ความท้าทาย (GRI 103-1)

บริษัทฯ ตระหนักถึงความสำคัญด้านสุขภาวะและความปลอดภัยในการทำงาน ซึ่งการบริหารจัดการด้านความปลอดภัยที่ไม่เหมาะสมอาจจะส่งผลต่อการหยุดชะงักของกระบวนการผลิต และอาจส่งผลกระทบที่เกี่ยวเนื่องกับการทำงานของผู้มีส่วนได้เสียตลอดห่วงโซ่อุปทานอีกด้วย บริษัทฯ จึงมุ่งมั่นดำเนินงานด้านความปลอดภัยรอบด้าน และพัฒนาปรับปรุงระบบและมาตรการควบคุมความปลอดภัยของบริษัทฯ ให้มีประสิทธิภาพสูงสุดอย่างต่อเนื่อง
เพื่อลดความเสี่ยงการเกิดอุบัติเหตุอันนำไปสู่การบาดเจ็บและเสียชีวิตของพนักงาน ผู้รับเหมา และชุมชนโดยรอบ รวมทั้งเป็นการลดโอกาสการเกิดการหยุดชะงักของกระบวนการผลิต และเสริมสร้างเสถียรภาพในการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน

การดำเนินงาน (GRI 103-2) (GRI 403-1) (GRI 403-2) (GRI 403-3) (GRI 403-4) (GRI 403-5) (GRI 403-6) (GRI 403-7) (GRI 403-8)

บริษัทฯ ตระหนักถึงคุณภาพชีวิตและความปลอดภัยในการทำงานของพนักงานทั่วทั้งองค์กร รวมถึงผู้รับเหมาทั้งที่ปฏิบัติหน้าที่ในสำนักงานและผู้ที่ปฏิบัติงานในโรงไฟฟ้า ภายใต้วิสัยทัศน์ “การเป็นองค์กรที่ปราศจากอุบัติเหตุและปราศจากการบาดเจ็บ” รวมถึงจรรยาบรรณในการดำเนินธุรกิจที่คำนึงถึงสภาพแวดล้อม ความปลอดภัย และสุขอนามัยในการทำงาน ผ่านมาตรการด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยขององค์กร นอกจากนี้ บริษัทฯ จัดให้มีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน ทำหน้าที่ติดตาม ตรวจสอบ และปรับปรุงสภาพแวดล้อมในการทำงานให้มีความปลอดภัยที่สอดคล้องตามมาตรฐานระบบบริหารงานคุณภาพ (International Organization for Standardization: ISO) และมาตรฐานด้านความปลอดภัยที่เกี่ยวข้องอย่างสม่ำเสมอ

พร้อมกันนี้ บริษัทฯ ยังมุ่งเน้นในเรื่องสุขอนามัยผ่านการให้ความรู้แก่พนักงานและผู้รับเหมา โดยครอบคลุมพนักงาน 290 คน คิดเป็นร้อยละ 15 และผู้รับเหมา 1621 คน คิดเป็นร้อยละ 85 โดยบริษัทฯ กำหนดมาตรการสำหรับพนักงานใหม่ต้องได้รับการตรวจสุขภาพก่อนการปฏิบัติงาน รวมทั้งมีการตรวจสุขภาพประจำปีให้กับพนักงาน เพื่อให้มั่นใจว่าพนักงานทุกคนจะมีสุขภาพที่สมบูรณ์ และพร้อมปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

จรรยาบรรณการดำเนินธุรกิจด้านสภาพแวดล้อม ความปลอดภัย และสุขอนามัยในการทำงาน
ขั้นตอนการการบ่งชี้อันตรายและประเมินความเสี่ยงด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัย

บริษัทตระหนักถึงอันตรายในทุกขั้นตอนการปฏิบัติงานของพนักงานและผู้รับเหมา จึงได้ดำเนินการการชี้บ่งอันตรายและประเมินความเสี่ยงด้านอาชีวอนามัยและความความปลอดภัยทุกครั้งก่อนเริ่มงาน โดยใช้เทคนิค การวิเคราะห์งานเพื่อความปลอดภัย (Job Safety Analysis : JSA) โดยมีการพิจารณากิจกรรมและงานทั้งหมดในพื้นที่รับผิดชอบ แจกแจงงานที่เลือกเป็นขั้นตอนย่อย จากนั้นชี้บ่งอันตายและผลกระทบที่เกิดขึ้น และประเมินระดับความรุนแรงและโอกาส รวบรวมเป็นทะเบียนความเสี่ยงด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัย เพื่อหาแนวทางและจัดทำแผนการป้องกันและลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น นอกจากนั้นยังมีการจัดเก็บผลการประเมินความเสี่ยง เพื่อใช้ทบทวนในปีถัดๆไปในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงกิจกรรม ลักษณะงานหรือ กระบวนการทำงานเกิดขึ้น

