาศักยภาพของพนักงานในทุกระดับ โดยส่งเสริมให้พนักงาน วางแผนการพัฒนารายบุคคล (Individual Development Plan - IDP) ที่สอดคล้องกับเส้นทางการพัฒนาและฝึกอบรมขององค์กร (Training Roadmap & Training Plan)

แนวทางการพัฒนา IDP

  • สอดคล้องกับเส้นทางอาชีพและแผนกลยุทธ์ขององค์กร พนักงานสามารถเลือกแนวทางการพัฒนาให้เหมาะสมกับตำแหน่งงานและเป้าหมายอาชีพของตนเอง
  • ครอบคลุมการอบรมทั้งในประเทศและต่างประเทศ เปิดโอกาสให้พนักงานเข้าถึงองค์ความรู้ที่ทันสมัยในระดับสากล
  • พัฒนาทักษะที่หลากหลาย (Multidisciplinary Skills Development) – รองรับการเติบโตของพนักงานในมิติต่าง ๆ เช่น ทักษะทางเทคนิค (Technical Skills), ทักษะด้านการบริหารจัดการ (Managerial Skills), และทักษะด้านนวัตกรรม (Innovation & Digital Skills)

เป้าหมายของ Individual Development Plan

  • เสริมสร้างศักยภาพพนักงาน ให้พร้อมสำหรับการเติบโตในสายอาชีพ
  • เชื่อมโยงกับ Training Roadmap เพื่อให้พนักงานได้รับการพัฒนาที่ตรงจุดและต่อเนื่อง
  • สนับสนุนแนวคิดการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning) ผ่านแนวทาง Upskilling & Reskilling เพื่อพัฒนาทักษะที่จำเป็นสำหรับการทำงานในปัจจุบันและอนาคต ให้พนักงานสามารถปรับตัวตามการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมได้อย่างต่อเนื่อง

บริษัทสนับสนุนการสร้าง วัฒนธรรมการเรียนรู้และการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้พนักงานสามารถปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรม และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันขององค์กรในระยะยาว

แผนการสืบทอดตำแหน่ง

บริษัทตระหนักถึงความสำคัญของ แผนการสืบทอดตำแหน่ง (Succession Planning) ในการรักษาความต่อเนื่องและเสถียรภาพของธุรกิจ โดยมุ่งเน้นการพัฒนาและเตรียมความพร้อมของบุคลากรสำหรับตำแหน่งสำคัญในองค์กร เพื่อให้มั่นใจว่าการดำเนินธุรกิจจะสามารถดำเนินต่อไปอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพ

แนวปฏิบัติด้านแผนการสืบทอดตำแหน่ง โดยครอบคลุมทุกระดับขององค์กร ดังนี้

  • ตำแหน่งระดับ กรรมการ (Board of Directors)
  • ตำแหน่ง กรรมการผู้จัดการ (Managing Director)
  • ผู้บริหารระดับสูง และตำแหน่งสำคัญในสายงานหลัก

แนวปฏิบัติที่ชัดเจนและเป็นมาตรฐาน

  • จัดทำ แผนการสืบทอดตำแหน่งเป็นลายลักษณ์อักษร เพื่อให้เป็นแนวทางที่ชัดเจน
  • กำหนด เกณฑ์การคัดเลือกผู้สืบทอดตำแหน่ง ตามศักยภาพ ความสามารถ และประสบการณ์
  • มี กระบวนการพัฒนาและติดตามผล เพื่อให้มั่นใจว่าผู้สืบทอดตำแหน่งมีความพร้อม

การพัฒนาผู้สืบทอดตำแหน่ง

  • Training & Development: จัดทำแผนพัฒนาทักษะ ความรู้ และสมรรถนะที่จำเป็นสำหรับตำแหน่งสำคัญ
  • Leadership Pipeline: เตรียมความพร้อมให้กับ ผู้นำรุ่นใหม่ (Future Leaders) ผ่านหลักสูตรเฉพาะด้าน
  • Job Rotation & Coaching: ส่งเสริมให้พนักงานที่มีศักยภาพได้ฝึกฝนในบทบาทที่หลากหลาย
  • Assessment & Readiness Evaluation: ประเมินความพร้อมของผู้สืบทอดตำแหน่งผ่านเกณฑ์ที่ชัดเจน
3) การดูแลพนักงานเพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตของพนักงาน

บริษัทให้ความสำคัญกับการดูแลและพัฒนาคุณภาพชีวิตของพนักงาน เพื่อให้พนักงานทุกคนได้รับการดูแลที่เหมาะสม สร้างความผูกพันต่อองค์กร และสนับสนุนความยั่งยืนของธุรกิจ

สวัสดิการพนักงาน
คณะกรรมการสวัสดิการ ในสถานประกอบกิจการ
ส่งเสริมการจ้างงานอย่างเท่าเทียม
การดำเนินการเพื่อสนับสนุนการทำงานของพนักงาน

1. สวัสดิการพนักงาน

บริษัทมอบ สวัสดิการและสิทธิประโยชน์ ให้กับพนักงานทุกระดับ รวมถึงพนักงานประจำและลูกจ้างที่ปฏิบัติงานใน สถานประกอบการที่สำคัญของบริษัท (Significant Locations of Operation) ทั้งนี้ บริษัทได้ระบุรายละเอียดสวัสดิการ นโยบาย ระเบียบปฏิบัติ รวมทั้งระบุรายละเอียดของกระบวนการขั้นตอนการเลิกจ้างที่เป็นไปตามกฎหมายให้พนักงานได้รับทราบ ซึ่งมีผลบังคับใช้ครอบคลุมร้อยละ 100 ของพนักงานทั้งหมด โดยครอบคลุมสิทธิประโยชน์หลักดังต่อไปนี้

สวัสดิการด้านสุขภาพและชีวิต

  • การตรวจสุขภาพประจำปี
  • ประกันชีวิต
  • ประกันสุขภาพ
  • ความคุ้มครองความทุพพลภาพ

สิทธิประโยชน์ด้านครอบครัวและสังคม

  • การลาเพื่อเลี้ยงดูบุตร: พนักงานหญิงสามารถลาคลอดได้ 90 วัน (ได้รับค่าจ้าง 45 วัน)
  • พนักงานชายสามารถใช้ วันลากิจ เพื่อสนับสนุนภรรยาในช่วงคลอดบุตรได้ ไม่เกิน 7 วันต่อปี
  • การลาเพื่อดูแลบุคคลในครอบครัว เช่น คู่สมรส บุตร บิดามารดา ปู่ย่าตายาย ใช้วันลากิจไม่เกิน 7 วันต่อปี

แผนการเกษียณอายุ (Retirement Plan)

  • สนับสนุนความมั่นคงทางการเงินในระยะยาวให้กับพนักงาน

การลาเพื่อกิจธุระส่วนตัว

บริษัทอนุญาตให้พนักงานลากิจโดยได้รับค่าจ้าง ไม่เกิน 7 วันต่อปี เพื่อดำเนินธุระส่วนตัวที่สำคัญ โดยรวมถึง

  • พนักงานชายสามารถใช้วันลากิจเพื่อสนับสนุนภรรยาในช่วงคลอดบุตรได้
  • พนักงานทั่วไปสามารถใช้วันลากิจเพื่อดูแลบุคคลในครอบครัว เช่น คู่สมรส บุตร บิดา มารดา ปู่ ย่า ตา ยาย

2. คณะกรรมการสวัสดิการในสถานประกอบกิจการ

บริษัทได้จัดตั้ง คณะกรรมการสวัสดิการในสถานประกอบกิจการ (คสส.) เพื่อดูแล การจัดสรรสวัสดิการ ให้เหมาะสมและเป็นไปตามข้อกำหนดของกฎหมายแรงงานไทย (มรท. 8001-2553) และมาตรฐานสิทธิมนุษยชนสากล โดยมีจุดมุ่งหมายดังนี้:

  • ตรวจสอบและควบคุมการจัดสรรสวัสดิการให้พนักงาน อย่างต่อเนื่อง
  • เปิดโอกาสให้พนักงานได้ แสดงความคิดเห็นและเสนอแนะ เกี่ยวกับสวัสดิการผ่านช่องทางที่กำหนด
  • สอดคล้องกับ กฎหมายแรงงาน และแนวปฏิบัติด้านสิทธิมนุษยชน

