ความท้าทาย

การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) เป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบถึงสิ่งมีชีวิตทุกชนิด ทั้งนี้ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจากภัยธรรมชาติที่รุนแรงขึ้น เช่น ภาวะภัยแล้ง หรือน้ำท่วมรุนแรง อาจส่งผลกระทบถึงการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ ได้
จากความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจบนพื้นฐานของความยั่งยืน บริษัทฯ จึงเห็นความสำคัญในการมีส่วนร่วมเพื่อช่วยรักษาโลกให้อุดมสมบูรณ์ คงไว้ซึ่งทรัพยากรธรรมชาติแก่สิ่งมีชีวิตนานาชนิด ในฐานะที่บริษัทฯ เป็นผู้ประกอบธุรกิจผลิตไฟฟ้าจำเป็นต้องพึ่งพาทรัพยากรธรรมชาติ ทั้งน้ำ และเชื้อเพลิงประเภทก๊าซธรรมชาติ บริษัทฯ จึงได้ทำการศึกษาและวิเคราะห์ความเสี่ยงที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รวมทั้งจัดทำแผนรับมือภัยธรรมชาติของทุกโรงไฟฟ้าอย่างละเอียด นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังศึกษาและติดตามนโยบายของหน่วยงานภาครัฐและนานาประเทศ เพื่อให้ปรับตัวต่อการดำเนินธุรกิจและผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้อย่างรวดเร็วอีกด้วย

การดำเนินงาน

บริษัทฯ และบริษัทในเครือมีความมุ่งมั่นที่จะส่งเสริมการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานสะอาดที่หลากหลาย ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ มีเทคโนโลยีที่ทันสมัยและเสถียรภาพการผลิตที่มั่นคง เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยเพิ่มสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนจากการผสมผสานแหล่งทรัพยากรที่มีอยู่ในภูมิภาคและในประเทศ ผ่านการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและเทคโนโลยี การมุ่งเน้นลงทุนในโครงการพลังงานไฟฟ้าสะอาดที่ไม่มีการปล่อยคาร์บอนหรือมีการปล่อยคาร์บอนในระดับต่ำ ปัจจุบันบริษัทฯ มีการลงทุนในโรงไฟฟ้าพลังน้ำ 87.71 % โรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วม 10.96%และโรงไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์ 1.33 % (คำนวณตามกำลังการผลิตติดตั้ง) การลงทุนดังกล่าว สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนของ UN เป้าหมายที่ 7 การเข้าถึงพลังงานสะอาดและUN เป้าหมายที่ 13 การรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ยิ่งไปกว่านั้นการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ ยังมีส่วนสนับสนุนเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกต่อประชาคมโลก Nationally Determined Contribution (NDC) ของประเทศอีกด้วย

การบริหารความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

เป้าหมายในการลดก๊าซเรือนกระจก: บริษัทฯ มีความตั้งใจที่จะเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในโรงไฟฟ้าพลังงานสะอาดอย่างต่อเนื่อง

บริษัทฯ และบริษัทในเครือดำเนินการวิเคราะห์และประเมินความเสี่ยงที่เกิดจาก การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในทุกปี เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศนั้นมีผลกระทบโดยตรงต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ หลังจากที่บริษัทฯ ได้ระบุความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแล้ว จึงดำเนินการจัดทำ แผนบรรเทาผลกระทบขึ้นเพื่อรับมือกับความเสี่ยงเหล่านั้น

นอกจากการจัดทำแผนบรรเทาผลกระทบแล้ว บริษัทฯ ยังดำเนินการปรับปรุง โรงไฟฟ้าให้มีความสามารถทนรับสภาพอากาศที่ร้อน/หนาวจัดได้ ระบบสาธารณูปโภคของโรงไฟฟ้าที่รับสภาพน้ำท่วมได้ รวมทั้งการติดตามและดูแลความปลอดภัยเชิงรุกด้วยทีมวิศวกรและผู้เชี่ยวชาญอย่างต่อเนื่องโดยติดตั้งอุปกรณ์ตรวจวัด พฤติกรรมเขื่อนและระบบติดตามแบบเรียลไทม์

ความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

บริษัทฯ มีการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหลายประเภทซึ่งใช้วัตถุดิบในการผลิตไฟฟ้าที่แตกต่างกัน

โรงไฟฟ้าพลังน้ำ น้ำงึม 2 และ โรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรี มีการศึกษาปริมาณ น้ำที่เกิดขึ้นจริงย้อนหลัง 50 ปี และ 60 ปี ตามลำดับ เพื่อนำมาคำนวณหาความสามารถในการผลิตไฟฟ้า และมีการรวบรวมข้อมูลระดับน้ำเพื่อทำการตรวจสอบและประเมินสถานการณ์น้ำในเขื่อนอย่างสม่ำเสมอ

โรงไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์ บางเขนชัย มีการศึกษาพื้นที่ตั้งของโรงไฟฟ้า โดยใช้ค่าความเข้มแสงที่เหมาะสม รวมถึงพิจารณาค่าเฉลี่ยข้อมูลความเข้มของแสงอาทิตย์ในอดีตของ พื้นที่ก่อนการลงทุน

โรงไฟฟ้าระบบโคเจนเนอเรชั่น ซึ่งใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิง มีการทำสัญญาซื้อขาย กับบริษัทผู้ผลิตก๊าซธรรมชาติ ซึ่งกำหนดให้ชำระค่าชดเชยหากไม่สามารถจัดส่งได้ตามสัญญา

การลดก๊าซเรือนกระจก

การผลิตไฟฟ้ามากกว่าร้อยละ 80 ของบริษัทฯ มาจากโรงไฟฟ้าพลังน้ำและพลังแสงอาทิตย์ ซึ่งปราศจากการใช้เชื้อเพลิง จึงไม่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ตลอดกระบวนการผลิต ขณะที่การผลิตไฟฟ้าบางส่วนมาจากโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วม ซึ่งมีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เกิดจากเผาไหม้เชื้อเพลิง และความร้อนในกระบวนการผลิตไฟฟ้า

อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ตระหนักถึงประโยชน์ต่อการดำเนินธุรกิจและสิ่งแวดล้อมจากการปรับปรุงประสิทธิภาพการในการผลิตไฟฟ้าซึ่งมีส่วนช่วยลดการปล่อย ก๊าซเรือนกระจก จึงได้จัดทำโครงการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตไฟฟ้าอยู่เสมอ ซึ่งในปี 2562 บริษัทฯ มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งสิ้น ประมาณ 642,495 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี

นวัตกรรมที่เพิ่มประสิทธิภาพของการผลิตไฟฟ้าของ BIC

โรงไฟฟ้ามีนโยบายและมีความตระหนักในการใช้และอนุรักษ์พลังงานมาอย่าง ต่อเนื่องโดยให้พนักงานได้คิดค้นและเสนอหาแนวทางวิธีการปรับปรุงเพื่อเพิ่ม ประสิทธิภาพของการผลิตไฟฟ้ามาอย่างต่อเนื่องซึ่งส่งผลให้ต้นทุนในการผลิตไฟฟ้าต่อหน่วยไฟฟ้าลดลงและใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพและคุ้มค่า ซึ่งในปี 2562 ได้ดำเนินโครงการเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตไฟฟ้า 3 โครงการ ประกอบด้วย
1.โครงการเปลี่ยนหลอดไฟแสงสว่างจากหลอด Flu0rescent เป็นหลอด LED
2.โครงการหยุดใช้งานเครื่องอัดก๊าซในช่วงเวลาความต้องการพลังไฟฟ้าต่ำ
3.โครงการหยุดพัดลมระบายความร้อนหอหล่อเย็นในช่วงเวลา 00:00-06:00น.

โครงการ Kaizen (การลดการใช้ไฟฟ้าของบริษัท)

โรงไฟฟ้าบางปะอิน โคเจนเนอเรชั่น มีความมุ่งมั่นที่จะดำเนินการผลิตกระแสไฟฟ้า โดยไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชน จึงได้ปรับปรุงและซ่อมบำรุงรักษากระบวนการผลิตเพื่อจะช่วยลดภาวะการเกิดก๊าซเรือนกระจก โดยได้กำหนดแนวทางควบคุมกระบวนการผลิต ให้แต่ละโครงการ (BIC1, BIC2) ปล่อยก๊าซ เรือนกระจกไม่เกิน 350,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า โดยจะต้องมีอัตราการปล่อยก๊าซเรือนกระจกไม่เกิน 0.45 tCO2/MWh] โดยผลการดำเนินงานปีตั้งแต่ พ.ศ.2559 ถึง พ.ศ. 2562 มีรายละเอียดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกโดยตรง ของแต่ละโครงการดังต่อไปนี้

ผลการ
ดำเนินงาน
หน่วย   ระยะเวลาการเก็บข้อมูล
ปี 2559 ปี 2560 ปี 2561 ปี 2562
การปล่อยก๊าซ เรือนกระจก โดยตรงทั้งหมด ตันคาร์บอน ไดออกไซด์ เทียบเท่า โครงการ 1 โครงการ 2 โครงการ 1 โครงการ 2 โครงการ 1 โครงการ 2 โครงการ 1 โครงการ 2
320,220 - 325,012 142,378 319,660 323,382 302,384 340,111
ผลการดำเนินงานการปล่อยก๊าซเรือนกระจก Scope 1 และ Scope 2
การปล่อยก๊าซเรือนกระจก

ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางตรง (ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า)