ความท้าทาย (GRI 103-1)

การดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนต้องพัฒนาชุมชนและสังคมให้เติบโตควบคู่ไปกับองค์กร ด้วยสำนึกรับผิดชอบต่อสังคมในการมีส่วนร่วมพัฒนาประเทศให้เจริญรุดหน้า เพื่อรักษาสมดุลในการดำเนินธุรกิจและการตอบสนองต่อความคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสีย พร้อมทั้งสนับสนุนปัจจัยที่สำคัญต่อการแก้ไขปัญหาทางด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมที่จำเป็นเร่งด่วนในภาวะวิกฤติแก่สังคม โดยประโยชน์ที่องค์กรได้รับคือการได้รับการยอมรับและความไว้วางใจจากชุมชนและสังคม (Social License to Operate)

การดำเนินงาน (GRI 103-2) (GRI 413-1) (GRI 413-2)

บริษัทฯ มุ่งมั่นดำเนินธุรกิจด้วยความตระหนักถึงความรับผิดชอบต่อสังคมควบคู่ไปกับการพัฒนาองค์กรให้แข็งแกร่งเติบโตอย่างยั่งยืน ผ่านการสนับสนุนกิจกรรมเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งชุมชนบริเวณรอบโรงไฟฟ้าที่บริษัทฯ เข้าไปลงทุนและดำเนินการ นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้สนับสนุนให้พนักงานเข้ามามีส่วนร่วมในการดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคม เพื่อสร้างจิตสำนึกสาธารณะให้พนักงานมีความรับผิดชอบต่อสังคม

แนวปฏิบัติด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม

บริษัทฯ และบริษัทในเครือ มุ่งสร้างบทบาทและมีส่วนร่วมพัฒนาคุณภาพชีวิตในชุมชนพื้นที่ที่บริษัทฯ เข้าไปดำเนินธุรกิจรอบโรงไฟฟ้าในรัศมีที่เหมาะสมกับแต่ละโรงไฟฟ้า โดยดำเนินกิจกรรมหรือโครงการที่มุ่งเน้นการตอบสนองความคาดหวังและสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้มีส่วนได้เสียและชุมชน พร้อมทั้งสร้างคุณค่าทางด้านเศรษฐกิจให้แก่สังคม ผ่านความรู้ความเชี่ยวชาญเฉพาะทางของพนักงานในองค์กรที่สามารถสร้างรายให้กับชุมชน ตลอดจนสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน ทั้งนี้ การสร้างการมีส่วนร่วมกับผู้มีส่วนได้เสียขององค์กร บริษัทฯ พิจารณาการดำเนินงานที่ครอบคลุมประเด็นต่าง ๆ ดังนี้

เศรษฐกิจ
มุ่งแสวงหาแนวทางพัฒนาและปรับปรุงคุณภาพชีวิตของชุมชนอย่างต่อเนื่อง โดยกำหนดเป้าหมาย วิธีการวัดผล การติดตาม และการประเมินความยั่งยืนของกิจกรรมการพัฒนาสังคมต่าง ๆ พร้อมทั้งส่งเสริมให้เกิดนวัตกรรมทางสังคม เพื่อสร้างคุณค่าร่วมกันระหว่างการเติบโตของชุมชนควบคู่ไปกับการเติบโตขององค์กรในระยะยาว
สิทธิมนุษยชน
มุ่งปฏิบัติอย่างเท่าเทียมและไม่เลือกปฏิบัติ คำนึงถึงการใช้แรงงานเด็กและแรงงานผิดกฎหมาย สร้างการมีส่วนร่วมการดูแลและคุ้มครองความปลอดภัยให้แก่ชุมชนและสังคม รวมทั้งปกป้องสิทธิส่วนบุคคล การเปิดเผยข้อมูลและการใช้ประโยชน์ข้อมูลส่วนบุคคล ตลอดจนเคารพในความแตกต่าง ด้วยความเสมอภาคและคำนึงถึงศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์
การศึกษา
บริษัทฯ ดำเนินงานด้านการส่งเสริมให้ชุมชนรอบโรงไฟฟ้ามีสุขอนามัยที่ดี และมีความปลอดภัยทั้งในชีวิตและทรัพย์สิน รวมทั้งแนวทางการป้องกันอุบัติภัย พร้อมกันนี้ บริษัทฯ ยังให้ความรู้เกี่ยวกับการคัดแยกขยะ การกำจัดของเสียภายในชุมชน รวมถึงการบริโภคอาหารที่สะอาดและถูกสุขลักษณะ ตลอดจนการอบรมดับเพลิงและการช่วยเหลือในภาวะฉุกเฉิน
สุขภาวะและ
ความปลอดภัย
บริษัทฯ ดำเนินงานด้านการส่งเสริมให้ชุมชนรอบโรงไฟฟ้ามีสุขอนามัยที่ดี และมีความปลอดภัยทั้งในชีวิตและทรัพย์สิน รวมทั้งแนวทางการป้องกันอุบัติภัย พร้อมกันนี้ บริษัทฯ ยังให้ความรู้เกี่ยวกับการคัดแยกขยะ การกำจัดของเสียภายในชุมชน รวมถึงการบริโภคอาหารที่สะอาดและถูกสุขลักษณะ ตลอดจนการอบรมดับเพลิงและการช่วยเหลือในภาวะฉุกเฉิน
กิจกรรมสาธารณ
ประโยชน์เพื่อสังคม
บริษัทฯ ร่วมสนับสนุนกิจกรรมสาธารณประโยชน์ของชุมชนท้องถิ่น อาทิ ด้านศิลปวัฒนธรรม สวัสดิการสังคม กีฬา ตลอดจนการสนับสนุนความช่วยเหลือจากอุบัติภัย วิกฤตการณ์ต่าง ๆ อย่างเหมาะสม
การยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชน

บริษัทฯ จัดให้มีการดำเนินงานด้าน [การศึกษาคุณภาพชีวิตของชุมชน] ในพื้นที่ใกล้เคียงพื้นที่โครงการ ที่ครอบคลุมการศึกษาด้านเศรษฐกิจและสังคม ตลอดจนรวบรวมความคิดเห็นของชุมชนต่อการดำเนินโครงการของบริษัทฯ ซึ่งเป็นการเปิดโอกาสให้ชุมชนที่ได้รับผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมจากการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ ได้ทำการเสนอแนะและร้องเรียนประเด็นต่าง ๆ เพื่อให้บริษัทฯ มุ่งหาแนวทางการแก้ไขและการเยียวยา พร้อมกันนี้ บริษัทฯ ได้มีการนำผลการศึกษามาวิเคราะห์เพื่อใช้เป็นแนวทางและพิจารณากิจกรรมและโครงการเพื่อตอบสนองความต้องการของชุมชนทั้งในด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างเหมาะสม และตรงต่อความต้องการของชุมชนอย่างแท้จริง โดยในปี 2563 บริษัทฯ ได้ดำเนินกิจกรรมสานสัมพันธ์และยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชนบริเวณรอบโรงไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง โดยครอบคลุมร้อยละ 100 ของการดำเนินงานภายในบริษัท ภายใต้หลักการเป็นพลเมืองที่ดีของสังคมในการมีจิตสำนึกสังคมและสิ่งแวดล้อม ซึ่งผนวกความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านธุรกิจพลังงานสะอาดของบริษัทฯ ควบคู่ไปกับการพัฒนาสังคม อีกทั้งทางบริษัทยังได้ให้การสนับสนุนทางด้านสาธารณสุขในสปป.ลาว

โยกย้ายถิ่นฐานของประชาชน

โยกย้ายถิ่นฐานของประชาชน บริษัทฯ มุ่งรับผิดชอบต่อชุมชมและสังคมที่ได้รับผลกระทบจากการดำเนินธุรกิจโรงไฟฟ้า เช่น โรงไฟฟ้าพลังน้ำไซยะบุรี สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว บริษัทฯ ได้ดำเนินการสนับสนุนและช่วยเหลือชุมชนที่ได้รับผลกระทบกว่า 612 ครัวเรือน ซึ่งเดิมอาศัยอยู่ริมสองฝั่งของแม่น้ำโขง โดยได้โยกย้ายถิ่นฐานของประชาชน (Resettlement & Relocation) พร้อมทั้งยกระดับคุณภาพชีวิตตามแผนการโยกย้ายและฟื้นฟูความเป็นอยู่ให้มีความสอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมุ่งสนับสนุนและพัฒนาหมู่บ้านเล็กๆ ที่กระจายตัวและตั้งอยู่ในพื้นที่ห่างไกลให้กลายมาเป็นชุมชนขนาดใหญ่ ที่มีการพัฒนาแบบก้าวกระโดดในด้านสาธารณูปโภคพื้นฐาน ไฟฟ้า น้ำประปา และเส้นทางคมนาคม เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชนและมีความเป็นอยู่ที่ดีอย่างยั่งยืน ตามยุทธศาสตร์แผนพัฒนาเมืองและเศรษฐกิจของรัฐบาลสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) เพื่อรองรับการพัฒนาประเทศในด้านอุตสาหกรรม และส่งเสริมเศรษฐกิจให้เติบโตต่อเนื่อง นำไปสู่ การมีรายได้และชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น โดยในปี 2563 ได้มุ่งไปสู่เป้าหมายที่รายได้ครัวเรือนต่อปีต้องไม่น้อยกว่า 1,800 เหรียญสหรัฐอเมริกา หรือ 15 ล้านกีบ ต่อครัวเรือนต่อปีได้สำเร็จ

