การพัฒนาศักยภาพและการดูแลพนักงาน
ผลกระทบต่อธุรกิจ

ความมุ่งมั่น
CKPower ให้ความสำคัญกับ การพัฒนาศักยภาพบุคลากรและการดูแลพนักงานอย่างรอบด้าน เพื่อเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันและความพร้อมในการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ เพื่อสนับสนุนการบรรลุเป้าหมาย วิสัยทัศน์ และพันธกิจขององค์กร
บริษัทมุ่งเน้น สร้างสุขภาวะที่ดี และสภาพแวดล้อมการทำงานที่เอื้อต่อประสิทธิภาพของพนักงาน ควบคู่กับการจัดสรรสวัสดิการที่เหมาะสม และพัฒนาความรู้ความสามารถของพนักงานให้สอดคล้องกับกลยุทธ์องค์กร
นอกจากนี้ CKPower มุ่งมั่นเป็นผู้นำด้านการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคโดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาอย่างยั่งยืน พนักงานที่มีความเชี่ยวชาญในด้านพลังงานหมุนเวียนเป็น กลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการผลิตไฟฟ้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ชุมชน และสังคม ซึ่งสอดคล้องกับ เป้าหมายการลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ และการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว
แนวทางการบริหารจัดการ
นโยบายและแผนการบริหารจัดการ
นโยบาย
บริษัทกำหนดนโยบายบริหารงานบุคคล เพื่อให้การบริหารงานด้านทรัพยากรบุคคลของบริษัทดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพ มีความโปร่งใส และเป็นไปตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี โดยนโยบายได้ครอบคลุมเรื่องการพัฒนาและดูแลพนักงาน โดยให้ความสำคัญไปที่เรื่องต่างๆ เช่น การปฏิบัติด้านแรงงานและสิทธิมนุษยชน การจ้างงานและการบรรจุพนักงาน การบริหารผลการปฏิบัติงาน การจ่ายค่าตอบแทนและสวัสดิการ การพัฒนาความรู้ความสามารถพนักงานและการเติบโตในสายอาชีพ การสำรวจความผูกพันของพนักงาน ความปลอดภัยในสถานที่ทำงาน และการรับเรื่องร้องเรียนและข้อเสนอแนะของพนักงาน เป็นต้น นอกจากนี้ยังมี แนวปฏิบัติด้านแผนการสืบทอดตำแหน่ง ตามนโยบายสรรหาบุคลากรที่มีคุณภาพภายในองค์กร เพื่อสรรหาบุคลากรที่มีศักยภาพเข้ามาทดแทนและปฏิบัติงานที่ทำให้การดำเนินธุรกิจขององค์กรดำเนินได้อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน
แผนการบริหารจัดการ
CKPower ได้จัดทำแผนระยะ 5 ปี (2568-2572) เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถของพนักงานอย่างเป็นระบบและยั่งยืน รองรับการขยายตัวของธุรกิจพลังงานหมุนเวียนและการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรม โดยมุ่งเน้น การพัฒนาอย่างต่อเนื่องและการรักษาบุคลากรที่มีศักยภาพสูง ผ่านกลยุทธ์ที่ชัดเจนในแต่ละปี ดังนี้
- ปี 2568: วางรากฐานและเตรียมความพร้อม
- ปี 2569: การพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
- ปี 2570: เสริมสร้างความพร้อมและขยายศักยภาพ
- ปี 2571: เพิ่มความเชี่ยวชาญและการมีส่วนร่วม
- ปี 2572: สร้างความเป็นเลิศและความยั่งยืน
| แผนการพัฒนาศักยภาพบุคลากรและการดูแลพนักงานระยะ 5 ปี (2568-2572) | |||||||||
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
|
ปี
2568 |
ปี
2569 |
ปี
2570 |
ปี
2571 |
ปี
2572 |
|||||
| วางรากฐานและเตรียมความพร้อม | การพัฒนาอย่างต่อเนื่อง | เสริมสร้างความพร้อมและขยายศักยภาพ | เพิ่มความเชี่ยวชาญและการมีส่วนร่วม | สร้างความเป็นเลิศและความยั่งยืน | |||||
|
วางแผนกำลังคนให้สอดคล้องกับแผนขยายธุรกิจ
กำหนดจำนวนและประเภทของบุคลากรที่จำเป็นต่อการขยายธุรกิจ |
พัฒนาพนักงานปัจจุบัน
จัดฝึกอบรมและพัฒนาทักษะที่จำเป็นสำหรับการดำเนินธุรกิจ ปรับปรุงแผนพัฒนาทักษะให้สอดคล้องกับกลยุทธ์ธุรกิจ |
พัฒนาพนักงานตามตำแหน่ง
จัดอบรมเพื่อเสริมสร้างทักษะเฉพาะทางของแต่ละสายงาน |
พัฒนาพนักงานตามตำแหน่ง
เสริมสร้างทักษะเฉพาะทางตามความต้องการของแต่ละสายงาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงานและความเชี่ยวชาญในบทบาทหน้าที่รายงานและปรับปรุงแผนพัฒนา สรุปผลลัพธ์การพัฒนาศักยภาพพนักงาน วิเคราะห์ประสิทธิผล และปรับปรุงแผนพัฒนาให้เหมาะสมกับทิศทางธุรกิจในปีถัดไป |
สรุปผลการดำเนินงาน 5 ปี
ทบทวนความสำเร็จของแผนพัฒนาบุคลากร วิเคราะห์จุดแข็งและโอกาสในการปรับปรุง พร้อมกำหนดแนวทางการพัฒนาบุคลากรในอนาคต |
|||||
|
จัดทำแผนพัฒนาบุคลากร
พัฒนาแผนการพัฒนาที่มีโครงสร้างชัดเจน เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานในปัจจุบันและอนาคต |
ปรับปรุงพัฒนาตามความสนใจของพนักงาน
|
ขยายขีดความสามารถ
ของพนักงานในด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม |
พัฒนาผู้นำรุ่นใหม่
ดำเนินการพัฒนาศักยภาพพนักงานระดับผู้จัดการและผู้นำองค์กร |
||||||
|
ประเมินความเสี่ยงด้านบุคลากร
วิเคราะห์ปัจจัยเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นเพื่อเตรียมแผนรับมือ (People risk assessment) |
สำรวจความสนใจและความผูกพันองค์กร
|
ดำเนินงานตามแผนงานของคณะกรรมการสวัสดิการ
|
ดำเนินงานตามแผนงานของคณะกรรมการสวัสดิการ
|
ขยายระบบบริหารทรัพยากรบุคคล
พัฒนาและปรับปรุงระบบ HR ให้ครอบคลุมทุกกระบวนการรองรับการเติบโตของธุรกิจ และเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการบุคลากร |
|||||
|
ปรับปรุงระบบบริหารทรัพยากรบุคคล (Core HR System)
เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการข้อมูลและกระบวนการ HR |
ประชุมคณะกรรมการสวัสดิการชุดใหม่ไตรมาสละครั้ง
|
ประชุมคณะกรรมการสวัสดิการชุดใหม่ไตรมาสละครั้ง
|
สำรวจความสนใจและความผูกพันองค์กร
|
ดำเนินงานตามแผนงาน
ของคณะกรรมการสวัสดิการประชุมคณะกรรมการสวัสดิการชุดใหม่ไตรมาสละครั้ง |
|||||
|
สรุปและวิเคราะห์ผลจาก Engagement Survey
ดำเนินการในปี 2567 เพื่อปรับปรุงแนวทางดูแลพนักงาน และประชุมคณะกรรมการสวัสดิการชุดใหม่ไตรมาสละครั้ง |
ประชุมคณะกรรมการสวัสดิการชุดใหม่ ไตรมาสละครั้ง
|
||||||||