คณะกรรมการมี สมาชิก 5 คน ซึ่งเป็นตัวแทนของพนักงานทั้งหมด และประชุมเป็นระยะเพื่อพัฒนาแนวทางการดูแลสวัสดิการให้เหมาะสม

3. ส่งเสริมการจ้างงานอย่างเท่าเทียม (Diversity & Equal Opportunity Employment)

บริษัทส่งเสริม นโยบายจ้างงานที่ไม่เลือกปฏิบัติ และเปิดโอกาสให้กับบุคคลทุกกลุ่ม โดยยึดหลักการจ้างงานที่คำนึงถึง ความหลากหลายทางเชื้อชาติ เพศ ศาสนา อายุ สถานะทางเศรษฐกิจและสังคม ภูมิลำเนา การศึกษา และความพร้อมทางกายภาพ

บริษัทให้ความสำคัญกับ การจ้างงานคนพิการและผู้ด้อยโอกาส โดยมีแนวปฏิบัติดังนี้

  • จัดสรรงานที่ เหมาะสม กับศักยภาพของบุคคล
  • มอบ สิทธิและสวัสดิการที่เท่าเทียม กับพนักงานทั่วไป
  • สนับสนุน การพัฒนาทักษะและศักยภาพ

ในปี 2567

  • บริษัทยังไม่มีการจ้างงานกลุ่มผู้ด้อยโอกาส
  • บริษัทได้ส่งเงินสนับสนุนกองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการให้กับ กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นจำนวน 239,440 บาท

4. การดำเนินการเพื่อสนับสนุนการทำงานของพนักงาน

โครงสร้างค่าตอบแทนที่แข่งขันได้ (Competitive Compensation Structure) บริษัทกำหนดค่าตอบแทนที่สามารถแข่งขันกับตลาดแรงงาน โดยพิจารณาจาก

  • อัตราเงินเดือนของอุตสาหกรรม
  • คุณวุฒิ / ประสบการณ์ / ขอบข่ายการบังคับบัญชาตามระดับตำแหน่ง

การปรับขึ้นเงินเดือนตามผลการปฏิบัติงาน (Performance-Based Salary Adjustment)

  • ใช้ผลการประเมินผลการปฏิบัติงานเป็นเกณฑ์การขึ้นเงินเดือน
  • ครอบคลุมการประเมิน KPIs, พฤติกรรมและศักยภาพในการทำงาน

การสำรวจค่าตอบแทนและสวัสดิการ (Compensation Benchmarking)

  • บริษัทสำรวจและเทียบเคียงค่าตอบแทนกับบริษัทอื่นในอุตสาหกรรมเดียวกัน เพื่อให้สามารถแข่งขันได้

การบริหารทรัพยากรบุคคลตามหลักจรรยาบรรณ (HR Governance & Compliance) ซึ่งมีผลบังคับใช้ครอบคลุมร้อยละ 100 ของพนักงานทั้งหมด

  • ปฏิบัติตาม จรรยาบรรณธุรกิจ นโยบายบริหารงานบุคคล และหลักการกำกับดูแลกิจการที่ด
  • เปิดเผย รายละเอียดเกี่ยวกับนโยบาย ระเบียบปฏิบัติ และกระบวนการเลิกจ้างที่เป็นไปตามกฎหมาย ให้พนักงานทุกคนทราบ

ผลการดำเนินงานด้านการดูแลพนักงานเพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิต ในปี 2567