บริษัทดำเนินการป้องกันและลดความเสี่ยงด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัย โดยเลือกผลการประเมินของกิจกรรมและงานทั้งหมด ตั้งแต่ระดับปานกลางขึ้นไปจากทะเบียนความเสี่ยง มาประชุมเพื่อหาแนวทางการควบคุมความเสี่ยง โดยจะพิจารณาตามหลักการจัดการความเสี่ยงหรือมาตรการควบคุม และนำเสนอแผนควบคุมหรือลดความเสี่ยงต่อผู้บริหารเพื่อขออนุมัติในการจัดทำตามแผนควบคุมความเสี่ยงต่อไป นอกจากนี้บริษัทฯยังดำเนินการจัดโครงการด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยต่างดังนี้

โครงการ Safety Day

บริษัทฯ ดำเนินงานวันความปลอดภัย (Safety Day) ขึ้น เพื่อให้พนักงานมีความตระหนักในเรื่องความปลอดภัยในการทำงาน โดยในช่วงเช้าได้รจัดการอบรมให้พนักงานในหัวข้อ “พฤติกรรมความปลอดภัยสร้างได้ : BBS (Behavior-Based Safety)” ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันอุบัติเหตุในการปฏิบัติงานได้

นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมที่ช่วยกระชับความสัมพันธ์ของพนักงานในองค์กร ในกิจกรรมกีฬาต้านยาเสพติด ประกอบไปด้วย กิจกรรมได้แก่ กิจกรรมเกมส์ด้านความปลอดภัย และ ฟุตบอลประเพณี เพื่อกระชับความสัมพันธ์ในหน่วยงาน ผลการดำเนินงานในเบื้องต้น พบว่า โครงการวันความปลอดภัยช่วยส่งเสริมและกระตุ้นจิตสำนึกด้านความปลอดภัยให้พนักงาน และเชื่อมสัมพันธ์พนักงานในองค์กร เพื่อให้พนักงานมีความร่วมมือเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน เพื่อเป้าหมายอุบัติเหตุในการทำงานเป็นศูนย์ (TARGET ZERO ACCIDENT)

โครงการ E-Work Permit

บริษัทฯ ได้มีความตระหนักถึงสุขภาพของพนักงานที่ปฏิบัติงานในช่วงการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา (COVID-19) จึงได้ออกมาตรการในการรักษาระยะห่างในการทำงาน ดังนั้นเพื่อเป็นการป้องกันการติดเชื้อของไวรัสโคโรนา (COVID-19) บริษัทฯ จึงได้มีการปรับปรุงวิธีการขออนุญาตเข้าทำงานรูปแบบใหม่โดยเรียกว่า “ระบบ E-Work Permit”

โดยจัดให้มีการขออนุญาตเข้าทำงานบนแอพพลิเคชั่นบนมือถือ โดยผู้ขออนุญาตสามารถล๊อคอินผ่านลิงค์เพื่อเข้าสู่ระบบ E-Work Permit โดยทำการกรอกชื่อ-นามสกุล หน่วยงาน และ ลักษณะงานที่ต้องการขออนุญาตจากนั้น ระบบจะทำงานส่งข้อมูลไปยังผู้อนุญาตให้ทำงาน เมื่อได้รับอนุมัติ จึงสามารถเริ่มงานได้ เป็นการปรับปรุงวิธีการทำงานในช่วงการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา (COVID-19) โดยผู้ขออนุญาต และ ผู้อนุญาต ไม่จำเป็นต้องพบหน้าซึ่งสอดคล้องกับมาตรการป้องกันโรคโควิด-19 ที่บริษัทกำหนดไว้