กลยุทธ์การพัฒนาทรัพยากรบุคคลเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนCKPower มุ่งสู่การเป็นผู้ผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนรายใหญ่ในภูมิภาคที่มีคาร์บอนฟุตพริ้นท์ต่ำ โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพบุคลากร เพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจ พนักงานเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กร บริษัทจึงมุ่งมั่น เสริมสร้างความเชี่ยวชาญด้านพลังงาน การบริหารทรัพยากร และการจัดการองค์กรกลยุทธ์หลักของ CKPower คือ การรักษาและพัฒนาบุคลากรที่มีศักยภาพสูง โดยสนับสนุน ความก้าวหน้าในสายอาชีพ การดูแลสวัสดิการที่เป็นธรรม และการพัฒนาทักษะอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้พนักงานมีความพร้อมรองรับการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมพลังงานหมุนเวียน
นอกจากนี้ บริษัทยังให้ความสำคัญกับ การสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ปลอดภัย มีคุณภาพ และส่งเสริมการเรียนรู้ ควบคู่ไปกับ การบริหารจัดการทรัพยากรบุคคลอย่างมีประสิทธิภาพ ผ่านระบบประเมินผลที่สอดคล้องกับมาตรฐานสากล พร้อมวางแผนสืบทอดตำแหน่งเพื่อเสริมสร้างความต่อเนื่องทางธุรกิจ
5 แนวทางการบริหารจัดการทรัพยากรบุคคล เพื่อให้บุคลากรสามารถเติบโตไปพร้อมกับองค์กร
1) การพัฒนาความสามารถในการปฏิบัติงาน
บริษัทให้ความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพของพนักงานทุกระดับอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง โดยดำเนินการผ่าน Employee Development Roadmap ที่ออกแบบให้เหมาะสมกับแต่ละระดับและตำแหน่งงาน เพื่อให้พนักงานมีทักษะที่จำเป็นรองรับการเติบโตในสายอาชีพ และสอดคล้องกับเป้าหมายของบริษัทในการเป็นผู้นำด้านการผลิตไฟฟ้าจากทรัพยากรที่ยั่งยืน
บริษัทใช้แนวทาง การเรียนรู้แบบผสมผสาน (Blended Learning Approach) เพื่อให้พนักงานสามารถพัฒนาศักยภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประกอบด้วย
- การอบรมภายในองค์กร (In-house Training) โดยใช้ผู้เชี่ยวชาญภายในและภายนอกองค์กร
- การอบรมภายนอกองค์กร (External Training) เพื่อให้พนักงานได้รับความรู้จากแหล่งข้อมูลที่หลากหลาย
- หลักสูตรอบรมออนไลน์ (E-learning & Digital Training) เพื่อให้พนักงานสามารถเรียนรู้ได้ทุกที่ทุกเวลา
- การเรียนรู้จากประสบการณ์การทำงานจริง (On-the-job Training) เพื่อพัฒนาทักษะเชิงปฏิบัติและการแก้ปัญหาหน้างาน
- การถ่ายทอดองค์ความรู้ระหว่างพนักงาน (Knowledge Sharing) เพื่อสร้างวัฒนธรรมการเรียนรู้ในองค์กร
ผลลัพธ์ของการพัฒนาพนักงาน ปี 2567
- ชั่วโมงการฝึกอบรมและพัฒนาพนักงานรวมทั้งสิ้น 21,140 ชั่วโมง
- ชั่วโมงเฉลี่ยต่อพนักงาน 40 ชั่วโมง
- พนักงานที่ได้รับการพัฒนาร้อยละ 95 ของพนักงานทั้งหมด
บริษัทมุ่งมั่นพัฒนาและปรับปรุงโปรแกรมการฝึกอบรมให้สอดคล้องกับความต้องการขององค์กรและแนวโน้มอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มขีดความสามารถของพนักงาน เสริมสร้างโอกาสทางสายอาชีพ และสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนของบริษัท
แนวทางการพัฒนาศักยภาพพนักงาน
บริษัทพัฒนาศักยภาพพนักงานให้สอดคล้องกับ เป้าหมายองค์กร กลยุทธ์ทางธุรกิจ และนโยบายหลัก ผ่านโครงสร้างการเรียนรู้ที่เป็นระบบ ครอบคลุมทั้ง สมรรถนะหลัก (Core Competencies) และ ทักษะเฉพาะทาง (Functional Competencies) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน สนับสนุนความก้าวหน้าในสายอาชีพ และส่งเสริมความยั่งยืนขององค์กร โดยมีโปรแกรมการพัฒนาพนักงานแบ่งออกเป็น 4 ระดับหลัก ดังนี้
เป้าหมายของบริษัท / กลยุทธ์ทางธุรกิจ / นโยบาย |
|||||||
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| สมรรถนะ (ค่านิยมหลัก / เชิงหน้าที่ / การบริหารจัดการ) | |||||||
|
หลักสูตรอบรมภาคบังคับ
Basic / Fundamental |
ทักษะเฉพาะด้าน
Knowledge / Skill |
ทักษะด้านสังคมและการบริหารคน
Knowledge / Skill |
ทักษะขั้นสูง
Knowledge / Skill |
||||
| เพื่อให้สามารถปฏิบัติตามมาตรฐาน ระบบ หลักเกณฑ์ นโยบายที่บริษัทกำหนด | เพื่อให้สามารถปฏิบัติงานในหน้าที่ที่รับผิดชอบ | เพื่อเพิ่ม/เสริมศักยภาพการทำงาน | เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน | ||||
| ให้พนักงานปฏิบัติตามมาตรฐานและกฎระเบียบ (Compliance) | เพิ่มประสิทธิภาพและผลลัพธ์ในการทำงาน (Performance & Productivity) | พัฒนาศักยภาพและเตรียมความพร้อมสู่บทบาทที่สูงขึ้น (Potential) | ยกระดับความสามารถและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานในระยะยาว (Productivity) | ||||
|
|
|
|
||||
CKPower Academy Application
บริษัทได้พัฒนา CKPower Academy Application เป็นแพลตฟอร์มสำหรับ Knowledge Management ที่ช่วยเสริมสร้างศักยภาพของพนักงานและสนับสนุนแนวคิด การเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning) โดยเปิดโอกาสให้พนักงานสามารถเข้าถึงแหล่งความรู้ ทักษะที่จำเป็น และแนวโน้มอุตสาหกรรมใหม่ๆ ได้ทุกที่ ทุกเวลา
คุณสมบัติหลักของ CKPower Academy
- Self-initiated Learning: พนักงานสามารถเรียนรู้ด้วยตนเองผ่าน Online Learning และ Virtual Training ตามความสนใจและความต้องการในการพัฒนา
- Individual Development Plan (IDP): สนับสนุนให้พนักงานวางแผนการพัฒนาตนเองโดยเน้นจุดแข็งและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน
- Knowledge Sharing: เป็นศูนย์กลางการแบ่งปันองค์ความรู้ จากหน่วยงานต่างๆ ภายในองค์กร เพื่อให้พนักงานสามารถแลกเปลี่ยน ทักษะเฉพาะทางและแนวปฏิบัติที่ดีที่สุด Virtual Class & Face-to-Face Training: รองรับการฝึกอบรมในหลายรูปแบบ ทั้งออนไลน์ (Virtual) และ อบรมแบบพบปะ (Face-to-Face Training) เพื่อตอบโจทย์การเรียนรู้ที่หลากหลาย
- E-Book & Key Content Summaries: รวบรวมหนังสือ Best Seller และสรุปเนื้อหาสำคัญให้อ่านง่ายและสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ทันที
ผลลัพธ์ของ CKPower Academy ปี 2567
100% ของพนักงานใหม่ ได้รับการอบรมหลักสูตรภาคบังคับผ่าน CKPower Academy Application
บริษัทได้พัฒนา CKPower Academy ให้เป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้าง วัฒนธรรมการเรียนรู้และการพัฒนาต่อเนื่อง เพื่อให้พนักงานและองค์กรเติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืนและมีประสิทธิภาพ

การขยายและต่อยอดความสำเร็จด้วยการแบ่งปันความรู้ (Knowledge Sharing)
บริษัทมุ่งเน้นการสร้าง วัฒนธรรมการเรียนรู้และการแบ่งปันความรู้ (Knowledge Sharing Culture) เพื่อส่งเสริมการพัฒนาทักษะของพนักงานและเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานร่วมกัน โดยส่งเสริมให้พนักงานทุกระดับมีส่วนร่วมในการถ่ายทอดและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ที่เป็นประโยชน์ต่อองค์กร
แนวทางการส่งเสริมการแบ่งปันความรู้ (Knowledge Sharing)
- สนับสนุนให้พนักงานทุกระดับมีส่วนร่วม ในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์
- จัดทำระบบ Knowledge Management เพื่อรวบรวมข้อมูลและองค์ความรู้ให้เข้าถึงได้ง่าย
- ใช้แพลตฟอร์ม CKPower Academy เป็นศูนย์กลางสำหรับการแบ่งปันและจัดเก็บองค์ความรู้
- กระตุ้นให้พนักงานพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง ผ่านการเรียนรู้จากเพื่อนร่วมงาน
ผลลัพธ์ของ การแบ่งปันความรู้ (Knowledge Sharing) ปี 2567
- มีการแบ่งปันองค์ความรู้ ครอบคลุมหลากหลายประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจ จำนวน 128 หัวข้อ
- พนักงานสามารถเข้าถึงความรู้ได้รวดเร็วขึ้น ผ่านระบบ Knowledge Management
บริษัทได้รวบรวมเนื้อหาจากกิจกรรม Knowledge Sharing ไว้บนแพลตฟอร์มออนไลน์ CKPower Academy เพื่อให้พนักงานสามารถเข้าถึงองค์ความรู้ที่เกี่ยวข้องกับสายงานของตนเองได้หลากหลาย และสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพซึ่งการดำเนินงานนี้ช่วยสร้างวัฒนธรรมการเรียนรู้อย่างยั่งยืน และสนับสนุนให้พนักงานมีความพร้อมต่อการเปลี่ยนแปลงในอนาคต

