ความท้าทาย (GRI 103-1) (GRI 102-16)

บริษัทฯ ตระหนักถึงการกำกับดูแลกิจการที่ดีเป็นพื้นฐานของการดำเนินธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืนขององค์กร และสังคม โดยยึดมั่นตามหลักการและนโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดี จรรยาบรรณทางธุรกิจ และแนวทางการปฏิบัติงานที่ชัดเจน โปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้ ตลอดจนคำนึงถึงผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่
ซึ่งในการดำเนินธุรกิจจะต้องมีความสอดคล้องตามข้อกำหนดและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และรักษามาตรฐานเทียบเท่าระกับสากล เพื่อแสดงเจตนารมณ์และความรับผิดชอบในการดำเนินธุรกิจอย่างมีจรรยาบรรณและต่อต้านการทุจริตทุกรูปแบบ พร้อมกันนี้ บริษัทฯ ได้กำหนดให้มีกระบวนการบริหารจัดการความเสี่ยงองค์กร เพื่อเตรียมพร้อมรับมือความเสี่ยงและการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต เพื่อป้องกันหรือลดโอกาสและความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากความเสี่ยง รวมทั้งส่งผลให้ผู้มีส่วนได้เสียและนักลงทุนเกิดความเชื่อมั่นต่อการดำเนินธุรกิจขององค์กร

การดำเนินงาน (GRI 103-2) (GRI 102-18) (GRI 102-20) (GRI 102-21) (GRI 102-22)

คณะกรรมการบริษัทฯ ทำหน้าที่ควบคุมและรับผิดชอบการบริหารจัดการดำเนินงานขององค์กรให้เป็นไปตามข้อกฎหมาย วิสัยทัศน์ และหลักปฏิบัติของที่ดีขององค์กร ตลอดจนดำเนินงานตามมติประชุมผู้ถือหุ้นด้วยความซื่อสัตย์สุจริตและระมัดระวังรักษาผลประโยชน์ของบริษัทฯ รวมถึงมีการถ่วงดุลและสามารถตรวจสอบการปฏิบัติงานของคณะกรรมการบริษัทฯ ได้ ตลอดจนมุ่งมั่นพัฒนานวัตกรรมทางธุรกิจควบคู่ไปกับการดูแลสังคมและสิ่งแวดล้อม พร้อมกันนี้ โครงสร้างของคณะกรรมการบริษัทฯ ประกอบไปด้วยผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความรู้และประสบการณ์ที่สอดคล้องกับกลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ จำนวนทั้งหมด 12 ท่าน โดยมีรายละเอียด ดังนี้

โครงสร้างการกำกับดูแล

โครงสร้างคณะกรรมการบริษัทที่มีความสมดุล
คณะกรรมการ จำนวน (คน)
คณะกรรมการที่เป็นผู้บริหาร
(ดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการผู้จัดการ)
1
คณะกรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหาร
(ดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการอิสระ 4 คน)
11
คณะกรรมการ จำนวน (คน) ร้อยละ
เพศหญิง 1 9
เพศชาย 11 91
รวม 12 100

การจัดโครงสร้างแบ่งแยกหน้าที่ความรับผิดชอบระหว่างกรรมการ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ทำให้เกิดการถ่วงดุลอำนาจในการดำเนินงาน และสามารถตรวจสอบได้ระหว่างกรรมการที่เป็นผู้บริหารและกรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหาร

นอกจากนี้ บริษัทฯ กำหนดให้มีการดำเนินการสรรหาคณะกรรมการบริษัทฯ ภายใต้ความรับผิดชอบของคณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน ซึ่งทำหน้าที่พิจารณาคัดเลือกบุคคลที่มีคุณสมบัติหลากหลาย อาทิ ความรู้ ทักษะด้านวิชาชีพ และความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ตลอดจนประสบการณที่เป็นประโยชน์ต่อ กลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ โดยไม่จำกัดอายุ เพศ ชาติพันธุ์ เชื้อชาติ สัญชาติ ศาสนา หรือความบกพร่องในสมรรถภาพทางร่างกาย ตลอดจนพิจารณาความเหมาะสมในการดำรงตำแหน่งกรรมการบริษัทฯ หรือคณะกรรมการชุดย่อย เพื่อให้มั่นใจว่าองค์ประกอบของคณะกรรมการบริษัทฯ มีความเหมาะสม หลากหลาย และสอดคล้องกับกลยุทธ์ขององค์กร พร้อมทั้งสามารถรับมือกับความท้าทายและปัญหาทางธุรกิจตลอดจนมุ่งสนับสนุนการดำเนินธุรกิจให้สามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน

การสรรหาและแต่งตั้งกรรมการผู้จัดการ ผู้บริหารสูงสุดของบริษัท >> อ่านเพิ่มเติมที่นี่

การวัดผลการดำเนินงานของผู้บริหาร

บริษัทฯ ประเมินการปฏิบัติงานของกรรมการผู้จัดการและคณะผู้บริหาร เป็นประจำทุกปี โดยใช้ดัชนีชี้วัดประสิทธิภาพการปฏิบัติงานในการประเมินผล ประกอบไปด้วยผลการปฏิบัติงานจากการสร้างการเติบโต โดยให้ผลตอบแทนที่เหมาะสม และสร้างความยั่งยืนให้กับทุกส่วนของธุรกิจ โดยกำหนดให้มี ผลการปฏิบัติงานที่สอดคล้องกับค่านิยมของบริษัทฯ ซึ่งประเมินจาก โดยค่านิยมหลักทั้ง 5 ประการ (CAWTA)

Key Performance MD DMD, AMD GM
Growth Performance excellent Accelerate growth opportunity
Profitability Operational excellent to achieve high productivity
Sustainability Drive sustainability in every possible area, comply with global model, localize to business and community

