ความท้าทาย (GRI 103-1)

การบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานเป็นประเด็นสำคัญประเด็นหนึ่งในการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน ซึ่งบริษัทฯ ตระหนักว่าการบริหารจัดการคู่ค้าที่ดีเป็นการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม รวมถึงเป็นการพัฒนาความสัมพันธ์และเสริมสร้างคุณค่าให้ทุกบริษัทในห่วงโซ่อุปทาน
นอกจากนี้ การลดความเสี่ยงที่เกิดจากคู่ค้ายังเป็นความท้าทายอย่างหนึ่งที่บริษัทฯ ต้องบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานให้มีประสิทธิภาพ เพื่อลดผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจให้น้อยที่สุด

การดำเนินงาน (GRI 103-2)

จรรยาบรรณคู่ค้าการทำงานคู่ค้า
บริษัทฯ ได้จัดทำจรรยาบรรณคู่ค้าโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้คู่ค้าธุรกิจของบริษัทฯ และบริษัทในเครือมุ่งดำเนินธุรกิจภายใต้การดำเนินงานอย่างยั่งยืนที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล ตลอดจนเป็นแนวทางปฏิบัติสำหรับคู่ค้าในการดำเนินธุรกิจอย่างสอดคล้องกับข้อกำหนด กฎหมาย ระเบียบ และมาตรฐานสากล ซึ่งครอบคลุมประเด็นจริยธรรมทางธุรกิจ การปฏิบัติด้านแรงงานและสิทธิมนุษยชน ความปลอดภัยและอาชีวอนามัย การบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ปฏิบัติงาน และความรับผิดชอบต่อชุมชนและสังคม
นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้กำหนดยุทธศาสตร์ในการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานให้ครอบคลุมตั้งแต่กระบวนการคัดเลือกคู่ค้าที่มีศักยภาพ การประเมินความเสี่ยงและผลการดำเนินงานของคู่ค้า นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมุ่งสนับสนุนให้คู่ค้าดำเนินธุรกิจด้วยความโปร่งใส คำนึงถึงสิทธิมนุษยชนและมีความเป็นธรรมสำหรับการปฏิบัติด้านแรงงาน รวมไปถึงปฏิบัติตามมาตรฐานด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อม
จรรยาบรรณคู่ค้า
จริยธรรมทางธุรกิจ (Business Ethics) การปฏิบัติด้านแรงงานและสิทธิมนุษยชน (Human Rights and Labor) ความปลอดภัยและอาชีวอนามัย (Safety and Occupational Health) การบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ปฏิบัติงาน (Environment) ความรับผิดชอบต่อชุมชนและสังคม (Social Responsibility)
  • การกำกับดูแลกิจการ
  • การปฏิบัติที่เสมอภาคและเป็นธรรม
  • ทรัพย์สินทางปัญญา
  • การเปิดเผยข้อมูลและการรักษาความลับ
  • การส่งมอบและคุณภาพของผลิตภัณฑ์หรือบริการ
  • การปฏิบัติตามกฎหมาย
  • การไม่เลือกปฏิบัติ
  • การคุ้มครองแรงงาน
  • การไม่บังคับใช้แรงงาน
  • การจ่ายค่าจ้างผลประโยชน์และระยะเวลาการทางาน
  • ความปลอดภัยและสภาพแวดล้อมในการทางาน
  • อุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคล
  • การเตรียมความพร้อมในสถานการณ์ฉุกเฉิน
แนวทางการดำเนินงานด้านความยั่งยืนสำหรับคู่ค้า