2) โอกาสก้าวหน้าในสายอาชีพของพนักงาน
การติดตามผลการดำเนินงาน และการประเมินการทำงานของพนักงาน
บริษัทให้ความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพของพนักงานและการบริหารผลการปฏิบัติงาน (Performance Management) เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและการปรับตัวขององค์กรต่อการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมพลังงาน โดยใช้ระบบประเมินผลที่เป็นมาตรฐานและสอดคล้องกับทิศทางการขยายตัวของธุรกิจซึ่งการประเมินผลการปฏิบัติงานของพนักงานทุกระดับดำเนินการเป็นประจำทุกปี โดยกำหนด เป้าหมายการดำเนินงานที่เชื่อมโยงกับแผนกลยุทธ์ขององค์กร และใช้ 4 เกณฑ์หลัก ในการประเมิน ได้แก่
1. ตัวชี้วัดระดับองค์กร (Corporate KPI) เป้าหมายทางธุรกิจที่พนักงานต้องมีส่วนร่วมเพื่อสนับสนุนความสำเร็จขององค์กร
2. การประเมินผลการปฏิบัติงาน (Performance Evaluation - PE) ประเมินผลลัพธ์ของงานที่พนักงานรับผิดชอบโดยพิจารณาตามตัวชี้วัดที่ตกลงร่วมกับหัวหน้างาน
3. การประเมินสมรรถนะ (Competency Assessment - CA) พิจารณาทักษะ ความสามารถ และพฤติกรรมการทำงานให้สอดคล้องกับค่านิยมและแนวทางขององค์กร
4. ความสม่ำเสมอในการปฏิบัติงาน (Attendance - AT) วัดระดับความรับผิดชอบและความต่อเนื่องในการปฏิบัติงาน
แนวทางการดำเนินงาน
- การตั้งเป้าหมายรายบุคคล (Individual Goal Setting): พนักงานและหัวหน้างานร่วมกันกำหนดเป้าหมายที่ชัดเจนและสอดคล้องกับกลยุทธ์ขององค์กร
- การติดตามและให้ Feedback อย่างต่อเนื่อง: หัวหน้างานมีบทบาทในการให้คำแนะนำและสนับสนุนพนักงานอย่างต่อเนื่อง
- การเชื่อมโยงผลการประเมินเข้ากับแผนพัฒนาศักยภาพ: ใช้ผลลัพธ์จากการประเมินเพื่อนำไปปรับแผนการพัฒนาพนักงานให้เหมาะสมกับศักยภาพและแนวโน้มของธุรกิจ
การดำเนินงานตามระบบนี้ช่วยให้พนักงานเข้าใจถึงความคาดหวังขององค์กร และได้รับการพัฒนาศักยภาพอย่างเหมาะสม เพื่อให้บริษัทสามารถเติบโตได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน
เกณฑ์การประเมินการทำงานของพนักงาน
การประเมินการทำงานของพนักงาน
บริษัทดำเนินการประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้บริหารและพนักงานเป็นประจำทุกปี เพื่อให้มั่นใจว่าการดำเนินงานเป็นไปตามเป้าหมายองค์กร และเพื่อสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพของพนักงานในระยะยาว
แนวทางการประเมินผลการทำงาน
- ดัชนีชี้วัดผลสำเร็จ (Key Performance Indicators - KPIs): ใช้เป็นเกณฑ์หลักในการประเมินประสิทธิภาพของพนักงานในแต่ละตำแหน่ง
- การเปรียบเทียบผลการปฏิบัติงาน (Comparative Ranking): นำผลลัพธ์มาเปรียบเทียบกับพนักงานในระดับเดียวกัน เพื่อให้เกิดมาตรฐานที่เป็นธรรม
- การพิจารณาค่าตอบแทน (Compensation Consideration): ใช้ผลการประเมินเป็นเกณฑ์ในการกำหนดค่าตอบแทนตาม CKP Performance Appraisal Manual
- การพัฒนาอย่างต่อเนื่อง (Continuous Development): นำผลการประเมินมาวิเคราะห์และจัดทำ แผนพัฒนาศักยภาพรายบุคคล (Individual Development Plan - IDP) เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถของพนักงานให้เหมาะสมกับเส้นทางอาชีพและเป้าหมายองค์กร
ระบบประเมินผลนี้ช่วยให้บริษัทสามารถพัฒนาทรัพยากรบุคคลได้อย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่ไปกับการขับเคลื่อนองค์กรให้เติบโตอย่างยั่งยืน
สัดส่วนพนักงานที่ได้รับการประเมินการพัฒนาศักยภาพในปี 2567
การทบทวนแผนการพัฒนาศักยภาพของพนักงาน
บริษัทให้ความสำคัญกับ การพัฒนาศักยภาพของพนักงานอย่างต่อเนื่อง โดยมีการทบทวนแผนการฝึกอบรมประจำปี เพื่อให้แน่ใจว่าหลักสูตรการพัฒนา สอดคล้องกับความต้องการของพนักงานและทิศทางธุรกิจขององค์กร
แนวทางการทบทวนและพัฒนาศักยภาพพนักงาน
- การทบทวนแผนการฝึกอบรมประจำปี ปรับปรุงหลักสูตรการอบรมให้ตรงกับทักษะที่จำเป็นในแต่ละระดับ
- Individual Development Plan (IDP) ส่งเสริมให้พนักงานสามารถวางแผนพัฒนาตนเอง โดยเน้น Upskill & Reskill เพื่อเสริมสร้างผลิตภาพการทำงาน (Productivity)
- SMART Goal Setting ตั้งเป้าหมายการพัฒนาให้เป็นไปตามหลัก Specific, Measurable, Attainable, Relevant, Time-bound เพื่อให้พนักงานสามารถบรรลุเป้าหมายการเติบโตในอาชีพได้อย่างชัดเจน
- Training Roadmap ใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาพนักงานในแต่ละระดับให้มีความพร้อมและศักยภาพสูงสุด
แผนพัฒนาศักยภาพรายบุคคล (Individual development plan)
บริษัทให้ความสำคัญกับ การพัฒนาศักยภาพของพนักงานในทุกระดับ โดยส่งเสริมให้พนักงาน วางแผนการพัฒนารายบุคคล (Individual Development Plan - IDP) ที่สอดคล้องกับเส้นทางการพัฒนาและฝึกอบรมขององค์กร (Training Roadmap & Training Plan)
แนวทางการพัฒนา IDP
- สอดคล้องกับเส้นทางอาชีพและแผนกลยุทธ์ขององค์กร พนักงานสามารถเลือกแนวทางการพัฒนาให้เหมาะสมกับตำแหน่งงานและเป้าหมายอาชีพของตนเอง
- ครอบคลุมการอบรมทั้งในประเทศและต่างประเทศ เปิดโอกาสให้พนักงานเข้าถึงองค์ความรู้ที่ทันสมัยในระดับสากล
- พัฒนาทักษะที่หลากหลาย (Multidisciplinary Skills Development) – รองรับการเติบโตของพนักงานในมิติต่าง ๆ เช่น ทักษะทางเทคนิค (Technical Skills), ทักษะด้านการบริหารจัดการ (Managerial Skills), และทักษะด้านนวัตกรรม (Innovation & Digital Skills)
เป้าหมายของ Individual Development Plan
- เสริมสร้างศักยภาพพนักงาน ให้พร้อมสำหรับการเติบโตในสายอาชีพ
- เชื่อมโยงกับ Training Roadmap เพื่อให้พนักงานได้รับการพัฒนาที่ตรงจุดและต่อเนื่อง
- สนับสนุนแนวคิดการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning) ผ่านแนวทาง Upskilling & Reskilling เพื่อพัฒนาทักษะที่จำเป็นสำหรับการทำงานในปัจจุบันและอนาคต ให้พนักงานสามารถปรับตัวตามการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมได้อย่างต่อเนื่อง
บริษัทสนับสนุนการสร้าง วัฒนธรรมการเรียนรู้และการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้พนักงานสามารถปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรม และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันขององค์กรในระยะยาว

