ความท้าทาย

ปัจจุบันผลกระทบที่เกิดจากปัญหาสิ่งแวดล้อมเริ่มทวีความรุนแรงมากขึ้น และส่งผลกระทบต่อมวลมนุษยชาติในรูปแบบภัยพิบัติธรรมชาติต่าง อาทิ น้ำท่วม ภัยแล้ง
ทำให้หลายประเทศทั่วโลกเริ่มรณรงค์ให้ประชาชนหันมาใส่ใจดูแลทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง ด้วยเหตุนี้ ทุกบริษัทในทุกอุตสาหกรรม จึงต้องร่วมกันรับผิดชอบในการบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อมโดยปรับเปลี่ยนการดำเนินธุรกิจให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน เพื่อคืนความสมดุลทางธรรรมชาติให้กับโลกของเรา

การดำเนินงาน

บริษัทฯ ตระหนักถึงการดำเนินธุรกิจการผลิตไฟฟ้าอย่างยั่งยืนที่ไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชน จึงให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมและทรัพยากร ธรรมชาติ โดยมุ่งเน้นลงทุนในโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานสะอาดและพลังงานหมุนเวียน ซึ่งก่อให้เกิดมลภาวะน้อยและใช้ทรัพยากรการผลิตอย่างคุ้มค่าและมีประสิทธิภาพสูงสุด อาทิ โรงไฟฟ้าพลังน้ำ โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ โรงไฟฟ้าระบบพลังงานความร้อนร่วม อีกทั้งบริษัทฯ ยังเลือกใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างความสมดุลระหว่างธุรกิจและการรักษาสิ่งแวดล้อมตามแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ โรงไฟฟ้าทุกแห่งของบริษัทฯ มีนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมและปฏิบัติตาม กฎหมายและข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อมต่าง ๆอย่างเคร่งครัด ควบคู่ไปกับการดูแลรักษาสภาพแวดล้อมและยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในชุมชนรอบโรงไฟฟ้าไปพร้อมๆ กัน นอกจากนี้ โรงไฟฟ้าพลังน้ำ น้ำงึม 2 (NN2) และโรงไฟฟ้าระบบพลังงานความร้อนร่วม บางปะอินโคเจนเนอเรชั่น 1 และ 2 (BIC1 & 2) ได้ผ่านการรับรองมาตรฐานระบบการ จัดการสิ่งแวดล้อม ISO 14001:2015 อีกด้วย ในปี 2562 บริษัทฯ และบริษัทในเครือไม่ได้รับข้อร้องเรียนใด ๆ จากชุมชนโดยรอบโรงไฟฟ้า หรือผู้มีส่วนได้เสีย รวมทั้งไม่มีการละเมิดกฎหมายหรือข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อมอีกด้วย

รายละเอียด ปี 2559 ปี 2560 ปี 2561 ปี 2562 เป้าหมาย 2563
จำนวนข้อร้องเรียน (ครั้ง) 0 0 0 0 0
จำนวนการละเมิดกฎหมายหรือข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อม (ครั้ง) 0 0 0 0 0
จำนวนเงินค่าปรับเกี่ยวกับการละเมิดกฎหมายหรือข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อม (บาท) 0 0 0 0 0

การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ

ทรัพยากรน้ำเป็นทรัพยากรที่สำคัญต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ เนื่องจากสัดส่วนการผลิตไฟฟ้ามากกว่าร้อยละ 80 ของบริษัทฯ มาจากโรงไฟฟ้าพลังน้ำ จึงมีการพัฒนาแผนบริหารจัดการระดับน้ำในเขื่อนให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม และประเมินความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงของปริมาณน้ำฝนในแต่ละฤดูกาล เพื่อจัดทำแผนงานบริหารจัดการน้ำเพื่อให้เพียงพอต่อการผลิตไฟฟ้าได้ตลอดทั้งปี

อาทิ โครงการปรับปรุงระบบควบคุมการปิดท่อน้ำเข้าหลัก (Main Inlet Valve: MIV Adjustment Project) เป็นอีกหนึ่งโครงการปรับปรุงอุปกรณ์และเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้า ที่ช่วยลดการสูญเสียน้ำซึ่งถือเป็นต้นทุนในการผลิตกระแสไฟฟ้า ผลจากการดำเนินโครงการช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุง ประมาณ 7 ล้านบาทต่อครั้งหากอุปกรณ์เกิดชำรุดเสียหาย นอกจากนี้ กระบวนการผลิตไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วม ยังมีความต้องการใช้น้ำในปริมาณที่สูงมาก ดังนั้น เพื่อลดความเสี่ยงจากการขาดแคลนน้ำ บริษัทฯ จึงให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