กิจกรรมเพื่อสังคมของบริษัท

บริษัทฯ จัดทำกิจกรรมเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่องโดยมุ่งเน้นการสนับสนุนในหลากหลายด้าน ได้แก่ การช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ การสนับสนุนด้านคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น (สนับสนุนด้านสังคม สุขภาพอนามัย และสิ่งแวดล้อม สนับสนุนด้านการศึกษา และการส่งเสริมอาชีพ) รวมทั้งสนับสนุนความช่วยเหลือกรณีที่เกิดภัยพิบัติและอุทกภัย โดยโครงการที่โดดเด่นในปี 2563 มีดังนี้

1. กิจกรรมช่วยเหลือสังคมในสถานการณ์โควิด-19

เพื่อเป็นการช่วยเหลือสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) บริษัทได้ ให้ความร่วมมือและสนับสนุนทั้งรัฐบาลและหน่วยงานต่าง ๆ อย่างเต็มที่ เพื่อให้ผ่านพ้นวิกฤติครั้งนี้ผ่านการ สนับสนุน ดังนี้

บริจาคเงินช่วยเหลือโรงพยาบาลและบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงจัดซื้อวัสดุอุปกรณ์และสิ่งของจำเป็นในการรักษาผู้ป่วยโควิด-19 จำนวน 2,000,000 บาท เพื่อสมทบ “กองทุนชัยพัฒนาสู้ภัยโควิด 19 (และโรคระบาดต่าง ๆ)”

มอบอาหารกล่อง จำนวน 3,000 กล่อง ให้แก่ ทีมแพทย์และพยาบาล พร้อมทั้งบริจาคเงิน จำนวน 1,000,000 บาท ให้แก่ทีมแพทย์และพยาบาลโรงพยาบาลรามาธิบดีจักรีนฤบดินทร์ เพื่อสนับสนุนการรับมือและหยุดยั้งการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)

มอบเงินจำนวน 1,000,000 บาทให้แก่กระทรวงสาธารณสุข สปป.ลาว ผ่านสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ เวียงจันทน์เพื่อแสดงไมตรีจิตและความห่วงใยที่กลุ่มบริษัทมีให้แก่รัฐบาล สปป.ลาว เพื่อใช้ยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)

มอบถุงปันน้ำใจ จำนวน 400 ถุง ภายใต้กิจกรรม “พลังใจที่ไม่สิ้นสุด” ให้กับองค์การบริหารส่วนตำบลโคกไทย (อบต. โคกไทย) จ.นครราชสีมา ซึ่งถุงปันน้ำใจบรรจุยารักษาโรค หน้ากากอนามัยชนิดผ้า เครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตประจำวัน มอบให้แก่ผู้ที่ไม่มีรายได้ประกอบด้วย ผู้สูงอายุ ผู้พิการ จำนวนประชากรประมาณ 1,000 คน ที่อาศัยในพื้นที่ใกล้เคียงโรงไฟฟ้าพลังเเสงอาทิตย์ บางเขนชัย ซึ่งเป็นโรงไฟฟ้าที่อยู่ภายใต้การบริหารของบริษัท

ร่วมมือกับ บมจ. อินโดรามา เวนเจอร์ส (IVL) บริษัทเคมีภัณฑ์ชั้นนำระดับโลก ในกิจกรรม “แยกขวด ช่วยหมอ” โดยให้พนักงานภายในกลุ่มบริษัทฯ ร่วมกันนำขวด PET มาบริจาค โดยเปลี่ยนขวด PET ใช้งานแล้วเป็นเส้นใยรีไซเคิลสำหรับผลิตชุด PPE แก่บุคลากรทางการแพทย์ โดยมอบให้กับโรงพยาบาลต่าง ๆ ในประเทศไทย เพื่อปกป้องบุคลากรทางการแพทย์ในขณะปฏิบัติหน้าที่รับมือกับการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทั้งนี้มียอดรวมขวดที่มาบริจาคทั้งหมด 73 กิโลกรัม สามารถไปผลิตชุด PPE ได้ถึง 190 ชุด