บริษัทฯ กำหนดตัวชี้วัดผลปฏิบัติงาน (KPIs) เป็นรายปี ซึ่งเป็นเกณฑ์ในการประเมินผลปฏิบัติงานของ กรรมการผู้จัดการและคณะผู้บริหาร โดยประกอบด้วย

  • ตัวชี้วัดผลปฏิบัติงาน ได้แก่ ตัวชี้วัดผลตอบแทนทางการเงิน การบรรลุเป้าหมายด้าน Revenue / EBITDA / Net Profit
  • ตัวชี้วัดประสิทธิภาพทางการเงินที่สัมพันธ์กัน เช่น เตรียมความพร้อมสำหรับกรอบวงเงินที่จะใช้ในการกู้เงินและออกหุ้นกู้   การจัดสรรโครงสร้างทางการเงินให้เหมาะสมสำหรับโครงการใหม่ รวมถึงการบริหารจัดการให้ได้ผลตอบแทนจากการลงทุนของบริษัทเพิ่มขึ้น,  การดำเนินงานของบริษัทให้บรรลุเป้าหมาย  Plant productivity เป็นต้น
  • ตัวชี้วัดการดำเนินการอย่างยั่งยืน ด้านสิ่งแวดล้อม เช่น การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ การลดการปล่อย GHG การกำจัดของเสีย  และ ตัวชี้วัดการดำเนินการอย่างยั่งยืนทางสังคม เช่น ความปลอดภัยในกระบวนการผลิต และผลกระทบต่อชุมชนโดยรอบ

ความสำเร็จของตัวชี้วัดผลปฏิบัติงานเหล่านี้ สะท้อนถึงค่าตอบแทนสำหรับกรรมการผู้จัดการและคณะผู้บริหาร ซึ่งบริษัทฯ มีความโปร่งใสและกระบวนการที่เหมาะสมในการพิจารณาค่าตอบแทน โดยค่าตอบแทนประกอบด้วย เงินเดือน โบนัส และสิทธิประโยชน์อื่น ๆ

ทั้งนี้ บริษัทฯ ตระหนักถึงความสำคัญของการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสีย โดยเชื่อว่าความคิดเห็นและข้อเสนอแนะของผู้มีส่วนได้เสียจะส่งผลต่อการบรรลุเป้าหมายขององค์กร จึงมีกระบวนการดำเนินงานปรึกษาหารือระหว่างผู้มีส่วนได้เสีย เพื่อการบรรลุเป้าหมายเป็นองค์กรที่พัฒนาและเติบโตอย่างยั่งยืน

การบริหารความเสี่ยง (GRI 102-29) (GRI 103-30) (GRI 102-31)

บริษัทฯ ให้ความสำคัญในการนำระบบบริหารความเสี่ยงมาใช้ในการดำเนินธุรกิจให้สามารถเผชิญกับความ ท้าทาย และการเปลี่ยนแปลงของปัจจัยภายนอกได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้บริษัทฯ สามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างมั่นคงและเกิดประโยชน์ต่อผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกภาคส่วนอย่างยั่งยืน โดยคณะกรรมการบริษัทฯ มอบหมายให้คณะกรรมการบรรษัทภิบาลและคณะกรรมการบริหารความเสี่ยงทำหน้าที่ พิจารณาอนุมัติการบริหารความเสี่ยง และรับทราบการบริหารความเสี่ยงของบริษัทฯ และบริษัทในเครือ กำหนดนโยบายการบริหารความเสี่ยง และให้คำแนะนำในเรื่องการบริหารความเสี่ยงกับคณะกรรมการบริษัทและฝ่ายบริหารกำกับดูแลและทบทวนการบริหารความเสี่ยงอย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนติดตาม ประเมินผลการบริหารความเสี่ยงสำคัญที่มีผลกระทบกับธุรกิจของบริษัทฯ และรับทราบแผนการจัดการความเสี่ยงของบริษัทและบริษัทในเครือ โดยมีหน้าที่รายงานปัญหาอุปสรรคด้านความเสี่ยงที่สำคัญและความคืบหน้าการดำเนินการแก้ไขต่อที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ เป็นรายไตรมาส

ทางบริษัทฯ ตระหนักถึงความสำคัญในการบริหารความเสี่ยง โดยได้จัดทำแผนการบริหารความเสี่ยงประจำปี 2563 เพื่อเป็นแนวทางในการบริหารจัดการความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมกันนี้ คณะทำงานบริหารความเสี่ยงของบริษัทฯ และบริษัทในเครือ ประกอบไปด้วยผู้บริหารจากทุกสายงาน อาทิ สายงานวางแผนธุรกิจ สายงานวิศวกรรม ฝ่ายเดินเครื่องและบำรุงรักษา ผู้จัดการโรงไฟฟ้า เป็นผู้ได้รับมอบหมายในการจัดทำแผนการบริหารความเสี่ยงรายปี ภายใต้การประเมินความเสี่ยง 5 ด้าน ประกอบด้วย