สวัสดิการเกี่ยวกับการลาเพื่อเลี้ยงดูบุตรในปี 2567
ชาย หญิง
พนักงานที่ได้รับสิทธิ
การลาดูแลบุตร
357 คน 172คน
พนักงานที่ใช้สิทธิ
การลาดูแลบุตร
3คน 5คน
พนักงานที่ใช้สิทธิการลาดูแลบุตรและ
กลับมาทำงานหลังจากครบสิทธิการลา
3คน 5คน
พนักงานที่ใช้สิทธิการลาดูแลบุตร
กลับมาทำงานหลังจากครบสิทธิการลาและ
ยังทำงานต่อไปอีกอย่างน้อย 12 เดือน
3คน 5คน
อัตราการกลับมาทำงานของพนักงานที่ใช้
สิทธิการลาดูแลบุตร
100% 100%
อัตราการรักษาพนักงานที่กลับมาทำงาน
หลังจากครบสิทธิการลาดูแลบุตร
100% 100%
4) สภาพแวดล้อมในการทำงานและความปลอดภัยของพนักงาน

บริษัทให้ความสําคัญในเรื่องความปลอดภัยในการทํางาน อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อม โดยมุ่งเน้นการป้องกันความเสี่ยงที่อาจเกิดผลกระทบด้านความปลอดภัย และการปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนกําหนดให้มีการตรวจสอบ ติดตามประเมินผล และทบทวนการดําเนินงาน เพื่อให้พนักงานสามารถป้องกันและแก้ไขกิจกรรมที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสิ่งแวดล้อม รวมทั้งพัฒนาวิธีปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ปลอดภัยสำหรับพนักงานทุกคน

5) การสร้างความผูกพันต่อองค์กร

บริษัทให้ความสำคัญกับ การเสริมสร้างความผูกพันของพนักงานต่อองค์กร ผ่าน ค่านิยมองค์กร (Core Values) วัฒนธรรมองค์กร และกิจกรรมเสริมสร้างการมีส่วนร่วม เพื่อให้พนักงานทุกระดับทำงานไปในทิศทางเดียวกัน และมีความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งขององค์กร

ค่านิยมองค์กร CAWTA (เข้าท่า)

บริษัทมี ค่านิยมองค์กร CAWTA (เข้าท่า) เป็น Core Value ที่ใช้เป็นหลักในการสร้างความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันในองค์กร โดยเป็นแนวทางที่พนักงานทุกคนยึดถือและปฏิบัติตามเพื่อเสริมสร้างความร่วมมือและผลักดันองค์กรให้เติบโตอย่างยั่งยืน

  1. COACHING AND LEARNING: สอนกันเหมือนพี่น้อง เรียนรู้ ดูแล และเติบโตไปด้วยกันอย่างครอบครัว
  2. ACCOUNTABILITY: ทำให้ดีที่สุดและรับผิดชอบในสิ่งที่ตามมา ปฏิบัติงานอย่างทุ่มเท เต็มที่ มีความรับผิดชอบและมีความเป็นเจ้าของงาน
  3. WORK ETHICS: ‘ถูกต้อง’ มาก่อน ‘ถูกใจ’ มีจรรยาบรรณในการทำงาน และมีความซื่อสัตย์เป็นที่ตั้ง
  4. TEAMWORK: รวมพลัง 1+1 ต้องได้มากกว่า 2 เน้นย้ำความสำคัญของการทำงานเป็นทีม ควบคู่ไปกับการจุดประกายศักยภาพรายบุคคล เพื่อร่วมกันสร้างสรรค์สิ่งที่ดีที่สุดต่อองค์กร
  5. ADAPTABILITY: เปลี่ยนแปลงไม่หยุดนิ่ง เสริมสร้างความสามารถในการปรับตัว เป็นการยอมรับและสนับสนุนการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นเสาหลักในการสร้างความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน และเสริมสร้างความผูกพันของชาวซีเค พาวเวอร์

C
COACHING AND LEARNING
A
ACCOUNTABILITY
W
WORK ETHIC
T
TEAMWORK
A
ADAPTABILITY

การสำรวจความผูกพันของพนักงาน

  • บริษัทดำเนินการสำรวจความผูกพันของพนักงานโดยมีแผนในการจัดทำการสำรวจ ทุก 2 ปี เพื่อวัดระดับความพึงพอใจ ความสุขในการทำงาน และปัจจัยที่ส่งผลต่อความผูกพันของพนักงานต่อองค์กร
  • นำผลสำรวจมาวิเคราะห์ เพื่อกำหนด กลยุทธ์และมาตรการที่เหมาะสม ในการพัฒนาสภาพแวดล้อมการทำงาน

