ข่าวสารบริษัท
ไซยะบุรี พาวเวอร์ รับเกียรติแห่งความสำเร็จจากสปป.ลาว

ต้นแบบโรงไฟฟ้าพลังน้ำลุ่มน้ำโขง สนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดอย่างยั่งยืน
เมื่อเร็วๆ นี้ บริษัท ไซยะบุรี พาวเวอร์ จำกัด (XPCL) บริษัทร่วมในเครือของ บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ CKPower (ชื่อย่อหลักทรัพย์: CKP) หนึ่งในผู้นำในการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคและมีคาร์บอนฟุตพรินต์ที่ต่ำที่สุดรายหนึ่ง ซึ่งเป็นผู้ดำเนินการโรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรี ได้รับมอบเหรียญชัยแรงงานและประกาศนียบัตรเชิดชูเกียรติ จากกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้า สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) ในฐานะองค์กรที่มีผลงานโดดเด่นด้านการพัฒนาโรงไฟฟ้าพลังน้ำไซยะบุรีตามมาตรฐานสากล โดยมี นายวรพจน์ อุชุไพบูลย์วงศ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไซยะบุรี พาวเวอร์ จำกัด รับมอบจากนายจันสะแหวง บุนยง รองรัฐมนตรีรัฐมนตรีกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้า สปป.ลาว ณ ห้องประชุมใหญ่ รัฐวิสาหกิจไฟฟ้าลาว นครหลวงเวียงจันทน์
นายวรพจน์ อุชุไพบูลย์วงศ์ กล่าวว่า ตลอดระยะเวลาการพัฒนาและก่อสร้าง รวมถึงการดำเนินงานเชิงพาณิชย์โรงไฟฟ้าพลังน้ำไซยะบุรี มุ่งยกระดับมาตรฐานการผลิตไฟฟ้าพลังน้ำให้เป็นต้นแบบของภูมิภาค ทั้งด้านสิ่งแวดล้อม สังคม เศรษฐกิจและบรรษัทภิบาล (ESG) การได้รับรางวัลครั้งนี้นับเป็นเกียรติและความภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ สปป.ลาว มองเห็นศักยภาพในการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนขององค์กร
โรงไฟฟ้าพลังน้ำไซยะบุรี เป็นโรงไฟฟ้าประเภทน้ำไหลผ่าน (Run-of-River) บนแม่น้ำโขง ใช้พลังงานจากการไหลของน้ำตามธรรมชาติ ไม่มีการกักเก็บน้ำในการผลิตไฟฟ้า มีกำลังผลิตติดตั้ง 1,285 เมกะวัตต์ เริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม 2562 สามารถผลิตกระแสไฟฟ้าจากพลังน้ำเฉลี่ยได้กว่า 7,400 กิกะวัตต์ชั่วโมงต่อปี ซึ่งนับเป็นพลังงานสะอาดจากแหล่งหมุนเวียน สามารถหลีกเลี่ยงการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ถึง 3 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด พร้อมเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงานให้แก่ทั้ง สปป.ลาว และประเทศไทย
พร้อมกันนี้ โรงไฟฟ้าพลังน้ำไซยะบุรีใช้เทคโนโลยีล้ำสมัยเพื่อรักษาสมดุลของระบบนิเวศ เช่น ระบบทางปลาผ่านแบบผสมผสาน ที่เอื้อให้ปลามากกว่า 140 สายพันธุ์สามารถว่ายขึ้นลงแม่น้ำโขงผ่านโรงไฟฟ้าได้อย่างปลอดภัย รวมทั้งระบบประตูระบายตะกอนและช่องทางเดินเรือเพื่ออำนวยความสะดวกในการสัญจรทางน้ำตลอดทั้งปี ถือเป็นต้นแบบโรงไฟฟ้าพลังน้ำที่สอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืนของภูมิภาคลุ่มน้ำโขง
ในมิติด้านสังคมโรงไฟฟ้าพลังน้ำไซยะบุรียังให้ความสำคัญกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชนรอบโรงไฟฟ้า ทั้งการจัดสรรที่ดินพร้อมสาธารณูปโภค พัฒนาทักษะอาชีพให้ชาวบ้านกว่า 600 ครัวเรือน รวมถึงการส่งเสริมการจ้างงานบุคลากรท้องถิ่น โดยมีพนักงานชาวลาวกว่า 60% ของจำนวนพนักงานทั้งหมด
การได้รับเหรียญชัยแรงงานครั้งนี้ ไม่เพียงตอกย้ำศักยภาพของโรงไฟฟ้าพลังน้ำไซยะบุรี ในฐานะต้นแบบโรงไฟฟ้าพลังน้ำประเภทน้ำไหลผ่านมาตรฐานสากล แต่ยังสะท้อนถึงความสำเร็จของ CKPower ในการร่วมขับเคลื่อนพลังงานสะอาด ควบคู่ไปกับการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมในภูมิภาคอย่างยั่งยืน