นอกจากนี้ คณะทำงานบริหารความเสี่ยงยังได้พิจารณาปัจจัยความเสี่ยงต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นและมีความเกี่ยวข้อง วิเคราะห์ผลกระทบ และโอกาสที่จะเกิดขึ้น รวมทั้งกำหนดระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ (Risk Appetite / Risk Tolerance) ตัวชี้วัดด้านความเสี่ยง มาตรการจัดการความเสี่ยง ตลอดจนกำหนดให้มีการรายงานผลการบริหารความเสี่ยงทุก ๆ 3 เดือน หรือทุกไตรมาส เพื่อประเมินและติดตามมาตรการจัดการความเสี่ยงให้อยู่ในระดับที่ยอมรับได้ พร้อมกันนี้ บริษัทฯ มอบหมายให้หน่วยงานตรวจสอบภายในทำหน้าที่รับผิดชอบติดตามและสอบทานกระบวนการบริหารความเสี่ยงในองค์กร ซึ่งเป็นอิสระต่อคณะทำงานบริหารความเสี่ยง ตลอดจนแต่งตั้งผู้มีความรู้และความสามารถเข้าดำรงตำแหน่งเลขานุการคณะกรรมการบรรษัทภิบาลและบริหารความเสี่ยง ทำหน้าที่รวบรวมข้อมูลและรายงานผลการดำเนินงานด้านความเสี่ยงต่อคณะกรรมการบรรษัทภิบาลฯ และให้คณะกรรมการบรรษัทภิบาลฯ รายงานต่อไปยังคณะกรรมการบริษัทรับทราบ

โครงสร้างการบริหารความเสี่ยง
กระบวนการบริหารความเสี่ยง (Risk Management Process)

เพื่อให้สามารถบรรลุการบริหารความเสี่ยงอย่างมีประสิทธิภาพ “กระบวนการบริหารความเสี่ยง” จึงถูกนำมาใช้เพื่อเป็นเครื่องงมือในการระบุ วิเคราะห์ และจัดการกับความเสี่ยงที่จะสามารถเกิดขึ้นกับการดำเนินธุรกิจ บริษัทฯ มีการแบ่งกระบวนการบริหารความเสี่ยงออกเป็น 6 ขั้นตอน ดังต่อไปนี้

  1. การกำหนดวัตถุประสงค์  ( Objective  Setting ) 
  2. การระบุปัจจัยเสี่ยง  ( Risk  Identification ) 
  3. การประเมินความเสี่ยง  ( Risk  Assessment ) 
  4. การตอบสนองความเสี่ยง  (  Risk  Response ) 
  5. กิจกรรมการควบคุม ( Control  Activities ) 
  6. การติดตามผล  ( Monitoring )

นอกจากนี้ บริษัท ซีเค พาวเวอร์ มีการวิเคราะห์ความเสี่ยง โดยใช้หลักเกณฑ์ในการประเมินความเสี่ยง ซึ่งพิจารณาจากประเภทและระดับของผลกระทบ (Impact) ร่วมกับโอกาสการเกิดความเสี่ยงนั้น ๆ (Likelihood) จนได้เป็นเกณฑ์ระดับความเสี่ยงโดยรวม (Risk Exposure) ที่มีอยู่ 5 ระดับความเสี่ยง เริ่มจากความเสี่ยงต่ำมากไปยังสูงมาก โดยระดับความเสี่ยงที่บริษัทถือว่าสามารถยอมรับได้ (Risk appetite/Risk tolerance) มีระดับความเสี่ยงโดยรวมในระดับปานกลาง ทั้งนี้ ความเสี่ยงที่มีระดับคะแนนมากกว่า ระดับที่ยอมรับได้ บริษัท จะจัดทำ แผนการบริหารความเสี่ยง (Mitigation plan) เพิ่มเติม เพื่อบริหารจัดการความเสี่ยงนั้นๆ ให้ลดลง รวมทั้งกำหนดผู้รับผิดชอบ และระยะเวลาที่แล้วเสร็จ

ในปี 2563 บริษัทฯ ได้ประเมินความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับบริษัทฯ ซึ่งสามารถแบ่งออกได้เป็น 5 ประเภท ดังนี้