บริษัทเชื่อว่าการทำความเข้าใจ ความต้องการและสุขภาวะของพนักงาน เป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างความผูกพัน และส่งเสริมประสิทธิภาพการทำงานในระยะยาว

การนำหลักการไคเซ็น (Kaizen) มาใช้ในการพัฒนาองค์กร

  • บริษัทได้นำหลักการไคเซ็น (Kaizen) มาประยุกต์ใช้เพื่อส่งเสริม การปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง (Continuous Improvement)
  • พนักงานสามารถแสดงความคิดเห็นและข้อเสนอแนะ ในการพัฒนากระบวนการทำงานขององค์กร
  • เปิดโอกาสให้พนักงานมีส่วนร่วม ในการขับเคลื่อนองค์กร และสร้างสรรค์แนวทางใหม่ ๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน

การนำไคเซ็นมาใช้ ช่วยให้พนักงานรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งขององค์กร และสนับสนุนให้เกิดวัฒนธรรมการพัฒนาที่ต่อเนื่อง

กิจกรรมเสริมสร้างความผูกพันของพนักงาน

บริษัทจัดกิจกรรมต่าง ๆ อย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี เพื่อให้พนักงานมี โอกาสแลกเปลี่ยนประสบการณ์ สร้างเครือข่ายความสัมพันธ์ และเพิ่มความร่วมมือภายในองค์กร เช่น

  • กิจกรรมทีมเวิร์คและพัฒนาภาวะผู้นำ
  • กิจกรรมสันทนาการและการสร้างขวัญกำลังใจ
  • โครงการพัฒนาบุคลากรและการเรียนรู้ร่วมกัน

บริษัทมุ่งเน้นให้กิจกรรมเหล่านี้ ช่วยเสริมสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่แข็งแกร่ง และทำให้พนักงานรู้สึกมีคุณค่าและความผูกพันต่อองค์กร

เป้าหมายระยะยาว เป้าหมายปี 2567 และผลการดำเนินงานปี 2567

การบริหารจัดการและพัฒนาบุคลากร
การบริหารจัดการและพัฒนาบุคลากร
เป้าหมายระยะยาว
สร้างความผูกพันและรักษาบุคลากรที่มีศักยภาพสูง
เป้าหมายปี 2567 ผลการดำเนินงานปี 2567
ระดับความผูกพันต่อองค์กรของพนักงาน
>78.0%
77.14%
ระดับความผูกพันต่อองค์กรของพนักงาน
>95.0%
98.3%
จำนวนชั่วโมงการอบรมเฉลี่ยต่อพนักงาน
≥30
ชั่วโมง
40
ชั่วโมง
จำนวนหลักสูตรภายใน
>90
หลักสูตร
150
หลักสูตร
จำนวนหลักสูตรภายนอก
>90
หลักสูตร
135
หลักสูตร
การลงทุนด้านการฝึกอบรมเฉลี่ยต่อบุคคล
>10,000
บาท/ปี
9,145
บาท/ปี
การบริหารจัดการและพัฒนาบุคลากร
การพัฒนาบุคลากร
เป้าหมายระยะยาว
เสริมสร้างศักยภาพพนักงานเพื่อสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนขององค์กร
เป้าหมายปี 2567 ผลการดำเนินงานปี 2567
พนักงานได้รับการพัฒนาศักยภาพ
>80%
95%
พนักงานกลุ่มเป้าหมายมีความรู้ความเข้าใจเรื่องการพัฒนาธุรกิจอย่างยั่งยืน
>80%
98%
พนักงานใหม่ได้รับการอบรมหลักสูตรภาคบังคับบน CKPower Academy Application
100%
100%