2. กิจกรรมช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ

กิจกรรมปันน้ำใจช่วยเหลือชาวบ้าน ต.โคกไทย อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา

ผู้บริหารและพนักงานบริษัท และบริษัทในเครือลงพื้นที่เพื่อมอบผ้าห่มเพื่อรับมือกับภัยหนาว รวมถึงถุงปันน้ำใจจำนวน 500 ถุง เพื่อบรรเทาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยที่ผ่านมา ซึ่งได้แก่ ชาวบ้าน ต.โคกไทย อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา ที่เป็นชุมชนรอบโรงไฟฟ้าพลังเเสงอาทิตย์ บางเขนชัย

3. กิจกรรมสนับสนุนด้านคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

โครงการรณรงค์กำจัดยุงลาย ต้านภัยไข้เลือดออกเฮือนเคียงโฮงไฟฟ้าไซยะบุรี

บริษัทตระหนักถึงความสำคัญของการมีสุขอนามัยที่ดีและมีความใส่ใจในสุขอนามัยของประชาชน รวมถึงสถานการณ์วิกฤติโรคระบาด บริษัทจึงจัด “โครงการรณรงค์กำจัดยุงลาย ต้านภัยไข้เลือดออก เฮือนเคียงโฮงไฟฟ้า ไซยะบุรี” เพื่อดูแลชุมชนรอบโรงไฟฟ้า ร่วมกับสาธารณสุขเมืองนาน และสุขศาลา บ้านเนินสว่าง แขวงหลวงพระบาง เนื่องด้วยความตระหนักในความสำคัญของการมีสุขอนามัยที่ดี และมีข้อกังวลเกี่ยวกับโรคระบาด รวมทั้งเพื่อเป็นการดูแลชุมชนรอบ โรงไฟฟ้า จึงได้เข้าดำเนินการฉีดพ่นกำจัดยุงลาย เเละจัดกิจกรรมให้ความรู้แก่ประชาชนท้องถิ่นในการเฝ้าระวัง ป้องกันการเกิดยุงลาย เพื่อให้สามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในสภาพแวดล้อมจริง รวมถึงลดอัตราการป่วยและการตายจากโรคไข้เลือดออกของประชาชนในพื้นที่ โดยกิจกรรมจัดขึ้นระหว่างวันที่ 26 ตุลาคม-12 พฤศจิกายน 2563 ที่ผ่านมา โดยสรุปผลภายหลังการดำเนินกิจกรรมดังกล่าวพบว่า จำนวนผู้ป่วยด้วยไข้เลือดออก และอัตราการตายด้วยสาเหตุของไข้เลือดออกลดลงเป็น 0 ราย ค่าดัชนี ลูกน้ำยุงลายลดลงจากร้อยละ 6.9 เหลือร้อยละ 2.5 และโดยมีประชาชนเข้าร่วมกิจกรรมได้รับความรู้ในเรื่อง การป้องกันและอันตรายจากไข้เลือดออกจำนวน 200 คน

ส่งเสริมอาชีพบ้านนาต่อใหญ่

สร้างหมู่บ้านโยกย้ายต้นแบบที่มีการส่งเสริมอาชีพ และมีพื้นฐานสาธารณูปโภคที่ครบถ้วน ที่ “บ้านนาต่อใหญ่” ซึ่งเป็นหมู่บ้านโยกย้ายที่สามารถหลุดพ้นจากเส้นทุกข์ยากได้สำเร็จ โดยหมู่บ้านนาต่อใหญ่ตั้งอยู่ห่างจากโรงไฟฟ้าพลังน้ำไซยะบุรี 35 กิโลเมตร เป็นหมู่บ้านแรกที่ได้รับการจัดสรรและโยกย้ายจากบ้านห้วยซุยเดิมมาตั้งอยู่ใกล้เมืองไซยะบุรีเพียง 4 กิโลเมตร เริ่มโยกย้ายในปี 2555 ที่นี่จึงเป็นเหมือนต้นแบบของหมู่บ้านโยกย้าย ทั้งทางด้านการส่งเสริมอาชีพ การปูพื้นฐานสาธารณูปโภค มีผลิตภัณฑ์ที่สร้างรายได้ให้ชาวบ้าน มีการส่งเสริมอาชีพ อาทิ การเลี้ยงหมูดำ การทำส้มปลา และการทอผ้า ชาวบ้านมีบ้านใหญ่ขึ้น จากบ้านมุงหญ้าคา ก็ได้ใหม่มุงสังกะสี มุงกระเบื้อง ในขณะที่ ที่ดินก็มีขนาดกว้างขวางขึ้น