ประเภทความเสี่ยง ความเสี่ยง แผนการจัดการ
1. ความเสี่ยงด้านกลยุทธ์ (Strategic Risk) ความเสี่ยงในการลงทุนของบริษัท บริษัทมีการลงทุนในกิจการอื่น โดยรายได้หลักของบริษัทมาจากเงินปันผลรับจากบริษัทที่เข้าไปลงทุน หากกิจการที่บริษัทถือหุ้นได้รับผลกระทบจากความเสี่ยงต่าง ๆ จะส่งผลให้ผลประกอบการไม่เป็นไปตามเป้าหมายและไม่สามารถจ่ายเงินปันผลได้ตามที่คาดการณ์ไว้
  • กำหนดนโยบายการลงทุนในบริษัทอื่นที่ประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าที่ชัดเจน เพื่อเป็นการบริหารความเสี่ยงให้อยู่ในระดับที่ยอมรับได้ และมีผลตอบแทนที่เหมาะสม
  • กำหนดกลไกในการกำกับดูแลกิจการที่บริษัทลงทุนไว้ในนโยบายกำกับดูแลกิจการที่เข้าไปลงทุน (Control Policy) บริษัทแต่งตั้งตัวแทนเพื่อไปดำรงตำแหน่งกรรมการหรือผู้บริหารของบริษัทย่อย บริษัทร่วม ตามสัดส่วนการลงทุน
  • ติดตามและประเมินผลการบริหารงานของบริษัทที่ลงทุนอย่างสม่ำเสมอผ่านรายงานฐานะการเงินและผลการดำเนินงาน
  • มอบหมายให้แผนกตรวจสอบภายในสอบทานระบบการควบคุมภายในของบริษัทในเครือ เพื่อให้ความเชื่อมั่นว่าการควบคุมภายในมีความเหมาะสมและมีการปฏิบัติตามนโยบายบริษัทอย่างเคร่งครัด
2. ความเสี่ยงด้านการดำเนินงาน (Operational Risk) ความเสี่ยงด้านความพร้อมใช้งานของโรงไฟฟ้า บริษัทมีเป้าหมายในการส่งมอบไฟฟ้าและไอน้ำ ที่มีคุณภาพและพร้อมใช้งานให้กับลูกค้า รวมถึงคู่ค้าต่าง ๆ โดยคำนึงถึงความปลอดภัย และการรักษาเสถียรภาพด้านการผลิตไฟฟ้าและไอน้ำ บริษัทมุ่งเน้นในการบริหารจัดการเครื่องจักรและอุปกรณ์ต่าง ๆ รวมทั้งการพัฒนาและปรับปรุงประสิทธิภาพของโรงไฟฟ้าให้พร้อมใช้งานตลอดเวลา
  • การจัดทำแผนการซ่อมบำรุงเชิงป้องกันเป็นรายปี เพื่อเป็นการตรวจสอบอุปกรณ์ เครื่องจักรต่าง ๆ ตามระยะเวลาที่กำหนดไว้ และกำกับติดตามให้มีการซ่อมบำรุงตามแผนการซ่อมบำรุง เพื่อให้แน่ใจว่าเครื่องจักรและอุปกรณ์ต่าง ๆ อยู่ในสภาพพร้อมทำงานอย่างมีประสิทธิภาพและรับประกันความพร้อมของโรงไฟฟ้าตามสัญญาด้วย
  • การจัดให้มีการสำรองอุปกรณ์ และพัสดุที่จำเป็น รวมทั้งอุปกรณ์ Critical Spare Part สำหรับใช้ในการซ่อมบำรุงโรงไฟฟ้าอย่างเพียงพอและเหมาะสม โดยกำหนดมีการตรวจนับอุปกรณ์ และพัสดุที่จำเป็น อย่างสม่ำเสมอ
  • การส่งเสริมให้พนักงานเข้ารับการอบรมเพื่อเพิ่มพูนความรู้ความสามารถในการเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน รวมทั้งจัดกิจกรรม Knowledge Sharing เพื่อเป็นการเผยแพร่ความรู้ ของพนักงานภายในบริษัท
  • การนำมาตรฐานระบบบริหารคุณภาพ (ISO 9001:2015) มาใช้ในโรงไฟฟ้าของบริษัท เพื่อให้มั่นใจว่าโรงไฟฟ้ามีระบบบริหารงานคุณภาพ และมีมาตรฐานการทำงานในกระบวนการต่าง ๆ เช่น การผลิต การซ่อมบำรุง การจัดการคลังพัสดุ การจัดซื้อจัดจ้าง เป็นต้น
3. ความเสี่ยงด้านการเงิน (Financial Risk) ความเสี่ยงด้านสภาพคล่องทางการเงินบริษัทมีแผนการขยายการลงทุนในธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากพลังงานประเภทต่าง ๆ เพื่อบรรลุเป้าหมายในการดำเนินงาน สภาพคล่องทางการเงินจึงเป็นสิ่งสำคัญในการดำเนินธุรกิจ โดยบริษัทมีการควบคุมและบริหารจัดการสภาพคล่องเพื่อให้มั่นใจว่าบริษัทมีกระแสเงินสดที่เพียงพอต่อการดำเนินกิจการภายใต้สถานการณ์ปกติ และรองรับการขยายการลงทุนในอนาคต
  • จัดทำรายงานประมาณการกระแสเงินสดและปรับปรุงข้อมูลให้เป็นปัจจุบันอย่างสม่ำเสมอ ตลอดจนบริหารสัญญาเงินกู้ยืมและประสานงานกับธนาคารผู้ให้กู้อย่างใกล้ชิดเพื่อลดโอกาสในการผิดเงื่อนไขของสัญญาเงินกู้
  • กำหนดนโยบายบริหารเงินสดส่วนเกินโดยลงทุนในเงินฝากธนาคารและเงินลงทุนระยะสั้นซึ่งมีสภาพคล่องสูงกับสถาบันการเงินที่มีความน่าเชื่อถือ
  • ทำสัญญาสินเชื่อกับกับธนาคารพาณิชย์ ทั้งนี้ ภายใต้ข้อกำหนดสิทธิของวงเงินสินเชื่อดังกล่าว บริษัทและบริษัทในเครือมีหน้าที่ปฏิบัติตามเงื่อนไขและข้อกำหนด เช่นเดียวกับเงื่อนไขและข้อกำหนดของหุ้นกู้หรือหนี้ที่มีกับสถาบันการเงินอื่น เช่น การดำรงอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (Interest-Bearing Debt to Equity Ratio) อัตราส่วนความสามารถในการชำระหนี้ (Debt Service Coverage Ratio) เป็นต้น
4. ความเสี่ยงด้านกฎหมายและกฎระเบียบข้อบังคับ (Compliance Risk) ความเสี่ยงด้านการปฏิบัติตามกฎระเบียบ ข้อบังคับ และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง บริษัทและบริษัทในเครือ ดำเนินธุรกิจทั้งในประเทศและภูมิภาคอาเซียน ซึ่งต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบ ข้อบังคับ รวมทั้งกฎหมายที่เกี่ยวข้องของทุกประเทศ รวมทั้งติดตามการเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับกฎระเบียบ ข้อบังคับ และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
  • รวบรวมหลักเกณฑ์ กฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการเปิดเผยสารสนเทศของบริษัทจดทะเบียน และนำเสนอแก่คณะกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานของบริษัทเพื่อถือปฏิบัติโดยทั่วกัน
  • ติดตามสถานการณ์ด้านกฎหมายของทั้งภายในประเทศไทย และประเทศที่เกี่ยวข้องอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้บริษัทมีเวลาเพียงพอในการเตรียมดำเนินการ ปรับปรุง และพร้อมรับการเปลี่ยนแปลง ที่มีนัยสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจในทุกด้าน
  • จัดจ้างที่ปรึกษาทางกฎหมาย กรณีที่กฎหมาย กฎระเบียบ ข้อบังคับที่มีความซับซ้อนมาก
5. ความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม (Environment and Social Risk) ความเสี่ยงจากสิ่งแวดล้อมและสังคมโดยรอบโรงไฟฟ้าเกิดความเสียหาย โดยโรงไฟฟ้าของบริษัทตั้งอยู่ในพื้นที่ใกล้ชุมชนรวมทั้งอาจเกิดความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมบริเวณโดยรอบโรงไฟฟ้าได้
  • บริษัทจัดมีนโยบายและแนวปฏิบัติด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม และแต่งตั้งคณะทำงานด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม ทำหน้าที่กำกับติดตามการปฏิบัติงานด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมกับบริษัทและบริษัทในเครือ
  • ส่งเสริม/สนับสนุนกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมโดยรอบโรงไฟฟ้า และติดตาม/ ประเมินผลการกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมให้ผู้บริหารได้รับทราบอย่างสม่ำเสมอ