ในปี 2561 บริษัทฯ เริ่มดำเนินงานการประเมินด้านความยั่งยืนสำหรับคู่ค้า ผ่านกระบวนการจัดเตรียมข้อมูล แบบสอบถาม ตลอดจนกำหนดแนวทาง และวิธีการดำเนินงานตรวจประเมิน พร้อมกันนี้ บริษัทฯ เริ่มดำเนินการตรวจประเมินคู่ค้าในด้านความยั่งยืนในปี 2562 รวมถึงกำหนดเป้าหมายเพิ่มเติม ในการลงพื้นที่ตรวจสอบการปฏิบัติงานของคู่ค้าให้เป็นไปตามจรรยาบรรณคู่ค้าที่บริษัทกำหนดไว้ อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ มุ่งปรับปรุง กระบวนการประเมินคู่ค้าอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถสอดรับกับนโยบายด้านความยั่งยืนขององค์กร

การประเมินผลงานหรือการประเมินประสิทธิภาพการทำงานคู่ค้า

บริษัทฯ มอบหมายให้หน่วยงานจัดซื้อและเจ้าของงานทำหน้าที่ประเมินผลงานคู่ค้าภายหลังจากการส่งมอบสินค้าหรือบริการของคู่ค้าเป็นประจำทุกปี โดยการประเมินนี้จะยึดตามหลักเกณฑ์และจรรยาบรรณคู่ค้าของบริษัทฯ โดยมีเกณฑ์การให้คะแนนแบ่งเป็น 4 ระดับ ตั้งแต่ ระดับดีไปจนถึงระดับไม่พึงพอใจอย่างมาก

เกณฑ์การให้คะแนน

A = ดี (Satisfied)
B = พอใช้ (Fair)
C = ไม่พึงพอใจ (Unsatisfied)                
D = ไม่พึงพอใจอย่างมาก (Extremely unsatisfied)

การประเมินประสิทธิภาพการทำงานคู่ค้า

ในปี 2563 บริษัทฯ จัดให้มีการประเมินคู่ค้าภายใต้เกณฑ์ด้านเศรษฐกิจ สังคม และการกำกับดูแลกิจการที่ดี (Environmental, Social, and Governance: ESG) รวมถึงด้านความปลอดภัย ซึ่งเกณฑ์การประเมินสามารถใช้ได้กับทั้งคู่ค้าปัจจุบันและคู่ค้ารายใหม่ ที่มุ่งส่งเสริมให้คู่ค้าตลอดห่วงโซ่อุปทานมีการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนควบคู่ไปกับการดำเนินกิจกรรมของบริษัท โดยบริษัทฯ กำหนดให้คู่ค้าต้องผ่านการประเมินประสิทธิภาพการทำงาน 3 รูปแบบ ประกอบด้วย

รูปแบบการประเมินประสิทธิภาพการทำงานคู่ค้า
การประเมินคู่ค้ารายปี การประเมินผลระหว่างการปฏิบัติงาน การตรวจประเมินพื้นที่การปฏิบัติงาน
  • คู่ค้าดำเนินประเมินตนเอง (Vendor Self- Assessment) ครอบคลุมด้าน ESG
  • ผู้ตรวจประเมินผลงานคู่ค้าครอบคลุมประเด็น ประสิทธิภาพในการทำงาน คุณภาพสินค้า และด้านความยั่งยืน
  • ด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัยและ สิ่งแวดล้อม
  • ความรับผิดชอบต่อสังคม
  • การดูแลสิ่งแวดล้อม
  • ตรวจประเมินกระบวนการผลิตของคู่ค้าที่มี ผลการประเมินประจำปีต่ำ
  • ดำเนินงานร่วมหาแนวทางแก้ไขปัญหา และวางแผนการพัฒนาศักยภาพร่วมกัน

โดยในปี 2563 บริษัทฯ ดำเนินการประเมินประสิทธิภาพการทำงานของคู่ค้าจำนวนทั้งสิ้น 218 ราย โดยพบว่าคู่ค้าจำนวน 190 ราย มีผลการดำเนินงานอยู่ในเกณฑ์ดี (Satisfied) คิดเป็นร้อยละ 87% ของการประเมินผลงานคู่ค้าทั้งหมด และไม่มีคู่ค้าที่มีผลการปฏิบัติงานอยู่ในเกณฑ์ไม่พึงพอใจอย่างมาก (Extremely unsatisfied) โดยในปี 2564 บริษัทได้ตั้งเป้าหมายผลการดำเนินงานของคู่ค้าให้อยู่ในเกณฑ์ดี 80% ของคู่ค้าทั้งหมดในแต่ละปี