การส่งเสริมการเข้าถึงแหล่งน้ำให้กับเด็กและชุมชนผ่านโครงการขุดเจาะบ่อน้ำบาดาลให้กับชุมชน และต่อยอดเป็นโครงการพัฒนาการศึกษาด้วยการสร้างอาคารเรียนเพิ่มเติมให้โรงเรียนในชุมชน

สนับสนุนการขุดเจาะบ่อน้ำบาดาลให้กับชุมชน เพื่อช่วยเหลือการขาดแคลนน้ำในการใช้อุปโภคบริโภคและใช้ในการเกษตรของชาวบ้านในหน้าแล้งจำนวน 3 จุด ได้แก่ โรงเรียนประถมบ้านม่วงสุม แขวงไซสมบูน โรงเรียนมัธยมต้นบ้านน้ำพาวและวัดบ้านน้ำพาว แขวงเวียงจันทน์ สปป.ลาว รวมทั้งทำการปรับปรุง ที่ทำการ ปกส. บ้านโพนพะ ซึ่งเปรียบเสมือนโรงพักชุมชนของชาวบ้าน และยังดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคมให้แก่ชุมชนรอบโรงไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งเสริมพัฒนาทางการศึกษาและเพิ่มโอกาสในการศึกษาโดยมีวิศวกรซึ่งเป็นบุคลากรของบริษัทลงสำรวจพื้นที่โรงเรียนอนุบาลหินหัวเสือ เพื่อวางแผนพัฒนาอาคารเรียนห้องสุขา และระบบน้ำดื่ม ให้แก่โรงเรียนอนุบาลหินหัวเสือ แขวงไซสมบูน โรงเรียนใกล้เคียงกับโรงไฟฟ้าที่อยู่ห่างออกไปเพียง 25 กิโลเมตร และตรงกับความต้องการของทางชุมชนและโรงเรียน คาดว่าจะดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จภายในปลายปี 2564

การส่งเสริมการสร้างอาชีพและเพิ่มรายได้ให้แก่ชุมชนผ่านโครงการขวด...แลก...สุข

ด้วยความมุ่งมั่นดำเนินธุรกิจด้วยความสำนึกรับผิดชอบต่อสังคมควบคู่ไปกับการพัฒนาบริษัทให้มั่นคง และเติบโตอย่างยั่งยืน รวมทั้งตระหนักถึงการมีส่วนร่วมและพัฒนาชุมชน

บริษัทจึงจัดให้มีการดำเนินงานในโครงการ “ขวด...แลก...สุข” ร่วมกับวัดจากแดง จังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งเป็นศูนย์กลางการจัดการขยะชุมชนอย่างครบวงจร จัดตั้งเป็นแหล่งศึกษาและเรียนรู้การจัดการขยะ รวมถึงการพัฒนาช่องทางการผลิตสินค้าที่เพิ่มมูลค่าจากการรีไซเคิล เพื่อเป็นการส่งเสริมการสร้างอาชีพและเพิ่มรายได้ให้แก่ชุมชนวัดจากแดงและส่งเสริมการคัดแยกขยะภายในบริษัท อีกทั้งเพื่อเพิ่มคุณค่าให้แก่ขวดพลาสติก PET ที่ผ่านการใช้งานแล้ว โดยโครงการขวดแลกสุขมีเป้าหมายในการรวบรวมขวดพลาสติก PET จำนวน 88 กิโลกรัม เพื่อนำไปผลิตเป็นเส้นใยทำจีวร ซึ่งหลังจากที่บริษัทได้มีการประชาสัมพันธ์โครงการ พบว่ากลุ่มผู้มีส่วนได้เสียให้ความสนใจและให้การตอบรับที่ดียิ่งต่อโครงการ ทำให้บริษัทสามารถเก็บรวบรวมขวดได้ถึง 348 กิโลกรัม หรือเท่ากับ ขวดพลาสติก PET ทั้งหมด 18,702 ขวด ในระยะเวลาเพียง 9 สัปดาห์ โดยขวดพลาสติก PET ที่รวบรวมได้สามารถนำไปผลิตเป็นผ้าไตรจีวรได้ทั้งสิ้น 1,390 ชุด ซึ่งมากกว่าที่ขาดการไว้เกือบ 4 เท่า โดยมีพนักงานเข้าร่วมกิจกรรมนี้ 62 คน