แผนการสืบทอดตำแหน่ง
บริษัทตระหนักถึงความสำคัญของ แผนการสืบทอดตำแหน่ง (Succession Planning) ในการรักษาความต่อเนื่องและเสถียรภาพของธุรกิจ โดยมุ่งเน้นการพัฒนาและเตรียมความพร้อมของบุคลากรสำหรับตำแหน่งสำคัญในองค์กร เพื่อให้มั่นใจว่าการดำเนินธุรกิจจะสามารถดำเนินต่อไปอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพ
แนวปฏิบัติด้านแผนการสืบทอดตำแหน่ง โดยครอบคลุมทุกระดับขององค์กร ดังนี้
- ตำแหน่งระดับ กรรมการ (Board of Directors)
- ตำแหน่ง กรรมการผู้จัดการ (Managing Director)
- ผู้บริหารระดับสูง และตำแหน่งสำคัญในสายงานหลัก
แนวปฏิบัติที่ชัดเจนและเป็นมาตรฐาน
- จัดทำ แผนการสืบทอดตำแหน่งเป็นลายลักษณ์อักษร เพื่อให้เป็นแนวทางที่ชัดเจน
- กำหนด เกณฑ์การคัดเลือกผู้สืบทอดตำแหน่ง ตามศักยภาพ ความสามารถ และประสบการณ์
- มี กระบวนการพัฒนาและติดตามผล เพื่อให้มั่นใจว่าผู้สืบทอดตำแหน่งมีความพร้อม
การพัฒนาผู้สืบทอดตำแหน่ง
- Training & Development: จัดทำแผนพัฒนาทักษะ ความรู้ และสมรรถนะที่จำเป็นสำหรับตำแหน่งสำคัญ
- Leadership Pipeline: เตรียมความพร้อมให้กับ ผู้นำรุ่นใหม่ (Future Leaders) ผ่านหลักสูตรเฉพาะด้าน
- Job Rotation & Coaching: ส่งเสริมให้พนักงานที่มีศักยภาพได้ฝึกฝนในบทบาทที่หลากหลาย
- Assessment & Readiness Evaluation: ประเมินความพร้อมของผู้สืบทอดตำแหน่งผ่านเกณฑ์ที่ชัดเจน
3) การดูแลพนักงานเพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตของพนักงาน
บริษัทให้ความสำคัญกับการดูแลและพัฒนาคุณภาพชีวิตของพนักงาน เพื่อให้พนักงานทุกคนได้รับการดูแลที่เหมาะสม สร้างความผูกพันต่อองค์กร และสนับสนุนความยั่งยืนของธุรกิจ
1. สวัสดิการพนักงาน
บริษัทมอบ สวัสดิการและสิทธิประโยชน์ ให้กับพนักงานทุกระดับ รวมถึงพนักงานประจำและลูกจ้างที่ปฏิบัติงานใน สถานประกอบการที่สำคัญของบริษัท (Significant Locations of Operation) ทั้งนี้ บริษัทได้ระบุรายละเอียดสวัสดิการ นโยบาย ระเบียบปฏิบัติ รวมทั้งระบุรายละเอียดของกระบวนการขั้นตอนการเลิกจ้างที่เป็นไปตามกฎหมายให้พนักงานได้รับทราบ ซึ่งมีผลบังคับใช้ครอบคลุมร้อยละ 100 ของพนักงานทั้งหมด โดยครอบคลุมสิทธิประโยชน์หลักดังต่อไปนี้
สวัสดิการด้านสุขภาพและชีวิต
- การตรวจสุขภาพประจำปี
- ประกันชีวิต
- ประกันสุขภาพ
- ความคุ้มครองความทุพพลภาพ
สิทธิประโยชน์ด้านครอบครัวและสังคม
- การลาเพื่อเลี้ยงดูบุตร: พนักงานหญิงสามารถลาคลอดได้ 90 วัน (ได้รับค่าจ้าง 45 วัน)
- พนักงานชายสามารถใช้ วันลากิจ เพื่อสนับสนุนภรรยาในช่วงคลอดบุตรได้ ไม่เกิน 7 วันต่อปี
- การลาเพื่อดูแลบุคคลในครอบครัว เช่น คู่สมรส บุตร บิดามารดา ปู่ย่าตายาย ใช้วันลากิจไม่เกิน 7 วันต่อปี
แผนการเกษียณอายุ (Retirement Plan)
- สนับสนุนความมั่นคงทางการเงินในระยะยาวให้กับพนักงาน
การลาเพื่อกิจธุระส่วนตัว
บริษัทอนุญาตให้พนักงานลากิจโดยได้รับค่าจ้าง ไม่เกิน 7 วันต่อปี เพื่อดำเนินธุระส่วนตัวที่สำคัญ โดยรวมถึง
- พนักงานชายสามารถใช้วันลากิจเพื่อสนับสนุนภรรยาในช่วงคลอดบุตรได้
- พนักงานทั่วไปสามารถใช้วันลากิจเพื่อดูแลบุคคลในครอบครัว เช่น คู่สมรส บุตร บิดา มารดา ปู่ ย่า ตา ยาย
2. คณะกรรมการสวัสดิการในสถานประกอบกิจการ
บริษัทได้จัดตั้ง คณะกรรมการสวัสดิการในสถานประกอบกิจการ (คสส.) เพื่อดูแล การจัดสรรสวัสดิการ ให้เหมาะสมและเป็นไปตามข้อกำหนดของกฎหมายแรงงานไทย (มรท. 8001-2553) และมาตรฐานสิทธิมนุษยชนสากล โดยมีจุดมุ่งหมายดังนี้:
- ตรวจสอบและควบคุมการจัดสรรสวัสดิการให้พนักงาน อย่างต่อเนื่อง
- เปิดโอกาสให้พนักงานได้ แสดงความคิดเห็นและเสนอแนะ เกี่ยวกับสวัสดิการผ่านช่องทางที่กำหนด
- สอดคล้องกับ กฎหมายแรงงาน และแนวปฏิบัติด้านสิทธิมนุษยชน
คณะกรรมการมี สมาชิก 5 คน ซึ่งเป็นตัวแทนของพนักงานทั้งหมด และประชุมเป็นระยะเพื่อพัฒนาแนวทางการดูแลสวัสดิการให้เหมาะสม
3. ส่งเสริมการจ้างงานอย่างเท่าเทียม (Diversity & Equal Opportunity Employment)
บริษัทส่งเสริม นโยบายจ้างงานที่ไม่เลือกปฏิบัติ และเปิดโอกาสให้กับบุคคลทุกกลุ่ม โดยยึดหลักการจ้างงานที่คำนึงถึง ความหลากหลายทางเชื้อชาติ เพศ ศาสนา อายุ สถานะทางเศรษฐกิจและสังคม ภูมิลำเนา การศึกษา และความพร้อมทางกายภาพ
บริษัทให้ความสำคัญกับ การจ้างงานคนพิการและผู้ด้อยโอกาส โดยมีแนวปฏิบัติดังนี้
- จัดสรรงานที่ เหมาะสม กับศักยภาพของบุคคล
- มอบ สิทธิและสวัสดิการที่เท่าเทียม กับพนักงานทั่วไป
- สนับสนุน การพัฒนาทักษะและศักยภาพ
ในปี 2567
- บริษัทยังไม่มีการจ้างงานกลุ่มผู้ด้อยโอกาส
- บริษัทได้ส่งเงินสนับสนุนกองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการให้กับ กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นจำนวน 239,440 บาท
4. การดำเนินการเพื่อสนับสนุนการทำงานของพนักงาน
โครงสร้างค่าตอบแทนที่แข่งขันได้ (Competitive Compensation Structure) บริษัทกำหนดค่าตอบแทนที่สามารถแข่งขันกับตลาดแรงงาน โดยพิจารณาจาก
- อัตราเงินเดือนของอุตสาหกรรม
- คุณวุฒิ / ประสบการณ์ / ขอบข่ายการบังคับบัญชาตามระดับตำแหน่ง
การปรับขึ้นเงินเดือนตามผลการปฏิบัติงาน (Performance-Based Salary Adjustment)
- ใช้ผลการประเมินผลการปฏิบัติงานเป็นเกณฑ์การขึ้นเงินเดือน
- ครอบคลุมการประเมิน KPIs, พฤติกรรมและศักยภาพในการทำงาน
การสำรวจค่าตอบแทนและสวัสดิการ (Compensation Benchmarking)
- บริษัทสำรวจและเทียบเคียงค่าตอบแทนกับบริษัทอื่นในอุตสาหกรรมเดียวกัน เพื่อให้สามารถแข่งขันได้
การบริหารทรัพยากรบุคคลตามหลักจรรยาบรรณ (HR Governance & Compliance) ซึ่งมีผลบังคับใช้ครอบคลุมร้อยละ 100 ของพนักงานทั้งหมด
- ปฏิบัติตาม จรรยาบรรณธุรกิจ นโยบายบริหารงานบุคคล และหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี
- เปิดเผย รายละเอียดเกี่ยวกับนโยบาย ระเบียบปฏิบัติ และกระบวนการเลิกจ้างที่เป็นไปตามกฎหมาย ให้พนักงานทุกคนทราบ
ผลการดำเนินงานด้านการดูแลพนักงานเพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิต ในปี 2567
สวัสดิการเกี่ยวกับการลาเพื่อเลี้ยงดูบุตรในปี 2567
| ชาย | หญิง | |
|---|---|---|
| พนักงานที่ได้รับสิทธิ การลาดูแลบุตร |
357 คน | 172คน |
| พนักงานที่ใช้สิทธิ การลาดูแลบุตร |
3คน | 5คน |
| พนักงานที่ใช้สิทธิการลาดูแลบุตรและ กลับมาทำงานหลังจากครบสิทธิการลา |
3คน | 5คน |
| พนักงานที่ใช้สิทธิการลาดูแลบุตร กลับมาทำงานหลังจากครบสิทธิการลาและ ยังทำงานต่อไปอีกอย่างน้อย 12 เดือน |
3คน | 5คน |
| อัตราการกลับมาทำงานของพนักงานที่ใช้ สิทธิการลาดูแลบุตร |
100% | 100% |
| อัตราการรักษาพนักงานที่กลับมาทำงาน หลังจากครบสิทธิการลาดูแลบุตร |
100% | 100% |
4) สภาพแวดล้อมในการทำงานและความปลอดภัยของพนักงาน
บริษัทให้ความสําคัญในเรื่องความปลอดภัยในการทํางาน อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อม โดยมุ่งเน้นการป้องกันความเสี่ยงที่อาจเกิดผลกระทบด้านความปลอดภัย และการปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนกําหนดให้มีการตรวจสอบ ติดตามประเมินผล และทบทวนการดําเนินงาน เพื่อให้พนักงานสามารถป้องกันและแก้ไขกิจกรรมที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสิ่งแวดล้อม รวมทั้งพัฒนาวิธีปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ปลอดภัยสำหรับพนักงานทุกคน
5) การสร้างความผูกพันต่อองค์กร
บริษัทให้ความสำคัญกับ การเสริมสร้างความผูกพันของพนักงานต่อองค์กร ผ่าน ค่านิยมองค์กร (Core Values) วัฒนธรรมองค์กร และกิจกรรมเสริมสร้างการมีส่วนร่วม เพื่อให้พนักงานทุกระดับทำงานไปในทิศทางเดียวกัน และมีความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งขององค์กร
ค่านิยมองค์กร CAWTA (เข้าท่า)
บริษัทมี ค่านิยมองค์กร CAWTA (เข้าท่า) เป็น Core Value ที่ใช้เป็นหลักในการสร้างความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันในองค์กร โดยเป็นแนวทางที่พนักงานทุกคนยึดถือและปฏิบัติตามเพื่อเสริมสร้างความร่วมมือและผลักดันองค์กรให้เติบโตอย่างยั่งยืน
- COACHING AND LEARNING: สอนกันเหมือนพี่น้อง เรียนรู้ ดูแล และเติบโตไปด้วยกันอย่างครอบครัว
- ACCOUNTABILITY: ทำให้ดีที่สุดและรับผิดชอบในสิ่งที่ตามมา ปฏิบัติงานอย่างทุ่มเท เต็มที่ มีความรับผิดชอบและมีความเป็นเจ้าของงาน
- WORK ETHICS: ‘ถูกต้อง’ มาก่อน ‘ถูกใจ’ มีจรรยาบรรณในการทำงาน และมีความซื่อสัตย์เป็นที่ตั้ง
- TEAMWORK: รวมพลัง 1+1 ต้องได้มากกว่า 2 เน้นย้ำความสำคัญของการทำงานเป็นทีม ควบคู่ไปกับการจุดประกายศักยภาพรายบุคคล เพื่อร่วมกันสร้างสรรค์สิ่งที่ดีที่สุดต่อองค์กร
- ADAPTABILITY: เปลี่ยนแปลงไม่หยุดนิ่ง เสริมสร้างความสามารถในการปรับตัว เป็นการยอมรับและสนับสนุนการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นเสาหลักในการสร้างความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน และเสริมสร้างความผูกพันของชาวซีเค พาวเวอร์