จากผลการประเมินความเสี่ยง พบว่า ความเสี่ยงส่วนใหญ่อยู่ในระดับที่ยอมรับได้หรือต่ำกว่า ยกเว้นความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม (Environment and Social Risk) ที่มีความเกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อมและสังคมรอบโรงไฟฟ้าที่ถูกจัดให้อยู่ในระดับความเสี่ยงสูงมาก โดยทางบริษัทฯ ได้ตระหนักถึงความสำคัญ และมีการดำเนินการตามกระบวนการบริหารความเสี่ยง โดยวางแผนการบริหารความเสี่ยง (Mitigation plan) และผู้รับผิดชอบเพื่อรองรับต่อการเกิดความเสี่ยงนั้น ๆ ยิ่งไปกว่านั้น บริษัทฯ มีการส่งเสริมวัฒนธรรมความเสี่ยง ยิ่งไปกว่านั้น บริษัทฯ มีการส่งเสริมวัฒนธรรมความเสี่ยงภายในองค์กร ผ่านการจัดอบรมด้านความเสี่ยงให้กับผู้บริหารและพนักงานทั่วทั้งองค์กร ตลอดจนจัดให้มีการสื่อสารภายในองค์กรอย่างต่อเนื่อง

โครงการส่งเสริมวัฒนธรรมความเสี่ยงภายในองค์กร

Risk Management Training

บริษัท ซีเค พาวเวอร์ ได้มีการจัดอบรมแลกเปลี่ยนความรู้เรื่องความเสี่ยงให้แก่ คณะทำงานบริหารความเสี่ยง โดยเนื้อหาการอบรมว่าด้วยเรื่อง การบริหารความเสี่ยงองค์กร กระบวนการบริหารความเสี่ยง เกณฑ์การประเมินความเสี่ยง ขั้นตอนและวิธีการประเมินความเสี่ยง ผู้รับผิดชอบในกระบวนการบริหารความเสี่ยง เพื่อเป็นการทบทวนและแลกเปลี่ยนความรู้เกี่ยวกับกระบวนการบริหารความเสี่ยง เพื่อนำข้อมูลที่ได้รับไปพัฒนาและปรับปรุงวิธีการทำงานบริหารความเสี่ยงให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้บริษัทยังส่งเสริมและสนับสนุนให้ผู้รับผิดชอบด้านความเสี่ยง ได้เข้ารับฟังการบรรยายแบบ online ในหัวข้อ การบริหารความเสี่ยงในภาวะวิกฤติ ,Shadow IT (โอกาสและภัยซ่อนเร้น) , Battle with Emerging Risks with SheleadsTech ที่จัดขึ้นโดยสมาคมผู้ตรวจสอบภายในแห่งประเทศไทย

การจัดการความเสี่ยงจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)

จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) บริษัทไม่ได้รับผลกระทบต่อการดำเนินงาน รวมถึงการผลิตและขายไฟฟ้าอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากบริษัทมีสัญญาการขายไฟฟ้ากับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และกลุ่มลูกค้าอุตสาหกรรม โดยกลุ่มลูกค้าอุตสาหกรรมมีการกระจายตัวอยู่ในหลายกลุ่มอุตสาหกรรม บริษัทมีการบริหารจัดการความเสี่ยงดังนี้