กิจกรรม Safety Toolbox Meeting

บริษัทฯ ให้ความสำคัญต่อการระบุภัยคุกคามหรือประเด็นความเสี่ยงที่อันตรายในทุกขั้นตอนของการทำงาน ครอบคลุมทุกกิจกรรมในการปฏิบัติงานของพนักงานและผู้รับเหมา ตลอดจนพัฒนาและต่อยอดโครงการด้านความปลอดภัย โดยบริษัทฯ ดำเนินการผ่านกิจกรรมการส่งเสริมให้เกิดการร่วมมือทั่วทั้งองค์กรภายใต้กิจกรรม Safety Toolbox Meeting เพื่อส่งเสริมความรู้ด้านความปลอดภัยให้กับพนักงาน โดยรูปแบบจะการนำเสนอเนื้อหาความรู้ด้านความปลอดภัย เพื่อให้พนักงานตระหนักถึงอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้น และ แนะนำวิธีปฏิบัติงานให้ปลอดภัยทุกกิจกรรมและขั้นตอนในการทำงานในโรงไฟฟ้า

แนวทางการป้องกันโควิด

จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา (COVID-19) ทางบริษัท ซีเค พาวเวอร์ ทั้งในประเทศไทยและใน สปป.ลาว จึงได้กำหนดมาตรการป้องกันตามมาตรฐานองค์การอนามัยโลกและกระทรวงสาธารณสุข อีกทั้งมีการตรวจวัดอุณหภูมิพนักงานและจัดวางแอลกอฮอล์ทุกจุดตามทางเข้าออกอาคาร สำนักงานทุกชั้น และทุกโรงไฟฟ้าทุกแห่ง อีกทั้งมีการทำความสะอาดจุดสัมผัสร่วมต่าง ๆ โดยทุกๆสัปดาห์จะมีการอบโอโซนเพื่อฆ่าเชื้อในพื้นที่สำนักงานทั้งหมด และโรงไฟฟ้าทุกแห่ง พร้อมทั้งมีการจัดระเบียบการใช้ลิฟต์ให้เว้นระยะห่างกันเพื่อป้องกันการแพร่กระจายเชื้อ นอกจากนี้ยังมีการจัดส่งพนักงานเพื่อตรวจหาเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) อีกทั้งเพื่อเป็นการสกัดกั้นการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส และเพื่อความปลอดภัยของพนักงานและผู้ปฏิบัติงาน สำหรับมาตรการในทุกเขตพื้นที่โรงไฟฟ้าภายใต้การบริหารจัดการของบริษัททุกแห่ง ถูกจัดให้เป็นเขตหวงห้ามขั้นสูงสุดและเข้มงวดในการจำกัดการเข้าออกในระหว่างการทำงาน หากพบพนักงานที่มีอุณหภูมิร่างกายเกิน 37.5 องศาเซลเซียส มีไข้ ไอ คัดจมูก เจ็บคอ หายใจติดขัด เป็นหวัด หรือมีอาการของโรค จะต้องเข้าพบแพทย์ประจำโรงไฟฟ้าทันที และทำการจำกัดการเข้า-ออกของบุคคลภายนอก

เป้าหมายการดำเนินงานด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัย (GRI 403-9) (GRI 403-10)

บริษัทฯ ไม่เพียงแค่ให้ความสำคัญ ด้านความปลอดภัยอาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อมของพนักงาน แต่ยังรวมไปถึงผู้รับเหมา และคู่ค้าของบริษัทฯ โดยบริษัทฯ มีความมุ่งมั่นที่จะบรรลุเป้าหมายการเป็น “องค์กรที่ปราศจากอุบัติเหตุและปราศจากการบาดเจ็บ” ดำเนินการการเก็บข้อมูลและตั้งเป้าหมายสถิติอัตราการบาดเจ็บถึงขั้นหยุดงาน (Loss Time Injury Frequency Rate: LTIFR) ให้เป็นศูนย์ ซึ่งถือเป็นตัวชี้วัดประสิทธิภาพในการดำเนินงานด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยของพนักงานในองค์กร รวมทั้งเป็นดัชนีชี้วัดผลการปฏิบัติงานบริษัทฯ บริษัทฯ ได้มีการกำหนดเป้าหมายด้านความปลอดภัยอาชีวอนามัยและสิ่งแวดล้อมที่ชัดเจนดังเอกสารแนบนี้