โครงการที่โดดเด่นที่ได้ดำเนินการในปี 2567

บริษัทได้เข้าร่วมโครงการกับทางตลาดหลักทรัพย์ เพื่อให้พนักงานกลุ่มเป้าหมายในระดับ C05 ขึ้นไปมีความรู้ความเข้าใจเรื่องการพัฒนาธุรกิจอย่างยั่งยืนโดยเฉพาะส่วนสำคัญในการดำเนินธุรกิจของ บริษัททั้ง 3 ด้าน อันได้แก่ ด้านสิ่งแวดล้อม ด้านสังคม และบรรษัทภิบาลและเศรษฐกิจ เพื่อให้พนักงานสามารถเชื่อมโยงการทำงานในปัจจุบันให้สามารถปฏิบัติหน้าที่ให้บรรลุเป้าหมายและสอดคล้องกับความยั่งยืนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เป้าหมาย ปี 2567

มากกว่า 80% ของพนักงานกลุ่มเป้าหมายมีความรู้ความเข้าใจเรื่องการพัฒนาธุรกิจอย่างยั่งยืน โดยผ่านการอบรมและได้รับประกาศนียบัตรหลักสูตร SET ESG E-Learning compulsory courses (ESG 101 การพัฒนาธุรกิจอย่างยั่งยืน และ P01 พื้นฐานด้านความยั่งยืนของธุรกิจ)

ผลการดำเนินงานในปี 2567

98% ของพนักงานกลุ่มเป้าหมายมีความรู้ความเข้าใจเรื่องการพัฒนาธุรกิจอย่างยั่งยืน โดยผ่านการอบรมหลักสูตร SET ESG E-Learning compulsory courses (ESG 101 การพัฒนาธุรกิจอย่างยั่งยืน และ P01 พื้นฐานด้านความยั่งยืนของธุรกิจ)

โครงการสื่อสารให้ความรู้ผู้บริหารเรื่องการพัฒนาพนักงานโดยใช้ Training Roadmap และ Learning Journey เพื่อสร้างความเข้าใจให้กับผู้บริหารเกี่ยวกับความสำคัญของการพัฒนาพนักงานอย่างเป็นระบบ เพื่อให้ผู้บริหารตระหนักถึงบทบาทสำคัญในการสนับสนุนการเติบโตและพัฒนาของพนักงาน เพื่อนำเสนอแนวทางการวางแผนพัฒนาพนักงานรายบุคคลผ่านเครื่องมือ Learning Journey & Blended Learning

เป้าหมาย ปี 2567

100% ของผู้บริหารหน่วยงานได้รับการสื่อสารและมีความเข้าใจเรื่องการพัฒนาพนักงานโดยใช้ Training Roadmap และ Learning Journey

ผลการดำเนินงานในปี 2567

100% ของผู้บริหารหน่วยงานได้รับการสื่อสารและมีความเข้าใจเรื่องการพัฒนาพนักงานโดยใช้ Training Roadmap และ Learning Journey

กิจกรรมส่งเสริมการทำงานเป็นทีมช่วยสร้างความผูกพันระหว่างพนักงานและองค์กร โดยเน้นการใช้วัฒนธรรมองค์กร CAWTA Core Values และแนวคิดด้านความยั่งยืน (Sustainability) เป็นหลักในการขับเคลื่อน การทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพช่วยกระชับความสัมพันธ์ระหว่างพนักงานทุกระดับ พร้อมส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการคิด แก้ไขปัญหา และปรับตัวในการทำงานร่วมกัน สร้างบรรยากาศการทำงานที่ดีและความสัมพันธ์ในทีมที่แน่นแฟ้น รวมถึงการตระหนักถึงความสำคัญของความยั่งยืนในองค์กรอย่างยั่งยืน

เป้าหมาย ปี 2567

90% ของพนักงานที่เข้าร่วมกิจกรรมมีความพึงพอใจต่อกิจกรรม Team building ปี 2567

ผลการดำเนินงานในปี 2567

90% ของพนักงานที่เข้าร่วมกิจกรรมมีความพึงพอใจต่อกิจกรรม Team building ปี 2567

โครงการพัฒนาพนักงานกลุ่มวิศวกรรมไฟฟ้า เรื่อง Power System Protection พัฒนาวิศวกรให้มีความเชี่ยวชาญด้านระบบป้องกันไฟฟ้าในระดับมืออาชีพ สามารถรับมือกับความท้าทายทางเทคนิคได้อย่างมีประสิทธิภาพ เตรียมความพร้อมสำหรับเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ ในระบบป้องกันไฟฟ้า