ในปี 2562 โรงงานไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วมมีการใช้น้ำประมาณ 2 ล้านลูกบาศก์เมตร ในกระบวนการผลิตไฟฟ้าและไอน้ำ บริษัทฯ จึงมีการจัดการบริหาร น้ำภายในองค์กร โดยทำการเก็บข้อมูลการใช้น้ำและจัดทำโครงการและกิจกรรม เพื่อลดการใช้น้ำและช่วยให้สามารถวางแผนปริมาณการใช้น้ำได้ในอนาคต อาทิ โครงการปรับเปลี่ยนค่าควบคุม Chloride ของหอหล่อเย็น (Adjust Control Range Chloride of Cooling water) เป็นหนึ่งในโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำและลดการสูญเสีย โดยการนำน้ำทิ้งกลับมาใช้ประโยชน์ การดำเนินงานจากโครงการดังกล่าวช่วยลดปริมาณน้ำทิ้งจากระบบหอหล่อเย็นและลดปริมาณน้ำที่เติมเข้าสู่ระบบมากกว่าปีละ 50,000 ลูกบาศก์เมตร รวมทั้งช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายมากกว่า 2 ล้านบาทต่อปี

การจัดการของเสีย

บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการลดการเกิดของเสียจากการดำเนินงาน ทั้งของเสียที่เป็นอันตรายและไม่เป็นอันตราย โดยได้จัดทำระเบียบปฏิบัติสำหรับการจัดการขยะและของเสียขึ้น เพื่อเป็นแนวทางในการควบคุมและจัดการของเสียที่เกิดจากการดำเนินกิจกรรม ผลิตภัณฑ์ หรือบริการของบริษัทฯ และเพื่อให้มั่นใจว่าของเสียทุกประเภทที่เกิดขึ้นมีวิธีการจัดการอย่างถูกต้องและเหมาะสมตามข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง ระเบียบฯ ดังกล่าวยังครอบคลุมถึงของเสียทั้งหมดที่เกิดจากผู้รับเหมาและผู้ประกอบการต่างๆ ที่เข้ามาปฏิบัติงานในบริษัทฯ อีกด้วย

โครงการ Hero! Solar Zero Waste บริษัท บางเขนชัย จำกัด ได้จัดกิจกรรมให้แก่ เยาวชนในพื้นที่ซึ่งตั้งอยู่ใกล้โรงไฟฟ้าบางเขนชัย โซลาร์ จำนวนทั้งหมด 50 คน ซึ่งเป็นการสร้างจิตสำนึกให้รู้จักการรักษาสิ่งแวดล้อม โดยให้ความรู้เรื่องการคัดแยกขยะ และการนำขยะรีไซเคิลกลับมาใช้ใหม่อย่างถูกวิธี

คุณภาพอากาศ

การผลิตไฟฟ้ากว่าร้อยละ 80 ของบริษัทฯ ได้มาจากโรงไฟฟ้าประเภทพลังงานน้ำและพลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งเป็นพลังงานทดแทน (Renewable Energy) จึงไม่มีการเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิลและไม่มีการปล่อย มลสารทางอากาศออกจากโรงไฟฟ้า ขณะที่ โรงไฟฟ้าระบบโคเจนเนอเรชั่น ซึ่งใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิงมีการปล่อยมลสารทางอากาศ ดังนั้น บริษัทฯ จึงให้ความสำคัญกับการควบคุมและตรวจสอบคุณภาพอากาศจากการปล่อยมลสารของโรงไฟฟ้า ที่อาจส่งผลกระทบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อมรอบโรงไฟฟ้า โดยได้นำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาควบคุมมลสารต่าง ๆ ที่ปล่อยออกมา รวมถึงติดตามและตรวจสอบคุณภาพอากาศอย่างต่อเนื่อง ณ ปล่องระบายอากาศของโรงไฟฟ้า และบริเวณต่าง ๆ โดยรอบที่ตั้งโครงการ ผลการตรวจวัดคุณภาพอากาศตามมาตรการ EIA ในปี 2562 พบว่าคุณภาพอากาศของโรงไฟฟ้าอยู่ในระดับที่ดีกว่าค่ามาตรฐานที่กฎหมายกำหนด

ความหลากหลายทางชีวภาพ

ธรรมชาติเป็นแหล่งกำเนิดของสิ่งมีชีวิตและทรัพยากรต่าง ๆ ที่สำคัญ และจำเป็นยิ่งต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์ ความหลากหลายทางชีวภาพจึงเป็นสิ่งหนึ่งที่สามารถสะท้อนให้เห็นถึงสภาพสิ่งแวดล้อมที่ดี รวมทั้งความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศ ในปัจจุบัน ไม่อาจปฏิเสธได้ว่าการพัฒนาของมนุษย์ในด้านต่าง ๆ ย่อมส่งผลกระทบต่อความหลากหลายทางชีวภาพในวงกว้าง ไม่ว่าจะเป็นทรัพยากรธรรมชาติถูกทำลาย ความเสี่ยงในการสูญพันธุ์ของพืชและสัตว์บางชนิด หรือการสูญเสียแหล่งที่อยู่ของสัตว์ CKPower มีความมุ่งมั่นที่จะดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม รวมทั้งตระหนักถึงความสำคัญและประโยชน์ของความหลากหลายทางชีวภาพ จากวิสัยทัศน์ที่ต้องการส่งมอบความมั่นคงทางพลังงานสะอาดบนแนวทางแห่งความยั่งยืน