ผลการประเมินประสิทธิภาพการทำงานของคู่ค้า

A          = 190 ราย         (87%)
B          = 23 ราย           (11%)
C          = 5 ราย             (2%)                                        
D - F     = 0 ราย             (0%)

ในปี 2563 บริษัทฯ ได้ประเมินโอกาสการเกิดผลกระทบจากผลการประเมินคู่ค้า พร้อมทั้งแนวทางปฏิบัติให้แก่คู่ค้าที่อยู่ในแต่ละเกณฑ์ เพื่อรักษาการปฏิบัติงานอย่างมีประสิทธิภาพของคู่ค้า โดยมีรายละเอียดดังนี้

ระดับ ผลกระทบต่อบริษัท แนวทางปฏิบัติ
A น้อย แจ้งผู้ขายถึงผลการประเมิน และแจ้งให้รักษามาตรฐานการดำเนินงานให้สอดคล้องกับจรรยาบรรณของบริษัทต่อไป
B ปานกลาง แจ้งผู้ขายถึงผลการประเมิน และแจ้งหัวข้อที่ต้องการแก้ไขเพื่อให้ทางคู่ค้าปรับปรุง
C สูง แจ้งผู้ขายถึงผลการประเมิน และแจ้งหัวข้อที่ต้องการแก้ไขเพื่อให้ทางคู่ค้าปรับปรุง ทำการปรับปรุงให้แล้วเสร็จภายในเวลา 1 เดือน และแจ้งผลกลับมายังบริษัทเพื่อตรวจประเมินอีกครั้ง หากผลการประเมินยังไม่ผ่าน ให้ขยายระยะเวลาการปรับปรุงเป็น 2 เดือน หากภายใน 2 เดือนยังไม่สามารถแก้ไขได้ ให้ยกเลิกออกจาก Approved Vendor List
D - F สูงมาก หมายเหตุ :
คู่ค้าที่ได้ผลการประเมิน D-F ทางบริษัทจะแจ้งผู้ขายถึงผลการ
ประเมิน ให้ทางคู่ค้าปรับปรุงทันที ให้แล้วเสร็จภายในเวลา 1 เดือน
และทางบริษัทจะเข้าตรวจการดำเนินงาน on site audit โดยใช้แบบ
ประเมิน on site audit checklist เป็นเกณฑ์ หากยังยังไม่สามารถ
แก้ไขได้ ให้ยกเลิกออกจาก Approved Vendor List

(GRI 102-9) นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังกำหนดหลักเกณฑ์ในการจัดกลุ่มประเภทคู่ค้า ซึ่งทำให้องค์กรสามารถวิเคราะห์และกำหนดกลยุทธ์ในการดำเนินงานด้านการจัดซื้ออย่างเป็นระบบ รวมถึงนำไปเป็นข้อมูลในการประเมินความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับคู่ค้าอย่างมีประสิทธิภาพ โดยจำแนกหลักเกณฑ์ในการจัดกลุ่มคู่ค้า ดังนี้

1) คู่ค้าหลัก (Critical Supplier)

คู่ค้าที่มีมูลค่าสัญญาสูง คู่ค้าที่มียอดการใช้จ่ายสูง สินค้าทดแทนยาก และอยู่ในกลุ่มของชิ้นส่วนหรืออุปกรณ์ที่สำคัญต่อกระบวนการผลิต และมีความเสี่ยงสูงมากหรือความเสี่ยงสูง โดยบริษัทฯ กำหนดให้คู่ค้ากลุ่มนี้มีการประเมินผลการทำงานทุกปี ผ่านแบบประเมินคู่ค้า (Vendor Evaluation Form) และเยี่ยมชมพื้นที่การปฏิบัติงาน (On Site Audit) โดยผ่านขั้นตอนการตรวจสอบด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสิ่งแวดล้อม และการประเมินการตรวจสอบด้านการปฏิบัติอย่างยั่งยืน