การสำรวจความผูกพันของพนักงาน
- บริษัทดำเนินการสำรวจความผูกพันของพนักงานโดยมีแผนในการจัดทำการสำรวจ ทุก 2 ปี เพื่อวัดระดับความพึงพอใจ ความสุขในการทำงาน และปัจจัยที่ส่งผลต่อความผูกพันของพนักงานต่อองค์กร
- นำผลสำรวจมาวิเคราะห์ เพื่อกำหนด กลยุทธ์และมาตรการที่เหมาะสม ในการพัฒนาสภาพแวดล้อมการทำงาน
บริษัทเชื่อว่าการทำความเข้าใจ ความต้องการและสุขภาวะของพนักงาน เป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างความผูกพัน และส่งเสริมประสิทธิภาพการทำงานในระยะยาว
การนำหลักการไคเซ็น (Kaizen) มาใช้ในการพัฒนาองค์กร
- บริษัทได้นำหลักการไคเซ็น (Kaizen) มาประยุกต์ใช้เพื่อส่งเสริม การปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง (Continuous Improvement)
- พนักงานสามารถแสดงความคิดเห็นและข้อเสนอแนะ ในการพัฒนากระบวนการทำงานขององค์กร
- เปิดโอกาสให้พนักงานมีส่วนร่วม ในการขับเคลื่อนองค์กร และสร้างสรรค์แนวทางใหม่ ๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน
การนำไคเซ็นมาใช้ ช่วยให้พนักงานรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งขององค์กร และสนับสนุนให้เกิดวัฒนธรรมการพัฒนาที่ต่อเนื่อง
กิจกรรมเสริมสร้างความผูกพันของพนักงาน
บริษัทจัดกิจกรรมต่าง ๆ อย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี เพื่อให้พนักงานมี โอกาสแลกเปลี่ยนประสบการณ์ สร้างเครือข่ายความสัมพันธ์ และเพิ่มความร่วมมือภายในองค์กร เช่น
- กิจกรรมทีมเวิร์คและพัฒนาภาวะผู้นำ
- กิจกรรมสันทนาการและการสร้างขวัญกำลังใจ
- โครงการพัฒนาบุคลากรและการเรียนรู้ร่วมกัน
บริษัทมุ่งเน้นให้กิจกรรมเหล่านี้ ช่วยเสริมสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่แข็งแกร่ง และทำให้พนักงานรู้สึกมีคุณค่าและความผูกพันต่อองค์กร
เป้าหมายระยะยาว เป้าหมายปี 2567 และผลการดำเนินงานปี 2567
| การบริหารจัดการและพัฒนาบุคลากร | |||
|---|---|---|---|
การบริหารจัดการและพัฒนาบุคลากร |
|||
| เป้าหมายระยะยาว | |||
| สร้างความผูกพันและรักษาบุคลากรที่มีศักยภาพสูง | |||
| เป้าหมายปี 2567 | ผลการดำเนินงานปี 2567 | ||
| ระดับความผูกพันต่อองค์กรของพนักงาน |
>78.0% |
77.14% |
|
| ระดับความผูกพันต่อองค์กรของพนักงาน |
>95.0% |
98.3% |
|
| จำนวนชั่วโมงการอบรมเฉลี่ยต่อพนักงาน |
≥30
|
40
|
|
| จำนวนหลักสูตรภายใน |
>90
|
150
|
|
| จำนวนหลักสูตรภายนอก |
>90
|
135
|
|
| การลงทุนด้านการฝึกอบรมเฉลี่ยต่อบุคคล |
>10,000
|
9,145
|
|
| SDGs | |||
| การบริหารจัดการและพัฒนาบุคลากร | |||
|---|---|---|---|
การพัฒนาบุคลากร |
|||
| เป้าหมายระยะยาว | |||
| เสริมสร้างศักยภาพพนักงานเพื่อสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนขององค์กร | |||
| เป้าหมายปี 2567 | ผลการดำเนินงานปี 2567 | ||
| พนักงานได้รับการพัฒนาศักยภาพ |
>80% |
95% |
|
| พนักงานกลุ่มเป้าหมายมีความรู้ความเข้าใจเรื่องการพัฒนาธุรกิจอย่างยั่งยืน |
>80% |
98% |
|
| พนักงานใหม่ได้รับการอบรมหลักสูตรภาคบังคับบน CKPower Academy Application |
100% |
100% |
|
โครงการที่โดดเด่นที่ได้ดำเนินการในปี 2567
โครงการ ESG DNA E-Learning