สถิติด้านสุขภาวะและความปลอดภัยในสภาพแวดล้อมการทำงาน ในปี 2563
ผลการดำเนินงาน ปี 2560 ปี 2561 ปี 2562 ปี 2563 เป้าหมายปี 2564
อัตราการบาดเจ็บถึงขั้นหยุดงาน (LTIFR) (Case/1,000,000 Working Hour) BIC พนักงาน 0 0 10.69 0 0
ผู้รับเหมา 0 0 0 0 0
NN2 พนักงาน 0 0 0 0 0
ผู้รับเหมา 0 0 0 0 0
XPCL พนักงาน N/A N/A 0 2.58 0
ผู้รับเหมา N/A N/A 0 0 0
  การปฏิบัติงานโดยปราศจากอุบัติเหตุต่อเนื่อง (วัน) BIC 575
NN2 1,825
XPCL 168

Remark:

  • BIC     นับจากวันที่เกิดอุบัติเหตุครั้งล่าสุดวันที่ 6 มิถุนายน 2562 – 31 ธันวาคม 2563
  • NN2    นับถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2563
  • XPCL  นับจากวันที่เกิดอุบัติเหตุครั้งล่าสุดวันที่ 17 กรกฎาคม 2563 – 31 ธันวาคม 2563
ผลการดำเนินงานด้านสุขภาวะและความปลอดภัยในสภาพแวดล้อมการทำงานในปี ในปี 2563 (GRI 103-3)

1. อัตราการบาดเจ็บและเสียชีวิต

อัตราการบาดเจ็บถึงขั้นหยุดงาน (LTIFR) ของพนักงานและผู้รับเหมา เท่ากับ อัตราเสียชีวิตจากการทำงานของพนักงานและผู้รับเหมา เท่ากับ อัตราการเจ็บป่วยของพนักงานและผู้รับเหมา เท่ากับ
1.58 0 0

เป้าหมายในปี 2564 และเป้าหมายระยะยาวของบริษัท คือการเป็นองค์กรที่ปราศจากอุบัติเหตุและปราศจากการบาดเจ็บ (Zero Accident Organization)

2. การป้องกันเหตุการณ์รั่วไหล

การประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากพลังงานประเภทต่าง ๆ เช่น พลังงานน้ำ พลังงานไอน้ำจากระบบโคเจนเนอเรชั่น และพลังแสงอาทิตย์นั้น มีการใช้สารอันตรายในกลุ่มน้ำมัน หรือสารเคมีอื่น ๆ ในปริมาณน้อย อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ได้ตระหนักถึงความสำคัญในการจัดการทั้งในกระบวนการผลิต การจัดเก็บ การขนถ่าย และการขนส่ง เนื่องจาก หากเกิดการรั่วไหลทั้งจากสารอันตรายและไม่อันตรายขึ้น อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพ โดยจากการเก็บข้อมูลทางสถิติในปี 2563 ของบริษัทฯ พบว่าการดำเนินงานของบริษัทฯ และบริษัทในเครือไม่พบเหตุการณ์รั่วไหลทั้งจากสารอันตรายและไม่อันตรายแต่อย่างใด

โครงการอบรมด้านสุขภาวะและความปลอดภัยสำหรับพนักงาน 9 โครงการ อาทิเช่น

  • หลักสูตรทบทวนการทำงานเกี่ยวกับปั้นจั่น
  • ผู้ให้สัญญาณแก่ผู้บังคับปั้นจั่น ผู้ยึดเกาะวัสดุ ผู้ควบคุมการใช้ปั้นจั่น ผู้บังคับปั้นจั่น ชนิดปั้นจั่นเหนือศีรษะ  
    ปั้นจั่นขาสูงและปั้นจั่นชนิดอยู่กับที่
  • การฝึกซ้อมแผนปฏิบัติการจริงภาคสนามกรณีท่อก๊าซรั่วไหลติดไปในพื้นที่ที่กำหนด
  • เทคนิคการผจญเพลิง ระบบมาตรฐานการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย ISO 45001:2018
  • ผู้ควบคุมประจำหม้อน้ำ
  • การประเมินความเสี่ยงและโอกาสด้านความปลอดภัย First Aid
  • CPR Internal Audit 3 ระบบ (9001:2015, 14001:2015, 45001:2018)
  • การฝึกซ้อมดับเพลิง และอพยพหนีไฟ
  • การขับรถยก
  • เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยระดับหัวหน้างาน