2) คู่ค้ารอง (Non-Critical Supplier)

ค้าที่มียอดการงานใช้ปานกลางหรือมูลค่าสัญญาต่ำและมีความเสี่ยงอยู่ในระดับกลางหรือความเสี่ยงต่ำ ซึ่งบริษัทฯ กำหนดให้มีการประเมินผลการทำงานเป็นประจำทุกปี ผ่านแบบประเมินคู่ค้า (Vendor Evaluation Form) และการทำแบบประเมินตนเองของคู่ค้า (Vendor Self-Assessment) และการประเมินจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ แผนกประกันภัยและความปลอดภัย ตรวจประเมินด้านความปลอดภัยในการทำงาน หรือ แผนกวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม ตรวจประเมินด้านสิ่งแวดล้อมประกอบ

การประเมินคู่ค้า (GRI 103-3)

บริษัทฯ ได้กำหนดให้คู่ค้าต้องผ่านการประเมินประสิทธิภาพการทำงานคู่ค้า ภายหลังที่คู่ค้าได้ลงทะเบียนคู่ค้าแล้ว และจะต้องทำการประเมินตนเอง ผ่านแบบฟอร์มประเมินตนเอง (Vendor Self-Assessment) เมื่อมีการแจ้งให้มีการประเมิน เพื่อให้ทางบริษัทใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับกำลังความสามารถของคู่ค้าครอบคลุมด้าน ESG โดยมีรายละเอียดของการประเมินแต่ละชนิด ดังนี้

  1. การประเมินคู่ค้ารายปี (Yearly Performance Evaluation) ซึ่งทางผู้รับมอบงานจะเป็นผู้ตรวจประเมินผลงานที่ผ่านมาครอบคลุมประเด็นประสิทธิภาพในการทำงาน คุณภาพของสินค้า และประเด็นด้าน ESG โดยใช้แบบฟอร์มประเมินผู้ขาย/ผู้รับจ้าง (Vendor Evaluation Form ) และแบบฟอร์มประเมินผู้ขายประจาปี ด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสิ่งแวดล้อม และนโยบายความรับผิดชอบต่อสังคม
  2. การประเมินระหว่างปฏิบัติงาน ด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสิ่งแวดล้อม และนโยบายความรับผิดชอบต่อสังคม ซึ่งทางผู้ควบคุมงาน จะเป็นผู้ตรวจประเมินในระหว่างปฏิบัติงานของคู่ค้าด้านชีวอนามัยและความปลอดภัยของการทำงาน ด้านการดูแลสิ่งแวดล้อม และด้านนโยบายความรับผิดชอบต่อสังคม โดยใช้แบบฟอร์มประเมินคู่ค้าระหว่างปฏิบัติงาน
  3. การตรวจประเมิน On Site Audit เป็นการลงพื้นที่ตรวจประเมินยังสถานประกอบการว่าได้ทำตามข้อกำหนดตามจรรยาบรรณคู่ค้าของบริษัทหรือ ซึ่งมุ่งเน้นไปยังกลุ่มคู่ค้าหลักที่มีความสำคัญต่อขบวนการผลิต และคู่ค้าที่ได้ผลการประเมินประจำปีเป็น D-F เพื่อช่วยดำเนินการแก้ไขปัญหา และให้คำแนะนำประกอบกับวางแผนพัฒนาศักยภาพคู่ค้าร่วมกันกับผู้เกี่ยวข้องจากทุกหน่วยงานและคู่ค้าก่อนการประเมินอีกครั้ง ทั้งนี้ หากคู่ค้าไม่สามารถดำเนินการตามมาตรฐานที่กำหนดได้ บริษัทฯจะระงับการจัดซื้อจัดจ้างชั่วคราวหรือถอนชื่อออกจากทะเบียนคู่ค้าของบริษัทฯ โดยใช้แบบตรวจสอบผู้ขาย / ผู้ให้บริการ (Site Audit Checklist) เป็นเกณฑ์ในการตรวจสอบ
เอกสารประกอบการตรวจสอบ
  1. แบบฟอร์มประเมินผู้ขาย/ผู้รับจ้าง (Vendor Evaluation Form )
  2. แบบฟอร์มประเมินผู้ขายประจำปี ด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสิ่งแวดล้อม
  3. แบบตรวจสอบผู้ขาย / ผู้ให้บริการ (Site Audit Checklist)
  4. แบบฟอร์มประเมินคู่ค้าระหว่างปฏิบัติงาน
  5. แบบฟอร์มประเมินตนเอง (Vendor Assessment)
การประเมินความเสี่ยงคู่ค้า (Supplier’s Risk Assessment) (GRI 308-1) (GRI 308-2) (GRI 414-1) (GRI 414-2)