ทั้งนี้บริษัทมีแผนต่อยอดเป็นโครงการลดและคัดแยกขยะประจำปีของทุกโรงไฟฟ้า เพื่อประโยชน์กับชุมชมรอบโรงไฟฟ้าในด้านสิ่งแวดล้อมที่บริษัทเข้าไปดำเนินงาน และสร้างเป็นรายได้ให้กับผู้คนในชุมชนวัดจากแดง

การมีส่วนร่วมกับผู้มีส่วนได้เสียและความคาดหวัง

บริษัทฯ ตระหนักดีว่าความคิดเห็นของผู้มีส่วนได้เสียมีส่วนสำคัญที่ช่วยพัฒนาการดำเนินงานของบริษัทฯ ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น บริษัทฯ จึงมุ่งดำเนินงานด้านการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสีย ส่งเสริมให้เกิดการดำเนินงานที่โปร่งใสในองค์กร ผ่านนโยบายการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสียขององค์กร เพื่อเป็นแนวทางสำหรับบริษัทฯ และบริษัทในเครือในการกำหนดกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจ ซึ่งการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสียมีส่วนช่วยให้บริษัทฯ สามารถประเมินความสำคัญและเข้าใจถึงมุมมองและความคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสียที่มีต่อองค์กร และนำผลการสำรวจดังกล่าวไปใช้เป็นแนวทางในการกำหนดกลยุทธ์ในการบริหารงานและขับเคลื่อนองค์กร ภายใต้แนวทางการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสีย อีกทั้ง ยังเป็นการสร้างความเชื่อมั่นในการร่วมลงทุนและพัฒนานวัตกรรมการเพิ่มศักยภาพการดำเนินธุรกิจขององค์กรอย่างยั่งยืน

แนวทางการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสีย
ขอบเขตผลกระทบของประเด็นด้านความยั่งยืน
ประเด็นด้านความยั่งยืนที่สำคัญ ขอบเขตผลกระทบของประเด็นด้านความยั่งยืน
ภายใน   ภายนอก  
พนักงาน หน่วยงาน
กำกับดูแล
ลูกค้า ชุมชน
และสังคม
คู่ค้า นักลงทุน
และผู้ถือหุ้น
ความมั่นคงด้านเสถียรภาพและความพร้อมของการดำเนินงาน
การกำกับดูแลกิจการที่ดี การบริหารความเสี่ยง และการปฏิบัติตามข้อกำหนด
การดูแลสังคมและชุมชน  
การบริหารจัดการความสัมพันธ์และความรับผิดชอบต่อลูกค้า  
การเคารพสิทธิมนุษยชน
สุขภาวะและความปลอดภัยในสภาพแวดล้อมการทำงาน
การบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อม
การจัดการพลังงานและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ  
การบริหารจัดการนวัตกรรม  
การพัฒนาศักยภาพและการดูแลพนักงาน          
การบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทาน  
กลุ่มของผู้มีส่วนได้เสีย
ประโยชน์ที่ผู้มีส่วนได้เสียได้รับ
  • ได้รับสินค้าและบริการในปริมาณที่เพียงพอตามที่กำหนดและตกลงกัน
  • สามารถได้รับการแก้ไขปัญหาอย่างรวดเร็วเมื่อใดก็ตามที่เกิดเหตุขึ้น
  • อำนวยความสะดวกในการถ่ายทอดความรู้ที่ช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นใน CKPower
ช่องทางการมีส่วนร่วมและความถี่
  • การประชุมลูกค้าประจำปี
  • แบบสำรวจความพึงพอใจประจำปี
  • ศูนย์ติดต่อลูกค้า
  • ติดต่อผ่านเว็บไซต์ของบริษัท
  • การฝึกอบรมสำหรับลูกค้า
  • นโยบาย Whistleblower
ประเด็นที่อยู่ในความสนใจ
  • การให้บริการที่มีคุณภาพสูงในปริมาณที่เพียงพอตามที่ตกลงกัน
  • การดำเนินธุรกิจด้วยความซื่อสัตย์โปร่งใสบนแนวทางแห่งความยั่งยืน
การดำเนินงานเพื่อตอบสนอง
  • รักษาสิ่งที่ลูกค้าพึงพอใจและปรับปรุงสิ่งที่พวกเขายังไม่พอใจ
  • ใช้ผลการสำรวจความพึงพอใจเพื่อปรับกระบวนการภายในเพื่อส่งมอบผลิตภัณฑ์และบริการที่ดียิ่งขึ้น
  • ดำเนินธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพและมีการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง
ประโยชน์ที่ผู้มีส่วนได้เสียได้รับ
  • ไว้วางใจและลงทุนใน CKPower
  • สิทธิในการเข้าถึงข้อมูลที่ถูกต้องและเป็นประโยชน์
  • สิทธิของผู้ถือหุ้นต่าง ๆ
ช่องทางการมีส่วนร่วมและความถี่
  • ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี (1 ครั้ง)
  • รายงานประจำปี (1 ครั้ง)
  • ติดต่อทีมงานนักลงทุนสัมพันธ์
  • เว็บไซต์ของบริษัท
  • กิจกรรมของแผนกนักลงทุนสัมพันธ์
  • แบบสำรวจความพึงพอใจประจำปี
  • นโยบาย Whistleblower
ประเด็นที่อยู่ในความสนใจ
  • เสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันทางธุรกิจ
  • การบริหารความเสี่ยงที่ดีในระยะสั้นและระยะยาว
  • ความโปร่งใสของการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์และการเปิดเผยข้อมูล
การดำเนินงานเพื่อตอบสนอง
  • ร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินงานอย่างยั่งยืน
  • วิเคราะห์ ติดตามและจัดทำมาตรการความเสี่ยงของบริษัท รวมถึงความเสี่ยงที่เกิดขึ้นใหม่พร้อมกับแผนการลดความเสี่ยงในระยะเวลา 3-5 ปี
  • เปิดเผยข้อมูลตามแนวปฏิบัติที่เป็นสากลสนับสนุนให้ผู้ถือหุ้นแสดงความคิดเห็นโดยตรงกับบริษัท
ประโยชน์ที่ผู้มีส่วนได้เสียได้รับ
  • ลดผลกระทบจากธุรกิจที่อาจมีต่อชุมชนและสังคม
  • ไม่มีการละเมิดกฎหมายและข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง
  • สร้างรายได้และพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่ใกล้เคียงโรงไฟฟ้า
ช่องทางการมีส่วนร่วมและความถี่
  • การเยี่ยมชมชุมชน (รายเดือน)
  • กิจกรรมเพื่อสังคมต่าง ๆ (CSR)
  • ติดต่อผ่านเว็บไซต์ของบริษัท
  • ช่องทางสื่อดิจิตอลต่าง ๆ
  • เข้าร่วมเครือข่ายภาครัฐ
  • นโยบาย Whistleblower
ประเด็นที่อยู่ในความสนใจ
  • ผลกระทบเชิงบวกต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม
  • ความร่วมมือที่ดีกับ CKPower
  • ขั้นตอนการจัดการที่โปร่งใสและตรวจสอบได้
การดำเนินงานเพื่อตอบสนอง
  • ดำเนินธุรกิจด้วยความระมัดระวังเพื่อป้องกันและลดผลกระทบที่อาจมีต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม
  • แต่งตั้งหน่วยงานที่รับผิดชอบดูแลการจัดการด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมรอบโรงไฟฟ้าโดยเฉพาะ
  • ปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด
  • ติดตามข่าวสารจากสื่อและนำมาพิจารณาในระหว่างการวางแผน
  • สื่อสารกับข้อเท็จจริงและข้อมูลที่อัปเดตอย่างสม่ำเสมอ
ประโยชน์ที่ผู้มีส่วนได้เสียได้รับ
  • งานที่มั่นคง
  • มีสถิติการบันทึกเรื่อง อาชีวอนามัยและความปลอดภัยที่ดี
  • ค่าตอบแทนและผลประโยชน์ที่สามารถแข่งขันได้
  • โอกาสในการเติบโต
  • งบประมาณสำหรับการฝึกอบรมรายบุคคล
ช่องทางการมีส่วนร่วมและความถี่
  • ช่องทางการสื่อสารที่หลากหลายรวมถึงแพลตฟอร์มดิจิทัล
  • การประชุม Town Hall (ประจำ ไตรมาส 1 และ 4)
  • การสำรวจความผูกพันพนักงานต่อองค์กรทุก ๆ 2 ปีครั้ง
  • นโยบาย Whistleblower
ประเด็นที่อยู่ในความสนใจ
  • ให้ผลตอบแทนและผลประโยชน์ที่เป็นธรรม
  • สภาพแวดล้อมการทำงานที่ดี
  • โอกาสในการเติบโต
การดำเนินงานเพื่อตอบสนอง
  • ให้ผลตอบแทนและผลประโยชน์ที่เพียงพอโดยการเปรียบเทียบกับบริษัทต่าง ๆ ในอุตสาหกรรมเดียวกัน
  • ปรับปรุงระบบดิจิตอลเพื่อความสะดวกของพนักงาน
  • พัฒนาพนักงานทุกคนอย่างต่อเนื่องด้วยงบประมาณจำนวนหนึ่งสำหรับในทุกระดับ
  • ส่งเสริมมาตรฐานอาชีวอนามัยและความปลอดภัยในระดับโลก
ประโยชน์ที่ผู้มีส่วนได้เสียได้รับ
  • ความร่วมมือในประเด็นต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง
  • การปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับอย่างครบถ้วน
  • การเข้าร่วมเครือข่ายพันธมิตรภาคเอกชน
  • การมีความสัมพันธ์ที่ดี
ช่องทางการมีส่วนร่วมและความถี่
  • ช่องทางการสื่อสารที่หลากหลายรวมถึงแพลตฟอร์มดิจิทัลของบริษัท
  • นโยบาย Whistleblower
  • ติดต่อฝ่ายกำกับดูแลกิจการ
  • รายงานประจำปี (1 ครั้ง)
ประเด็นที่อยู่ในความสนใจ
  • ปฏิบัติตามกฎหมายและข้อบังคับทั้งหมดอย่างสมบูรณ์
  • ให้ความร่วมมือในการส่งเสริมความยั่งยืนโดยภาพรวม
  • มีส่วนร่วมในโปรแกรม / กิจกรรม / การแบ่งปันความรู้ที่เกี่ยวข้อง
การดำเนินงานเพื่อตอบสนอง
  • เปิดเผยข้อมูลที่เกี่ยวข้องทั้งหมดเพื่อความไว้วางใจซึ่งกันและกันและวัตถุประสงค์ในการปฏิบัติตาม
  • มีส่วนร่วมในทุกเรื่องที่เกี่ยวกับความยั่งยืน
  • เสริมสร้างความร่วมมือและความสัมพันธ์กับหน่วยงานกำกับดูแลทั้งหมด
ประโยชน์ที่ผู้มีส่วนได้เสียได้รับ
  • ไว้วางใจในผลประโยชน์ซึ่งกันและกันด้วยความซื่อสัตย์
  • ความร่วมมือในการพัฒนาธุรกิจอย่างยั่งยืนด้วยจรรยาบรรณของซัพพลายเออร์
  • การแบ่งปันความรู้และการถ่ายโอนผลิตภัณฑ์และบริการ
ช่องทางการมีส่วนร่วมและความถี่
  • กระบวนการขึ้นรายชื่อผู้ขาย
  • สำรวจความพึงพอใจ
  • แหล่งของข้อมูลต่าง ๆ จาก CKPower
  • วิเคราะห์การประชุม (4Qs)
  • เว็บไซต์บริษัท
  • นโยบาย Whistleblower
ประเด็นที่อยู่ในความสนใจ
  • การจัดหาซื้อและจัดหาที่โปร่งใสและยุติธรรม
  • การชำระเงินที่ตรงเวลาและเชื่อถือได้
  • โอกาสในการพัฒนาและเติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน
การดำเนินงานเพื่อตอบสนอง
  • กำหนดจรรยาบรรณของซัพพลายเออร์โดยเน้นที่มิติ ESG ร่วมกับการตรวจประเมินประเด็นด้าน ESG
  • รักษาระดับความไว้วางใจในกระบวนการจัดซื้อด้วยความโปร่งใสให้อยู่ในระดับสูงเสมอ
  • กำหนดขั้นตอนการชำระเงินเพื่อความสะดวกในการชำระเงินที่ตรงเวลา
ผลการดำเนินงานด้านการดูแลสังคมและชุมชนในปี 2563 (GRI 103-3)
  • จำนวนพนักงานจิตอาสา  505 คน
  • โครงการจิตอาสาทั้งหมด 18 โครงการ
  • จำนวนชั่วโมงรวมจิตอาสา 2,519 ชั่วโมง (ทั้งระดับ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร และพนักงาน)
  • เงินสนับสนุนกิจกรรมเพื่อสังคม 8,277,652 บาท
ข้อร้องเรียนและกรณีทุจริต ปี 2561 ปี 2562 ปี 2563 เป้าหมาย 2564
จำนวนข้อร้องเรียน (ครั้ง) 0 0 0 0
จำนวนข้อร้องเรียนที่ได้ดำเนินการแก้ไขแล้ว (ครั้ง) 0 0 0 0
จำนวนการละเมิดกฎหมายหรือข้อกำหนดด้านสังคมและเศรษฐกิจ (ครั้ง) 0 0 0 0
จำนวนเงินค่าปรับเกี่ยวกับการละเมิดกฎหมายหรือข้อกำหนดด้านสังคมและเศรษฐกิจ (บาท) 0 0 0 0