  • จัดตั้ง BCP Pandemic Team เพื่อติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อ COVID – 19 อย่างใกล้ชิด
  • กำหนดมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อ COVID – 19 และสื่อสารให้พนักงาน คู่ค้า ผู้รับเหมา ของบริษัท และบริษัทในเครือ ที่ปฏิบัติหน้าที่ในประเทศไทย และสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวรับทราบและถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัด
  • กำหนดให้พื้นที่โรงไฟฟ้าเป็นพื้นที่ควบคุม โดยพนักงานจะต้องปฏิบัติตามระเบียบการขออนุญาตเข้า-ออกพื้นที่อย่างเคร่งครัด โดยมีหน่วยงานดูแลด้านการรักษาความปลอดภัย รับผิดชอบในการตรวจตรา การเข้า-ออกพื้นที่โรงไฟฟ้า กรณีที่มีบุคคลภายนอกผ่านเข้ามาบริเวณพื้นที่โรงไฟฟ้าต้องขออนุมัติจากผู้จัดการโรงไฟฟ้า และนำส่งรายงานต่อกรรมการผู้จัดการทุกครั้ง
  • กำหนดแนวทางปฏิบัติเพื่อรองรับการจัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2563 ในรูปแบบวิถีชีวิตใหม่ (New Normal) ตามนโยบายของรัฐบาล เพื่อลดและป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 (COVID-19) โดยกำหนดให้จัดการประชุมภายในเวลา 1.30 ชั่วโมง จำกัดผู้เข้าร่วมประชุมจำนวน 100 ท่าน เว้นระยะห่างระหว่างที่นั่ง และต้องสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา โดยจะงดการเสริมเก้าอี้และไม่อนุญาตให้ยืนระหว่างการประชุม งดใช้ไมโครโฟนเพื่อซักถามแต่ให้เขียนคำถามลงในกระดาษและจัดส่งให้เจ้าหน้าที่ พร้อมกำหนดจุดตรวจคัดกรอง ซึ่งผู้เข้าประชุมจะต้องลงทะเบียนผ่านทางแพลตฟอร์ม “ไทยชนะ” ทั้งก่อนและหลังเข้าสถานที่จัดประชุม และต้องผ่านการตรวจวัดอุณหภูมิร่างกาย และจะได้รับและติดสติ๊กเกอร์ไว้ตลอดเวลาที่อยู่ในพื้นที่จัดประชุม กรณีผู้ที่มีอาการป่วย มีไข้ (อุณหภูมิร่างกายตั้งแต่ 37.5 องศาเซลเซียสขึ้นไป) ไอ เจ็บคอ มีน้ำมูก หายใจลำบาก หอบเหนื่อย หรือมีข้อบ่งชี้อื่นที่เข้าข่ายว่าอาจติดเชื้อไวรัส COVID-19 ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์งดเข้าบริเวณสถานที่ประชุม เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดและดูแลผู้เข้าร่วมประชุมและเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานทุกท่าน โดยสามารถอ่านรายละเอียดมาตรการที่บริษัทกำหนดเพิ่มเติม คลิกที่นี่
ความเสี่ยงที่เกิดขึ้นใหม่ (Emerging Risk)

บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับความเสี่ยงใหม่ที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจและความยั่งยืนขององค์กร ทั้งความเสี่ยงที่สามารถเป็นได้ทั้งโอกาสและอุปสรรคในการดำเนินธุรกิจ ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้เฝ้าระวังและติดตามปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นใหม่ เพื่อระบุและวิเคราะห์ประเด็นความเสี่ยงที่เกิดขึ้นใหม่ ทีมีความสำคัญและอาจส่งผลกระทบกับบริษัทฯ ในอีก 3-5 ปี ข้างหน้า ดังนี้

ความเสี่ยงใหม่ที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต

บริษัทฯ ได้ศึกษาและวิเคราะห์ประเด็นที่มีความสำคัญที่อาจส่งผลกับบริษัทซึ่งอาจเป็นความเสี่ยงใหม่ในอีก 3-5 ปี ข้างหน้า เพื่อให้มั่นในว่า บริษัทฯ สามารถหาแนวทางในการป้องกันเชิงรุกและรับมือกับความเสี่ยงในอนาคตได้อย่างทันท่วงทีก่อนที่ความเสี่ยงนั้นจะส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ

ความเสี่ยง

ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลก ได้แก่ ปริมาณน้ำ ระดับน้ำทะเลสูงขึ้น อุณหภูมิสูงขึ้น ภัยธรรมชาติที่รุนแรงมากขึ้น

ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น
  • ประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้าลดลง ส่งผลต่อความมั่นคงระบบไฟฟ้า
  • การประมาณการค่าไฟฟ้า (Declaration) ยากขึ้น เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศและปริมาณน้ำ
การจัดการความเสี่ยง
  • ศึกษาวิจัยปริมาณน้ำและการเปลี่ยนแปลงของภัยธรรมชาติและผลกระทบต่อความมั่นคงในระบบไฟฟ้า
  • ประเมินความเสี่ยงภัยธรรมชาติและคาดการณ์ความรุนแรงของ Climate Change ทุกโรงไฟฟ้าอย่างละเอียด
  • ทำแผนการรับมือภัยธรรมชาติ ทั้งด้านการผลิต การซ่อมบารุง การทำงานของอุปกรณ์ ความปลอดภัยของพนักงาน
  • ปรับปรุงโรงไฟฟ้าให้มีความสามารถทนรับสภาพภัยธรรมชาติหรือสภาพอากาศที่แปรปรวนได้ เช่น ยกระดับพื้นที่โรงไฟฟ้าเพื่อป้องกัน น้ำท่วม ติดตั้งอุปกรณ์เครื่องจักรที่ทนสภาพอากาศร้อน/หนาวจัดได้ และออกแบบระบบสาธารณูปโภคของโรงไฟฟ้าที่รับสภาพน้ำท่วมได้
  • การติดตั้งอุปกรณ์ตรวจวัดพฤติกรรมเขื่อน และระบบติดตามแบบ real time ผ่าน Web based monitoring system เพื่อให้มั่นใจว่าภายหลังการเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว โครงสร้างโรงไฟฟ้ายังมีการติดตามและดูแลความปลอดภัยเชิงรุก (Proactive measure) ด้วยทีมวิศวกรและผู้เชี่ยวชาญอย่างต่อเนื่อง
  • นำระบบดิจิตัลที่มีการปรับปรุง upgrade version ให้มีการใส่ parameter ได้มากขึ้นเพื่อให้มีการประมาณการค่าไฟฟ้าได้แม่นยำขึ้น
ความเสี่ยง

การพัฒนาเทคโนโลยีด้านพลังงาน เช่น การใช้พลังงานทดแทน การกักเก็บพลังงาน (Energy Storage)

ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น
  • พฤติกรรมการใช้พลังงานของผู้บริโภคเปลี่ยนแปลง
  • รูปแบบการดำเนินธุรกิจผลิตไฟฟ้าอาจเปลี่ยนไป
  • นโยบายและกฎหมายที่เกี่ยวข้องจะมีการเปลี่ยนแปลงเพื่อรักษาความมั่นคงของระบบไฟฟ้า
  • โครงสร้างราคาค่าไฟฟ้าอาจจะเปลี่ยนแปลงตามต้นทุน
การจัดการความเสี่ยง
  • ศึกษาและประเมินความสามารถของการดำเนินธุรกิจการใช้พลังงานทดแทน ทั้งด้านบุคคลากร งบประมาณ นโยบายและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
  • ศึกษาและติดตามนโยบายด้านพลังงานทดแทนของประเทศต่างๆ
  • เพื่อกำหนดเป้าหมายการลงทุน และขยายฐานธุรกิจด้านพลังงานทดแทน
  • ศึกษาและพัฒนาเทคโนโลยีและแนวโน้มราคาของอุปกรณ์/แบตเตอรี่กักเก็บพลังงานไฟฟ้า
ความเสี่ยง

การเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยี Digital Transformation

ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น
  • พฤติกรรมการใช้พลังงานของผู้บริโภคเปลี่ยนแปลง
  • แผนการดำเนินธุรกิจต้องมีความคล่องตัวยืดหยุ่น และรองรับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี
  • เทคโนโลยีเกี่ยวกับ Data Mining, Artificial Intelligence, Quantum Computing สามารถเข้าถึงได้ง่ายขึ้นทำให้การโจมตีทางไซเบอร์เพิ่มขึ้น เช่น ทำให้ข้อมูลรั่วไหล เปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อมูลโดยไม่ได้รับอนุญาต หรือโจรกรรมข้อมูล
การจัดการความเสี่ยง
  • จัดอบรมเพื่อการเพิ่มพูนความรู้ด้านเทคโนโลยี และเสริมสร้างการตระหนักถึงความปลอดภัยด้านเทคโนโลยีสารสนเทศแก่พนักงานทุกคนในองค์กร
  • เพิ่มระบบตรวจสอบและป้องกันภัยคุกคาม รวมทั้งศึกษาเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจ
  • ปรับปรุงกระบวนการทำงานให้สามารถตอบสนองเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลง
  • เพิ่มเติมระบบการกู้คืนข้อมูลเมื่อเกิดภัยพิบัติเพื่อรองรับความต่อเนื่องในการดำเนินธุรกิจ
  • ติดตามวิวัฒนาการและรูปแบบการโจมตีทางด้านไซเบอร์รวมถึงประเมินประสิทธิภาพระบบการรักษาความปลอดภัยของระบบสารสนเทศของบริษัท และระบบการเดินเครื่องของโรงไฟฟ้าอย่างสม่ำเสมอ
การปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎหมาย กฎ ระเบียบ และข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง (GRI 102-17) (GRI 102-25) (GRI 205-2) (GRI 205-3)

บริษัทฯ และบริษัทในเครือ มุ่งสนับสนุนให้กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานทุกระดับในองค์กรปฏิบัติตามข้อกำหนดและจรรยาบรรณของบริษัทฯ อีกทั้งส่งเสริมให้คณะกรรมการและผู้บริหารทำหน้าที่เสริมสร้างบรรทัดฐานและวัฒนธรรมดังกล่าวให้เกิดขึ้นทั่วทั้งองค์กรอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งเสริมให้บุคลากรปฏิบัติงานภายใต้จรรยาบรรณในการดำเนินธุรกิจ และจรรยาบรรณที่เกี่ยวข้องกับการกำกับดูแลกิจการของบริษัท และเป็นไปตามกฎหมาย กฎ ระเบียบ และข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง โดยกำหนดให้พนักงานและพนักงานใหม่ของบริษัทฯ และบริษัทในเครือ รับการฝึกอบรมด้านจรรยาบรรณในการดำเนินธุรกิจ และยังเผยแพร่จรรยาบรรณธุรกิจของบริษัทฯ ให้กับผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้องตลอดห่วงโซ่อุปทานได้รับทราบอย่างต่อเนื่อง ผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัท

พร้อมกันนี้ บริษัทฯ ประกาศแนวทางปฏิบัติที่เกี่ยวข้องกับการงดรับและให้ของขวัญ ตั้งแต่ปี 2562 ภายใต้นโยบายต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน รวมทั้งดำเนินการสื่อสารไปยังผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มให้รับทราบ ผ่านช่องทางการสื่อสารที่หลากหลายขององค์กร อาทิ เว็บไซต์ เฟซบุ๊ก

นอกจากนี้ บริษัทฯ มุ่งมั่นที่จะยกระดับแนวทางการงดรับและให้ของขวัญให้เป็นนโยบายองค์อย่างเป็นทางการอย่างต่อเนื่องมาถึงปี 2563 เพื่อเป็นการแสดงเจตนารมณ์และความมุ่งมั่นของการบริหารจัดการภายในองค์กร ภายใต้แนวคิด “ความอดทนต่อการทุจริตเท่ากับศูนย์ (Zero Tolerance)”

ผลการดำเนินงานด้านการกำกับดูแลในปี 2563 (GRI 103-3)
0 ข้อร้องเรียนเรื่องทุจริตจากภายในองค์กร 0 ข้อร้องเรียนเรื่องทุจริตจากภายนอกองค์กร 0 ข้อร้องเรียนเรื่องทุจริตที่ได้รับการแก้ไข
การบริหารจัดการข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะ และข้อร้องเรียน

บริษัทฯ จัดให้มีช่องทางที่หลากหลายในการรับเรื่องร้องเรียนและข้อเสนอแนะจากผู้มีส่วนได้เสีย ภายใต้ความน่าเชื่อถือและมีความเป็นอิสระจากบุคคลภายนอก ซึ่งในกรณีการพบเบาะแสการไม่ปฏิบัติตามจรรยาบรรณ การกระทำผิดกฎหมาย และพฤติกรรมที่อาจส่อถึงการทุจริตของบุคคลในองค์กร โดยสามารถร้องเรียนผ่านช่องทางที่บริษัทฯ กำหนด ได้แก่