บริษัทฯ กำหนดให้มีการประเมินความเสี่ยงคู่ค้าเพื่อจัดลำดับความเสี่ยงที่อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจขององค์กร ภายใต้เกณฑ์การประเมินความเสี่ยงที่บริษัทฯ กำหนดครอบคลุมประเด็นที่สำคัญ 3 ประเด็นด้านความยั่งยืน ทั้งในมิติเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ซึ่งสามารถกำหนดเกณฑ์ทั้งเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพเพื่อเป็นพื้นฐานในการประเมินความเสี่ยงต่างๆ ประกอบไปด้วย 4 ระดับ

ระดับโอกาสที่เกิดความเสี่ยง (Likelihood) และความรุนแรงของผลกระทบ (Impact)
โอกาสเกิด/ผลกระทบ คำอธิบาย ระดับ
สูงมาก 1 เดือนต่อครั้งหรือมากกว่า/มากกว่า 10 ล้านบาท 4
สูง 1-6 เดือนต่อครั้งแต่ไม่เกิน 5 ครั้ง/มากกว่า 5 ล้านบาท – 9 ล้านบาท 3
ปานกลาง 1-3 ปีต่อครั้ง/1-4 ล้านบาท 2
น้อย 4-5 ปีต่อครั้ง/ไม่เกิน 1 ล้านบาท 1

โดยในปี 2563 มีจำนวนคู่ค้าที่ได้รับการประเมินความเสี่ยงด้านความยั่งยืนทั้งสิ้น 160 ราย โดยไม่มีคู่ค้าที่ได้รับผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม และด้านสังคม ทั้งนี้บริษัทได้วิเคราะห์ปัจจัยเสี่ยงและแนวทางบริหารจัดการความเสี่ยงและผลกระทบที่เกิดขึ้น ดังนี้

ตัวอย่างแนวทางในการบริหารจัดการและการควบคุมความเสี่ยงคู่ค้า
ปัจจัยเสี่ยง แนวทางบริหารจัดการและการควบคุม
ด้านเศรษฐกิจ
สถานะและความมั่นคงทางการเงินของคู่ค้า
  • หลักทรัพย์ค้ำประกัน
  • ตรวจสอบงบการเงินย้อนหลัง
คู่ค้าที่มีมูลค่าการซื้อขายสูง
  • ตรวจสอบการปฏิบัติตามสัญญาและการส่งมอบงาน
  • กำหนดเงื่อนไขการชำระเงินเป็นงวดตามความก้าวหน้าของงาน
ด้านสังคม
การใช้แรงงานเด็ก ต่างด้าวผิดกฎหมาย และการละเมิดสิทธิมนุษยชน
  • กำหนดหลักเกณฑ์ประเมินคุณสมบัติคู่ค้า
  • การลงพื้นที่เยี่ยมชมกิจการ
ความปลอดภัยและอาชีวอนามัย
  • ประเมินความเสี่ยงด้านความปลอดภัยก่อนการทำงาน
  • กำหนดให้มีอุปกรณ์ความปลอดภัยที่จำเป็น
ด้านสิ่งแวดล้อม
การดูแลสิ่งแวดล้อมและการจัดการของเสีย
  • กำหนดเงื่อนไขในสัญญาจ้างและติดตามตรวจสอบ
  • ตรวจสอบใบประกอบกิจการ (รง.4) ตามประเภทที่รับอนุญาตจากกรมโรงงานอุตสาหกรรม

นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังกำหนดให้มีการประเมินคู่ค้ารายใหม่ (New Vendor Evaluation) ผ่านแบบฟอร์มที่กำหนดขึ้น เพื่อคัดเลือกคู่ค้ารายใหม่ให้ตรงตามข้อกำหนดที่บริษัทจัดทำขึ้น ซึ่งครอบคลุมประเด็นด้านความยั่งยืน ประกอบด้วย ด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม อาทิ การประกันสินค้าและบริการ การส่งมอบผลิตภัณฑ์ นโยบายด้านสิ่งแวดล้อมและความรับผิดชอบต่อสังคม การปฏิบัติตามกฎหมายแรงงาน และมาตรฐานความปลอดภัย พร้อมกันนี้ บริษัทฯ มุ่งสนับสนุนและสื่อสารแนวปฏิบัติทางธุรกิจสำหรับคู่ค้าอย่างต่อเนื่อง ผ่านแบบฟอร์มการยืนยันและรับทราบแนวทางปฏิบัติแนวปฏิบัติทางธุรกิจสำหรับคู่ค้าของบริษัทฯ และกิจกรรมที่หลากหลายเกี่ยวกับคู่ค้า เพื่อสร้างความตระหนักและความเข้าใจแนวปฏิบัติต่างๆ ที่สามารถนำไปปฏิบัติและนำไปประยุกต์ใช้ในการดำเนินธุรกิจให้สามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน โดยในปี 2563 พบว่า มีคู่ค้าใหม่ทั้งหมดร้อยละ 151 ได้รับการพิจารณาคัดเลือกโดยใช้เกณฑ์ที่ผนวกแนวทางด้านความยั่งยืน

สินเชื่อการค้า (Trade Credit)

ในด้านการบริหารจัดการความเสี่ยงในการเรียกเก็บเงินจากลูกค้าของบริษัทฯ บริษัทฯ มีนโยบายให้เครดิตทางการค้าเป็นระยะเวลาไม่เกิน 30 วันแก่คู่ค้าของบริษัทฯ โดยบริษัทฯ พิจารณาว่าความเสี่ยงด้านเครดิตจะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อมีการชำระการจ่ายเงินตามสัญญาเกิน 30 วัน ทั้งนี้ ในปี 2563 ระยะเวลาการให้เครดิตเฉลี่ยที่เกิดขึ้นจริงอยู่ที่ 25 วัน โดยระยะเวลาดังกล่าวสอดคล้องกับนโยบายที่บริษัทกำหนดไว้

การเสริมสร้างความสัมพันธ์กับคู่ค้า (GRI 204-1)

บริษัทฯ มุ่งเสริมสร้างความสัมพันธ์กับคู่ค้าผ่านโครงการอบรม สัมมนา และกิจกรรมที่หลากหลายเพื่อสื่อสารแนวทางการดำเนินธุรกิจขององค์กร ตลอดจนนโยบายและแนวปฏิบัติต่างๆ ให้คู่ค้ารับทราบ อาทิ โครงการสัปดาห์ความปลอดภัย ประจำปี 2563