บริษัทฯ จึงทำการศึกษาและประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมอย่างรอบด้านในทุกโครงการ พร้อมทั้งกำหนดมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบที่ครอบคลุมด้านกายภาพ ด้านชีวภาพ ซึ่งรวมถึงประเด็นความหลากหลายทางชีวภาพ ซึ่งประเด็นความหลากหลายทางชีวภาพได้ดำเนินการบริหารจัดการตั้งแต่การออกแบบ จนถึงการก่อสร้างโครงการเพื่อลดผลกระทบต่อความหลากหลายทางชีวภาพ (ถ้ามี) โดยบริษัทฯ กำหนดเป้าหมายในการพิจารณาประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมทางด้านความหลากหลายทางชีวภาพในโครงการใหม่ไม่ให้เกิดความสูญเสียต่อความหลากหลายทางชีวภาพ (No-Net-Loss) จากผลการดำเนินงานที่ผ่านมา พบว่า โครงการของบริษัทฯ และบริษัทในเครือ มีการจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมครบทุกโครงการ และไม่มีโครงการที่อยู่ในพื้นที่อนุรักษ์และพื้นที่มรดกโลก สำหรับกิจกรรมในปี 2562 ที่ผ่านมา โรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรี ได้จัดกิจกรรม Happy Fish ขึ้น โดยร่วมกันปล่อยพันธุ์ปลาแม่น้ำโขงลงสู่“วังปลา” บริเวณเหนือน้ำโรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรี จุดที่มีปลาชุกชุมแห่งนี้ผ่านพิธีบวชปลาเพื่อเป็นแหล่งอนุรักษ์พันธุ์ปลาท้องถิ่นเพื่อให้ปลาที่เป็นทรัพยากรสำคัญ ได้เจริญเติบโตและคงอยู่ร่วมกับวิถีชีวิตของชุมชนในลุ่มน้ำโขงต่อไป กิจกรรมในครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนข้อมูลการปล่อยปลาและพันธุ์ปลาที่เหมาะสมจากนักวิชาการประมง ที่ปรึกษาและวิศวกรสิ่งแวดล้อมผู้ชำนาญการและปลาทั้งหมดที่ปล่อยลงวังปลา เป็นปลาน้ำโขงโดยเฉพาะ ซึ่งได้รับการสนับสนุนพันธุ์ปลาจากกรมประมงลาว

ระบบทางปลาผ่านแบบผสมของโรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรี

นอกจากโรงไฟฟ้าพลังน้ำไซยะบุรี จะเป็นโรงไฟฟ้าประเภทฝายทดน้ำ (run-of-river) ซึ่งปล่อยน้ำไหลผ่านโครงสร้างโรงไฟฟ้าตลอดเวลา ได้รับการออกแบบ งานวิศวกรรมศาสตร์ชั้นเยี่ยมด้านไฟฟ้าพลังน้ำโดยใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย เพื่อหลีกเลี่ยง ป้องกัน และลดผลกระทบทั้งทางด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม ระบบทางปลาผ่านแบบผสมจึงถูกสร้างขึ้น โดยมีการออกแบบให้เหมาะสมและสอดคล้องกับพฤติกรรมปลาในแม่น้ำโขง ช่วยให้ฝูงปลามีโอกาสในการรอดชีวิตมากที่สุดและกระทบกระเทือนน้อยที่สุด เพื่อรักษาระบบนิเวศและคงไว้ซึ่งความหลากหลายทางชีวภาพของพันธุ์ปลาในแม่น้ำโขงอีกด้วย

ผลการดำเนินงานการบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อมในภาพรวม ครอบคลุมการรายงานการใช้พลังงาน (Energy Consumption) ปริมาณการใช้น้ำ (Water Consumption) การจัดการของเสีย (Waste Management) และปริมาณการปล่อยมลสารทางอากาศ (SOX NOX)
การใช้พลังงานทั้งหมด

การใช้พลังงานทั้งหมด (เมกะวัตต์-ชั่วโมง)

การใช้น้ำภายในองค์กร

ปริมาณน้ำประปาที่ซื้อมาใช้ (ล้านลูกบาศก์เมตร)

การกำจัดของเสียภายในองค์กร

ปริมาณการกำจัดของเสีย (ตัน)

ความเข้มข้นของก๊าซไนโตรเจนไดออกไซด์ (NOX)

ค่ามาตรฐานที่กำหนดในรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (EIA) ไม่เกิน 60 PPM

2559

2560

2561

2562

ครั้งที่ 1
ครั้งที่ 2

ความเข้มข้นของก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (SOX)

ค่ามาตรฐานที่กำหนดในรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (EIA) ไม่เกิน 10 PPM

2559

2560

2561

2562

ครั้งที่ 1
ครั้งที่ 2

ความเข้มข้นของฝุ่นละออง (PM)

ค่ามาตรฐานที่กำหนดในรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (EIA) ไม่เกิน 10 PPM

2559

2560

2561

2562

ครั้งที่ 1
ครั้งที่ 2