บริษัทได้เข้าร่วมโครงการกับทางตลาดหลักทรัพย์ เพื่อให้พนักงานกลุ่มเป้าหมายในระดับ C05 ขึ้นไปมีความรู้ความเข้าใจเรื่องการพัฒนาธุรกิจอย่างยั่งยืนโดยเฉพาะส่วนสำคัญในการดำเนินธุรกิจของ บริษัททั้ง 3 ด้าน อันได้แก่ ด้านสิ่งแวดล้อม ด้านสังคม และบรรษัทภิบาลและเศรษฐกิจ เพื่อให้พนักงานสามารถเชื่อมโยงการทำงานในปัจจุบันให้สามารถปฏิบัติหน้าที่ให้บรรลุเป้าหมายและสอดคล้องกับความยั่งยืนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เป้าหมาย ปี 2567
มากกว่า 80% ของพนักงานกลุ่มเป้าหมายมีความรู้ความเข้าใจเรื่องการพัฒนาธุรกิจอย่างยั่งยืน โดยผ่านการอบรมและได้รับประกาศนียบัตรหลักสูตร SET ESG E-Learning compulsory courses (ESG 101 การพัฒนาธุรกิจอย่างยั่งยืน และ P01 พื้นฐานด้านความยั่งยืนของธุรกิจ)
ผลการดำเนินงานในปี 2567
98% ของพนักงานกลุ่มเป้าหมายมีความรู้ความเข้าใจเรื่องการพัฒนาธุรกิจอย่างยั่งยืน โดยผ่านการอบรมหลักสูตร SET ESG E-Learning compulsory courses (ESG 101 การพัฒนาธุรกิจอย่างยั่งยืน และ P01 พื้นฐานด้านความยั่งยืนของธุรกิจ)
โครงการพัฒนาศักยภาพบุคลากรผ่าน Training Roadmap และ Learning Journey

โครงการสื่อสารให้ความรู้ผู้บริหารเรื่องการพัฒนาพนักงานโดยใช้ Training Roadmap และ Learning Journey เพื่อสร้างความเข้าใจให้กับผู้บริหารเกี่ยวกับความสำคัญของการพัฒนาพนักงานอย่างเป็นระบบ เพื่อให้ผู้บริหารตระหนักถึงบทบาทสำคัญในการสนับสนุนการเติบโตและพัฒนาของพนักงาน เพื่อนำเสนอแนวทางการวางแผนพัฒนาพนักงานรายบุคคลผ่านเครื่องมือ Learning Journey & Blended Learning
เป้าหมาย ปี 2567
100% ของผู้บริหารหน่วยงานได้รับการสื่อสารและมีความเข้าใจเรื่องการพัฒนาพนักงานโดยใช้ Training Roadmap และ Learning Journey
ผลการดำเนินงานในปี 2567
100% ของผู้บริหารหน่วยงานได้รับการสื่อสารและมีความเข้าใจเรื่องการพัฒนาพนักงานโดยใช้ Training Roadmap และ Learning Journey
โครงการ Team Building

กิจกรรมส่งเสริมการทำงานเป็นทีมช่วยสร้างความผูกพันระหว่างพนักงานและองค์กร โดยเน้นการใช้วัฒนธรรมองค์กร CAWTA Core Values และแนวคิดด้านความยั่งยืน (Sustainability) เป็นหลักในการขับเคลื่อน การทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพช่วยกระชับความสัมพันธ์ระหว่างพนักงานทุกระดับ พร้อมส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการคิด แก้ไขปัญหา และปรับตัวในการทำงานร่วมกัน สร้างบรรยากาศการทำงานที่ดีและความสัมพันธ์ในทีมที่แน่นแฟ้น รวมถึงการตระหนักถึงความสำคัญของความยั่งยืนในองค์กรอย่างยั่งยืน
เป้าหมาย ปี 2567
90% ของพนักงานที่เข้าร่วมกิจกรรมมีความพึงพอใจต่อกิจกรรม Team building ปี 2567
ผลการดำเนินงานในปี 2567
90% ของพนักงานที่เข้าร่วมกิจกรรมมีความพึงพอใจต่อกิจกรรม Team building ปี 2567
โครงการ CKP Technical Academy

โครงการพัฒนาพนักงานกลุ่มวิศวกรรมไฟฟ้า เรื่อง Power System Protection พัฒนาวิศวกรให้มีความเชี่ยวชาญด้านระบบป้องกันไฟฟ้าในระดับมืออาชีพ สามารถรับมือกับความท้าทายทางเทคนิคได้อย่างมีประสิทธิภาพ เตรียมความพร้อมสำหรับเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ ในระบบป้องกันไฟฟ้า
เป้าหมาย ปี 2567
ยกระดับความรู้และทักษะทางเทคนิคของวิศวกรไฟฟ้า ลดความเสี่ยงจากข้อผิดพลาดทางเทคนิค สร้างมาตรฐานการปฏิบัติงานที่สูงขึ้น เตรียมความพร้อมบุคลากรสำหรับการขยายธุรกิจ และพัฒนาขีดความสามารถการแข่งขันขององค์กร
ผลการดำเนินงานในปี 2567
พนักงานกลุ่มวิศวกรรมไฟฟ้าได้รับการอบรมจำนวน 33 คน
ผลลัพธ์ของโครงการ
วิศวกรไฟฟ้าจำนวน 33 คน ได้ยกระดับความรู้และทักษะทางเทคนิคของวิศวกรไฟฟ้า ลดความเสี่ยงจากข้อผิดพลาดทางเทคนิค สร้างมาตรฐานการปฏิบัติงานที่สูงขึ้น เตรียมความพร้อมบุคลากรสำหรับการขยายธุรกิจ และพัฒนาขีดความสามารถการแข่งขันขององค์กร
ประโยชน์ที่พนักงานได้รับ
- เพิ่มพูนความรู้และทักษะเฉพาะทางด้านระบบป้องกันไฟฟ้า ทำให้สามารถวิเคราะห์และแก้ไขปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น มีความมั่นใจในการปฏิบัติงานมากขึ้น ลดความเสี่ยงจากความผิดพลาดในการทำงาน
- ได้เรียนรู้กรณีศึกษาจากผู้เชี่ยวชาญ เสริมสร้างเครือข่ายกับผู้เชี่ยวชาญและเพื่อนร่วมอาชีพ เปิดโอกาสในการแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ ซึ่งสามารถนำมาประยุกต์ใช้กับสถานการณ์จริงได้ สามารถออกแบบระบบป้องกันไฟฟ้าที่มีความน่าเชื่อถือและปลอดภัยสูงขึ้น
- มีโอกาสในการเติบโตในสายอาชีพ เนื่องจากมีความเชี่ยวชาญในสาขาอาชีพสูงขึ้น
ประโยชน์เชิงปริมาณที่บริษัทได้รับ
- ลดเวลาในการแก้ไขปัญหาระบบไฟฟ้าลง 25% เนื่องจากพนักงานสามารถวินิจฉัยปัญหาได้รวดเร็วขึ้น
- ลดค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุงเครื่องจักรและอุปกรณ์ไฟฟ้าลงประมาณ 15% ต่อปี
- ลดความจำเป็นในการจ้างที่ปรึกษาภายนอกลง คิดเป็นค่าใช้จ่ายที่ประหยัดได้ประมาณ 500,000 บาทต่อปี
โครงการปรับปรุงการบริหารค่าตอบแทนเพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันในตลาดแรงงาน

กำหนดรูปแบบการจ่ายค่าตอบแทนที่จูงใจพนักงานโดยเฉพาะกลุ่มพนักงานที่ต้องใช้ทักษะสูงในการปฎิบัติงาน/ ที่ทักษะที่หายากและคลาดแคลนในตลาดแรงงาน เพื่อสร้างความสามารถในการแข่งขันในตลาดแรงงานทั้งในระยะสั้นและในระยะยาว รวมถึงสามารถดึงดูดผู้สมัครที่มีความสามารถสูงในตลาดแรงงานได้
เป้าหมาย ปี 2567
เพื่อสร้างแรงจูงใจให้แก่พนักงาน และสร้างความสามารถในการแข่งขันในตลาดแรงงาน ตั้งเป้าอัตราการลาออกไม่เกิน 10%
ผลการดำเนินงานในปี 2567
อัตราการลาออกของพนักงานในปี 2567 คิดเป็น 4%
โครงการปรับปรุงการสื่อสารที่เกี่ยวกับการประเมินผลการปฏิบัติงาน

สร้างความเข้าใจแก่พนักงานเกี่ยวกับการกำหนดเป้าหมายการปฏิบัติงาน การประเมินผลการปฏิบัติงาน และความเชื่อมโยงของผลการประเมินกับการพัฒนาและการเติบโตในสายอาชีพของพนักงานรวมถึงการปรับขึ้นค่าจ้างประจำปี
เป้าหมาย ปี 2567
100% พนักงานได้รับการสื่อสารเรื่องการประเมินผลการปฏิบัติงาน
ผลการดำเนินงานในปี 2567
100% พนักงานได้รับการสื่อสารเรื่องการประเมินผลการปฏิบัติงาน
โครงการ Internship Program

โครงการพัฒนานักศึกษาฝึกงาน ให้ได้เรียนรู้และรับประสบการณ์จากการทำงานจริง เป็นการเตรียมความพร้อมสำหรับการทำงานในอนาคต ปลูกฝังจิตสำนึก จรรยาบรรณในการทำงาน และความรับผิดชอบต่อสังคม อีกทั้งยังเป็นการสร้างเครือข่ายระหว่างสถาบันการศึกษาและภาคธุรกิจ
เป้าหมาย ปี 2567
มากกว่า 5 รายนักศึกษาฝึกงานไม่น้อยกว่า
ผลการดำเนินงานในปี 2567
ปี 2567 มีนักศึกษาฝึกงานเข้าร่วมโครงการเป็นนักศึกษาไทยจำนวน 8 คน และนักศึกษาลาวจำนวน 2 คน
หลักสูตรอบรมภาคบังคับ (Compulsory Program)

เพื่อให้พนักงานสามารถปฏิบัติตามมาตรฐาน ระบบ หลักเกณฑ์ นโยบายที่บริษัทกำหนด ประกอบด้วยหัวข้อการสร้างความเข้าใจในวัฒนธรรมองค์กรและค่านิยมร่วม การถ่ายทอดทิศทางการดำเนินธุรกิจ การสร้างความตระหนักด้านความปลอดภัยและอาชีวอนามัย การส่งเสริมแนวคิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน การสร้างความรู้ความเข้าใจด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแล ตลอดจนจรรยาบรรณและหลักการกำกับดูแลกิจการ การดำเนินธุรกิจที่มีความรับผิดชอบและเคารพสิทธิมนุษยชน
เป้าหมาย ปี 2567
พนักงานได้รับการพัฒนาศักยภาพ 100 %
ผลการดำเนินงานในปี 2567
พนักงานได้รับการพัฒนาศักยภาพ 100 %
หลักสูตรพัฒนาทักษะเฉพาะสายงาน (Functional Training)

เพื่อให้สามารถปฏิบัติงานในหน้าที่ที่รับผิดชอบได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด เช่น หลักสูตรเฉพาะทางสายงานวิศวกรรม หลักสูตรเฉพาะทางสายงานการเงินและการบัญชี หลักสูตรเฉพาะทางสายงานทรัพยากรบุคคล เป็นต้น
เป้าหมาย ปี 2567
พนักงานได้รับการพัฒนาศักยภาพมากกกว่า 80%
ผลการดำเนินงานในปี 2567
พนักงานได้รับการพัฒนาศักยภาพ 95%
หลักสูตรพัฒนาทักษะ Soft Skill และ Leadership

เพื่อสร้างบุคลากรที่มีความสามารถรอบด้าน มีภาวะผู้นำ และพร้อมขับเคลื่อนองค์กรสู่ความสำเร็จอย่างยั่งยืน เช่น หลักสูตร Building Confidence for Public Communication, Powering Endless Synergy, Behavioral Interview Workshop with Skill Practice Workshop, Effective Business Writing เป็นต้น
เป้าหมาย ปี 2567
พนักงานกลุ่มเป้าหมายมีความรู้ความเข้าใจเรื่องการพัฒนาธุรกิจอย่างยั่งยืนมากกว่า 80%
ผลการดำเนินงานในปี 2567
พนักงานกลุ่มเป้าหมายมีความรู้ความเข้าใจเรื่องการพัฒนาธุรกิจอย่างยั่งยืน 98%
หลักสูตรเสริมประสิทธิภาพการทำงาน (Super Productive)

หลักสูตรเพื่อพัฒนากระบวนการทำงานด้วย KAIZEN, การใช้เครื่องมือดิจิทัลเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน เช่น Power BI, CANVA, Generative AI เป็นต้น
เป้าหมาย ปี 2567
100% พนักงานกลุ่มเป้าหมายได้รับการอบรมหลักสูตร ตามกำหนด
ผลการดำเนินงานในปี 2567
100% พนักงานกลุ่มเป้าหมายได้รับการอบรมหลักสูตร ตามกำหนด