เป้าหมาย ปี 2567

ยกระดับความรู้และทักษะทางเทคนิคของวิศวกรไฟฟ้า ลดความเสี่ยงจากข้อผิดพลาดทางเทคนิค สร้างมาตรฐานการปฏิบัติงานที่สูงขึ้น เตรียมความพร้อมบุคลากรสำหรับการขยายธุรกิจ และพัฒนาขีดความสามารถการแข่งขันขององค์กร

ผลการดำเนินงานในปี 2567

พนักงานกลุ่มวิศวกรรมไฟฟ้าได้รับการอบรมจำนวน 33 คน

ผลลัพธ์ของโครงการ

วิศวกรไฟฟ้าจำนวน 33 คน ได้ยกระดับความรู้และทักษะทางเทคนิคของวิศวกรไฟฟ้า ลดความเสี่ยงจากข้อผิดพลาดทางเทคนิค สร้างมาตรฐานการปฏิบัติงานที่สูงขึ้น เตรียมความพร้อมบุคลากรสำหรับการขยายธุรกิจ และพัฒนาขีดความสามารถการแข่งขันขององค์กร

ประโยชน์ที่พนักงานได้รับ

  • เพิ่มพูนความรู้และทักษะเฉพาะทางด้านระบบป้องกันไฟฟ้า ทำให้สามารถวิเคราะห์และแก้ไขปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น มีความมั่นใจในการปฏิบัติงานมากขึ้น ลดความเสี่ยงจากความผิดพลาดในการทำงาน
  • ได้เรียนรู้กรณีศึกษาจากผู้เชี่ยวชาญ เสริมสร้างเครือข่ายกับผู้เชี่ยวชาญและเพื่อนร่วมอาชีพ เปิดโอกาสในการแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ ซึ่งสามารถนำมาประยุกต์ใช้กับสถานการณ์จริงได้ สามารถออกแบบระบบป้องกันไฟฟ้าที่มีความน่าเชื่อถือและปลอดภัยสูงขึ้น
  • มีโอกาสในการเติบโตในสายอาชีพ เนื่องจากมีความเชี่ยวชาญในสาขาอาชีพสูงขึ้น

ประโยชน์เชิงปริมาณที่บริษัทได้รับ

  • ลดเวลาในการแก้ไขปัญหาระบบไฟฟ้าลง 25% เนื่องจากพนักงานสามารถวินิจฉัยปัญหาได้รวดเร็วขึ้น
  • ลดค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุงเครื่องจักรและอุปกรณ์ไฟฟ้าลงประมาณ 15% ต่อปี
  • ลดความจำเป็นในการจ้างที่ปรึกษาภายนอกลง คิดเป็นค่าใช้จ่ายที่ประหยัดได้ประมาณ 500,000 บาทต่อปี

กำหนดรูปแบบการจ่ายค่าตอบแทนที่จูงใจพนักงานโดยเฉพาะกลุ่มพนักงานที่ต้องใช้ทักษะสูงในการปฎิบัติงาน/ ที่ทักษะที่หายากและคลาดแคลนในตลาดแรงงาน เพื่อสร้างความสามารถในการแข่งขันในตลาดแรงงานทั้งในระยะสั้นและในระยะยาว รวมถึงสามารถดึงดูดผู้สมัครที่มีความสามารถสูงในตลาดแรงงานได้

เป้าหมาย ปี 2567

เพื่อสร้างแรงจูงใจให้แก่พนักงาน และสร้างความสามารถในการแข่งขันในตลาดแรงงาน ตั้งเป้าอัตราการลาออกไม่เกิน 10%

ผลการดำเนินงานในปี 2567

อัตราการลาออกของพนักงานในปี 2567 คิดเป็น 4%

สร้างความเข้าใจแก่พนักงานเกี่ยวกับการกำหนดเป้าหมายการปฏิบัติงาน การประเมินผลการปฏิบัติงาน และความเชื่อมโยงของผลการประเมินกับการพัฒนาและการเติบโตในสายอาชีพของพนักงานรวมถึงการปรับขึ้นค่าจ้างประจำปี