โครงการสัปดาห์ความปลอดภัยประจำปี 2563

บริษัทฯ ดำเนินกิจกรรมโครงการสัปดาห์ความปลอดภัยประจำปี 2563 ซึ่งเป็นการอบรมความรู้หลักสูตรความปลอดภัยในการทำงานเกี่ยวกับไฟฟ้าและการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอันตรายจากไฟฟ้า รวมถึงหลักสูตรด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานให้แก่คู่ค้าธุรกิจของบริษัทฯ เพื่อให้ความรู้เรื่องความปลอดภัยการทำงานในโรงไฟฟ้า และสร้างจิตสำนึกด้านความปลอดภัยและการตรวจสอบงานด้านสิ่งแวดล้อม ตลอดจนเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับคู่ค้าสำหรับกระบวนการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนขององค์กร

กิจกรรมการอบรมให้ความรู้ให้กับคู่ค้าด้านความปลอดภัย

บริษัทฯ ดำเนินกิจกรรมโครงการสัปดาห์ความปลอดภัยประจำปี 2563 ซึ่งเป็นการอบรมความรู้หลักสูตรความปลอดภัยในการทำงานเกี่ยวกับไฟฟ้าและการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอันตรายจากไฟฟ้า รวมถึงหลักสูตรด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานให้แก่คู่ค้าธุรกิจของบริษัทฯ เพื่อให้ความรู้เรื่องความปลอดภัยการทำงานในโรงไฟฟ้า และสร้างจิตสำนึกด้านความปลอดภัยและการตรวจสอบงานด้านสิ่งแวดล้อม ตลอดจนเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับคู่ค้าสำหรับกระบวนการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนขององค์กร

บริษัทไฟฟ้า น้ำงึม 2 พาวเวอร์ จำกัด ได้จัดอบรมในหัวข้อ “การอบรมแนะนำด้านความปลอดภัยในการทำงานสำหรับคู่ค้าเขื่อนน้ำงึม 2” ให้แก่คู่ค้าจำนวน 23 ราย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคู่ค้าประเภท คู่ค้ารอง (Non-Critical Supplier) เพื่อให้ความรู้ด้านความปลอดภัยในการทำงานในโรงไฟฟ้าและกฎระเบียบข้อบังคับ สร้างจิตสำนึกด้านความปลอดภัย และให้ความรู้ด้านการตรวจวัดสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งเพื่อสื่อสารแนวทางการดำเนินธุรกิจขององค์กร ตลอดจนนโยบายและแนวปฏิบัติต่างๆให้คู่ค้ารับทราบ


โครงการจัดซื้อจัดจ้าง สีเขียว (Green Procurement)

เนื่องด้วยบริษัทในกลุ่ม ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) ได้ให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม จึงได้มีนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างที่ ส่งเสริมการจัดซื้อจัดจ้างที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและสนับสนุนการใช้ผลิตภัณฑ์ จากทรัพยากรหมุนเวียนและไม่ก่อให้เกิดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม เช่น สินค้าที่ได้รับการรับรองฉลากเขียว เป็นต้น เพื่อรักษาสิ่งแวดล้อม และการใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน ลดความเสี่ยงของพนักงาน และองค์กร จากส่วนประกอบจากวัสดุที่เป็นอันตราย และเพื่อพลักดันการอุปโภคผลิตภัณฑ์สินค้ากระแสสีเขียวให้เป็นค่านิยมของผู้บริโภคในองค์กรและสังคม ควบคู่ไปกับความสามารถในการลดต้นทุน ค่าใช้จ่าย ผ่านการบริโภคอย่างยั่งยืน และคุ้มค่า โดยในปี 2563 บริษัทได้มีการจัดซื้อวัสดุอุปกรณ์สำนักงานที่ได้รับฉลากรับรองด้านสิ่งแวดล้อมเป็นมูลค่า 500,890.04 บาท หรือคิดเป็น 7.22%% จากการการจัดซื้อวัสดุอุปกรณ์สำนักงานทั้งหมดของปี

ผลการดำเนินงานด้านการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานในปี 2563 (GRI 103-3)

ร้อยละ 3.35 ของสัดส่วนค่าใช้จ่ายสำหรับสินค้าและบริการมาจากภายในชุมชนใกล้เคียงโรงไฟฟ้า