  1. ผ่านเว็บไซต์ของบริษัทโดยตรงที่หน่วยงานนักลงทุนสัมพันธ์ www.ckpower.co.th/th/ir
  2. ผ่านทาง E-mail ถึงกรรมการตรวจสอบ และคณะกรรมการบริษัทโดยตรงที่ directors@ckpower.co.th หรือหน่วยงานนักลงทุนสัมพันธ์ที่ ir@ckpower.co.th
  3. แจ้งทางจดหมายปิดผนึกโดยส่งถึง ประธานกรรมการตรวจสอบ บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน)เลขที่ 587 อาคารวิริยะถาวร ถนนสุทธิสารวินิจฉัย แขวงรัชดาภิเษก เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร 10400

พร้อมกันนี้ บริษัทฯ ประกาศแนวทางปฏิบัติที่เกี่ยวข้องกับการงดรับและให้ของขวัญ ตั้งแต่ปี 2562 ภายใต้นโยบายต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน รวมทั้งดำเนินการสื่อสารไปยังผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มให้รับทราบ ผ่านช่องทางการสื่อสารที่หลากหลายขององค์กร อาทิ เว็บไซต์ เฟซบุ๊ก

นอกจากนี้ บริษัทฯ มุ่งมั่นที่จะยกระดับแนวทางการงดรับและให้ของขวัญให้เป็นนโยบายองค์อย่างเป็นทางการอย่างต่อเนื่องมาถึงปี 2563 เพื่อเป็นการแสดงเจตนารมณ์และความมุ่งมั่นของการบริหารจัดการภายในองค์กร ภายใต้แนวคิด “ความอดทนต่อการทุจริตเท่ากับศูนย์ (Zero Tolerance)”

การบริหารจัดการข้อร้องเรียนและกรณีทุจริต

บริษัทได้จัดให้มีช่องทางการแจ้งเบาะแสหรือข้อร้องเรียน (“whistleblower”) ถึงการไม่ปฏิบัติตามจรรยาบรรณ การกระทำผิดกฎหมาย พฤติกรรมที่อาจส่อถึงการทุจริต หรือประพฤติมิชอบของบุคลากรของบริษัทและบริษัทย่อย รวมถึงความบกพร่องของระบบควบคุมภายในทั้งจากพนักงานและมีผู้ส่วนได้เสียอื่น รวมทั้งมีกลไกในการคุ้มครองผู้แจ้งเบาะแส โดยการกำหนดแนวทางการแจ้งเบาะแสและข้อร้องเรียน ดังนี้

  1. ช่องทางการรับเรื่องร้องเรียน : บริษัทจัดให้มีช่องทางการแจ้งเบาะแสหรือข้อร้องเรียนไปยังระดับผู้บริหารและคณะกรรมการบริษัท 3 ช่องทาง ดังนี้
    • เลขานุการบริษัทที่ compliance@ckpower.co.th
    • กรรมการตรวจสอบและคณะกรรมการที่ directors@ckpower.co.th
    • นักลงทุนสัมพันธ์ที่ ir@ckpower.co.th
  2. การดำเนินการ : ผู้บริหารและคณะกรรมการแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบเป็นคณะทำงานเพื่อรวบรวมรายละเอียดพิจารณาตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นและกำหนดวิธีการที่เหมาะสมในการจัดการในแต่ละเรื่อง โดยคณะกรรมการตรวจสอบจะติดตามผลการดำเนินงานและความคืบหน้าเป็นระยะ
  3. การรายงานผล : เลขานุการบริษัท ผู้บริหาร หรือกรรมการตรวจสอบรายงานต่อคณะกรรมการเพื่อ ทราบและรายงานผู้มีส่วนได้เสียต่อไป
ข้อร้องเรียนและกรณีทุจริต ปี 2561 ปี 2562 ปี 2563
จำนวนข้อร้องเรียนที่ได้รับ และจำนวนข้อร้องเรียนที่ดำเนินการเสร็จสิ้น 0 0 0
จำนวนเบาะแสที่ได้รับ และจำนวนเบาะแสที่ได้ดำเนินการเสร็จสิ้น 0 0 0

ทั้งนี้ บริษัทกำหนดมาตรการคุ้มครอง นโยบายเก็บข้อมูลข้อร้องเรียนเป็นความลับ โดยมีรายละเอียดปรากฏตามแนวปฎิบัติด้านการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสียซึ่งเปิดเผยบนเว็บไซต์ของบริษัท และช่องทางการแจ้งเบาะแสการกระทำผิดไว้บนเว็บไซต์บริษัท ซึ่งข้อมูลร้องเรียนและแจ้งเบาะแสบริษัทจะมีการจำกัดกลุ่มผู้รับทราบข้อมูลและเปิดเผยเฉพาะ ผู้ที่เกี่ยวข้องเท่านั้น เพื่อสร้างความมั่นใจและความรู้สึกปลอดภัยให้แก่ผู้ร้องเรียน  

การดำเนินการทางด้านภาษี

เพื่อให้มั่นใจว่าการดำเนินงานของบริษัทฯ และบริษัทในเครือ เป็นไปตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีและจรรยาบรรณทางธุรกิจที่สอดคล้องกับแนวทางการดำเนินงานด้านความยั่งยืน บริษัทฯ มุ่งให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการด้านภาษีให้เป็นไปตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างโปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้ โดยการปฏิบัติหน้าที่จ่ายภาษีอย่างถูกต้องและสร้างความเชื่อมั่นแก่สาธารณชน ภายใต้นโยบายทางด้านภาษีขององค์กร

อ่านเพิ่มเติม