เป้าหมาย ปี 2567

100% พนักงานได้รับการสื่อสารเรื่องการประเมินผลการปฏิบัติงาน

ผลการดำเนินงานในปี 2567

100% พนักงานได้รับการสื่อสารเรื่องการประเมินผลการปฏิบัติงาน

โครงการพัฒนานักศึกษาฝึกงาน ให้ได้เรียนรู้และรับประสบการณ์จากการทำงานจริง เป็นการเตรียมความพร้อมสำหรับการทำงานในอนาคต ปลูกฝังจิตสำนึก จรรยาบรรณในการทำงาน และความรับผิดชอบต่อสังคม อีกทั้งยังเป็นการสร้างเครือข่ายระหว่างสถาบันการศึกษาและภาคธุรกิจ

เป้าหมาย ปี 2567

มากกว่า 5 รายนักศึกษาฝึกงานไม่น้อยกว่า

ผลการดำเนินงานในปี 2567

ปี 2567 มีนักศึกษาฝึกงานเข้าร่วมโครงการเป็นนักศึกษาไทยจำนวน 8 คน และนักศึกษาลาวจำนวน 2 คน

เพื่อให้พนักงานสามารถปฏิบัติตามมาตรฐาน ระบบ หลักเกณฑ์ นโยบายที่บริษัทกำหนด ประกอบด้วยหัวข้อการสร้างความเข้าใจในวัฒนธรรมองค์กรและค่านิยมร่วม การถ่ายทอดทิศทางการดำเนินธุรกิจ การสร้างความตระหนักด้านความปลอดภัยและอาชีวอนามัย การส่งเสริมแนวคิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน การสร้างความรู้ความเข้าใจด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแล ตลอดจนจรรยาบรรณและหลักการกำกับดูแลกิจการ การดำเนินธุรกิจที่มีความรับผิดชอบและเคารพสิทธิมนุษยชน

เป้าหมาย ปี 2567

พนักงานได้รับการพัฒนาศักยภาพ 100 %

ผลการดำเนินงานในปี 2567

พนักงานได้รับการพัฒนาศักยภาพ 100 %

เพื่อให้สามารถปฏิบัติงานในหน้าที่ที่รับผิดชอบได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด เช่น หลักสูตรเฉพาะทางสายงานวิศวกรรม หลักสูตรเฉพาะทางสายงานการเงินและการบัญชี หลักสูตรเฉพาะทางสายงานทรัพยากรบุคคล เป็นต้น

เป้าหมาย ปี 2567

พนักงานได้รับการพัฒนาศักยภาพมากกกว่า 80%

ผลการดำเนินงานในปี 2567

พนักงานได้รับการพัฒนาศักยภาพ 95%

เพื่อสร้างบุคลากรที่มีความสามารถรอบด้าน มีภาวะผู้นำ และพร้อมขับเคลื่อนองค์กรสู่ความสำเร็จอย่างยั่งยืน เช่น หลักสูตร Building Confidence for Public Communication, Powering Endless Synergy, Behavioral Interview Workshop with Skill Practice Workshop, Effective Business Writing เป็นต้น

เป้าหมาย ปี 2567

พนักงานกลุ่มเป้าหมายมีความรู้ความเข้าใจเรื่องการพัฒนาธุรกิจอย่างยั่งยืนมากกว่า 80%

ผลการดำเนินงานในปี 2567

พนักงานกลุ่มเป้าหมายมีความรู้ความเข้าใจเรื่องการพัฒนาธุรกิจอย่างยั่งยืน 98%

หลักสูตรเพื่อพัฒนากระบวนการทำงานด้วย KAIZEN, การใช้เครื่องมือดิจิทัลเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน เช่น Power BI, CANVA, Generative AI เป็นต้น

เป้าหมาย ปี 2567

100% พนักงานกลุ่มเป้าหมายได้รับการอบรมหลักสูตร ตามกำหนด

ผลการดำเนินงานในปี 2567

100% พนักงานกลุ่มเป้าหมายได้รับการอบรมหลักสูตร ตามกำหนด